428
ตอนที่ 428 การเก็บเกี่ยวที่ยิ่งใหญ่
ก่อนที่พวกเขาจะได้ทำอะไร เวลาสองชั่วโมงได้ผ่านและหลี่ฉีเย่ยังไม่เคลื่อนไหว เขาเพียงแค่จ้องไปยังทะเล ตลอดเวลานั้นเขาไม่ได้ทำอะไรและทำให้กลุ่มเผิงจางเริ่มจะใจร้อน
เผิงจางนั้นต้องการจะเอ่ยถามหลี่ฉีเย่ ทว่าฉิวหรง ว่านเสวี่ยส่ายหัวของนาง นี้เป็นการบ่งบอกว่าห้ามรบกวนเขา ทั้งหกนั้นกลับมาสงบก็จะถือแหในมือยิ่งและจ้องมองไปยังทะเล
ในเวลานั้นหลี่ฉีเย่ก็ตะโกน " โยนแหลงไป ! " หลี่ฉีเย่ปล่อยแหของเขาด้วยความเร็วราวกับสายฟ้า
ฉิวหรง ว่านเสวี่ยและผู้เยาว์ทั้งหกไม่กล้าที่จะลังเล พวกเขาโยนแหออกไปด้วยความเร็วสูงสุดที่จะทำได้
ทว่าเมื่อแหโยนลงไปพริบตาเดียวหลี่ฉีเย่ก็ตะโกนออกมาอีกครั้ง " ดึงมันขึ้นมา เร็วเข้า ! " จากนั้นหลี่ฉีเย่ก็ดึงแหของเขาขึ้นมา
" วูบบ ! " ทั้งเจ็ดนั้นดึงแหกลับมาเช่นนั้นและกลายเป็นตกตะลึง มันมีแสงเจิดจ้าราวกับดวงอาทิตย์และเปลี่ยนกลางคืนเป็นกลางวัน มันราวกับว่ามีดวงอาทิตย์ลอยขึ้นมาพร้อมกับแหของพวกเขา
มือของพวกเขานั้นกลายเป็นหนักอึ้งเพราะมันเต็มไปด้วยปลาจำนวนมาก และพวกมันพยามจะหลบหนีจากแหอย่างรวดเร็ว
พวกเขานั้นไม่เคยเห็นปลาจำนวนมากขนาดนี้ นี้ไม่เพียงแต่ผู้เยาว์จะตกตะลึงกระทั้งฉิวหรง ว่านเสวี่ยก็ยังตกตะลึง จนกระทั้งได้ยินเสียงของหลี่ฉีเย่ตะโกน " จับพวกมันไว้ เร็วเข้า ! "
ร่างกายของนางสั่นสะท้านก่อนจะรีบไปจับปลา ผู้เยาว์ทั้งฟื้นสติและมุ่งมั่นจับปลาของตัวเอง เมื่อของพวกเขานั้นสั่นไปด้วยความตื่นเต้นขณะที่พวกเขากำลังไล่จับพวกมัน ในฐานะหัวหน้าเผ่าฉิวหรง ว่านเสวี่ยนั้นกล่าวได้ว่าเป็นคนที่สงบนิ่งอย่างมาก แต่ตอนนี้แก้มของนางแดงด้วยความตื่นเต้น ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
หลังจากทุกคนจับปลาเสร็จ ศิษย์คนหนึ่งนับพวกมันก่อนจะตะโกน " โอ้วสวรรค์..ข้า...ข้าจับพวกมันได้แปดสิบหกตัว ! "
สตรีคนเดียวในกลุ่มผู้เยาว์กระโดดขึ้นและอุทาน " ขะ..ข้าได้...หนึ่งร้อยเจ็ดตัว ! " นางนั้นจูบไปที่แก้มของหลี่ฉีเย่อย่างมีความสุขและเอ่ย " ศิษย์พี่หลี่ ท่านเป็นคนที่มหัศจรรย์จริงๆ ! "
หลี่ฉีเย่เพียงส่ายหัวและอมยิ้มเอ่ย " เจ้ากำลังลวนลามข้าแล้ว "
ศิษย์สตรีคนนั้นเขินอายก่อนจะปล่อยหลี่ฉีเย่ แต่นางก็ยังตื่นเต้นอย่างมาก
" จูบนั้นไม่เห็นมีอะไร " เผิงจางอมยิ้มเอ่ย " หากศิษย์พี่หลี่ต้องการให้ข้าจูบท่าน ข้าจะยินดีอย่างมาก "
ศิษย์ทุกคนนั้นระเบิดเสียงหัวเราะและเริ่มจะส่งเสียงเชียร์ให้เขาจูบหลี่ฉีเย่
หลี่ฉีเย่ส่ายหัวและรีบเอ่ย " สำหรับบุรุษนั้นไม่ต้อง แต่สตรีนั้นข้ายินดีเสมอ เอาเป็นหัวหน้าฉิวหรงเป็นอย่างไร ? ท่านสามารถจูบข้าได้นะ ? ข้าจะไม่ห้ามสักคำ "
เหล่าผู้เยาว์ทั้งหมดแทบไม่อยากเชื่อความหน้าหนาของหลี่ฉีเย่ พวกเขานั้นไม่กล้าเอ่ยอะไร พวกเขาเพียงหันไปรอบๆในทิศทางที่ต่างกันราวกับไม่ได้ยินสิ่งใด
แก้มของฉิวหรง ว่านเสวี่ยนั้นแดงก่ำ นั้นรีบส่ายหัวและเอ่ย " ไม่ละขอบคุณ ! " นางนั้นขุนเคืองอยู่ภายใน หลี่ฉีเย่คนที่สุภาพมาตลอดกลับมาหยอกล้อนางในตอนนี้ สารเลวนี้ไร้ยางอายเกินไปแล้ว
" ไม่เป็นไร ในเมื่อท่านยอมแพ้โอกาสนี้แล้ว " หลี่ฉีเย่อมยิ้มเอ่ย
การล้อเล่นของหลี่ฉีเย่ทำให้หัวใจของฉิวหรง ว่านเสวี่ยสั่นไม่น้อย ควรจะรู้ว่านางนั้นเป็นหัวหน้าเผ่าของเผ่าเงาหิมะที่ได้รับความเคารพ ดังนั้นนางจะไม่โกรธหลังจากถูกสารเลวน้อยนี้หยอกล้อได้อย่างไร ?
ขณะนั้นกลุ่มของผู้เยาว์นั้นกลืนหายไปในความตื่นเต้น เผิงจางอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม " ศิษย์พี่หลี่ ท่านรู้ได้อย่างไรว่าสถานที่นี่มีปลาหยางราตรี ? นี้มันไม่น่าเชื่ออย่างมาก "
" สัญชาตญาณ มันเป็นเพียงสัญชาตญาณ " หลี่ฉีเย่อมยิ้มเอ่ย " ข้าก็ไม่รู้ว่าทำไม แต่หลังจากเข้ามาภายในทะเลราตรีสิบวัน ข้าทันใดนั้นก็รู้สึกได้ว่าสัมผัสได้ถึงปลาในทะเล "
หลังจากได้ยินคำกล่าวนี้ ทั้งหกคนนั้นเชื่อครึ่งไม่เชื่อครั้ง " จริงรึ ? ทำไมพวกเราถึงไม่ได้รับสัญชาตญาณใดเลยละ ? "
หลี่ฉีเย่ยิ้มเอ่ย " ข้าจะโกหกพวกเจ้าทำไม ? ข้านั้นได้รับการเปลี่ยนแปลงในวัยเยาว์ ดังนั้นเมื่อข้าอยู่สถานที่ใดนานๆ ข้าจะรู้สึกถึงบางสิ่งได้ "
" โอ้ว เช่นนั้นมันเป็นธรรมชาตินี้เอง " ทั้งหกคนรู้สึกว่าคำอธิบายนี้เชื่อได้ ไม่เช่นนั้นจะอธิบายการที่หลี่ฉีเย่รู้ตำแหน่งของปลาหยางราตรีได้อย่างไร ?
เทียบกับผู้เยาว์ทั้งหกแล้วฉิวหรง ว่านเสวี่ยนั้นไม่เชื่อหลี่ฉีเย่โดยง่าย สุดท้ายหัวหน้าเผ่าก็คือหัวหน้าเผ่า ดังนั้นนางจึงมีความรู้มากกว่า
นางนั้นไม่เชื่อข้ออ้างของหลี่ฉีเย่และรู้สึกได้ว่าเขาซ่อนบางอย่างไว้ นางพบว่ามันแปลกที่หลี่ฉีเย่รู้เวลาและที่ซ่อนของปลาหยางราตรี
นางนั้นเริ่มมองไปที่เขา และหวังว่าจะพบเบาะแสบางอย่าง ทว่าสุดท้ายนางก็ไม่พบอะไร
หลี่ฉีเย่มองไปยังคลื่นทะเลและเอ่ย " พวกเราจะไปแล้ว " ผู้ดูแลทันใดนั้นก็ไปตามทิศทางของหลี่ฉีเย่อีกครั้ง
วันต่อมา หลี่ฉีเย่ยังคงเปลี่ยนสถานที่ไปเรื่อยๆ และพวกเขาได้รับการเก็บเกี่ยวที่ดีในแต่ละครั้ง มันราวกับว่าในทะเลลึกลับไม่มีอะไรหนีสายตาของเขาได้
กลุ่มของทั้งหกถูกแช่อยู่ในความตื่นเต้น พวกเขารู้สึกว่าสัญชาตญาณของหลี่ฉีเย่น่ากลัวมากเกินไป มันน่าเสียดายที่มันเกิดขึ้นตามธรรมชาติ ไม่เช่นนั้นพวกเขาก็อยากจะได้รับมันบ้าง
ตรงกับข้ามกับกลุ่มผู้เยาว์ การเก็บเกี่ยวที่มากมายในแต่ละวันยิ่งทำให้ฉิวหรง ว่านเสวี่ยกลายเป็นสงสัยมากยิ่งขึ้น นางนั้นรู้ว่ามันเป็นบางสิ่งที่เหนือกว่าวสัญชาญณาณ แต่นางไม่สามารถระบุได้
นอกเหนือจากความตื่นเต้นและความไม่อยากจะเชื่อ ที่เปลี่ยนไปก็ปริมาณปลาหยางราตรี นางยิ่งกลายเป็นสงสัยมากขึ้น นางนั้นสงสัยว่าหลี่ฉีเย่เป็นคนแบบใดกัน ทำไมเขาถึงต้องมากับเผ่าเงาหิมะ ? ในเมื่อหลี่ฉีเย่สามารถจับปลาจำนวนมากได้ด้วยตัวเอง เหตุผลอะไรที่เขามากับพวกนาง
ด้วยความสามารถของเขาในการคาดเดาและจับปลาได้เป็นจำนวนมาก เขาแน่นอนว่าล้วนได้รับการตอนรับจากเชื้อสายจักรพรรดิ ทว่าเขานั้นเลือกจะมากับพวกนาง ดังนั้นฉิวหรง ว่านเสวี่ยจึงพยามคาดเดาเหตุผลที่เขาตามพวกนางมา
ในทางทฤษฎีไม่มีอะไรมีค่าในเผ่าเงาหิมะ พวกเขาเป็นเพียงเผ่าเล็กๆและไม่มีสุดยอดสมบัติหรือกระทั้งคัมภีร์ หากเขาใช้ทักษะของตัวเองชักจูงเชื้อสายจักรพรรดิ เขาแน่นอนว่าจะได้รับการตอบแทนที่ดี
นี้เป็นคำถามที่ใหญ่ที่สุดในใจของนาง รองลงมาก็คือความสามารถในการจับปลาของหลี่ฉีเย่
" หากสามารถจับปลาหยางราตรีได้ง่ายขนาดนี้ ทำไมสุสานใหญ่ถึงไม่ได้มาจับปลาด้วยตัวเอง ? "
ฉิวหรง ว่านเสวี่ยคิดในลักษณะทีจริงจัง " ปลานี้นั้นไม่ง่ายที่จะจับ ทำไมนายน้อยหลี่ถึงทำมันได้ราวกับเขาเข้าใจ ? " แม้จะมีคำถามมากมายภายในใจของนาง หลี่ฉีเย่ก็นำผลประโยชน์จำนวนมากมาสู่พวกเขา ดังนั้นนางจึงจดจำความปราถนาดีครั้งนี้ไว้ในใจ
" อ่า ข้าพึงนึกบางอย่างขึ้นมาได้ " เผิงจางเอ่ย " ศิษย์พี่หลี่ ท่านมาเป็นแขกของเผ่าเงาหิมะเราเป็นอย่างไร ? แม้ว่าพวกเราจะไม่มีมนุษย์คนอื่นอยู่ ข้าแน่ใจว่าหัวหน้าเผ่าและผู้อาวุโสจะต้องอ้าแขนตอนรับท่าน "
ฉิวหรง ว่านเสวี่ยกล่าวอย่างจริงจัง " เผิงจาง อย่าได้กล่าวไรสาระ ! " แม้ว่านางจะมาอายุเพียงสามสิบแต่นางก็เป็นหัวหน้าเผ่าและมีศักดิ์ศรีที่ยิ่งใหญ่
เผิงจางนั้นไม่กล้าเอ่ยเรื่องนี้ต่อและเปลี่ยนหัวข้อ หลังจากนั้นเขาก็แลบลิ้นออกมาอย่างขอโทษ
สตรีหนึ่งเดียวภายในกลุ่มเอ่ยถาม " หากทะเลราตรีอยู่ในสุสานใหญ่ ทำไมพวกเขาไม่มาจับปลาด้วยตัวเอง ? "
หลี่ฉีเย่เพียงยิ้มและไม่เอ่ยตอบ เขามองไปยังฉิวหรง ว่านเสวี่ย
ฉิวหรง ว่านเสวี่ยส่ายหัวของนางและเอ่ย " ข้าไม่รู้เหตุผลที่แน่นอน ตำนานนั้นกล่าวเพียงว่ากลุ่มความรู้สึกไม่สามารถมาที่นี่ได้ พวกเขานั้นไม่ใช่ผีหรือสิ่งมีชีวิต พวกเขานั้นมีเพียงร่างกาย หากพวกเขามายังทะเลราตรีพวกเขาจะหายไปตลอดกาล "
เผิงจางมองไปยังผู้ดูแลด้านหลังและเอ่ย " ไม่แปลกใจทำไมผู้ดูแลถึงมีร่างกาย " หลังจากพวกเขาอยู่ด้วยกัน เผ่าเงาหิมะก็เข้าใจได้ว่าผู้ดูแลนั้นต่างจากผีในสุสานใหญ่ ผีนั้นไม่มีร่างกายและไม่สามารถเคลื่อยย้ายได้
ภายใต้การนำของหลี่ฉีเย่ ทั้งกลุ่มนั้นเก็บเกี่ยวได้อย่างน่ากลัวตลอดทั้งเดือน วันนี้หลี่ฉีเย่มองไปยังท้องฟ้าและเอ่ย " พรุ่งนี้จะเป็นวันสุดท้ายของพวกเรา ก่อนจะออกจากทะเลราตรี "
" ตกลง ! " ผู้เยาว์ทั้งหกกล่าวอย่างตื่นเต้น พวกเขาตอนนี้นั้นมีปลาจำนวนมากและพร้อมแล้วที่จะกลับไปยังฝังและทำการค้าขาย บางทีพวกเขาอาจจะได้สมบัติบางอย่าง
ต่างจากผู้เยาว์ที่กำลังมีความสุข หัวหน้าเผ่าฉิวหรง ว่านเสวี่ยมองไปยังหลี่ฉีเย่ที่นั่งสงบอยู่หัวเรือ นางจากนั้นก็เดินไปนั่งข้างเขา
ทั้งหกมองเห็นหัวหน้าเผ่านั่งข้างหลี่ฉีเย่ ดังนั้นพวกเขาจึงขยิบตาให้กันและแกล้งทำเป็นไม่เห็นและไม่ได้ยินอะไร...