427

นที่ 427 จับปลาราตรีในทะเลราตรี

กลุ่มของผองจางเริ่มจะเสียใจหลังจากจับสิ่งใดไม่ได้เลยมาสองวันติด เผิงจางเอ่ย " อ่า มันเป็นเรื่องยากอย่างมากที่จะจับปลาเหล่านี้ หากยังเป็นเช่นนี้ต่อไปข้าเกรงว่าภายในหนึ่งเดือนพวกเราจะจับปลาได้ไม่เกินสองตัว "

แม้ว่าตราบใดที่พวกเขาจะยังคงจ่ายหยดเลือดชีวิตออกไป พวกเขายังคงสามารถใช้เรือได้ แต่ผผู้เยาว์ก็ยิ่งกลายเป็นกระสับกระส่ายมากขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป

หลี่ฉีเย่มองไปยังหฉิวหรง ว่านเสวี่ย เขามองไปที่กลิ่นอายความเป็นผู้ใหญ่และทรงเสน่ห์ของนางก่อนจะเอ่ยถาม " จะเป็นอะไรหรือไม่หากให้ข้าเป็นคนนำทางในวันนี้ ? "

แม้ว่าฉิวหรง ว่านเสวี่ยจะมีความอดทนสูง แต่หลี่ฉีเย่ไม่มีเวลามาแล่นเรือเล่นรอบๆทะเลราตรี มันมีอีกหลายสิ่งที่เขาจำเป็นต้องทำมากกว่าจับปลาหยางราตรี

ฉิวหรง ว่านเสวี่ยมองเขาชั่วขณะก่อนจะพยักหน้าและเอ่ย " ย่อมได้ เจ้าลองพยามดู "

หลังจากนางตกลงแล้ว หลี่ฉีเย่ก็ไปบอกผู้ดูแลคนที่นั่งอยู่ท้ายเรือ " พวกเราจะไปที่นั้น "

ผู้ดูแลนั้นขับเรือไปอย่างเงียบๆไปในทิศทางที่หลี่ฉีเย่ชี้ มันราวกับผู้ดูแลนั้นไม่มีตัวตน เขานั้นไม่เอ่ยสิ่งใดเพียงแค่ควบคุมเรือไปยังยังทิศทางต่างๆ

ในฐานะที่เป็นเรือขนาดเล็กมันจึงแล่นเร็ว หลี่ฉีเย่นั้นรู้ความลับของทะเลราตรี เขาคำนวนเส้นทางและการเคลื่อนที่ของเรือ หลายล้านปีก่อน นี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขามายังทะเลราตรี ดังนั้นเขาจึงรู้สึกมันมากกว่ากลุ่มของฉิวหรง ว่านเสวี่ย

หลังจากผ่านมาครึ่งวัน หลี่ฉีเย่ก็เอ่ยอย่างจริงจัง " หยุดตรงนี้ "

ผู้ดูแลนั้นหยุดเรืออยู่ท่ามกลางทะเลที่มืดสนิท หลี่ฉีเย่ปรับลมหายใจของเขาก่อนจะมองไปยังพื้นผิวของทะเล

การแสดงออกอย่างจริงจังของเขาทำให้ฉิวหรง ว่านเสวี่ยและกลุุ่มของผู้เยาว์มองตามไป ทว่าพวกเขานั้นไม่เห็นสิ่งใด ทะเลราตรีนั้นเต็มไปด้วยความลึกลับ ดังนั้นแม้แต่ดวงตาสวรรค์ก็ยังไม่สามารถมองผ่านความมืดของน้ำทะเลเพื่อมองเห็นใต้น้ำด้านล่างได้ ไม่ว่าคนคนนั้นจะทรงพลังขนาดใด

เวลายังคงผ่านไป ทันใดนั้นหลี่ฉีเย่ก็หรี่ดวงตาของเขาและตะโกน " ตอนนี้แหละ ! โยนแหลงไป ! " จากนั้นเขาก็โยนแหของเขาลงไปยังทะเลราตรี

ฉิวหรง ว่านเสวี่ยและผู้เยาว์ทั้งหกรีบทำตาม หนึ่งในนั้นพยามจะดึงมันขึ้นมาแต่ถูกหยุดโดยเสียงของหลี่ฉีเย่ " อย่าขยับ ! "

ทั้งกลุ่มนั้นไม่มีใครกล้าจะเคลื่อนไหวและมองไปยังทะเลเหมือนกับหลี่ฉีเย่ ทว่าพวกเขาก็ยังมองไม่เห็นสิ่งใด

ผ่านไปชั่วขณะ หลี่ฉีเย่ก็ตะโกน " ดึงแหขึ้นมา เร็วเข้า ! " จากนั้นเขาก็ดึงแหของเขาขึ้นมา

" วูบบ " ช่วงเวลาที่เขาดึงแหขึ้นมา แหของเขานั้นส่องประกายเจิดจ้าจนทำให้ทุกคนต้องปิดตา

มีปลาหยางราตรีภายในแห พวกมันดิ้นเพื่อจะให้หลุด แต่มันไร้ประโยชน์ หลี่ฉีเย่นำพวกมันออกจากแหอย่างรวดเร็วก่อนจะโยนเข้าไปในขวดที่เตรียมไว้เพื่อไม่ให้พวกมันหลบหนี

" วูบบ ! " ทั้งกลุ่มของฉิวหรง ว่านเสวี่ยดึงแหขึ้นมาและแสงเจิดจ้าก็ปรากฏออกมาอีกครั้ง

แสงนี้ทำให้ทั้งกลุ่มกลายเป็นตกตะลึงและไร้คำพูด ขากรรไกรของทั้งกลุ่มเปิดกว้าง เพียงแค่พริบตาปลาหยางราตรีภายในแหของพวกเขาก็ตกได้มากกว่าคนอื่นที่ตกมาตลอดทั้งเดือน

ฉิวหรง ว่านเสวี่ยนั้นฟื้นคืนสติกลับมาเร็วที่สุดและเอ่ย " เร็วเข้า ดึงปลาออกมา !  " นางนั้นหยิบขวดออกมากะใส่ปลาเข้าไป

เหล่าผู้เยาว์นั้นฟื้นสติของพวกเขาก่อนรีบนำขวดออกมา พวกเขานั้นดีใจอย่างมากที่ได้รับการเก็บเกี่ยวที่ดีภายในครั้งเดียวแม้แต่ตอนนี้พวกเขาก็ยังไม่อยากจะเชื่อ

ขณะที่กลุ่มของเผิงจางพึงจะเสร็จสิ้นการจับปลา เรือข้ามลำอื่นชี้มายังจุดที่หลี่ฉีเย่อยู่และตะโกนอย่างมีความสุข " มันมีปลาอยู่ที่นี่ "

คนที่มาใหม่นี้ไม่ใช่คนแปลกหน้าสำหรับกลุ่มของเผิงจาง - พวกเขาเป็นศัตรู ขุนนางน้อยเมฆทมิฬและศิษย์ของพวกเขา

" โยนแหลงไป ! " ขุนนางน้อยสังเกตเห็นการจับปลาของหลี่ฉีเย่ ดังนั้นเขาจึงสั่งให้ศิษย์ของเขาโยนแหลงไปในทะเลทันที

ทั้งกลุ่มนั้นโยนแหลงไปและไม่นานพวกเขาก็ดึงมันขึ้นมา แต่พวกเขาจับสิ่งใดไม่ได้ เห็นแหที่เต็มไปด้วยความว่างเปล่า ผู้เยาว์ในกลุ่มตะโกนอย่างเกรี้ยวกราด " สายเกินไป ! "

" ฮ่าฮ่า พวกเมฆทมิฬน้อย พวกเจ้ามันมาสายเกินไป ! " เผิงจางกลานเป็นมีความสุขจากเห็นผลลัพธ์ของศัตรู " ผ่านที่นี่วิ่งหนีไปหมดแล้ว ! "

ขุนนางน้อยเต็มไปด้วยควาไม่อยากจะเชื่อ และตะโกนอีกครั้ง " ปล่อยแห ! " พวกเขานั้นต้องการจะจับปลาเป็นจำนวนมากเช่นเดียวกับกลุ่มของหลี่ฉีเย่ที่ทำก่อนหน้า แต่ทุกครั้งที่ดึงแหขึ้นมา ผลลักธ์ของมันคือความว่างเปล่า

ก่อนหน้านี้ขุนนางน้อยเขาเห็นมันด้วยตาตัวเอง - ว่ากลุ่มของเผิงจางนั้นจับปลาอย่างไรในสถานที่นี่ ทว่าแม้ว่าเขาจะทำตามผลลัพธ์ของมันคือความล้มเหลว

หลี่ฉีเย่นั้นขี้เกียจเกินไปจะสนใจเผ่าเมฆทมิฬ เขาจึงเอ่ย " พวกเราไปเถอะ " ด้วยความเข้าใจที่ดีของเขาต่อทะเลราตรี เขานั้นรู้ช่วงเวลาที่จะหาปลา พวกมันจะอยู่เป็นเวลานไม่นานและจากไป

ผู้ดูแลเรืออีกครั้งผายไปยังทิศทางที่หลี่ฉีเย่ชี้ เผิงจางนั้นมีความสุขก่อนจะเอ่ยลาขุนนางน้อยของเผ่าเมฆทมิฬ " เจ้าผีดำน้อย ใช้เวลาของพวกเจ้าให้เต็มที่เลย ปู่ของพวกเจ้าจะจากไปก่อน "

ขุนนางน้อยนั้นสั่นสะท้านด้วยความโกรธ สายตาเต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราด เขาเพียงดูกลุ่มของเผิงจางจากไป

หลี่ฉีเย่บอกผู้ดูแลไปยังบริเวณหนึ่งของทะเลก่อนจะหยุด เขาเอ่ยบอกทั้งกลุ่ม " พวกเราจะใช้เวลาทั้งคืนอยู่บริเวณนี้และโยนแหของเราประมาณเที่ยงคืน " จากนั้นเขาก็นั่งลงและปิดตาของเขาเพื่อรอเวลาที่เหมาะสม

ผู้เยาว์นั้นมองหน้ากันด้วยความตื่นเต้น เผิงจางรีบเอ่ยถาม " ข้าจับปลาหยางราตรีได้สิบตัว พวกเจ้าจับได้เท่าไหร่กัน ? "

ศิษย์คนหนึ่งนับปลาและตะโกนอย่างมีความสุข " ข้าจับได้สิบห้า ! "

บางคนกระทั้งใช้เวลาทั้งเดือนยังจับได้เพียงสามตัว แต่พวกเขาเพียงพริบตาก็จับได้จำนวนมาก นี้จะไม่ให้พวกเขาตื่นเต้นได้อย่างไรกัน ?

ศิษย์สตรีเพียงคนเดียวในกลุ่มนับปลาด้วยความดีใจก่อนจะตะโกนเอ่ย " ข้าจับได้สิบแปด ! "

ทั้งหกคนพูดคุยกับอย่างตื่นเต้น เผิงจางรีบเอ่ย " สหายทั้งหลาย พี่หลี่นั้นเป็นดาวนำโชคของพวกเรา พวกเราได้รับการเก็บเกี่ยวที่ยิ่งใหญ่จริงๆ ฮ่าฮ่า ศิษย์พี่หลี่ช่างน่าประทับใจยิ่ง ! "

ศิษย์อีกคนรีบเอ่ย " ถูกต้อง ถูกต้อง แม้ว่าสิบวันก่อนพวกเราจะจับไม่ได้เลย แต่พวกเราก็ได้รับจำนวนมากในเวลานี้ จำนวนนี้บางคนกระทั้งใช้เวลาหลายเดือน "

พวกเรารู้สึกว่าตัวเองโชคดีและได้รับการเก็บเกี่ยวที่ดีหลังจากได้รับคำแนะนำของหลี่ฉีเย่

มีเพียงฉิวหรง ว่านเสวี่ยที่นั่งเงียบและจ้องไปยังหลี่ฉีเย่ที่กำลังนั่งสมาธิอยู่ นางนั้นไม่เชื่อว่าการเก็บเกี่ยวครั้งนี้นั้นมาจากโชค ก่อนหน้านางนั้นมายังทะเลราตรีหลายครั้ง แต่นางไม่เคยได้ยินว่ามีใครจับปลาได้จำนวนมากภายในครั้งเดียวมาก่อน การเก็บเกี่ยวครั้งนี้นั้นดีเกินไปอย่างไรเหตุผล

นอกจานี้ สถานที่ตกพวกมันก็ไม่ได้พบเจอโดยบังเอิญแต่เป็นหลี่ฉีเย่ที่จงใจเลือก หรือว่าหลี่ฉีเย่จะรู้ว่าที่ใดในทะเลราตรีมีปลาอยู่ ?

เมื่อคิดมาถึงจุดนี้นางก็รู้สึกได้ว่าเรื่องนี้นั้นเป็นไปไม่ได้ มันอาจจะกล่าวได้ว่าการเคลื่อนขอวของปลาหยางราตรีนั้นยาจะคาดเดาและไม่มีใครรู้ว่าพวกมันจะปรากฏที่ใด แม้แต่บรรพชนเที่ยงธรรมก็ยังไม่สามารถคำนวนเวลาหรือสถานที่ตกปลาได้

ทว่าหากเป็นเช่นนั้น หลี่ฉีเย่เลือกสถานที่ได้อย่างไรกัน ? ฉิวหรง ว่านเสวี่ยยิ่งคิดยิ่งงุนงง

นางนั้นกลายเป็นระวังหลี่ฉีเย่มากขึ้น กลุ่มของเผิงจางนั้นไม่ใส่ใจเพราะว่าพวกเขายังเป็นผู้เยาว์ แต่นางสังเกตได้ว่าหลี่ฉีเย่จงใจตามพวกนางมา

แม้ว่าหลี่ฉีเย่นั้นจะค่อนข้างสุภาพและเชื่อฟังทุกอย่าง แต่นางรู้สึกได้ว่านั้นไม่ใช่นิสัยของเขา ทว่าในเมื่อเขายังไม่ได้ลงมือทำสิ่งใดไม่ดี นางจึงทำได้เพียงสังเกต

แม้ว่าการโยนแหของเขานั้นจะทำให้นางเกิดข้อสงสัย นางก็ยังไม่สามารถมองผ่านเข้าได้ นางรู้เพียงว่าเขาชื่อหลี่ฉีเย่และมาจากดินแดนเมฆเหิน - ไม่มีอย่างอื่น

ในช่วงเที่ยงคืน หลี่ฉีเย่ที่กำลังนั่งสมาธิอยู่ก็ยืนขึ้นและตะโกน " เตรียมตัวให้พร้อม "

กลุ่มของผู้เยาว์ที่กำลังนั่งสมาธิอยู่หยิบแหของพวกเขาและยืนด้วยความตื่นเต้น หลี่ฉีเย่มองไปยังเงาบนท้องฟ้าก่อนจะเอ่ยกับทุกคน " พวกมันต้องทำมันให้เร็วในเวลานี้ หากช้านิดเดียวพวกเราจะพลาดโอกาสที่ดี "

เหล่าผู้เยาว์นั้นจดจำคำพูดของหลี่ฉีเย่และจับแหของพวกเขาแน่น หลี่ฉีเย่จองมองไปยังทะเลด้วยไม่เอ่ยสิ่งใด

เหล่าผู้เยาว์นั้นสูดลมหายใจเข้าลึกและมองตาม ฉิวหรง ว่านเสวี่ยกังวลเล็กน้อยก่อนจะมองออกไปยังทะเลเช่นกัน

หนึ่งนาทีผ่านไป พริบตาต่อมา หนึ่งชั่วโมงได้ผ่านไป หลี่ฉีเย่ยังคงยืนนิ่งเหมือนรูปปั้นมองไปยังทะเลราตรี.