424

ตอนที่ 424 เมืองผี

ศิษย์คนอื่นเอ่ยถาม " ท่านหัวหน้าเผ่า ตอนนี้่พวกเรากำลังจะไปไหนกัน ? "

ฉิวหรง ว่านเสวี่ยเอ่ย " พวกเราจะไปยังทะเลราตรี นั้นเป็นที่เดียวที่พวกเราสามารถจับปลาหยางราตรีได้ และเพียงต้องผ่านที่นี่แห่งนี้ "

" ฮ่าฮ่า เช่นนั้นพวกเราก็รีบไปกันเถอะ ! " เผิงจางนั้นตื่นเต้นหลังจากได้ยินเรื่องนี้เขาอยากจะไปบินไปที่นั้นในทันที

นี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่ฉิวหรง ว่านเสวี่ยมายังสุสานใหญ่ ดังนั้นนางจึงไม่รีบไปยังทะเลราตรี นางนั้นจงใจใช้เวลาอยู่ที่นี่เพื่อให้กลุ่มของเผิงจางเปิดหูเปิดตามากขึ้น

เดินไปบนถนน พวกเขานั้นพบพ่อค้าคนหนึ่งกำลังแสดงสินค้าบางอย่างและใช้หยกเป็นสกุลเงิน

เผิงจางรีบเข้ามาและเอ่ย " ท่านไม่ใช่ได้ปลาหยางราตรีในการแลกเปลี่ยนรึ ? ทำไมท่านถึงได้ใช้หยก ? ท่านกำลังขายอะไร ? ให้ข้าดูหน่อย " หลังจากกล่าวเสร็จเขาก็มองไปยังสิ้นของบนชั้นวาง

ด้วยความกระตือรือร้นที่มาเกินไปของเขา ชายหนุ่มเจ้าของร้านตะโกนด้วยความโกรธ " ข้าไม่ใช่ผี ข้าเป็นมนุษย์ ไม่ ข้าเป็นสมาชิกของเผ่าพันธ์ผี ! "

การสอบสนองที่รุนแรงของเขาทำให้เผิงจางตกตะลึง เขารีบเปิดใช้ดวงตาสวรรค์มองและพบว่าคนคนนี้นั้นไม่ใช่ผีจริงๆ

เผิงจางรีบเอ่ยข้อโทษทันที " อ่า ความผิดข้า ข้าคิดว่าท่านนั้นเป็นผี ไม่สิ กลุ่มก้อนความรู้สึก..." กล่าวเสร็จเขาก็วิ่งออกไปทันที

หลี่ฉีเย่คนที่อยู่เงียบๆภายในกลุ่มเพียงอมยิ้มมุมปาก เพราะว่ากลุ่มของเผิงจางนั้นรู้เกี่ยวกับสุสานใหญ่น้อยเกินไป

ทว่า นี้ไม่ใช่ความมผิดของพวกเขา เผ่าเงาหิมะนั้นเป็นเพียงเผ่าเล็กๆ ศิษย์ธรรมดาภายในเผ่านั้นไม่มีโอกาสมาที่นี่ ดังนั้นพวกเขาจึงขาดความรู้และประสบการณ์

ฉิวหรง ว่านเสวี่ยเอ่ยเตือน " มีคนภายนอกจำนวนมากมาทำการค้าที่นี่ ไม่ใช่เพียงแค่ผีที่อยู่ที่นี่ แต่รวมถึงผู้ฝึกตนรุ่นเยาว์ด้วย ทำให้แน่ใจว่าพวกเจ้าใช้ตาสวรรค์ตรวจสอบก่อนจะทำสิ่งใด "

ศิษย์สตรีคนหนึ่งสั่นและเอ่ยถาม " ข้าเข้าใจแล้ว แต่พวกเขาไม่กลัวรึที่อาศัยอยู่กับผีเหล่านี้ ? "

ทุกคนที่อาศัยอยู่ในเมืองนี้ล้วนเป็นกลุ่มความรู้สึกที่ปราศจากชีวิต มันไม่ต่างจากเมืองของผี เพียงแ่คิดว่าจะอยู่ที่นี่ก็ทำให้พวกเขาขนลุก

ฉิวหรง ว่านเสวี่ยเอ่ยเตือน " ตราบใดที่พวกเจ้าไม่ได้ยั่วยุพวกเขา เหล่าผีในสุสานใหญ่จะไม่มายุ่งกับเจ้า มันจะดีอย่างมากหากไม่เกิดเรื่องขึ้น การเป็นศัตรูกับผีเหล่านั้นล้วนมีจุดจบที่ไม่ดี "

ฉิวหรง ว่านเสวี่ยนั้นกล่าวได้ถูกต้อง คนที่มาเยือนที่แห่งนี้ก็เพื่อความสนุกและแลกเปลี่ยน ดังนั้นพวกเขาไม่จำเป็นต้องไปยุ่งกับพวกผี บางคนนั้นทำการค้ากับผีในสุสานใหญ่อยู่บ่อยครั้ง ดังนั้นคนที่มาเยือนล้วนไม่ต้องการสร้างความขัดแย้งใดๆ

อีกหนึ่้งเหตุผลก็เพราะว่ามันเป็นเรื่องยากที่จะออกจากสุสานใหญ่หากมีความขัดแย้งกับผีเหล่านี้

ฉิวหรง ว่านเสวี่ยนำผู้เยาว์ทั้งหกพร้อมกับหลี่ฉีเย่ และใช้เวลาสองวันก่อนจะมาถึงทะเลราตรี

หากใครต้องการประสบความสำเร็จในสุสานใหญ่ ที่แรกที่พวกเขาต้องมาก็คือทะเลราตรีเพราะว่าที่มีสกุลเงินที่ภายในเมืองใช้ก็คือปลาหยางราตรี และพวกเขาไม่ใช่หยก มีเพียงทะเลราตรีเท่านั้นที่มีปลาหยางราตรีอยู่

กล่าวให้ถูกต้องก็คือทะเลราตรีนั้นเป็นทะเลสาปขนาดยักษ์ ยืนอยู่เบื้่องหน้าทะเลราตรีผู้คนเต็มไปด้วยความรู้สึกขนลุก

น้ำสีดำสนิทพร้อมกับบรรพยากาศที่เย็นยะเยือก ความมืดของทะเลรากับมันเป็นปากขนาดใหญ่ที่พร้อมจะกลืนกินผู้คน

ทว่าอย่างไรก็ตามเมื่อได้เห็นทะเลราตรีเหล่าผู้เยาว์นั้นกลายเป็นตื่นเต้นอย่างมากโดยเฉพาะเผิงจาง " ทะเลราตรีเอ่ย ข้าจะกระโดดไปหาเจ้าแล้ว ! " สิ่งที่เขาต้องการทำตอนนี้ก็คือการดำน้ำและไปจับปลาหยางราตรี

ฉิวหรง ว่านเสวี่ยเอ่ยอย่างเกรี้ยวกราด " อย่าได้ทำเรื่อโง่ๆเช่นนั้น ! คนที่เข้าไปในทะเลราตรีล้วนไม่เคยได้กลับออกมา เจ้าจะตายโดนปราศจากหลุมฝังศพ ! "

คำพูดเหล่านี้ทำให้เหล่าผู้เยาว์เต็มไปด้วยความหวาดกลัว หนึ่งในนั้นรีบเอ่ยถาม " จริงรึ ? "

ฉิวหรง ว่านเสวี่ยเอ่ยเตือนพวกเขาอีกครั้ง " ทะเลราตรีเป็นสถานที่ที่อันตรายอย่างมาก ไม่มีใครมีชีวิตรอดหลังจากเข้าไป แม้แต่บรรพชนเที่ยงธรรม ! "

" เช่นนั้นแล้วพวกเราจะจับปลาหยางราตรีได้อย่างไร ? " เผิงจางเอ่ยถาม

" พวกเราจะหาเรือ มันเป็นทางเดียวที่จะเข้าไปภายในทะเลราตรีได้ " ฉิวหรง ว่านเสวี่ยเอ่ยต่อ " เข้าไปในทะเลราตรีโดยปราศจากมันเป็นเพียงการฆ่าตัวตาย "

ศิษย์คนหนึ่งที่มีสายตาที่ดีเขามองเห็นเรือก่อนจะอุทาน " ตรงนั้น ! "

ทว่าก่อนที่พวกเขาจะได้ทำสิ่งใด มีผู้เยาว์คนหนึ่งกระโดดขึ้นเรือและมุ่งเข้าสู่ทะเลราตรีไปก่อน

ฉิวหรง ว่านเสวี่ยนำพวกเขาไปหาเรืออีกหลายท่า ทว่าเรือทั้งหมดกับมีเจ้าของหรือถูกคนอื่นนำไปแล้ว

เรือแต่ละลำนั้นมีผู้ดูแล แต่สิ่งที่ทำให้กลุ่มของเผิงจางแปลกใจก็คือผู้ดูพวกมันคือคนจากสุสานใหญ่ ผู้ดูแลนั้นมีร่างกายและพลังงานในสายเลือดที่อ่อนแอ

ผู้เยาว์นั้นเต็มไปด้วยความหวาดกลัวเมื่อจ้องมองไปยังพวกเขาและพบว่าพวกเขานั้นแต่งตัวราวกับพึงออกมาจากหลุมศพ โดยเฉพาะสายตาของพวกเขาเต็มไปด้วยพลังงานที่น่ากลัวและทำให้เหล่าผู้เยาว์ตัวสั่น

" พวกเขาเหล่านี้เป็นผีหรือว่าคนกัน ? " เผิงจางเอ่ยถาม

" ไม่มีใครรู้ ผู้ดูแลเหล่านี้ล้วนอยู่ที่นี่เสมอ และเป็นคนเดียวที่สามารถใช้เรือได้ "

ศิษย์คนหนึ่งสังเกตเห็นพลังงานในสายเลือดของผู้ดูแลและถามอย่างอยากรู้อยากเห็น " พวกเขาเป็นผีเหมือนในสุสานรึ ? ไม่ใช่ว่าพวกเขาไม่สามารถออกมาจากสุสานได้ ? "

" นั้นไม่สำคัญ " หลี่ฉีเย่ยืนอยู่ในกลุ่มอย่างเงียบมาตลอด ส่ายหัวและเอ่ย " ตำนานกล่าวว่าผู้ดูแลเหล่านี้ออกมาจากสุสานและกลายเป็นอมตะ "

" ออกมาจากสุสาน ? " ศิษย์คนอื่นเอ่ยถามอย่างประหลาดใจ " นั้นเป็นเรื่องจริงรึ ? "

ฉิวหรง ว่านเสวี่ยมองไปที่หลี่ฉีเย่และเอ่ย " นั้นเป็นเพียงตำนาน นั้นเป็นบรรพบุรุษของบึงไร้เขตแดน แต่แน่นอนว่านี้เป็นเพียงตำนาน "

เผิงจางตบขาของเขาและเอ่ย " ข้าเคยได้ยินตำนานนี้ ! " เขาจากนั้นก็เอ่ยอย่างตื่นเต้น " เขาคือจักรพรรดิอมตะหมิงตู่ ! มีคนกล่าว่าเขานั้นมาจากสุสานใหญ่และอาจจะกลายเป็นผู้ดูแล "

" ถูกต้อง เขาคือจักรพรรดิอมตะหมิงตู่ " ฉิวหรง ว่านเสวี่ยเอ่ยเพิม " ทว่ามันเป็นเพียงข่าวลือ บึงไร้เขตแดนนั้นไม่เคยยอมรับเรื่องนี้ นอกจากนี้ผู้ดูแลก็ไม่สามารถออกจากสถานที่นี่ได้ สิ่งดังกล่าวนั้นแตกต่างจากตำนาน ! "

จักรพรรดิอมตะหมิงตู่นั้นเป็นจักรพรรดิอมตะก่อนหน้าจักรพรรดิอมตะฉินหลี่ มันทฏษีมากมายเกี่ยวกับต้นกำเนิดของเขา แต่มันมีสองเรื่องที่นิยมมากที่สุด อย่างแรกคือเขาเป็นจักรพรรดิอมตะที่ลอยมาจากเรือภายในแม่น้ำอเวจี อีกทฤษฎีกล่าวว่าเขามาจากทะเลราตรีที่สุสานใหญ่

สำหรับทฤษฎีที่สองมันกล่าวว่าหลังจากที่เขาได้รับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เขาสุดท้ายก็กลับมามีชีวิตและหนีออกจากทะเลราตรีและสุสานใหญ่ไปยังภายนอกและกลายเป็นจักรพรรดิอมตะ

แน่นอนว่าไม่ว่าเขาจะมาจากแม่น้ำอเวจีหรือทะเลราตรี พวกมันก็เป็นเพียงข่าวลือ นอกจากนี้กระทั้งเชื่อสายของจักรพรรดิอมตะหมิงตู่ บึงไร้เขตแดนก็ยังปฏิเสธเรื่องเหล่านี้

สำหรับรุ่นอนาคตพวกเขานั้นเชื่อว่าจักรพรรดิอมตะหมิงตู่นั้นมาจากเผ่าพันธ์ผี - นี้เป็นทฤษฎีที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางจากคนรุ่นเดียวกัน

ฉิวหรง ว่านเสวี่ยนำกลุ่มของหลี่ฉีเย่ออไปหาเรือ แต่ำพวกเขาก็ยังมาช้าไปและถูกแย่งโดยคนอื่น

ฉิวหรง ว่านเสวี่ยคิดอยู่ชั่วครู่ก่อนจะเอ่ยกับหลี่ฉีเย่ " สหายหลี่ โปรดดูแลพวกเขาด้วย ข้าจะไปหาเรือ "

เทียบกับผู้เยาว์ของนางอย่างกลุ่มของเผิงจาง หลี่ฉีเย่นั้นยังน่าเชื่อถือมากกว่า ดังนั้นฉิวหรง ว่านเสวี่ยจึงเอ่ยกับเขา

" ไม่ต้องกังวล พวกเราจะรอที่นี่จนกว่าท่านหัวหน้าเผ่าจะกลับมา " หลี่ฉีเย่เอ่ยตอบด้วยรอยยิ้ม นี้เป็นโอกาสดีของเขาที่จะได้ถามเผิงจางเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นในหลุมฝังศพแห่งลางร้าย

ฉิวหรง ว่านเสวี่ยนั้นมองไปยังหลี่ฉีเย่ก่อนจะเอ่ยเตือนกลุ่มของเผิงจางและจากไปหาเรือ

หลังจากนางจากไป หลี่ฉีเย่ก็ถามเผิงจางทันที " น้องชายเผิงจาง เจ้าคิดอย่างไรกับมือขนาดยักษ์คืนนั้น ? "

ศิษย์อีกคนเอ่ยด้วยรอยยิ้ม " พี่หลี่ดูเหมือนจะสนใจเรื่องนี้จริงๆ " พวกเขานั้นไม่ได้ไม่ชอบหลี่ฉีเย่ตรงกันข้าม พวกเขาล้วนชอบนิสัยของหลี่ฉีเย่

หลี่ฉีเย่เพียงยิ้มอย่างใจเย็นและเอ่ย " วันนั้นเมือยามราตรีมาถึง มันทำให้ข้ากลัวและรู้สึกราวกับตาย มันทำให้ข้าสนใจเรื่องมือยักษ์ของน้องเผิงอย่างมาก "

ศิษย์อีกห้าคนนั้นกลายเป็นตื่นเต้นและพูดคุยกันอย่างรวดเร็ว " ข้าก็เกือบสูญเสียจิตใจเช่นกัน ข้าได้ว่าหลังจากคืนนั้นผู้อาวุโสทั้งหมดไปยังดินแดนบรรพบุรุษเพราะคิดว่ามันเป็นเรื่องใหญ่ "

" ถูกต้อง เมื่อท้องฟ้ากลายเป็นมืด ข้านั้นเห็นมือขนาดยักษ์จริงๆ แม้ว่ามันจะเป็นเพียงเลือนรางแต่ข้าก็มั่นใจว่าไม่ใช่เห็นภาพลวงตาหรืออย่างอื่น "

ในความจริงมีน้อยคนนักที่เชื่อเผิงจางเพราะเขาเป็นเพียงคนเดียวที่เห็น ในเวลานั้นเขาบังเอิญมองไปยังหลุมฝังศพแห่งลางร้ายพอดี

หลี่ฉีเย่เอ่ยถามอย่างสนใจ " มือนั้นมีลักษณะเป็นอย่างไร ? "

เผิงจางคิดเกี่ยวกับมันอย่างรอบคอบก่อนจะเอ่ย " เอ่อ...ข้าจะเอ่ยอย่างไรดี...มันใหญ่มากจริงๆ มันราวกับว่าจะแยกสวรรค์และปฐพีออกจากกัน มันบดบังดวงดาราในท้องฟ้าอย่างสิ้นเชิง ไม่ว่าจะเป็นดวงดารา ดวงจันทร์ ดวงอาทิตย์...มือยักษ์นั้นราวกับจะแทนที่ชั้นฟ้าด้วยตัวมันเอง "