423

ตอนที่ 423 สหาย

หลังจากได้ยินเหล่าสหายของเขาเอ่ย เผิงจางรีบเอ่ยสาบานอย่างรวดเร็ว " ข้าเห็นมันจริงๆ มันเป็นความจริง ทำไมข้าต้องโกหกพวกเจ้าด้วย ? มันมีมือขนาดยักษ์ออกมาจากหลุมฝังศพแห่งลางร้ายจริงๆ ! "

" จริงรึ ? " หลี่ฉีเย่แอบมีความสุข เขานั้นมาเพื่อข่าวนี้ จากนั้นเขาก็เอ่ยถามอย่างอยากรู้อยากเห็น " มือนั้นมีลักษณะเป็นอย่างไร ?  น่ากลัวหรือไม่ ? มันเป็นมือผีหรือว่าอย่างอื่น ? "

" มันไม่ได้เป็นมือของผี " เผิงจางส่ายหัวและเอ่ย " ข้ารู้สึกได้ว่ามือนั้นมันแปลกมาก หลังจากความมืดหายไป ข้าก็เห็นมันกลับไปเข้าไปในหลุมฝังศพ "

" มือที่จู่ๆก็ออกมา..." หลี่ฉีเย่ทำเหมือนเด็กน้อยและเอ่ยถาม " บางทีมันอาจจะพยามคว้าบางอย่าง เจ้าเห็นมันจับอะไรหรือไม่ ? "

" เอ่อ..." เผิงจางคิดเกี่ยวกับมันชั่วครู่ก่อนจะเอ่ย " ตอนนี้เมื่อเจ้าเอ่ย ข้าก็นึกขึ้นได้ว่ามันกำลังถืออะไรบางอย่าง..."

" เผิงจาง หยุดพูดเรื่องไร้สาระได้แล้ว " ฉิวหรง ว่านเสวี่ยเอ่ยอย่างจริงจัง " เตรียมตัวให้พร้อม พวกเราจะถึงสุสานใหญ่ในไม่ช้า "

เผิงจางยิ้มข่มขื่นขณะที่กำลังตรวจสิ่งของ

หลี่ฉีเย่ถอนหายใจ มันดูเหมือนฉิวหรง ว่านเสวี่ยนั้นจะระวังเขาอย่างมาก หลี่ฉีเย่ทันใดนั้นก็รู้สึกว่ามีสายตามองมาที่เขา เขาเงยหน้ามองก่อนจะเห็นดวงตาที่เป็นประกายคู่หนึ่งมองมา

หลี่ฉีเย่ยิ้มก่อนจะประสานมือให้กับฉิวหรง ว่านเสวี่ยและเอ่ย " ผู้เยาว์คนนี้มาสุสานใหญ่เป็นครั้งแรก ข้าหวังว่าหัวหน้าเผ่าจะสอนข้าหนึ่งหรือสองอย่าง "

ฉิวหรง ว่านเสวี่ยมองไปที่เขาก่อนจะเอ่ยเสียงเบาๆ " เพียงแค่นระวังตัวและไม่สร้างปัญหาใดๆก็พอ "

นี้เป็นประโยคที่มีความหมายหลากหลาย มันเหมือนกับว่าต้องการจะทดสอบเขาและเตือนเขา

หลี่ฉีเย่แกล้งทำเป็นเวลาเข้าใจความหมายของมัน จากนั้นเขาก็กล่าวอย่างสุภาพ " ข้าขอขอบคุณหัวหน้าเผ่าอย่างมาก "

ตอนนี้ หลี่ฉีเย่นั้นมั่นใจแปดสิบถึงเก้าสิบเปอเซนว่าเกาะที่สูญหายนั้นเกี่ยวข้องกับหลุมฝังศพ ทว่าน่าเสียดายเขาไม่สาามารถพูดคุยกับเผิงจางเป็นส่วนตัวได้ในเวลานี้

เขาไม่เร่งรีบที่จะแสดงจุดประสงค์ของเขา สิ่งที่เขาต้องทำตอนนี้ก็คือการหากุญแจเปิดหลุมฝังศพแห่งลางร้าย

หลังจากฉิวหรง ว่านเสวี่ยและผู้เยาว์ทั้งหกเตรียมตัวเสร็จ ผู้อาวุโสจือก็เอ่ย " ท่านหัวหน้าเผ่า พวกเราจะอยู่ที่นี่เพื่อสนับสนุนพวกท่าน หากมีอะไรเกิดขึ้นเพียงจุดสัญญาณไฟและพวกเราจะไปรับพวกท่านทันที "

ฉิวหรง ว่านเสวี่ยนั้นพยักหน้าและเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง " เช่นนั้นก็ดี ผู้อาวุโสจือท่านโปรดระวังตัวด้วย "

สำหรับคนจำนวนมาก สุสานใหญ่นั้นเป็นดินแดนที่เย้ายวน แต่มีเพียงผู้เยาว์เท่านั้นที่จะสามารถเข้าไปได้ แน่นอนว่าผู้ฝึกตนวัยกลางคนและวัยชราก็สามารถเข้าไปได้ ตราบใดที่พวกเขาไม่กลัวตาย

มันมีพลังงานมืดที่ลึกลับอยู่ภายในสุสานใหญ่ พลังงานในสายเลือดของผู้เยาว์นั้นเป็นดังดวงอาทิตย์พวกมันสามารถปัดเป่าพลังงานมืดในสุสานได้

วัยกลางคนและวัยชรานั้นไม่มีอำนาจพอที่จะทำเช่นนั้น ไม่ว่าพวกเขาจะเป็นวัยกลางคนที่ทรงอำนาจอย่างไร พวกเขาก็ยังมีช่องว่าง ในฐานะผู้อาวุโสอายุของเขานั้นแทบจะถูกดูดไปทั้งหมด นี้เป็นเหตุผลว่าหากพวกเขาเข้าไปพวกมีโอกาสถูกครอบงำโดยพลังงานความมืดอสูงมาก

ตัวอย่างเช่น หากผู้ฝึกตนวัยกลางคนนั้นสามารถมีอายุได้ถึงหกถึงเจ็ดพันปี เมื่อพวกเขาเข้าไปในสุสาน พลังงานในสายเลือดของพวกเขาก็ถูกกัดเซาะโดยพลังงานความมืดและทำให้อายุของพวกเขาลดลงเหลือประมาณสามถึงสี่พันปีแทน ยิ่งพวกเขาอยู่ในสุสานนานเท่าไหร่อายุของพวกเขาก็จะยิ่งสั้นเท่านั้น

ดังนั้นหลายล้านปีผ่านมา สุสานใหญ่นี้ก็เปรียบเสมือนสนามเด็กเล่นสำหรับผู้เยาว์ ในโลกใต้พิภพศักดิ์สิทธิ์นั้นมีคำกล่าวว่าอย่าได้เสียโอกาสมาเยี่ยมชมสุสานใหญ่ในวัยเยาว์ ไม่เช่นนั้นทุกอย่างจะสายเกินไป

นี้คือเหตุผลว่าทำไมเหล่าชายชรา - ไม่ว่าจะทรงอำนาจขนาดไหน พวกเขาก็ไม่เข้ามาภายในสุสานใหญ่

ฉิวหรง ว่านเสวี่ยมองไปยังหลี่ฉีเย่และเอ่ยถามอย่างจริงจัง " เจ้าเตรียมพร้อมหรือยัง ? "

ในฐานะที่เป็นหัวหน้าเผ่า ความจริงนางไม่จำเป็นต้องสนใจคนนอกเช่นหลี่ฉีเย่ บางคนที่นางกระทั้งไม่รู้พื้นหลังนี้นับว่ามีความเสี่ยง แต่ในเมือหลี่ฉีเย่หน้าด้านตามนางมาด้วย นางก็จะไม่ขับไล่เขาตราบใดที่เขาไม่แสดงความตั้งใจที่เป็นอันตรายต่อเผ่าของนาง

หลี่ฉีเย่เผยให้เห็นรอยยิ้มก่อนจะเอ่ย " ไม่ต้องกังวล ท่านหัวเผ่า ข้านั้นเตรียมตัวและพร้อมเดินทางตลอดเวลา "

ฉิวหรง ว่านเสวี่ยสูดลมหายใจเข้าลึกและเอ่ย " มา พวกเราจะเข้าไปภายในเมืองกัน " จากนั้นนางก็นำเข้าไป

หกผู้เยาว์ของเผ่าเงาหิมะนั้นเต็มไปด้วยความตื่นเต้นเมื่อเข้าไปยังสุสานใหญ่ครั้งแรก เผิงจางนั้นอดไม่ได้ที่จะเอ่ย " สุสานใหญ่ พวกเรามาแล้ว ! "

ทั้งหกนั้นเป็นผู้เยาว์ที่มีศักยภาพมากที่สุดในเผ่าเงาหิมะ นอกเหนือจากจุดประสงค์หลัก ฉิวหรง ว่านเสวี่ยนำพวกเขามาที่นี่ก็เพื่อที่จะให้พวกเขาได้รับประสบการณ์ที่ดี

เมื่อพวกเขาเข้ามาภายในสุสาน ฉิวหรง ว่านเสวี่ยก็นำพวกเขาไปในเมืองขนาดใหญ่ ทันใดนั้นพวกเขาก็ได้พบกับอากาศที่ร้อนมาก

มันมีถนนที่กว้างและผู้คนเดินกันไปมานับไม่ถ้วน มันเป็นเมืองที่ใหญ่ผู้ฝึกตนบางคนขี่สัตว์บินของเขาอยู่เหนือถนนของเมือง

เหล่าพ่อค้าต่างร้องตะโกน " หินสุสาน - มันสามารถของให้ผีนำทางได้ เหลือชิ้นสุดท้ายแล้ว โปรดเร่เข้ามา ! "

" ปลาสามลำเนา - ใช้ในการฟื้นฟูพลังงานและปรับแต่งเม็ดยา หนึ่งขวดต่อปลาสามตัว เร่เข้ามา อย่าได้พลาดโอกาสนี้ ! "

" พลังงานผีสุสาน - ตัวเลือกอันดับหนึ่งของเผ่าพันธ์ผี ตอนนี้มันขายอยู่ที่นี่ ขายในราคาเพียงปลาหนึ่งพันตัว มีที่นี่ที่เดียว เร่เข้ามใา ! "

* * * * * * *

เมืองนี้เต็มไปด้วยชีวิตชีวาพร้อมด้วยเสียงร้องของพ่อค้าและผู้ฝึกตนจำนวนมาก เมื่อเข้ามาภายใน ใครจะคิดว่าทีนี่เป็นเมืองของผีกัน ?

หกผู้เยาว์นั้นถูกดึงดูดอย่างรวดเร็วด้วยสภาพบรรยากาศภายในเมือง เนื่องจากมาเป็นครั้งรแรกพวกเขามาองไปรอบๆอย่างอยากรู้อยากเห็น

หนึ่งในผู้เยาว์เอ่ยถามอย่างสงสัย " นี้เป็นเมืองผีจริงๆ ? " เมืองในความคิดของพวกเขานั้นต่างจากความจริงอย่างสิ้นเชิง ความคิดแรกของพวกเขาเกี่ยวกับเมืองผีคือมันเต็มไปด้วยพลังงานที่น่ากลัว

ทว่าที่นี่กลับไม่มีพลังงานดังกล่าง กลับกันมันคล้ายกับเมืองของมนุษย์ กระทั้งมีการฉลองและมีบรรยากาศของมนุษย์จำนวนมาก

เขานั้นมาที่สุสานใหญ่มากกว่าหนึ่งครั้ง - หลี่ฉีเย่ถอนหายใจเบาๆเมื่อคิดถึงเรื่องนี้ สถานที่แห่งนี้นั้นเต็มไปด้วยความลลึกลับและมีแต่ผีที่อาศัยอยู่ที่นี่ กล่าวให้ตรงพวกเขาคือตัวตนของกลุ่มความรู้สึก ไม่ใช่ผี

ฉิวหรง ว่านเสวี่ยเอ่ย " เปิดดวงตาสวรรค์ของพวกเจ้าและดูว่าพวกเขาเป็นคนหรือผี...ไม่ ข้าควรจะเอ่ยว่ากลุ่มความรู้สึก "

หลังจากได้ยินเสียงของหัวหน้าเผ่า ผูัเยาว์เปิดดวงตาสวรรค์ของพวกเขาและเห็นภาพที่น่าขนลุก

เมืองที่เต็มไปด้วยความคึกคักและสมบูรณ์พร้อมด้วยพลังงานเหมือนทะเล - พวกเขานั้นไม่รู้สึกเหน็ดหรือเหนื่อย

ทว่าเมือเปิดดวงตาสวรรค์พวกเขาเห็นเพียงสุสานใหญ่เต็มไปด้วยพลังงานมืด กล่าวให้ถูกคือคนที่เดินอยู่ไม่ได้มีพลังงานในสายเลือดใดๆ บางส่วนของร้านค้านั้นเป็นเพียงภาพลวงตา

นี้จะไม่ให้พวกเขาตกใจได้อย่างไรที่เมืองใหญ่ขนาดนี้ปราศจากพลังงานในสายเลือด ? นี้เป็นเมืองที่ตายแล้ว

" ทำไมพวกเขาถึงได้ดูเหมือนคนจริงๆมากนัก ? " ศิษย์บางคนอุทาน คนที่อยู่ที่นี่นั้นเหมือนคนจริงๆอย่างมาก มองด้านนอกจะไม่รู้เลยว่าพวกเขาไม่มีพลังงานในสายเลือด

" ทั้งคนที่แข็งแกร่งและอ่อนแอสามารถพบได้ในสุสานใหญ่ กลุ่มความรู้สึกที่แข็งแกร่งนั้นแทบไม่ต่างจากผู้ฝึกตนในปกติ นอกจากว่าพวกเขาไม่มีพลังงานในสายเลือด ตรงกันข้ามกัลกลุ่มความรู้สึกที่อ่อนแอพวกเขาจะถูกมองผ่านดวงงตาสวรรค์และทุกอย่างล้วนเป็นภาพลวงตา "

เผิงจางชี้ไปที่กลุ่มของผู้เยาว์กลุ่มหนึ่งและอุทาน " ดูนั้น พวกเขาเป็นผีที่มีพลังงานในสายเลือด ! "

ฉิวหรง ว่านเสวี่ยเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง " อย่าได้หยาบคาย พวกเขาก็เป็นเหมือนพวกเจ้า - ผู้ฝึกตนจากภายนอก "

เผิงจางยิ้มแห้งก่อนจะถอนนิ้วมือของเขาออกมา เขาไม่กล้าที่จะแสดงอาการหยาบคายอีก

ในความจริง มีผู้เยาว์จำนวนมากเดินทางมายังสุสานใหญ่ทุกวัน บางคนมาเพื่อความสนุกสนาน บางคนมาเพื่อหาสมบัติในตำนาน และบางคนก็มาเพื่อหากุญแจเปิดหลุมฝังศพแห่งลางร้าย

หัวหน้าเผ่าพาพวกเขาเดินข้ามถนนมา และมีพ่อค้าตะโกน " ขายยันต์หินที่นี่ ยันต์จากเผ่าโบราณ เร่เข้ามาซื้อกันเร็วเข้า ! "

เผิงจางนั้นมองไปที่ยันต์หินอย่างสนใจก่อนจะเอ่ยถาม " พ่อค้า ยันต์หินนี้ราคาเท่าไหร่กัน ? "

พ่อค้ายิ้มอย่างกระตือรือร้นเมื่อเห็นเด็กหนุ่มเดินเข้ามาและเอ่ย " ถูกมาก ถูกอย่างยิ่ง เพียงปลาหกตัวเท่านั้น "

ศิษย์คนหนึ่่งได้ยินก็รีบเอ่ยถาม " ปลาหกตัว ? นั้นเป็นปลาแบบใดกัน ? "

ฉิวหรง ว่านเสวี่ยส่ายหัวของนางและเอ่ย " ปลาที่เขาหมายถึงนั้นคือ ปลาหยางราตรี นี้เป็นสกุลเงินที่สุสานใหญ่ใช้ไม่ใช่หยก แต่เป็นปลาหยางราตรี "

หลังจาได้ยินเรื่องนี้เผิงจางก็คอตกและวางมันลง เนื่องจากเขานั้นไม่มีปลาหยางราตรีแม้แต่ตัวเดียว...