420

ตอนที่ 420 เดินทางอีกครั้ง

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างกระทันหันนั้นทำให้การคาดการณ์ของหลี่ฉีเย่ผิดไป ตอนแรกเขาต้องการจะไปยังเกาะที่สูญหายหลังจากหมอกโลหิตนั้นมีมากเพียงพอแล้ว หลี่ฉีเย่นั้นมีวิธีการมากมายที่จะเข้าไปตราบใดที่เขาไปถึงเกาะได้ เขาก็สามารถหยิบอะไรก็ได้ตามตามที่เขาต้องการออกมา

แต่ตอนนี้เกาะที่สูญหายนั้นหายไปหรืออาจจะถูกเคลื่อนย้าย นี้เปลี่ยนแผนของเขาอย่างสมบูรณ์และเขาต้องการวิธีการใหม่

หลานอวิ๋นจูสูดลมหายใจเข้าลึกและเอ่ย " ข้าจะไปกับท่าน อย่างพวกเรายังช่วยเหลือกันได้ "

" ไม่ " หลี่ฉีเย่ส่ายหัวและเอ่ย " เจ้าและกลุ่มของผู้นำนิกายนั้นเตรียมพร้อมไว้ บางทีข้าอาจจะต้องใช้แรงพวกเจ้า สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการเตีรยมการเพื่อกรณีที่เลวร้ายที่สุดเกิดขึ้น "

" อะไรคือกรณีที่เลวร้ายที่สุด ? " หลานอวิ๋นจูเอ่ยถามอย่างประหลาดใจ

ด้วยการแสดงออกที่จริงจัง หลี่ฉีเย่มองไปยังเส้นขอบฟ้าและเอ่ยช้าๆ " สวรรค์นั้นอาจจะวุ่นวาย ในยุคนี้การสังหารหมู่ที่รุนแรงอาจจะเกิดขึ้น "

" สวรรค์กำลังจะวุ่นวาย ? " หลานอวิ๋นจูนั้นตื่นตระหนก ในยุคปัจจุบันโลกใต้พิภพศักดิ์สิทธิ์นั้นอยู่ในความสงบและไม่มีพลังใดที่สามารถทำลายความมั่นคงที่ถูกสร้างขึ้นโดยจักรพรรดิอมตะมาหลายยุคได้

" ไม่ว่าความโกลาหลจะเกิดขึ้นหรือไม่..." หลี่ฉีเย่กล่าวต่อพร้อมรอยยิ้ม " การที่สวรรค์วุ่นวายนั้นไม่ใช่ว่าจะไม่ใช่สิ่งไม่ดี เมื่อข้าสังหารข้ามชั้นฟ้าทั้งหลาย สิ่งที่ถูกสร้างขึ้นน่าจะปรากฏออกมา "

หลานอวิ๋นจูนั้นอดไม่ได้ที่จะตกตะลึง คำกล่าวของเขานั้นไม่ได้มีจิตสงหารแต่อย่างใด แต่เมื่อมันเข้ามาในหูนางพวกมันเป็นคำกล่าวคล้ายทรราชอย่างมาก อัจฉริยะจำนวนเท่าไหร่กันที่กล้าจะประกาศว่าจะสังหารข้ามชั้นฟ้า ? แต่ตอนนี้ หลี่ฉีเย่เอ่ยมันราวกับจะทำเมื่อไหร่ก็ได้

แม้ว่ามันจะถูกเอ่ยออกมาอย่างสบายๆ แต่มันก็เต็มไปด้วยความรู้สึกที่กดขี่ผู้คนอย่างมาก

" ข้าจะไปบอกอาจารย์และผู้อาวุโส " หลานอวิ๋นจูเอ่ยตอบย

หลี่ฉีเย่นั้นเตรียมตัวไปยังหลุมฝังศพแห่งลางร้าย ก่อนจะจากไปเขาเรียกลู่ไป๋ฉิวมาและเอ่ยถาม " เจ้ามีแผนอย่างไร ? เจ้าจะไปกับข้า หรือไปทำอย่างไร ? "

หลี่ฉีเย่นั้นชื่นชอบนิสัยของลู่ไป๋ฉิวจริงๆและอย่างจะฝึกสอนนาง ไม่เช่นนั้นเขาคงไม่นำนางไปด้วยตลอดเวลา

ลู่ไป๋ฉิวคิดชั่วครู่และเอ่ยกับหลี่ฉีเย่ " ข้าต้องการกลับไปยังเกาะนับพันเพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้น "

ลู่ไป๋ฉิวนั้นกังวลเกี่ยวกับการที่เกาะที่สูญหายนั้นหายไปอย่างมาก นางเป็นห่วงเหล่าศิษย์และคนในเกาะ

ในฐานะขุนนางพื้นที่ นางนั้นดูและเกาะนับพันมาเสมอและคิดว่ามันเหมือนกับบ้านของนาง มันมีประชาชนที่นางรักและเหล่าศิษย์ที่นางสนิท ตอนนี้เมื่อมีเรื่องเกิดขึ้นหัวใจของนางนั้นอยากจะกลับไปที่นั้นและตรวจสอบพวกเขา

" เช่นนั้นก็กลับไปเถอะ มันดีเหมือนกันที่จะกลับไปดู " หลี่ฉีเย่ตอบพร้อมรอยยิ้มและเข้าใจความรู้สึกของนาสง - เมื่อนางนั้นไม่เต็มใจจากบ้านเขาก็ไม่ต้องการบังคับ

" ขอบคุณนายน้อย " ลู่ไป๋ฉิวนั้นโค้งคำนับอย่างลึกซึ้่ง " ข้าได้รับหลายสิ่งหลายอย่างจากการติดตามท่านและข้าจะจดจำมันไว้ไม่ลืม " สำหรับลู่ไป๋ฉิวเมื่อเวลาผ่านไปนางอาจจะไม่ได้พบกับหลี่ฉีเย่อีก สำหรับพวกเขาทั้งสองนั้นเหมือนอยู่กันคนละโลก หลี่ฉีเย่นั้นเป็นมังกรในหมู่ชั้นฟ้า เขานั้นพร้อมจะทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุด

หลี่ฉีเย่ลูบหัวของนางและเอ่ยด้วยรอยยิ้ม " ทำตามหัวใจเจ้าเถอะ ข้าเชื่อว่าวันหนึ่งเจ้าจะไปได้ไกล แม้ว่ามันจะเป็นเรื่องยิ่งใหญ่ แต่ตราบที่เจ้าต้องการเจ้าสามารถไปได้ทุกที่ในโลกนี้ "

" ข้าจะจดจำคำสอนของนายน้อยไว้เป็นอย่างดี ! " ลู่ไป๋ฉิวสูดลมหายใจลึกและเอ่ย โดยไม่ต้องใจดวงตาของนางนั้นเปียกโชกไปด้วยน้ำตาและจมูกของนางเริ่มแดง แม้ว่านางจะไม่ได้ติดตามหลี่ฉีเย่มานาน แต่นางก็ได้เรียนรู้หลายสิ่งหลายอย่างและได้รับประโยชน์อย่างมาก

หลี่ฉีเย่พยักหน้าก่อนจะเดินจากไป เขาเดินไปหาเต๋าเบ่ากุ้ยคนที่กำลังเตรียมประตูทางเชื่อมไว้ให้เขา

หลังจากเห็นหลี่ฉีเย่ เต๋าเบ่ากุ้ยรีบเอ่ย " มันมีนิกายทรงอำนาจที่มีความสัมพันธ์ที่ดีกับเราในชายแดนใต้ ประตูเต๋านี้จะพาท่านส่งไปยังที่นั้นและสามารเดินทางไปยังหลุมฝังศพแห่งลางร้ายได้โดยง่าย "

" ดี มันจะเป็นเรื่องง่ายขึ้นหากข้าไปยังชายแดนใต้ " 

เต๋าเป่ากุ้ยนั้นสั่งให้เปิดประตูขณะที่ผู้อาวุโสและผู้อาวุโสสูงสุดนั้นมาส่งหลี่ฉีเย่ ก่อนเขาจะไปเต๋าเบ่ากุ้ยเอ่ยเตือน " ได้โปรดดูแลตัวเองด้วย หลุมฝังศพแห่งลางร้ายเป็นสถานที่ที่อันตรายและลึกลับที่สุดในโลกใต้พิภพศักดิ์สิทธิ์ "

" ไม่ต้องกังวล พวกมันยังไม่เพียงพอที่จะเอาชีวิตข้าไป " หลี่ฉีเย่เอ่ยด้วยรอยยิ้ม

หลี่ฉีเย่ก้าวเข้าสู่ประตูเต๋าและไปในพริบตา มันเคลื่อนย้ายเขาจากด้านหนึ่งมาสู่อีกนิกายหนึ่ง จากนั้นเขาก็รีบเดินทางไปยังหลุมฝังศพแห่งลางร้ายโดยไม่หยุดพัก

พันแม่น้ำหวนนั้นเป็นแม่น้ำที่ยาวที่สุดในโลกใต้พิภพศักดิ์สิทธิ์ กระแสของมันไม่เพียงจะข้ามดินแดนเมฆเหินแต่มันก็ยังมาถึงพื้นที่หมอกลวงตาทางตอนเหนือ และทอดยาวมาจนถึงชายแดนใต้และนี้คือดินแดนของหลุมฝังศพแห่งลางร้าย

หลุมฝังศพนี้เต็มไปด้วยความลึกลับ สถานที่ที่ไม่เคยถูกสำรวจโดยผู้คนมาก่อน คนจำนวนน้อยมากที่มีโอกาสได้เข้าไป

มันอยู่ลึกเข้าไปในชายแดนใต้ไร้ที่สิ้นสุด ในสถานที่แห่งนี้มีภูเขาและยอดเขาที่สูงทะลุชั้นฟ้า ไม่มีใครกล้าที่จะเสี่ยงในการปีนพวกมัน

ในส่วนลึกยังมีเทือกเขาและเนินเขาขนาดยักษ์ที่ชั้นฟ้าและปฐพี ทุกคนที่หวังจะเดินทางล้วนหยุดเมื่อเห็นความไกลของพวกมัน

เหนือขึ้นเป็นเต็มไปด้วยภูเขาที่ถูกปกคลุมด้วยม่านลึกลับ ดังนั้นไม่ใครรู้ว่ามีอะไรอยู่ภายใน

ช่วงกลางของเทือกเขานั้นมีหลุมฝังศพขนาดใหญ่ แผ่นจารึกของหลุมฝังศพนี้นั้นสูงทะลุชั้นฟ้าและอาจจะกล่าวได้ว่าใหญ่ที่สุดในโลก 

เสาของหลุมฝังศพขนาดยักษ์นี้ก็เป็นเหมือนเป็นประกาศเตือนของหลุมฝังศพแห่งลางร้าย มันกล่าวเมื่อเข้าไปภายในแล้วถึงจะเห็นเทือกเขา

ไม่มีใครรู้ว่าใครถูกฝังอยู่ภายใน บางคนกล่าวว่าเป็นจักรรพดิอมตะ บางคนกล่าวว่าเป็นตัวตนจากยุคตำนานและกระทั้งมีข่าวลือว่ามันเป็นสุดยอดบรรพกาลถูกฝังอยู่

แม้ว่ามันจะถูกผนึกตลอดมา หลังจากผ่านไปหลายล้านปีมันถก็ถูกเปิดสองหรือสามครั้งเพราะบางคนนั้นพบกุญแจเปิดมัน

เหตุผลว่าทำไมที่นี่จึงถูกเรียกว่าหลุมฝังศพแห่งลางร้าย ? นั้นไม่มีใครรู้ บางคนบอกว่ามันเป็นดินแดนแห่งความตาย เป็นหนึ่งในสิบสองหลุมฝังศพต้องห้าม มันที่อื่นๆสถานที่เต็มไปด้วยอันตราย ไม่มีใครรอดชีวิตกลับไปหลังจากเข้ามา

แม้ว่าจะมีประกาศเตือน แต่ทุกยุคก็มีคนจำนวนนับไม่ถ้วนที่พยามจะเข้าไป กระทั้งบางคนเชื่อว่าหากรอดกลับไปได้จะได้รับการสร้างใหม่ที่น่าตื่นตระหนก

เหตุผลสำหรับข่าวลือนี้ก็คือจักรพรรดิอมตะตี๋หยู่ เมื่อเขาเข้ามาตอนนี้ยังเยาว์และกลับออกไปแบบมีชีวิต เพราะว่าเรื่องนี้เขาจึงได้กลายเป็นจักรพรรดิอมตะ สุดท้ายเขาก็ได้กลายเป็นจักรพรรดิอมตะที่แบกเจตจำนงแห่งสวรรค์

บางคนกล่าวว่าเขานั้นได้รับบางสิ่งที่ทรงอำนาจจากหลุมฝังศพ บางคนกล่าวว่าเป็นคัมภีร์อมตะลับทำให้เขาสามารถฝึกฝนจนกลายเป็นจักรพรรดิอมตะได้

ตำนานของเขานั้นมีมาทุกยุค เขาไม่ได้มีชีวิตอยู่ยาวหลังจากกลายเป็นจักรพรรดิอมตะ แต่ช่วงเวลาไม่นานเขาก็ได้หายตัวไป แต่เชื้อสายของเขากลับอยู่มาถึงห้ารุ่นและกลายเป็นปาฏิหารย์ที่กวาดผ่านยุค

เพราะปาฏิหารย์นี้จึงมีตำนวนมากมายเกี่ยวกับจักรรรพดิอมตะและหลุมฝังศพแห่งลางร้าย ทว่าทุกตำนานนั้นมีบางอย่างที่เหมือนกันและนั้นคือการที่จักรพรรดิอมตะเขามาที่นี่ตอนที่เขายังเยาว์และกลับไปแบบมีชีวิต และเพราะข้อเท็จจริงนี้จึงมีข่าวลือว่าจักรพรรดิอมตะตี๋หยู่นั้นได้รับการสร้างใหม่ที่ยิ่งใหญ่จากหลุมฝังศพ - วิธีการมีชีวิตเป็นนิรันดร์ !

นี้ส่งผลให้ผู้ฝึกตนจำนวนนับไม่ถ้วนเข้ามายังหลุมฝังศพ ความจริงก็คือจักรพรรดิอมตะบางคนก็ยังเข้ามาในหลุมฝังศพแห่งลางร้าย ตัวอย่างเช่นจักรพรรดิอมตะหยินหยาง จักรรพรดิอมตะฟางเฉิน และจักรพรรดิอมตะหมิงตู่