417

ตอนที่่ 417 ประกาศสงคราม

" เช่นนั้นเป็นว่าเจ้าต้องการจะให้ข้าหนีไปจากนิกายพันแม่น้ำหวนในคืนนี้ ? " หลี่ฉีเย่ยิ้มเอ่ยเมื่อเห็นหลานอวิ๋นจูโกรธ

" มันจะดีมากหากท่านหนีไปตอนนี้เลย " หลานอวิ๋นจูกล่าวอย่างมีความสุขเมื่อเห็นหลี่ฉีเย่เปลี่ยนควาคิดของเขา " หากท่านหนีตอนนี้ ท่านมีโอกาสรอดจากนิกายพันแม่น้ำหวน เมื่ออกไปจากนิกายให้รีบออกไปจาดินแดนเมฆเหินยิ่งดี ไปยังไปยังชายแดนใต้หรือว่าแม่น้ำเขียว มันเป็นสถานที่ที่ดีในการหลบหนีและมีเผ่าพันธ์ผีจำนวนมาก อย่าลืมว่าท่านจะไม่ปลอดภัยหากอยู่ในดินแดนเมฆเหิน "

หลี่ฉีเย่มองที่นางและอมยิ้ม " สาวน้อยเจ้ารู้หรือไม่กำลังช่วยเหลือศัตรู ? "

" ท่านจะหนีหรือไม่ ! " หลานอวิ๋นจูเอ่ยขณะมองที่ไปเขา

" เจ้าก็เห็นด้วยตาตัวเองแล้ว " หลี่ฉีเย่โบกมือและเอ่ย " ตอนนี้ทั่วทั้งเกาะถูกล้อมโดยสมบูรณ์ มันไมีมีช่องว่าและข้าก็ถูกจับตา บอกให้ข้าหนีออกจานิกายนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย "

หลานอวิ๋นจูสูดลมหายใจลึกและเอ่ยอย่างจริงจัง " ข้าจะไปกับท่านด้วย จะไม่มีใครสังเกตเห็นหากท่านไปกับข้า เมื่อออกจากที่นี่ได้การจะหนีไม่ใช่เรื่องง่าย "

" เช่นนั้นรึ ? " หลี่ฉีเย่ลูบคางของเขาและกล่าวอย่างจริงจัง " แต่ข้าไม่ต้องการแยกกับเจ้า หากข้าหนีไปพวกเราจะไม่ได้พบกันอีก "

" เจ้ามาพูดเรื่องนี้ในเวลาเช่นนี้ทำไม ! " หลานอวิ๋นจูกระทืบเท้าด้วยความโกรธ

หลานอวิ๋นจูมองไปยังนางด้วยสายตาหลงใหลและเอ่ย " สาวน้อย พวกเราหนีไปด้วยกันเป็นอย่างไร ? พวกเราจะออกจากนิกายพันแม่น้ำหวนและจากพวกเขาไป จากนั้นพวกเราจะเป็นอิสระราวกับนักในท้องฟ้าเชียว "

" เพ้ย ใครต้องการหนีไปพร้อมกับท่านกัน ! " หลานอวิ๋นจูทานด้วยความอายและเอ่ย " ท่านสามารถฝันได้ ! เอายังไง ? ท่านจะหนีหรือไม่ ? หากท่านต้องการจะหนี ข้าจะช่วยท่านออกนอกนิกาย หากไม่ข้าจะไม่สนใจท่านอีก "

นี้ค่อนข้างร้ายแรงกับนาง การกระทำนี้มีโทษฐานกบฏ เมื่อนางโดนจับได้แม้ว่าจะเป็นลูกหลานของนิกายก็จะถูกลงโทษอย่างหนัก 

หลี่ฉีเย่เห็นการแสดงออกที่จริงจังของนางเขาอดไม่ได้ที่จะลูบแก้มของนางและอมยิ้มเอ่ย " สาวน้อย ข้าจะลากเจ้าเข้ามาเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้อย่างไร ? ไม่ต้องกังวลข้าจะไม่หนี เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ทำให้ข้าหนีไป ข้าก็คงไม่ใช่หลี่ฉีเย่ "

" เนื่องจากเคารพต่อความรู้สึกของเจ้า ข้าจะไม่ทำให้นิกายพันแม่น้ำหวนยุ่งยาก ข้าจะไม่นำต้นหลิวทองคำศักดิ์สิทธิ์ไปและให้มันอยู่ในนิกาย ทว่าสำหรับพวกโง่เง่าตาบอด...ข้าไม่ลังเลจะสังหารพวกมัน "

" ท่านคิดว่าท่านสามารถเอาชนะทุกคนในนิกายได้ด้วยตัวเอง ? " หลานอวิ๋นจูพูดด้วยความโกรธ

หลี่ฉีเย่พยักหน้าอย่างจริงจังและเอ่ย " ใช่ ! ข้าสามารถเอาชนะนิกายได้ด้วยตัวคนเดียวเพราะข้าคือหลี่ฉีเย่ ! "

หลานอวิ๋นจูนั้นตกตะลึงอย่างสมบูรณ์ เพราะข้าคือหลี่ฉีเย่ - นี้เป็นประโยคที่ยโสที่สุดเท่าที่นางเคยได้ยิน มันราวกับว่าหมู่ชั้นฟ้าและนิกายทั่วทั้งดินแดนล้วนไม่มีค่าอะไรเลยมีอยู่ต่อหน้าคนพูดประโยคนี้

เมื่อนางได้สติกลับมานางก็อุทานด้วยความโกรธ " ลืมมันซะ เจ้าอย่างทำอะไรก็ทำ ! อย่าได้ตำหนิข้าเมื่อเจ้าตายอนาถอยู่ที่นี่ ! " กล่าวเสร็จนางก็เดินออกไป

หลี่ฉีเย่หัวเราะกับสายตาที่โกรธเคืองของนาง ไม่นานต่อมาเมื่อกลางคืนมาถึงเขาก็ถอนหายใจเบาๆ

จากนั้นเขาก็พึมพำกับตัวเอง " ฉินหลี่ เรื่องนี้เจ้าตำหนิข้าไม่ได้ ควรจะตำหนิลูกหลานของเจ้าที่ไม่รู้ว่าควรจะพอเมื่อใด ข้ามอบหลายสิ่งหลายอย่างให้นิกายพันแม่น้ำหวนไม่ว่าจะเป็นต้นไม้ศักดิ์สิทธ์และสมบัติอื่นๆ หากพวกเขายังคงไม่ฟังอะไร เช่นนั้นมันคงถึงเวลาแล้วที่จะเปลี่ยนผู้ดูแลดินแดนแห่งนี้ "

เช้าวันรุ่งขึ้นลู่ไป๋ฉิวก็รีบวิ่งเข้ามา " นายน้อย นี้มันดูไม่ดีแล้ว ! "

หลี่ฉีเย่เปิดตาของเขาและถามอย่างใจเย็น " มีอะไรรึ ? หรือชั้นฟ้าจะถล่ม ? "

ลู่ไป๋ฉิวกล่าวเสียงหอบ " ชั้นฟ้าไม่ได้จะถล่ม แต่หยางหลงนำคนจำนวนมากมาเพื่อที่จะจับนายน้อย "

หลี่ฉีเย่หรี่ดวงตาของเขาและเอ่ยด้วยรอยยิ้ม " จับข้า ? ให้พวกมันมา พวกเราควรจะให้พวกโง่นั้นได้อาบเลือด วันนี้เป็นวันที่นิกายพันแม่น้ำหวนจะต้องเปลี่ยนไปตลอดกาล "

หลี่ฉีเย่เดินออกไปข้างนอกพร้อมกับลู่ไป๋ฉิว และเห็นหยานหลงพร้อมกับกลุ่มผู้เชียวชาญจำนวนมาก พวกเขาทั้งหมดมีกลิ่นอายที่ดุร้าย

หยานหลงนั้นกลายเป็นดุร้ายเมื่อเห็นหลี่ฉีเย่ หลายวันก่อนเขานั้นถูกทุบตีโดยหลี่ฉีเย่และอาจารย์ของเขาต้องใช้สมุนไพรจำนวนมากเพื่อที่จะรักษา นี้จะไม่ให้เขาโกรธได้อย่างไรเมื่อเห็นศัตรูของเขาอยู่ตรงหน้า ?

เขาทันใดนั้นก็ล้อมหลี่ฉีเย่ไว้ด้วยผู้เชียวชาญ มันไม่มีช่องว่างแม้แต่มดสักตัวที่จะหลบหนีได้

ศิษย์หลายคนนั้นเห็นฉากนี้จากระยะไกล แต่พวกเขาก็ไม่มีใครกล้าพูดอะไรและร่วมชมความสนุก

ในช่วงสองวันที่่ผ่านมาบรรพยากาศของนิกายนั้นเต็มไปด้วยความตึงเครียด ผู้อาวุโสนั้นออกคำสั่งปิดล้อมทะเลสาปไม่ให้ผู้คนเข้าและออก

กระทั้งศิษย์ธรรมดาก็ยังรู้ว่ามีเรื่องใหญ่กับเกิดขึ้นในนิกาย ทว่าศิษย์ธรรมดาล้วนไม่กล้าจะถามเกี่ยวกับเรื่องนี้

ลักษณะของหยานหลงนั้นรุนแรง มันเหมือนกับว่าเขานั้นต้องการจะฆ่าหลี่ฉีเย่และฉีกเนื้อหักกระดูกของเขา สุดท้ายเขาก็เอ่ย " สารเลวหลี่ ยอมรับความผิดของเจ้าและยอมให้จับกุมซะ หรือต้องให้พวกเราใช้กำลัง ? "

" เป็นว่านิกายพันแม่น้ำหวนของเจ้าจะกลับคำพูด ? การที่เชื่อสายจักรพรรดิอมตะทำเช่นนี้น่าอับอายยิ่ง...นี้น่าผิดหวังอย่างแท้จริง " หลี่ฉีเย่เอ่ยอย่างไม่แยขณะที่มือทั้งสองเขานั้นไขว้หลังอยู่

" กลับคำพูด ? พวกเราเพียงทำหน้าที่ของศิษย์ที่ดี สำหรับสารเลวเช่นเจ้าที่มีจุดประสงค์ในการสอดแนมและขโมยความลับของนิกาย ไม่มีข้อยกเว้นใดๆสำหรับเรื่องนี้ "

" สอดแนมนิกายพันแม่น้ำหวน ? " หลังจากได้ยินคำนี้ ลู่ไป๋ฉิวด้านหลังหลี่ฉีเย่นั้นไม่พอใจอย่างมาก

ทุกคนนั้นรู้ว่าหลี่ฉีเย่มาที่นี่เพื่อการหมั้น กระทั้งตัวนิกายเองก็ยังเป็นคนตัดสินการทดสอบ ตอนนี้นิกายกลับบอกว่าเขามาเพื่อสอดแนม - นี้เห็นได้ชัดว่าโกหกทั้งสิ้น

ตรงกันข้ามกับลู่ไป๋ฉิวที่กำลังโกรธ หลี่ฉีเย่ตอบด้วยรอยยิ้ม " ไม่แล้ว แน่นอนว่าในเมื่อพวกเจ้าต้องการจะใส่ร้ายข้า เหตุผลใดๆก็คงใช้ได้ทั้งสิ้น "

" หยุดเสียเวลาได้แล้ว ทำตัวให้ฉลาดและยอมให้พวกเราจับซะ ไม่เช่นนั้นเจ้าจะนำปัญหามาสู่ตัวเอง " หยานหลงแค่นเสียงเอ่ย " หากเจ้าเลือกที่จะต่อต้าน พวกเราจะตัดแขนและขาของเจ้าให้พิการ ถึงจุดนั้นอย่าตำหนิพวกเราที่ไม่ปราณี  " ในตอนนี้เขาเผยรอยยิ้มโหดร้ายออกมา

หยานหลงนั้นต้องการโอกาสที่จะแก้แค้นหลี่ฉีเย่ ชะตากรรมของหลี่ฉีเย่คือการตายด้วยน้ำมือเขา นี้คือการลงโทษของคนที่พยามจะขโมยผู้หญิงของเขา

" แล้วไง ? " หลี่ฉีเย่ฉีกยิ้ม " นี้คือการตัดสินใจโดยนิกายหรือเป็นการตัดสินใจของเจ้ากัน ? "

หยานหลงเอ่ยอย่างเย็นชา " ศิษย์ทั้งหมดของนิกายพันแม่น้ำหวนนั้นตอนจัดการคนที่มาสอดแนมและขโมยคัมภีร์เจตจำนงลับของนิกาย ! "

หลี่ฉีเย่พย้กหน้าเอ่ย " ข้าเข้าใจแล้วว่านี้เป็นความแค้นส่วนตัว แต่เจ้าเพียงลำพังไม่มีความสามารถพอ "

ใบหน้าของหยานหลงนั้นกลายเป็นซีดขาวเพราะเขานั้นเคยเจ็บตัวเพราะหลี่ฉีเย่ จากนั้นเขาคำราม " ไป อย่าได้แสดงควาเมตตาต่อเจ้าสารเลวนี้ ! "

กล่าวเสร็จเขาก็ระเบิดพลังงานในสายเลือดพร้อมทั้งหยิงสมบัติบรรพชนเที่ยงธรรมออกมา

" ตูม !! " หลังจากนั้นก็มีเสียงระเบิด ผู้เชียวชาญบนท้องฟ้าจำนวนมากสร้างตาข่ายที่ทรงอำนาจขึ้นมา

ทั้งกลุ่มนั้นเตรียมพร้อมมาอย่างดีว่าการจะจับหลี่ฉีเย่นั้นต้องทุ่มทุกอย่าง

เมื่อพิ้นที่โดยรอบเต็มไปด้วยตาข่าย หยานหลงทะยานเข้ามาพร้อมด้วยอาวุธบรรพชนเที่ยงธรรมของมันที่ระเบิดอำนาจออกมา !

ขณะที่อยู่ปากเหวแห่งชีวิตและความตาย หลี่ฉีเย่หรี่สายตาของเขาลงก่อนจะขยับร่างกาย ทันใดนั้นเวลารอบข้างเหมือนจะหยุดลงเมื่อเขากระพือปีกด้านหลัง

" ปัง ! ปัง ! ปัง ! " เสียงของระเบิดดังออกมาพร้อมกับผู้เชียวชาญจำนวนมากร้องโหยห้วน ผู้เชียวชาญที่อยากจะจับหลี่ฉีเย่ถูกซัดปลิวไปทั้งหมดพร้อมด้วยกองเลือดและเศษเนื้อที่อาบชั้นฟ้า

" ตูม ! " ร่างกายของหลี่ฉีเย่นั้นเป็นอาวุธที่ทรงอำนาจมากที่สุด แต่ละการโจมตีของเขานั้นรากับภูเขาศักดิ์สิทธิ์และแม้แต่สมบัติบรรพชนเที่ยงธรรมก็ยังปลิวออกไป

" ตูม !! " ก่อนที่หยานหลงจะรุ้ว่าเกิดอะไรขึ้น เขาก็พ่นเลือดสดพร้อมด้วยกระดูกที่ถูกบดละเอียด ก่อนที่เขาจะได้ทำอะไรคอของเขาก็ถูกยกขึ้นสูงด้วยมือของหลี่ฉีเย่

" ใครนะต้องการจะจับข้า ? " หลี่ฉีเย่ยิ้มและยกหยานหลงขึ้น " บอกให้คนที่คอยบ่งการเจ้าออกมา หรือจะให้ข้าขยี้เจ้า ! "

" สารเลว ปล่อยเขาไป ! " ผู้อาวุโสหลินนั้นคำรามลั่นพร้อมกับระเบิดกำปั้นที่ทำลายชั้นฟ้าพุ่งเขาใส่หลี่ฉีเย่อย่างไม่ปราณีใดๆ