416
อนที่ 416 การต่อสู้ที่ใกล้เข้ามา
เต๋าเบ่ากุ้ยกลับมาและจัดประชุมในตอนกลางคืน บรรดาผู้อาวุโสและผู้อาวุโสสูงสุดต่างมาประชุมครั้งนี้ด้วยบรรยากาศเคร่งเครียด
ในระหว่างนี้เต๋าเบ่ากุ้ยได้อธิบายรายละเอียดทุกอย่างรวมถึงความกังวลของเขาอย่างชัดเจน
ผู้อาวุโสหลินคนที่เกลียดชังหลี่ฉีเย่เอ่ยเย้ยหยัน " ในเมื่อเขาไม่ให้ความร่วมมือ เช่นนั้นเขาไม่สามารถตำหนิพวกเราที่ไม่ให้โอกาสได้เขาได้ จับเขาและเริ่มต้นการสอบปากคำ "
ผู้อาวุโสคนอื่นนั้นพยักหน้าและเอ่ย " ผู้นำนิกาย ผู้เยาว์เช่นเขานั้นทำราวกับว่านิกายพันแม่น้ำหวนของพวกเรานั้นไม่มีอะไร หากเขาไม่ได้สัมผัสความแข็งแกร่งของเรา เช่นนั้นเขาอาจจะคิดว่าพวกเขาข่มขู่ได้ง่าย "
ก่อนหน้านี้ผู้อาวุโสจำนวนน้อยที่ยังไม่ได้เลือกข้าง ต่างก็หวังว่าจะได้รับการแก้ไขอย่างสงบสุข แต่ความหยิ่งยโของหลี่ฉีเย่ทำให้ผู้อาวุโสโกรธ พวกเขารู้สึกว่าการปฏิเสธของหลี่ฉีเย่ทำให้พวกเขาเสียหน้า !
ผู้อาวุโสสูงสุดนั้นเข้มงวดอย่างมากเกี่ยวกับเรื่องแบบนี้ ผู้อาวุโสสูงุสุดหวังกล่าวอย่างเย็นชา " ผู้นำนิกาย ผู้เยาว์เช่นเขากล้าที่จะเหยียบหัวเราะเช่นนี้...พวกเราจะรออะไรอีก ? จับเขาตอนนี้เลย ! "
ผู้อาวุโสหยางนั้นตรงกันข้าม เขาเลือกจะช่วยเหลืออีกเล็กน้อย " ให้หลี่ฉีเย่ได้เวลาคิดอีกหน่อย มันเป็นโอกาสสุดท้ายของเขา รอจนกระทั้งวันพรุ่งนี้ "
แม้ว่าผู้อาวุโสหยางนั้นอยากจะช่วยหลี่ฉีเย่ แต่เขาก็ไร้อำนาจเพราะหลี่ฉีเย่ทำให้ผู้อาวุโสภายในนิกายพันแม่น้ำหวนโกรธ เขานั้นไม่รู้ว่าหลี่ฉีเย่ต้องการทำอะไร หรือเขาต้องการจะเป็นศัตรูกับนิกายด้วยตัวคนเดียว ? กระทั้งบรรพชนเที่ยงธรรมก็ยังไม่กล้า ไม่ต้องเอ่ยถึงผู้เยาว์จากยุคนี้
เขาเข้าใจว่าต้นสารพัดฝันนั้นเลือกหลี่ฉีเย่เพราะว่ามีเหตุผล แต่ทัศนคติที่หยิ่งยโสของเขาทำให้เป็นไปไม่ได้ที่จะปกป้องเขา
" พวกเราจะทำตามคำกล่าวของผู้อาวุโสหยาง ให้โอกาสสุดท้ายกับหลี่ฉีเย่ และข้าจะไปพูดกับเขาในวันนี้พรุ่งนี้ " เต๋าเบ่ากุ้ยนั้นประกาศ เขานั้นเห็นด้วยกับแผนนี้
เทียบกับผู้อาวุโสที่กำลังโกรธ เต๋าเบ่ากุ้ยนั้นค่อยข้างจะกังวล ผู้อาวุโสคนอื่นนั้นไม่ได้พูดกับหลี่ฉีเย่โดยตรงดังนั้นเขาจึงไม่ได้สัมผัสบรรยากาศนั้น ความรู้สึกที่ว่าหากต่อต้านหลี่ฉีเย่นิกายนั้นจะต้องล่มสลายทำให้จิตใจของเขาสั่นไหว
แต่ตอนนี้ กระทั้งเขาก็ยังไม่สามารถทำให้ผู้อาวุโสที่โกรธนั้นสงบลงได้ ไม่ต้องเอ่ยถึงการเปลี่ยนแปลงการตัดสินใจ หากปราศจากการสนับสนุนของผู้อาวุโสหยาง เกรงว่าพวกเขาคงลงมือไปแล้ว
" เพียงแค่หนึ่งวัน " สุดท้ายภายใต้คำประกาศของผู้นำนิกาย ผู้อาวุโสคนอื่นก้ตกลงจะยืดเวลาออกไปอีกหนึ่งวัน พวกเขานั้นให้เต๋าเบ่ากุ้ยไปคุยกับหลี่ฉีเย่ก่อนที่นิกายจะจับตัวเขา
กลุ่มของผู้อาวุโสหลินนั้นต้องการจะกำจัดหลี่ฉีเย่ทันที แต่พวกเขาก็ยังกังวลและรำคาญเกี่ยวกับการที่เต๋าเบ่ากุ้ยยังคงปกป้องสารเลวนี้
เต๋าเบ่ากุ้ยนั้นถอนหายใจยาว เขาพยามจะให้โอกาสกับหลี่ฉีเย่อีกหนึ่งวัน แต่ลึกลงไปในใจเขารู้ดีว่าหลี่ฉีเย่จะไม่เปลี่ยนแปลงอะไร ทว่าเขาก็ไม่สามารถทำอะไรที่จะโน้มน้าวผู้อาวุโสคนอื่นได้
ทั้งสองฝ่ายนั้นไปถึงจุดที่ยาจกะถอยกลับแล้ว หากเป็นคนอื่นเต๋าเบ่ากุ้ยมีความมั่นใจในการจับเขา ในฐานะเชื้อสายของจักรพรรดิพวกเขาไม่ได้ขาดความแข็งแกร่ง
ทว่าเต๋าเบ่ากุ้บกับไม่มีความมั่นใจในการจับผู้เยาว์เช่นหลี่ฉีเย่ เขาพบว่าทุกอย่างนั้นค่อยข้างลึกลับ กระทั้งศิษย์ของนิกายพันแม่น้ำหวนหรือลูกหลานของนิกายยังไม่สามารถเข้าไปยังรากฐานของนิกายได้ แต่คนนอกเช่นหลี่ฉีเย่ทำได้ นี้จะไม่ให้เขาวิตกได้อย่างไร ?
อะไรคือความสัมพันธ์ของหลี่ฉีเย่และนิกาย ? หลี่ฉีเย่กระทั้งพูดว่าต้นหลิวทองคำศักดิ์สิทธิ์นั้นเป็นของเขายินดีจะตามเขาไป...ทำไม ? ความลึกลับเหล่านี้ทำให้เต๋าเบ่ากุ้ยจมอยู่ในความคิด
หากคำกล่าวของหลี่ฉีเย่เป็นจริง และเมื่อเกิดความขัดแย้ง จะเกิดอะไรขึ้นกับนิกายหากต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์เลือกที่ะตามเขาไป ?
เต่าเบ๋ากุ้ยนั้นสั่นสะท้านเมื่อคิดถึงเรื่องนี้ ปราศจากต้นหลิวทองคำศักดิ์สิทธิ์ พันทะเลสาปห้วนที่เจริญรุ่งเรืองมันจะกลับกลายเป็นทะเลสาปธรรมดาและไม่สามารถทำให้ปีศาจบรรลุเต๋าได้ !
เต๋าเบ่ากุ้ยรู้สึกว่าภาระบนบ่าของเขานั้นหนักอย่างมาก เขานั้นไม่สามารถโน้มน้าวผู้อาวุโส ดังนั้นทางเดียวก็คือเชิญท่านบรรพชนมา
ทว่าเขาก็รู้ดีว่าความคิดของเขาเพียงคนเดียวไม่เพียงพอจะเชิญท่านบรรพชน ไม่ต้องเอ่ยถึงการให้ท่านบรรพชนมาคุ้มครองหลี่ฉีเย่
คืนนี้สำหรับเต๋าเบ่ากุ้ยนั้นเป็นคืนที่ยาวไม่รู้จบ
ในคืนนั้น หลานอวิ๋นจูนั้นรีบไปยังที่พักของหลี่ฉีเย่ นางนั้นเป็นสตรีที่เต็มไปด้วยความั่นใจและไม่เคยตื่นตระหนก แต่ตอนนี้ดูเหมือนนางจะตื่นตระหนกอย่างมาก
เมื่อนางเห็นเขานางก็รีบเอ่ย " เร็วเข้ารีบหนีไปคืนนี้เลย ! "
เทียบกับนางที่ตื่นตระหนก หลี่ฉีเย่ยังผ่อนคลายอย่างมากและก่อนจะมองนางและเอ่ย " ทำไมต้องหนี ? "
หลานอวิ๋นจูตอบอย่างกังวล " ผู้อาวุโสนั้นตัดสินจะจับเจ้าแล้ว แม้ว่าผู้นำนิกายจะยืดเวลาออกไป หากเจ้าเลือกที่จะไม่พูดพวกเขาจะจับเจ้า ตอนนี้ผู้อาวุโสจำนวนมากอยากจะจับเจ้า โดยเฉพาะกลุ่มของผู้อาวุโสหวัง พวกเขานั้นต้องการจับเจ้าให้เร็วที่สุด หากไม่ใช่เพราะผู้นำนิกายพวกเขาจะมาจับเจ้าไปแล้ว "
หลี่ฉีเย่นั้นอมยิ้มเอ่ย " หากพวกเขายินดีจะทำเรื่องให้ยุ่งยากเช่นนั้น ข้าก็ยินดีที่จะเผชิญหน้ากับพวกเขาได้ทุกเวลา ข้านั้นค่อยข้างขาดการต่อสู้มานานแล้ว หากไม่ใช่เพราะเจ้า ข้าคงเริ่มการสังหารหมู่ไปแล้ว "
หลานอวิ๋นจูอุทานด้วยความตกตะลึง " นี้เจ้าบ้าไปแล้ว ? ข้ารู้ความแข็งแกร่งของเจ้า แต่นี้ไม่ใช่เวลาที่พึงพามันได้ ไม่ต้องกล่าวถึงว่าผู้อาวุโสทุกคนนั้นอยู่จุดสูงสุดขององค์รักษ์เทพสวรรค์ เมื่อเริ่มการต่อสู้ผู้อาวุโสสูงสุดก้ไม่ลังเลที่จะเข้าร่วม พวกเขาบางคนนั้นอยู่จุดสูงสุดของราชันเทพสวรรค์ หากพวกเขาลงมือแม้ว่าเจ้าจะมีสิบชีวิตก้ไม่เพียงพอ "
" สาวน้อย เจ้ากล่าวผิดแล้ว หากมันเป็นที่อื่นเช่นนั้นข้าอาจจะกังวลราชันเทพสวรรค์ระดับสูงสุดเล็กน้อย ทว่าที่นี่คือนิกายพันแม่น้ำหวน กระทั้งบรรพชนเที่ยงธรรมาด้วยตัวเอง ข้าก็ยังคงปลอดภัยเพราะที่นี่คือบัลลังก์ของข้าที่อยู่เหนือเก้าชั้นฟ้า "
หลานอวิ๋นจูนั้นตะโกนด้วยความโกรธ " เจ้าอย่าได้หยิ่งยโสมากเกินไป ! นี้คือนิกายพันแม่น้ำหวนเชื้อสายจักรพรรดิอมตะ ! แม้แต่บรรพชนเที่ยงธรรมก็ไม่สามารถทำอะไรนิกายได้ เจ้าคิดว่าเพียงเจ้าคนเดียวสามารถทำได้ ? แม้ว่าเจ้าจะมีหกวงแหวนและเก้าดวงดารา มันก็ยังไม่สามารถต่อกรกับพวกเขาได้ เจ้าเข้าใจหรือยัง ? "
นางนั้นกังวลกับหลี่ฉีเย่อย่างมาก ไม่เช่นนั้นนางคงไม่เริ่มวิ่งมาเพื่อชักชวนให้เขาหลบหนี
หลี่ฉีเย่ยิ้มอย่างใจเย็นและเอ่ย " เจ้ากล่าวถูก ที่นี่คือนิกายพันแม่น้ำหวน - ดินแดนของข้า ในสถานที่นี้ข้าคือผู้ปกครองเพียงหนึ่งเดียว เจ้าเข้าใจหรือยัง ? "
" เจ้าคิดว่าเจ้าสามารถต่อสู้กับผู้อาวุโสได้ ? ฮึ่มม แม้ว่าเจ้าจะต่อกรกับผู้อาวุโสได้ เมื่อเจ้าคุกคามนิกายแม่น้ำของพวกเราท่านบรรพชนจะต้องออกมายุติทุกอย่าง เจ้าควรจะเข้าใจหากบรรพชนของนิกายพันแม่น้ำนั้นกลับมามีชีวิต " หลานอวิ๋นจูนั้นกล่าวอย่างข่มขื่น นางนั้นอยากจะช่วยหลี่ฉีเย่แต่ทำไมเขาถึงได้ยโสเช่นนี้
หลี่ฉีเย่ส่ายหัวและเอ่ย " เจ้ากล่าวผิดแล้ว ข้าอยู่ที่นี่เพื่อให้โอกาสนิกายแม่น้ำอีกครั้ง หากไม่ใช่เพราะบรรพบุรุษของเจ้า เช่นนั้นข้าคงพลิกคว่ำนิกายแม่น้ำไปแล้ว..."
" องค์รักษ์เทพสวรรค์ ? บรรพชนเที่ยงธรรม ? แล้วไง ? ตราบใดที่ข้าลงมือการฆ่าพวกเขาก็ราวกับบี้มด แต่ตอนนี้ข้าไม่ต้องการให้มือข้าเปื้อนเลือดลูกหลานของจักรพรรดิอมะฉินหลี่ ไม่เช่นนั้นเจ้าคิดหรือว่าข้าจะยอมรับการทดสอบของนิกายแม่น้ำ ? "
หลานอวิ๋นจูนั้นมองเขาเหมือนมองตัวประหลาดและเอ่ย " ท่านลุง หน้าของท่านหนาเกินไปแล้ว ท่านพูดราวกับว่าท่านรู้จักท่านจักรพรรพดิอมตะและสนิทสนมกับเขา "
" คำกล่าวของเจ้าในเวลานี้นั้นถูกต้อง " หลี่ฉีเย่อมยิ้มเอ่ย " หากจักรพรรดิอมตะฉินหลี่นั้นยังคงอยุ่ในโลกนี้ เขาก็ยังต้องยอมลงให้กับข้า "
แน่นอนว่าเขานั้นไม่เอ่ยออกไปตรงว่าเขาและจักรพรรดิอมตะฉินหลี่นั้นเป็นอะไรกัน
" หยุดเลย ! " หลานอวิ๋นจูส่ายหัว " ท่านไม่มียางอายเลยจริงๆ บรรพบุรุษของพวกเรานั้นคือจักรพรรดิอมตะฉินหลี่ ผู้เป็นตัวตนอมตะในโลก ท่านคิดว่าผู้เยาว์ไร้ตัวตนเช่นท่านจะทำให้ท่านบรรพบุรุษไว้หน้าได้รึ ? ความจองของท่านนั้นไร้ขอบเขตเกินไป "
" แม้ว่าข้านั้นจะเป็นผู้เยาว์ไร้ตัวตน...แต่ไม่ได้หมายความบรรพบุรุษของพวกเจ้าจะมองไม่เห็นพลังที่แท้จริงของข้า ไม่เหมือนเช่นพวกเจ้า " หลี่ฉีเย่กล่าวมันราวกับว่านี้เป้นเรื่องจริง
" ข้าไม่สนใจท่านอีกแล้ว หากท่านต้องการจะตายเช่นนั้นก็ตายไปซะ ! " หลานอวิ๋นจูกล่าวอย่างหมดความอดทน " ท่านอยากทำอะไรก็ตามแต่ อย่าได้มาเสียใจหากท่านไม่มีโอกาสหนี ! " หลานอวิ๋นจูนั้นกระทืบเท้าของนางด้วยความโกรธเพราะตอนนี้นางนั้นโกรธอย่างแท้จริง...