415


แสดงโพสต์โดยจัดเรียงตามความเกี่ยวข้องกับคำค้นหา 415 จัดเรียงตามวันที่ แสดงโพสต์ทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2560

ตอนที่ 415 เจรจา

หลี่ฉีเย่ส่ายหัวของเขาเพราะไม่เห็นด้วยกับคำกล่าวของเต๋าเบ่ากุ้ย " เจ้ากล่าวผิดแล้ว กล่าวให้ถูกก็คือนิกายพันแม่น้ำหวนของเจ้ามีชีวิตอยู่เพราะบ่อหยินหยาง ชื่อเสียงของเจ้าขึ้นอยู่กับบ่อน้ำนั้นและมันไม่ได้เป็นของพวกเจ้า นี้ชัดเจนพอหรือไม่ ? "

เต๋าเบ่ากุ้ยนั้นมักจะลำเอียงและเข้าข้างหลี่ฉีเย่เสมอ แต่คำกล่าวของหลี่ฉีเย่วันนี้ทำให้เขาโกรธมาก ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ต้องพยามสงบในฐานะผู้นำนิกาย ทว่าน้ำเสียงของเขาก็ยังเต็มไปด้วยความโกรธ " หากเจ้ากล่าวเช่นนั้น หากบ่อหยินหยางไม่ได้เป็นของนิกายพันแม่น้ำหวน เช่นนั้นแล้วมันเป็นของใคร ? "

" ข้า " หลี่ฉีเย่ชี้หน้าตัวเองและเอ่ย " กล่าวให้ถูกคือมันเป็นของข้าคนเดียว และมีเพียงข้าที่ได้รับอนุญาติให้เข้าไปได้ "

เต๋าเบ่ากุ้ยตะโกนอย่างเกรี้ยวกราด " นายน้อยหลี่ท่านจะมากกเกินไปแล้ว ! "

เต๋าเบ่ากุ้ยนั้นพยามจะอดทนต่อหลี่ฉีเย่หลายครั้งเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่ตอนนี้คำพูดของหลี่ฉีเย่ทำให้ความอดทนของเขาหมดลง

หลี่ฉีเย่เหลือบมองก่อนจะเอ่ย " ผู้นำนิกายข้าเข้าใจตำแหน่งของท่าน และข้ารู้ความคิดของตาแก่ในนิกายพันแม่น้ำหวน มันมีความลับบางอย่างที่จะต้องเอามาให้ได้ไม่ว่าจะอย่างไร ถูกต้องหรือไม่ ? แต่รู้ไหมว่าทำไมข้ายังอยู่ที่นี่ ? "

หัวใจของเต๋าเบ่ากุ้ยนั้นสั่นสะท้านอย่างรุนแรง ในฐานะผู้นำนิกายเชื้อสายจักรพรรดิ เขานั้นเผชิญคลื่นพายุมาจำนวนมาก และเขานั้นเป็นคนฉลาดและรู้สึกมีบางอย่างที่ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการที่หลี่ฉีเย่รู้ความลับทุกอย่างอย่างชัดเจน แต่เขาก็เลือกที่จะอยู่ที่นี่

คนอื่นนั้นอาจจะหนีไปนานแล้วหากพวกเขาเป็นกุญแจในการไขความลับของนิกายแม่น้ำ หากพวกเขาไม่เป็นมิตร ทว่าหลี่ฉีเย่นั้นตรงกันข้ามที่อยู่โดยปราศจากความกลัวใดๆ

เต๋าเบ่ากุ้ยสูดลมหายใจเข้าลึก เพื่อรักษาความสงบและเอ่ย " ข้ากำลังรอฟังอยู่ "

หลี่ฉีเย่ยิ้มกว้างและเอ่ยอย่างสบายๆ " ไม่มีอะไรมาก ข้าต้องการดูว่าเชื่อสายของจักรพรรดิอมตะฉินหลี่นั้นทำให้เขาอับอายหรือไม่ ความจริงก็คือข้านั้นแสดงความเารพต่อพวกเจ้ามากแล้ว ทว่าหากพวกทำตัวไม่มีเหตุผล เช่นนั้นข้าก็คิดว่าถึงเวลาที่นิกายพันแม่น้ำหวนจะต้องล่มสลาย "

" นี้เจ้ากำลังจะกล่าวอะไร ! " การแสดงออกของเต๋าเบ่ากุ้ยนั้นเปลี่ยนเป็นจริงจังอย่างมาก

หลี่ฉีเย่ตอบอย่างไม่แยแส " ไม่มีอะไรมาก หากนิกายพันแม่น้ำหวนไม่มีค่าพอให้ข้าจดจำ เช่นนั้นดินแดนแห่งนี้ก็ไม่ควรค่าจะให้ข้าดูแลมันต่อ หากเป็นเช่นนั้นความมั่นคั่งของนิกายพันแม่น้ำเป็นสิ่งที่ข้ากังวล "

เหตุผลที่หลี่ฉีเย่ไม่ได้นำของชิ้นนั้นออกมาจากวิหารทองคำไม่ใช่เพราะจักรพรรดิอมตะฉินหลี่ แต่เป็นเพราะเขาให้โอกาสนิกายแม่น้ำ แม้ว่าจะมีผู้อาวุโสหลายคนทำให้หลี่ฉีเย่หงุดหงิด อย่างน้อยก็ยังมีหลานอวิ๋นจู , เต๋าเบ่ากุ้ย และผู้อาวุโสหยางที่ทำให้หลี่ฉีเย่ประทับใจ พวกเขาสมควรได้รับความเมตตา

เต๋าเบ่ากุ้ยนั้นยังคงหลี่ฉีเย่อย่างจริงจัง หากเป็นคนอื่นพวกเขาจะต้องโกรธจากเรื่องนี้แต่ไม่มใช่เขา

เต๋าเบ่ากุ้ยเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง " นายน้อยหลี่อย่าลืมว่านี้คือนิกายพันแม่น้ำหวน เชื้อสายของจักรพรรดิอมตะ พวกเรานั้นอยู่มาหลายชั่วอายุและไม่ได้ถูกข่มขู่ได้ง่ายๆ "

" ข้าไม่ได้ขู่ผู้นำนิกาย แต่ข้าพูดความจริง ถูกต้องนี้คือนิกายพันแม่้หวนและข้านั้นเป็นผู้ปกครองทุกสิ่งทุกอย่างของที่นี่ ข้าทำให้ท่านเข้าใจมากขึ้นหรือไม่ ? " หลี่ฉีเย่เอ่ยด้วยรอยยิ้ม

เต๋าเบ่ากุ้ยเอ่ยโต้เแย้ง " นิกายพันแม่น้ำหวนของเราไม่ใช่ดินเหนียวจะให้ใครมาทุบได้ตามใจ " คำกล่าวเหล่านี้นั้นไม่ใช่ปราศจากเหตุผล เชื้อสายจักรพรรดิอมตะนั้นแข็งแกร่งและอยู่มาเป็นเวลานาน

" ข้ารู้ว่านิกายพันแม่น้ำหวนนั้นทรงพลังมาก " หลี่ฉีเย่พยักหน้าเห็นด้วยและเอ่ย " แต่เจ้ารู้ไหมทำไมนิกายถึงรุ่งเรืองมาถึงตอนนี้ ? เจ้ารู้หรือไม่ทำไมพันทะเลสาปแม่น้ำหวนจึงน่าตกตะลึง ? "

หลี่ฉีเย่นั้นเอ่ยต่อ " นั้นเพราะว่าดินแดนแห่งนี้นั้นมีคุณอยู่ในสายตาข้า "  เช่นเดียวกับจักรพรรดิอมตะฉินหลี่ แม่น้ำและภูเขาในดินแดนนี้มีเรื่องราวที่พวกเขาไม่สามารถลืมได้ สิ่งของในวิหารทองคำก็มีคุณค่าอย่างมากด้วยของพวกนั้น หลี่ฉีเย่สามารถสร้างเชื้อสายจักรพรรดิอมตะใหม่ขึ้นมาได้ ทว่าหลังจากจักรพรรดิอมตะฉินหลี่จากไป หลี่ฉีเย่ก็ไม่ได้นำสิ่งของพวกเนั้นไป

เช่นเดียวกับจักรพรรดิอมตะฉินหลี่ ดินแดนแห่งนี้สมควรได้รับการรักษาเนื่องจากเต็มไปด้วยความสุขและความทรงจำของเขา ไม่เช่นนั้นหลี่ฉีเย่คงได้นำของของเข้าออกไปตั้งแต่ยุคราชามังกรทมิฬ ของเหล่านั้นคือสิ่งที่หลี่ฉีเย่นำมาจากดินแดอนันตรายภายใต้เก้าชั้นฟ้า

เต๋าเบ่ากุ้ยนั้นอยู่ในความงุนงง เขามองไปยังหลี่ฉีเย่โดยไม่รู้จะเอ่ยสิ่งใด เขาไม่คิดว่าสิ่งที่หลี่ฉีเย่พูดมาจะไร้เหตุผลและนี้ทำให้เขาสับสนมาก หลี่ฉีเย่นั้นเป็นเพียงแค่ผู้เยาว์...ความสามารถแบบใดกันที่เขาสามารถทำลายเชื้อสายจักรพรรดิได้ ? ไม่ว่าพวกเขานั้นจะทรงมากแค่ไหน ชายหนุ่มด้านหน้าก็ดูเหมือนจะไม่แยแสเชื้อสายจักรพรรดิแม้แต่น้อย

เต๋าเบ่ากุ้ยที่สุดก็ปัดความคิดหลายอย่างทิ้งไปและเอ่ย " นายน้อยหลี่ ข้าจะพยามทำหน้าที่ของข้าให้ดีที่สุด ข้าหวังว่าพวกเราสามารถบรรพลุข้อตกลงกันได้อย่างสันติ ทว่าปราศจากความร่วมมือจากเจ้า ข้าในฐานะผู้นำนิกายก็ไม่สามารถปกป้องเจ้าได้ "

" ข้าขอขอบคุณสำหรับความรู้สึกแบบนี้ " หลี่ฉีเย่เอ่ยด้วยรอยยิ้ม " แต่หากผู้นำนิกายบังคงให้ข้าให้ความร่วมมือ เช่นนั้นข้าก็ไม่สามารถทำอะไรได้เช่นกัน "

เต๋าเบ่ากุ้ยนั้นอยู่ในสภาพที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก แต่เขาก็ไม่ยอมแพ้เกี่ยวกับการปฏิเสธของหลี่ฉีเย่ เขาสูดลมหายใจลึกและเอ่ยต่อ " นายน้อยหลี่ สุดท้ายนี้ก็เป็นเรื่องสำคัญเกี่ยวกับความอยู่รอดของนิกาย ดังนั้นพวกเราจึงไม่สามารถปล่อยเรื่องนี้ได้ พวกเราไม่ได้มีเจตนาอื่นๆ ในฐานะศิษย์ของนิกายพันแม่น้ำหวน พวกเราเพียงต้องการเข้าใจความลึกซึ้งของรากฐานของนิกาย หากเจ้าสามารถบอกถึงวิธีเข้าไปภายในได้ นิกายยินดีจะจ่ายเจ้าให้อย่างงดาม ! "

หลี่ฉีเย่หัวเราะและเอ่ย " โอ้ว ? ตอนนี้เป็นการใช้ไม้อ่อนหลังจากไม้แข็งล้มเหลว ? "

เต๋าเบ่ากุ้ยตอบอย่างจริงจัง " พวกเราแค่อยากคุยเรื่องนี้กัน ตราบเท่าที่เจ้าเต็มใจเพียงแค่บอกราคามา พวกเรานั้นจะมีการเจรจาอย่างเป็นธรรมและนิกายจะตอบสนองต่อความจ้องการของเจ้าอย่างแน่อน "

" ผู้นำนิกายยังไม่เข้าใจความสำคัญของสถานการณ์ " หลี่ฉีเย่ส่ายหัวและเอ่ย " ราคา ? ผู้นำนิกายหากข้าต้องการสมบัติจริงๆ เช่นนั้นข้าคงไม่รอให้ผู้นำนิกายมาต่อรองกับข้า ท่านคิดว่านิกายของท่านมีของที่มีค่ามากกว่าต้นหลิวทองคำศักดิ์สิทธิ์ ? หากข้าต้องการสมบัติจริงๆ ข้าคงนำต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์นั้นออกไปนานแล้ว "

" นำต้นหลิวทองคำศักดิ์สิทธิ์ไป !?  " เต๋าเบ่ากุ้ยนั้นกลายเป็นตกตะลึงหลังจากเรื่องนี้

ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์นั้นเป็นรากฐานของนิกายพันแม่น้ำหวน ถ้าใครเอามันไปผลของมันนั้นยากจะจินตนาการ

" นั้นเป็นความปราถนาของข้า ข้ามั่นใจว่าต้นหลิวทองคำศักดิ์สิทธิ์ยินดีจะตามข้าออกไป " หลี่ฉีเย่เอ่ยต่อ " เจ้ารู้ไหมทำไมข้าจึงทิ้งมันไว้ ? นั้นเป็นเพราะต้องการให้โอกาสนิกายพันแม่น้ำหวน ข้าอธิบายทุกอย่างชัดเจนแล้ว หวังว่าผู้นำนิกายจะเข้าใจเหตุผลเหล่านี้ "

เต๋าเบ่ากุ้ยนั้นกลายเป็นนิ่งเงียบ นำต้นหลิวทองคำศักดิ์สิทธิ์ไป ? แม้แต่ในนิกายเรื่องนี้ก็ยังมีคนรู้น้อยมาก...แต่หลี่ฉีเย่บอกจะเอามันไป ? เต๋าเบ่ากุ้ยนั้นเริ่มลังเลเพราะมันดูเหมือนว่าหลี่ฉีเย่จะไม่ได้พูดเล่น

" ผู้นำนิกาย ข้าไม่ต้องการอธิบายซ้ำอีก " หลี่ฉีเย่เอ่ยอย่างไม่แยแส " ลืมเกี่ยวกับบ่อหยินหยางไปและทำเหมือนที่เคยทำก่อนหน้า ไม่เช่นนั้นนิกายพันแม่น้ำของเจ้ากำลังแสวงหาการล่มสลายของตัวเอง "

เต๋าเบ่ากุ้ยนั้นเงียบ นิกายพันแม่น้ำหวนนั้นเป็นเชื้อสายจักพรรรดิ ดังนั้นกล่าวอย่างมีเหตุผลเขาจึงไม่กลัวการคุกคามของผู้เยาว์

ทว่าสัญชาตญาณของเขานั้นกำลังร้องเตือนเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่าจะเป็นอันตรายต่อนิกายอย่างมาก เขาไม่แน่ใจว่าหลี่ฉีเย่มีความสามารถจริงหรือไม่ แต่หัวใจของเขาร้องบอกว่าหากต่อต้านหลี่ฉีเย่ นิกายนั้นจะต้องล่มสลายอย่างแน่นอน

แม้ว่าพวกเขาจะไม่มีหลักฐานอะไรและไม่รู้จักวิธีการของหลี่ฉีเย่ แต่เขารู้ว่าการต่อต้านหลี่ฉีเย่นั้นไม่ใช่เรื่องฉลาด

หลังจากคิดดีแล้วเต๋าเบ่ากุ้ยนั้นก็ลุกขึ้นยืนและกล่าวจริงจัง " นายน้อยหลี่ข้าไม่สามารถตัดสินใจเรื่องนี้เองได้ แม้ว่าจะเป็นผู้นำนิกายมันก็อยุ่นอกเหนือการตัดสินใจของข้า "

" ข้าเข้าใจ ในฐานะผู้นำนิกายเจ้าจะต้องตัดสินใจอย่างฉลาดและทำราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น มีเพียงสิ่งนี้ที่จะทำให้นิกายพันแม่น้ำหวนของเชื้อสายจักรพรรดินั้นยังอยู่ต่อไป อย่าเสี่ยงกับสิ่งที่เจ้าไม่รู้ "

เต๋าเบ่ากุ้ยนั้นถอนหายใจเบาๆ แม้ว่าเขาจะยอมแพ้หลี่ฉีเย่และไม่ค้นบ่อหยินหยาง แต่เขาไม่มั่นใจว่าจะโน้มน้าวผู้อาวุโสและผู้อาวุโสสูงสุดคนอื่นๆได้หรือไม่