414

ตอนที่ 414 ความสับสนวุ่นวาย

นางเริ่มจะรู้สึกกังวลถึงความปลอดภัยของหลี่ฉีเย่

เต๋าเบ่ากุ้ยนั้นเอ่ยเพิ่ม " หลี่ฉีเย่พูดอะไรเกี่ยวกับวิหารทองคำหรือไม่ ? " ในฐานะผู้นำนิกายเขานั้นเข้าใจความสำคัญของเรื่องนี้

" ไม่มีอะไรเพิ่ม " หลานอวิ๋นจูส่ายหัวและเอ่ย มีบางอย่างที่นางไม่ต้องการจะเปิดเผย

" นี้เป็นความลับของบ่อหยินหยาง..." เต๋าเบ่ากุ้ยอดไม่ได้ี่จะพึมพำ หลายปีผ่านมามีผู้ฝึกตนหลายคนพยามลงไปยังบ่อหยินหยาง บางคนเชื่อว่ามันเป็นพิ้นฐานของนิกาย

และเพราะข่าวลือนี้ หลายรุ่นที่ผ่านมาจึงมาหลายคนพยามดำลงไป ทว่าแม้ว่าพวกเขาจะพยามมากเท่าไหร่พวกเขาก็ยังไม่พบกับอะไร ผลของมันก็คือข่าวลือนี้ได้กลายเป็นตำนานในรุ่นอนาคต

แต่วันนี้บุคคลภายนอกกับเปิดเผยความลับนี้ นี้จะไม่ให้เต๋าเบ่ากุ้ยเต็มไปด้วยอารมณ์ได้อย่างไร ?

" หลี่ฉีเย่รู้ความลับนี้ได้อย่างไร ? " ผู้นำนิกายนั้นเต็มไปด้วยความสงสัย ในฐานะผู้นำนิกายเขานั้นรู้ความลับของนิกายอย่างดี แต่ความลับของนิกายกับถูกคนนอกเช่นหลี่ฉีเย่เปิดเผย เขาจึงกังวล

บางทีแม้แต่ผู้อาวุโสและบรรพชนบางคนก็ยังไม่รู้ความลับของบ่อนี้ ดังนั้นนี้จึงเปรียบเสมือนความลับที่ยิ่งใหญ่แต่กับถูกเปิดเผยโดยคนนอกทำให้เต๋าเบ่ากุ้ยสงสัย

หลังจากฟังรายงานของหลานอวิ๋นจู เต๋าเบ่ากุ้ยเรียกประชุมผู้อาวุโส แม้แต่ผู้อาวุโสที่ยากจะปรากฏตัวก็ยังมาที่นี่

หลังจากได้ยินเรื่องจากผู้นำนิกาย เหล่าผู้อาวุโสจำนวนมากต่างเหลือบมองหน้ากันและกัน " มีวิหารทองคำและต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์อยู่ในบ่อหยินหยาง !? "

" ข่าวลือนั้นเป็นความจริง " ผู้อาวุโสนั้นสูดลมหายใจลึกและเอ่ย " หรือนี้จะเป็นมรดกของท่านบรรพบุรุษที่ทิ้งไว้ ? "

" ความลับดังกล่าวนั้นอาจจะส่งผลกระทบต่อนิกายเรา พวกเราไม่สามารถปล่อยให้คนนอกรู้ได้ " ผู้อาวุโสหลินคนที่เกลียดหลี่ฉีเย่เอ่ยอย่างเย็นชา " พวกเราควรจับหลี่ฉีเย่และสอบปากคำของเขาทันที "

ผู้อาวุโสอีกคนนั้นส่ายหัวและเอ่ยอย่างไม่เห็นด้วย " พวกเราไม่มีหลักฐานอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ ดังนั้นไม่สามารถจับหลี่ฉีเย่ได้ ไม่เช่นนั้นชื่อเสียงของเชื้อสายจักรพรรดิของพวกเราจะเสียหายอย่างมาก พวกเราควรจะคุยกับหลี่ฉีเย่ก่อนจะทำอย่างอื่น "

" ฮึ่มม นี้อาจจะส่งผลกระทบให้กับนิกายเราอย่างมากยังจะพูดอะไรอีก ? " ผู้อาวุโสหลินเอ่ยเสียงเย็นชา " ตราบใดที่เราจับเขาได้ พวกเราไม่ต้องกลัวว่าเขาจะไม่ปริปากพูด  "

ผู้อาวุโสสูงสุดหวัง อาจารย์ของผู้อาวุโศหลินเอ่ยอย่างเห็นด้วย " เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ พวกเราควรจะจับหลี่ฉีเย่ก่อน "

" พวกเรายังไม่รู้ความลับในบ่อ เช่นนั้นหลี่ฉีเย่รู้ได้อย่างไร ? " ผู้อาวุโสหยางเอ่ยอย่างล้ำลึก " บางที่หลี่ฉีเย่อาจจะมีบางอย่างเชื่อมต่อกับนิกายเราอยู่ "

" ผู้อาวุโสหยาง ท่านจะบอกว่าคนนอกเช่นเขามีความพูกพันธ์กับนิกายเรา ? " ผู้อาวุโสหวังเอ่ยพร้อมยิ้มเยาะ " บางทีสารเลวนี้อาจจะเป็นสายลับที่นิกายอื่นส่งมาเพื่อเข้าไปยังบ่อหยินหยาง ! "

" สายลับที่ถูกส่งมาเพื่อล่วงความลับภายในบ่อหยินหยาง ? " ผู้อาวุโสสูงสุดหยางเหลือบมองเขาและเอ่ย " หากเขามีวิธีที่จะเข้าไป ทำไมเขาจะต้องเข้าวันนี้ ? หรือผู้อาวุโสหวังรู้วิธีเข้า ? ไม่เพียงพวกเราแม้แต่บรรพชนของพวกราก็ยังไม่รู้ หรือจะบอกข้าว่ามีบรรพชนของพวกเราบางคนที่รู้และนำมันไปบอกคนนอก ? "

ผู้อาวุโสหวังเอ่ยอย่างเย็นชา " หากพวกเราทรมานเขาได้  พวกเราก็ไม่ต้องกลัวที่เขาจะไม่พูดอะไร ตอนนี้พวกเราควรจะจับเขาไว้เสียก่อน "

ผู้อาวุโสหยางส่ายหัวและเอ่ย " ข้าไม่เห็นด้วยกับวิธีนี้ พวกเราควรจะพูดคุยกับหลี่ฉีเย่ก่อน "

ผู้อาวุโสสูงคนอื่นๆพยักหน้าและเห็นด้วย " การทรมานเขามันออกจะเร็วเกินไป แต่พวกเราควรจะคุยกับปีศาจน้อยนี้ก่อน "

เต๋าเบ่ากุ้ยนั้นไออกมา " ผู้อาวุโสทั้งหลาย ข้าคิดว่าพวกควรจะพักเรื่องของหลี่ฉีเย่ไว้ก่อน อย่างแรกวพวกเราควรจะดำลงไปตรวจสอบบ่อหยินหยางเสียก่อน "

" นั้นถูกต้อง ! " หลังจากได้ยินเรื่องนี้ เหล่าผู้อาวุโสล้วนเห็นด้วย " พวกเราควรจะรีบไปดูมัน ! "

ผู้อาวุโสในนิกายนั้นรีบลงมือทันที พวกเขาปิดดินแดนไว้และไม่ให้ใครเข้า ผู้อาวุโสจำนวนมากใช้สมบัติศักดิ์สิทธิ์ของพวกเขาและดำลงไปยังบ่อหยินหยาง พวกเขาตามหลานอวิ๋นจูมาเพื่อจะให้นางช่วยนำทาง

ทว่าไม่ว่าพวกเขาจะพยามใช้วงจรสวรรค์แม่น้ำชะตากรรมของจักรพรรดิอมตะฉินหลี่อย่างไร พวกเขาก็ไม่สามารถไปถึงด้านล่างได้ ไม่ต้องเอ่ยถึงวิหารทองคำหรือต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์

หลังจากล้มเหลวอยู่หลายครั้ง ผู้อาวุโสก็ตระหนักได้ว่ากุญแจสำคัญไม่ใช่คัมภีร์ลับแต่เป็นตัวหลี่ฉีเย่

" พวกเราจะต้องไปพูดคุยกับสารเลวนี้ ! " กลุ่มของผู้อาวุโสนั้นมีความคิดแบบเดียวกัน พวกเขาจะต้องทำให้หลี่ฉีเย่เปิดเผยความลับให้ได้ไม่ว่าจะอย่างไร

" นายน้อย นี้ดูเหมือนจะไม่ดีแล้ว ! " ในตอนบ่าย ลู่ไป๋ฉิววิ่งมาหาหลี่ฉีเย่ด้วยอาการตื่นตระหนก

" เกิดอะไรขึ้น ? ทำไมเจ้าจึงเร่งรีบเช่นนี้ ? " หลี่ฉีเย่มองนางและเอ่ยถาม

ลู่ไป๋ฉิวมองไปรอบๆราวกับกลัวคนอื่นจะแอบฟังและเอ่ยกระซิบ " นายน้อยมีศิษย์จำนวนมากมาเดินรอบๆที่พักของเราในวันนี้ ข้าเกรงว่านิกายแม่น้ำมีแผนกำลังจะทำบางอย่าง "

ลู่ไป๋ฉิวนั้นเป็นขุนนางพื้นที่ดังนั้นนางจึงมีความรอบคอบ นางตระหนักได้ถึงความไม่ปกติทันทีที่เห็นเหล่าศิษย์เดินไปมารอบๆที่พัก

" แล้ว ? " หลี่ฉีเย่อมยิ้มเอ่ย นี้เป็นเรื่องที่เขาคาดการณ์ไว้อยู่แล้ว หากหลานอวิ๋นจูรายงานเกี่ยวกับเรื่องของบ่อหยินหยาง เป็นธรรมดาที่นิกายแม่น้ำจะมีปฏิกริยาเช่นนี้

" นิกายพันแม่น้ำหวนจะมีการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับการแต่งงานหรือไม่ ? แต่นายน้อย ข้าคิดว่าเทพธิดาจูนั้นชอบท่าน " ลู่ไป๋ฉิวกระซิบอย่างกระวนกระวาย

หลี่ฉีเย่ส่ายหัวเบาๆและดีดหน้าผากนางและเอ่ย " สาวน้อย เจ้าคิดไปถึงไหนแล้ว ? " หลี่ฉีเย่อมยิ้มและเอ่ย " พวกเขาไม่ได้ทำแบบนั้นหรอก มันไม่มีอะไรเกี่ยวกับสายน้อยคนนั้น "

ลู่ไป๋ฉิวนั้นรู้สึกได้ถึงอันตราย นางจึงรีบกระซิบเอ่ย " แต่เทพธิดาจูนั้นควรจะมาเตือนท่านแต่ตอนนี้ยังไม่เห็นนาง อย่าบอกข้านะว่าเทพธิดาจูต้องการจะยกเลิกการหมั้นด้วยตัวเอง ? "

หลี่ฉีเย่ตอบอย่างสบายๆ " อย่าได้คิดมากเกินไป สาวน้อยเช่นนั้นางนั้นไม่ใช่ว่าจะสามารถควบคุมทุกอย่างได้ "

ความลับของบ่อน้ำนั้นมีผลต่อการเป็นอยู่ของนิกายพันแม่น้ำหวน ดังนั้นนี้จึงอยู่นอกเหนือการควบคุมของศิษย์เช่นหลานอวิ๋นจู กระทั้งเต๋าเบ่ากุ้ยที่เป็นผู้นำนิกายก็ยังไม่สามารถตัดสินใจด้วยตัวเอง

" แล้วพวกเราควรจะทำอย่างไร ? " ลู่ไป๋ฉิวรีบเอ่ย " นายน้อย พวกเราหลบนี้กันภายในคืนนี้เป็นอย่างไร ? "

" หลบหนี ? ทำไมพวกเราจึงต้องหลบหนีด้วย ? " หลี่ฉีเย่กล่าวอย่างใจเย็น " อย่าได้กังวลแม้ว่าชั้นฟ้าจะถล่มลงมา นายน้อยของเจ้าจะแบกมันไว้เอง ยังมีอะไรต้องกลัว ? "

ลู่ไป๋ฉิวสูดลมหายใจลึกและพยักหน้าอย่างจริงจังและเอ่ย " ข้าจะอยู่เคียงข้างนายน้อย ! "

หลี่ฉีเย่ยิ้มและไม่ได้เอ่ยสิ่งใด จากนั้นเขาก็ลับตาลงช้าๆเพื่อคาดการณ์ถึงสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น

ต่อมาในช่วงเวลา ศิษย์จำนวนมากเริ่มจะมายังที่พักของหลี่ฉีเย่มากขึ้นและแทบจะไม่มีที่ให้ผู้คนยืน

แม้แต่ศิษย์ที่โง่ที่สุดในนิกายก็ยังตระหนักได้ว่ามีบางอย่างที่สำคัญกำลังจะเกิดขึ้น ทว่านิกายก็ยังไม่ได้ประกาศสิ่งใดและเหล่าศิษย์ก็ไม่กล้าเอ่ยถาม

หลังจากเห็นศิษย์มากขึ้นลู่ไป๋ฉิวก็กลายเป็นกระวนกระวายมากขึ้น แต่นางก็สงบหลังจากเห็นการแสดงออกของหลี่ฉีเย่

เมื่อตอนกลางคืนมาถึง เต๋าเบ่ากุ้ยก็มาพบกับหลี่ฉีเย่ พวกเขานั้นไม่สามารถลงไปยังก้นบ่อได้ ดังนั้นพวกเขาจึงไม่มีทางเลือกอื่น พวกเขารู้ว่ากุญแจสำคัญนั้นคือหลี่ฉีเย่ดังนั้นผู้นำนิกายจึงต้องมาคุยกับเขาด้วยตัวเอง

เมื่อผู้นำนิกายมาถึงเขาไม่ได้เอ่ยสิ่งใด หลี่ฉีเย่จึงเอ่ย " ผู้นำนิกายมาที่นี่เพราะปัญหาเกี่ยวส่วนลึกของบ่อหยินหยางถูกต้องหรือไม่ ? "

ผู้นำนิกายพยักหน้าด้วยรอยยิ้มและเอ่ย " นายน้อยหลี่เป็นคนฉลาดมาก ถ้าท่านเข้าใจได้เช่นนี้พวกเราสามารถพูดคุยกันได้อย่างเปิดเผย "

" ข้ากำลังฟังอยู่ " หลี่ฉีเย่เอ่ยด้วยรอยยิ้ม

เต๋าเบ่ากุ้ยสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนจะจ้องหลี่ฉีเย่และเอ่ย " นายน้อยหลี่ นิกายพันแม่น้ำหวนของพวกเราต้องการกุญแจ ที่จะเข้าไปยังด้านล่างของบ่อน้ำ ได้โปรดสอนวิธีให้เราด้วย "

" วิธีลงไปยังด้านล่าง ? " หลี่ฉีเย่ส่ายหัวและเอ่ย " ขออภัยด้วย แต่ข้าไม่สามารถทำอะไรได้ มีเพียงข้าคนเดียวที่สามารถเข้าไปได้ "

เต๋าเบ่ากุ้ยนั้นเอ่ยกับหลี่ฉีเย่อย่างจริงจัง " นายน้อยหลี่เป็นเรื่องที่สำคัญมาก ข้าหวังว่าท่านจะพูดอย่างระวัง "

หลี่ฉีเย่เหลือบมองคนตรงหน้าและเอ่ย " ข้าไม่สามารถทำอะไรได้ไม่ว่าท่านจะเชื่อหรือไม่ ทว่าข้านั้นมีคำแนะนำ อย่าได้คิดที่จะลงไปยังด้านล่างของบ่อหยินหยาง "

" ทำไม ? " เต๋าเบ่ากุ้ยรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยและเอ่ยถาม

หลี่ฉีเย่เอ่ยเสียงเรียบ " มันไม่ใช่สถานที่ที่พวกเจ้าจะเข้าไป ทว่าหากพวกเจ้าต้องการเข้าใจเหตุผล นั้นก็เพราะว่าพวกเจ้านั้นไม่มีคุณสมบัติมากพอ "

คำกล่าวของหลี่ฉีเย่ทำให้การแสดงออกขงอเต๋าเบ่ากุ้ยเปลี่ยนไป เขานั้นเอ่ยอย่างหนักแน่น " นายน้อยหลี่ อย่าได้ลืมว่าที่นี่คือพันทะเลสาปหวนของนิกายพันแม่น้ำหวน ไม่มีสถานที่ใดในที่แห่งนี้ที่พวกเราไม่มีคุณสมบัติเข้าไป ! "