412

ตอนที่ 412 จักรพรรดิอมตะฉินหลี่

ในเวลานี้ มีเงาปรากฏออกมาภายในพลังงานแห่งความวุ่นวาย แต่มันถูกปกคลุมไปด้วยความไม่สมบูรณ์จึงไม่สามารถบอกได้ว่ามันเป็นบุรุษหรือว่าสตรี มันเป็นเพียงภาพของเงาไม่ชัดเจนเท่านั้น

หากพวกผู้อาวุโสของนิกายแม่น้ำมาเห็นเงานี้ พวกเขาจะต้องตกตะลึง เงานี้นั้นเป็นเหมือนบรรพบุรุษของพวกเขา จักรพรรดิอมตะฉินหลี่ !

เห็นเงานี้ปรากฏหลี่ฉีเย่อดไม่ได้ที่จะเงียบ ขณะเงาเริ่มต้นการสนทนา " ยินดีด้วยเจ้าได้ร่างกายของเจ้ากลับมาแล้ว ทว่าน่าเสียดายข้าไม่สามารถจนถึงวันนี้ได้ "

" เวลานั้นผ่านไปนาน...ฉินหลี่แต่เจ้าก็ยังอยู่ที่นี่ " หลี่ฉีเย่ถอนหายใจและเอ่ย " เจ้าก็รู้ว่าตัวเองนั้นไม่ได้อยู่ในโลกนี้แล้ว "

เงาภายในพลังแห่งความวุ่นวายเอ่ย " ข้ารู้ " เสียงของเงานั้นเต็มไปด้วยความนุ่มลึก มันเต็มไปด้วยอำนาจเต๋าและปราศจากหกอารมณ์

" ข้ากำลังรอเจ้ากลับมา " เงายังคงเอ่ยต่อ " แม้ว่าข้าจะไม่อยู่ที่นี่ แต่เจตจำนงของข้าและความมุ่งมั่นของข้ายังอยู่ดินแดนนี้ "

หลี่ฉีเย่นั่งลงและเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม " หรือว่าเจ้าอยู่ที่นี่เพื่อหวังว่าข้าจะไม่ได้รับสิ่งของเหล่านั้นไป ? "

เงานั้นเงียบเป็นเวลานานก่อนจะเอ่ยถาม " ปีนั้น เมื่อเจ้าและข้าสร้างปาฏิหารย์ขึ้นมา อะไรคือเป้าหมายแรกของพวกเรา ? "

หลี่ฉีเย่เอ่ยตอบ " มันคือการสร้างนิกายพันแม่น้ำหวนและนั้นเป็นเหตุผลที่ข้าไม่เคยกลับมา หากข้าต้องการนำของเหล่านั้นไป เช่นนั้นข้าคงทำไปนานแล้ว ทว่าหากลูกหลานของเจ้านั้นไม่มีค่าพอสำหรับของเหล่านี้ เช่นนั้นข้าจะนำพวกมันไป "

การเตือนทำให้เงานั้นต้องเอ่ยถาม " เช่นนั้นเจ้าคงรู้สึกว่านิกายพันแม่น้ำหวนในปัจจุบันนั้นไม่คู่ควรกับของเหล่านั้น ? หากดินแดนนี้ไม่มีของชิ้นนั้น พวกเขาไม่สามรถยืนได้ "

หลี่ฉีเย่เงียบก่อนจะเอ่ยเสียงต่ำ " ข้ารู้ว่าเจ้าทิ้งความเชื่อมั่นไว้ที่สถานที่แห่งนี้ ดังนั้นข้าจึงกลับมาเพื่อพบสหาย  " หลี่ฉีเย่ถอนหายใจและเอ่ย

" หากเจ้าเลือกที่จะทิ้งพวกมันไว้ที่นี่ เช่นนั้นมันคงเป็นพรที่ยิ่งใหญ่ของนิกายพันแม่น้ำหวนและเป็นพรที่ยิ่งใหญ่สำหรับดินแดนแห่งนี้ " เงานั้นเอ่ยต่อ " ดินแดนนี้มีหลายสิ่งที่ข้าไม่สามารถลืมได้ "

หลี่ฉีเย่เงียบเป็นเวลานก่อนจะเอ่ยด้วยรอยยิ้ม " เช่นนั้นพวกเราก็ปล่อยมันไว้ที่นี่ มันดูเหมือนข้าจะไม่สามารถปฏิเสธคำขอเจ้าได้ "

" แต่เจ้าเคยทำมันมาแล้วในอดีต " เงาดำนั้นเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน

หลังจากเรื่องนี้ถูกเอ่ยขึ้นมา หลี่ฉีเย่ก็ส่ายหัวและเอ่ย " แม้ว่าเจ้าจะเป็นจักรพรรดิอมตะ เจ้าควรจะรู้ว่าถ้ำปีศาจอมตะนั้นเป็นนิรันดร์ แม้ว่าจะพบว่ามันยากจะประสบความสำเร็จหรือแม้แต่เจ้าจะทำมันได้ เจ้าก็จะต้องตายอย่างแน่นอน เช่นเดียวกับก่อนหน้านี้ที่ข้าเลี้ยงดูกลุ่มของมินเหยิน ข้าก็ไม่หวังจะให้พวกเขาตายเพื่อข้า..."

" เช่นเดียวกับเจ้า มันเป็นเรื่องยากที่จะมีจักรพรรดิอมตะปรากฏออกมาในแต่ละรุ่น และจักรพรรดิอมตะนั้นไม่เพียงแต่จะปกครองทั้งเก้าโลก แต่พวกเขาต้องปกป้องสวรรค์และปฐพีด้วย - เจ้าควรตระหนักถึงสิ่งนี้ แลกเปลี่ยนจักรพรรดิอมตะเพื่อข้านั้นไม่ใช่สิ่งที่ข้าต้องการ ในโลกนี้มีสิ่งมหัศจรรย์จำนวนมากที่จะช่วยภารกิจของพวกเรา อีกาานั้นสบายดีและครูของจักรพรรดิก็เช่นเดียวกัน สำหรับข้าการฝึกฝนพวกเขาไม่ใช่การใช้เพื่อเป็นเครื่องมือและปล่อยเขาไปตาย "

จากนั้นเขาก็ถอนหายใจด้วยความผิดหวัง

ผ่านไปนานเงานั้นก็เอ่ยถามเสียงอ่อนโยน " เจ้าเหงาหรือไม่ ? "

หลี่ฉีเย่ตอบพร้อมรอยยิ้ม " เมื่อก่อนข้าไม่เคยรู้สึกถึงความเหงาเลยแม้แต่น้อย สิบล้านปีนั้นข้ามีหมินเหยิน , ตันหลี่ , และคนใช้เจ้าใช้เวลาร่วมกับข้าและทำให้ข้ามีความสุข "

หลังจากนั้นทั้งสองก็เงียบเป็นเวลางาน เขาถอนหายใจก่อนจะเอ่ยด้วยความเศร้า " ข้าพบบางอย่างที่เจ้าต้องการ " 

มีสิ่งของดังออกมาจากอำนาจแห่งความวุ่นวายและตกลงหน้าของหลี่ฉีเย่

หลี่ฉีเย่มองไปยังสิ่งของเบื้องหน้าก่อนจะอุทาน " แจกันสวรรค์ลวงตา ! " จากนั้นเขาก็สัมผัสแจกันโบราณเบาๆ

เงานั้นเอ่ย " ข้ารู้ว่าเจ้านั้นหาสิ่งนี้มาเป็นเวลานาน หลังจากเจ้าจำศีล ข้านั้นเปิดนแดนสวรรค์และหามัน สุดท้ายข้าก็พบ "

หลี่ฉีเย่เก็บมันไปอย่างระมัดระวังและเอ่ย " ข้าลืมมันเป็นเวลานานแล้วจนถึงตอนนี้ แต่ตอนนี้ข้าสนใจมันมากกว่าอดีต ข้าต้องการไปยังหุบเขาสวรรค์ลวงตาในตำนาน แต่ข้าต้องวางเรื่องนี้ไว้ก่อน "

" เพราะว่าเจ้านั้นเป็นคนที่ยุ่งอย่างมากนะสิ " เงานั้นเอ่ยด้วยรอยยิ้ม มันเป็นรอยยิ้มแห่งความพอใจ

หลี่ฉีเย่ยิ้ม ทุกเหตุการณ์ในอดีตนั้นยังคงปรากฏอยู่อย่างชัดเจนในความคิดของเขา ทว่าน่าเสียดายบางเรื่องเขานั้นก็ไม่สามารถลืมมันได้

" ให้ข้ามองเจ้าได้หรือไม่ ? " ทันใดนั้นเงาก็เอ่ยถาม

หลี่ฉีเย่เงียบครู่หนึ่งและเงียบไปนาน เขานั้นถอนหายใจและเดินเข้าไปในอำนาจแห่งความวุ่นวาย

* * * * * *

ใกล้กับวิหารทองคำ หลานอวิ๋นจูนั้นมองไปยังต้นหลินทองคำศักดิ์สิทธิ์และเห็นสิ่งมีชีวิตจำนวนมากบินอยู่รอบๆ

ไม่ มันไม่ใช่สิ่งมีชีวิตแต่เป็นหญ้าอมตะ และมันราชาของที่นี่ ! เห็นหญ้าราชาหยินหยางอมตะจำนวนมากทำให้ลหานอวิ๋นจูตกตะลึง

คุณค่าของหญ้าหยินหยางอมตะนั้นสูงยิ่งกว่าหญ้าแปดรูปแบบ มันสามารถเทียบได้กับหญ้าอายุสองหรือสามร้อยล้านปี นอกจากนี้มันยังเป็นนี้ยังเป็นหญ้าราชาที่ส่องประกายสีทอง ดันั้นมันจึงมีค่ามากกว่าหญ้าสมุนไพรทั่วไป

มันมีผู้คนดำลงมาในบ่อหยินหยางในนิกายพันแม่น้ำหวนเสมอเพื่อจับหญ้าอมตะ แต่การจับมันนั้นยากอย่างมากไม่ต้องเอ่ยถึงราชาหญ้าอมตะสีทองนี้

ในขณะที่นางตกตะลึงที่เห็นราชาหญ้าอมตะจำนวนมาก นางนั้นก็พยามจะจับพวกมันทว่าไม่ว่าจะพยามอย่างไรนางก็ไม่สามารถใช้ความสามารถของนางจับมันได้ แม้ว่าหญ้าเหล่านี้จะบินอยู่ใกล้ต้นหลิวทองคำศักดิ์สิทธิ์

ขณะที่นางกำลังหาวิธีที่จะจับมัน เสียงของหลี่ฉีเย่ก็ดังออกมาจากด้านข้าง " เจ้าไม่สามารถจับราชาหญ้าใต้ต้นหลิวทองคำศักดิ์สิทธิ์ได้ "

หลานอวิ๋นจูหันไปและก็เห็นหลี่ฉีเย่ที่ยืนดูอยู่เป็นเวลานาน

นางนั้นระเบิดอารมณ์ออกมาทันที " ปีศาจน้อยบัดซบ เจ้ากล้าจะทิ้งข้าให้อยู่ด้านนอก !? " นางนั้นเตรียมกรงเล็บที่จะสั่งสอนหลี่ฉีเย่และเอ่ย " มาดูว่าข้าจะสั่งสอนเจ้าอย่างไร ! "

" สาวน้อย มันไม่ใช่ว่าข้าต้องการทิ้งเจ้าด้านนอก เจ้าไม่สามารถเข้าไปได้ " หลี่ฉีเย่ยิ้มและเอ่ย " ไม่ใช่ทุกคนที่จะเข้าวิหารทองคำได้ "

หลานอวิ๋นจูจ้องเขาด้วยความโกรธ จากนั้นนางก็ค่อยๆสงบลงและเอ่ยถาม " เจ้าได้รับอะไรมาจากที่นั้น ? "

" ทำไมเจ้ามองข้าเช่นนั้น ? " หลี่ฉีเย่มองนางและเอ่ย " แม้ว่าข้าจะนำของบางอย่างออกมา แต่นั้นก็เป็นของของข้า ทว่านิกายพันแม่น้ำหวนของเจ้านั้นโชคดี เนื่องจากบรรพบุรุษของเจ้าข้าจึงได้ทิ้งของพวกนั้นไว้เบื้องหลัง "

" จริงรึ ? " หลานอวิ๋นจูเต็มไปด้วยความสงสัย นางนั้นจ้องหลี่ฉีเย่เพื่อดูว่าเขาซ่อนสมบัติใดบนร่างกายไว้บ้าง

หลี่ฉีเย่จ้องนางด้วยความโกรธ " หากข้าต้องการนำของพวกนั้นไป นิกายจะทำอะไรกับข้าได้ ? นี้เป็นเพียงการกระทำสุดท้ายของข้าเพื่อที่จะยุติกรรมกับนิกายพันแม่น้ำหวน " หลี่ฉีเย่ถอนหายใจหลังจากเอ่ยออกมา

หลานอวิ๋นจูนั้นสับสนเล็กน้อย นางรู้สึกได้ว่าหลี่ฉีเย่เหมือนจะเศร้า แต่นั้นไม่ใช่เพราะสมบัติ แม้ว่านางจะพึงเคยพบเขา นางก็พบว่าเขามักจะเป็นคนที่มีรอยยิ้มประดับหน้าไว้เสมอ นางนั้นไม่เคยเห็นเขาเป็นเช่นนี้มาก่อน

ทว่าหลังจากคิดอยู่ชั่วครู่ หลานอวิ๋นจูก็ไม่แน่ใจและเริ่มจะสงสัยว่านางเข้าใจผิด อะไรจะทำให้หลี่ฉีเย่เศร้าได้ ? นางนั้นอยากรู้เรื่องนี้อย่างมาก

ท่ามกลางความสงสัย หลี่ฉีเย่นั้นผิวปากออกมาและใช้มันจนเกิดเหตุการณ์ประหลาดขึ้น ราชาหญ้าอมตะค่อยๆบินเข้ามาหาหลี่ฉีเย่และทำให้เขาจับมันอย่างง่ายดาย

" นี้เป็นไปไม่ได้ ! " หลานอวิ๋นจูนั้นตกตะลึงหลังจากเห็นเรื่องนี้ นางนั้นผิวปากเช่นเดียวกับหลี่ฉีเย่แต่ราชาหญ้าทั้งหมดล้วนไม่มานาง

" เจ้าทำมันได้อย่างไร ? " หลานอวิ๋นจูจ้องมองหลี่ฉีเย่อย่างตกตะลึงและเอ่ยถาม 

หลี่ฉีเย่เผยรอยยิ้มลึกลับและเอ่ย " มันเป็นความลับ เจ้าไม่สามารถรู้ได้แน่นอน แต่หากเจ้ามาอุ่นเตียงข้าคืนนี้ ข้าอาจจะบอกมันให้ "

" ไปตายซะ ! " หลานอวิ๋นจูนั้นหน้าแดงและพยามไล่เตะหลี่ฉีเย่

หลี่ฉีเย่นั้นหัวเราะก่อนจะกระโดด จากนั้นเขาก็หายบนต้นหลิวไม่นานหลี่ฉีเย่ก็ลงมาพร้อมกับหมวกในมือ มันเป็นหมกวที่สร้างมาจากกิ่งของต้นหลิว แต่ละกิ่งก้าานของมันปลดปล่อยอำนาจออกมาทำให้เห็นประกายสีทอง

หลานอวิ๋นจูมองไปยังหมวกที่สร้างจากกิ่งของต้นหลิวและเอ่ยถามหลี่ฉีเย่ " นั้นคืออะไร ? "

" หมวกหลิวทองคำ " หลี่ฉีเย่ตอยด้วยรอยยิ้ม " น่าเสียดายที่ข้าไม่สามารถให้เจ้าได้เพราะเจ้าไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ของคู่หมั้นเลย "

หลานอวิ๋นจูเอ่ยอย่างรวดเร็ว " ข้าไม่ได้สนใจมันซักนิด "

" ไปเถอะ หญ้าราชาหยินหยางอมตะเพียงต้นเดียวก็พอแล้วที่จะเอาชนะผู้คุ้มกันของเจ้า " หลี่ฉีเย่มองไปยังวิหารทองคำก่อนจะถอนหายใจ

หลานอวิ๋นจูมองไปยังหลี่ฉีเย่ก่อนจะหยุดชั่วครู่และเอ่ย " ข้าจะต้องรายงานเรื่องนี้กับผู้นำนิกาย " สุดท้ายหลานอวิ๋นจูก้ยังเป็นศิษย์ของนิกายพันแม่น้ำหวน ต้นหลิวทองคำนี้สำคัญกับนิกายมาก ดังนั้นนางจึงต้องรายงานมันให้กับผู้นำนิกาย