406

ตอนที่ 406 ข้อตกลงของนิกายพันแม่น้ำหวน

" ปัญหาของหยานหลงและอวิ๋นจูนั้นสามารถแก้ไขได้ " ผู้อาวุโสหลินยังคงเอ่ยต่อ " แต่สารเลวนี้นั้นเห็นได้ชัดว่าไม่ควรคู่กับศิษย์ของเรา เพียงมอบของให้เขาเล็กน้อยเขาอาจจะยินดียกเลิกการแต่งงาน ! ฮึ่มม สารเลวเช่นเขาไม่สามารถจัดการเรื่องใหญ่ๆได้ "

" ให้ผู้เยาว์เป็นคนตัดสินใจเรื่องของตัวเอง " ขณะที่ผู้อาวุโสยังคุยกันไม่หยุด เสียงเก่าแก่ก็ดังไปทั่วห้อง

" ผู้อาวุโสสูงสุดหยาง ! " หลังจากได้ยินเสียงนี้ ผู้อาวุโสทุกคนในห้องล้วนตื่นตระหนก

นี้เป็นผู้อาวุโสสูงสุดของนิกายพันแม่น้ำหวน คนที่มีสถานะและอิทธิพลอย่างมาก เมื่อชายคนนี้ปรากฏไม่มีใครกล้ายืนมือเข้าไปยุ่งกับกาหมั้นหมายของหลานอวิ๋นจู เขาไม่เป็นเพียงผุ้อาวุโสสูงสุด เขายังคงมาจากหมู่บ้านแห่งควาทรงจำ - ผู้อาวุโสโดยตรงของหลานอวิ๋นจูและสอนเต๋าให้นาง

" ผู้อาวุโสสูงสุดหยาง...แต่สุดท้ายแล้ว อวิ๋นจูก็ยังเป็นลูกหลานของพวกเรา.." ผู้อาวุโสหลินอดไม่ได้ที่จะเอ่ยเสียงเบาลงหลังจากชายคนนี้ปรากฏ

" ลูกหลานของนิกายพันแม่น้ำหวนไม่สามารถตัดสินการหมั้นของนางเองได้ ? หากกระทั้งการหมั้นของตัวเองยังตัดสินไป นางจะมีความสามรถที่จะแบกเจตจำนงแห่งสวรรค์และกลายเป็นจักรพรรดิอมตะได้อย่างไร !? " แม้ว่าผู้อาวุโสสูงสุดหยางจะไม่ได้ปรากฏตัว แต่เสียงของเขาก็ยังเต็มไปด้วยอำนาจ " มันจริงที่ว่าอวิ๋นจูเป็นลูกหลานของนิกายพันแม่น้ำหวนของเรา แต่นางก็ยังเป็นคนจากหมู่บ้านแห่งความทรงจำ การหมั้นหมายของนางนั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องภายในของนิกายพันแม่น้ำหวน ! "

เห็นได้ชัดว่าผู้อาวุโสสูงสุดหยางมีความคิดเป็นของตัวเอล และเขาสนับสนุนหลานอวิ๋นจูอย่างเต็มที่

" พี่ชายหยาง ท่านไม่สามารถให้เป็นมันเป็นเช่นนั้นได้ ! " ในเวลานี้ อีกเสียงก็ดังขึ้น " อวิ๋นจูนั้นเป็นลูกหลานของพวกเรา ดังนั้นพวกเราจึงต้องระวังเกี่ยวกับการแต่งงานและอนาคตของนาง "

" ผู้อาวุโสสูงสุดหวัง ? " เวลานี้ผู้อาวุโสคนอื่นอดไม่ได้ที่จะมองหน้ากันและกัน นี้เป็นผู้อาวุโสสูงสุดอีกหนึ่งคน ! คนที่ตื่นเต้นมากที่สุดคือผู้อาวุโสหลินเพราะนี้คืออาจารย์ของเขา

" ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่น้องหวังมายุ่งธุระของข้า ? " ผู้อาวุโสหยางเอ่ยอย่างไม่แยแส

ผู้อาวุโสสูงสุดหวังหวังหัวเราะและเอ่ย " ข้าไม่กล้าทำเช่นนั้น ในฐานะคนนอกข้าไม่กล้ายุ่งเกี่ยวกับผู้อาวุโสหยางจากหมู่บ้านแห่งความทรงจำ แต่สุดท้ายอวิ๋นจูนั้นเป็นศิษย์ของเรา แม้ว่าการแต่งงานครั้งนี้จะเป็นโชคชะตาของนาง แต่เราก็สมควรให้คู่หมั้นของเขาได้ผ่านการทดสอบ นี้ก็เพื่อตัวอวิ๋นจูเอง หากคู่หมั้นของเขานั้นไม่มีความสามารถเพียงพอ บางทีเขาอาจจะเลิกไปเอง "

" พวกเราควรจะจัดการทดสอบเล็กๆน้อยๆเพื่อทดสอบนายน้อยหลี่ถึงคุณสมบัติของการเป็นคู่หมั้น ! " เต๋าเบ่ากุ้ยเอ่ย " ในเมื่อการหมั้นครั้งนี้ถูกสวรรค์สร้าง ดังนั้นพวกเราในฐานะผู้อาวุโสของอวิ๋นจู คงไม่สามารถบังคบนางได้ แต่เราจะจัดการเล็กน้อยเพื่อผลประโยชน์ของนาง "

สุดท้ายเต๋าเบ่ากุ้ยก็ยังเป็นผู้นำนิกาย การตัดสินใจของเขานั้นแม้แต่ผู้อาวุโสสูงสุดก็ไม่สามารถต่อต้านได้

" ดี เช่นนั้นก็ให้เขาทดสอบ ! " แม้แต่ผู้อาวุโสสูงสุดหยางที่ให้การสนับสนุนหลานอวิ๋นจูก็ยังอยากให้หลี่ฉีเย่ทดสอบ

" ผู้นำนิกายต้องการจะพบเจ้า " หลังจากตัดสินใจเรื่องการหมั้นเสร็จแล้ว เต๋าเบ่ากุ้ยต้องการพบหลี่ฉีเย่ ดังนั้นหลานอวิ๋นจูจึงมาแจ้ง

" มันดูเหมือนว่าอารมณ์ของเจ้าก็ไม่ได้เลวร้ายนัก ข้าคิดว่าเรื่องการหมั้นคงตัดสินใจเสร็จแล้ว ? " หลี่ฉีเย่ถามด้วยรอยยิ้มกว้าง " หรือเจ้าหมดหวังที่จะแต่งงานกับข้าแล้ว ? "

หลานอวิ๋นจูเหลือบมองเขาก่อนจะเอ่ยช้าๆ " แต่งงานกับเจ้า ? รอจนกระทั้งผ่านการทดสอบเสีนก่อยค่อยพูด หากเจ้าต้องการแต่งงานจริงๆ เช่นนั้นก็ผ่านมันให้ได้ "

" แล้วหากข้าไม่ผ่าน ? " หลี่ฉีเย่ถามด้วยรอยยิ้ม

หลานอวิ๋นจูเอ่ย " สำหรับนิกาย หากเจ้าเลือกที่จะยอมแพ้กับการหมั้นครั้งนี้ ก็จะไม่มีอะไรนิกายจะชดเชยให้เจ้าตามที่ต้องการ และหากเจ้ามีความต้องการทำเหมาะสมนิกายจะหามันให้เจ้าทุกอย่าง "

" หากเป็นเช่นนั้น คงจะดีหากข้ายอมแพ้ " หลี่ฉีเย่ลูบคางของเขาและเอ่ย " ข้าต้องการสมบัติมากกว่าจะแต่งงานกับสตรีชรา ! "

" นี้เจ้า !  " หลานอวิ๋นจูเกือบบจะกระอักเลือดก่อนจะมองไปที่เขาและเอ่ย " ปีศาจน้อย ตัวข้ามีค่าเพียงแค่สมบัติหนึ่งหรือสองชิ้นรึ ? "

หลี่ฉีเย่มองหลานอวิ๋นจูตั้งแต่ตัวหัวจรดเท้าก่อนจะเอ่ย " เช่นนั้นหมายความว่าเจ้าต้องการจะแต่งงานกับข้า ? ข้าต้องคิดเรื่องนี้สักครู่ สุดท้ายการแต่งงานก็เป็นเรื่องใหญ่ของชีวิต ข้าจะประมาทไม่ได้ "

" เจ้าเชื่อหรือไม่ว่าข้าจะทุบตีเจ้าให้ตาย ? " หลานอวิ๋นจูกัดฟันของนางและจ้องหลี่ฉีเย่อย่างขุนเคือง

" สาวน้อย เจ้าต้องอ่อนโยนมากกว่านี้หากต้องการแต่งงานกับข้า ข้าชอบผู้หญิงอ่อนโยน ! " หลี่ฉีเย่เอ่ยด้วยรอยยิ้ม " หากเจ้าอ่อนโยนมากขึ้น ข้าจะคิดเกี่ยวกับการแต่งงาน อ่า ช่างเป็นการสูญเสียที่ยิ่งใหญ่จริงๆ ข้าต้องคิดมันให้มาก "

หลานอวิ๋นจูนั้นสั่นด้วยความโกรธ สุดท้ายนางก็สูดลมหายใจลึกและเอ่ย " เจ้ายอมแพ้เพราะเจ้าคิดว่าตัวเองไม่ผ่านการทดสอบใช่หรือไม่ ? แน่นอน หากเจ้าเป็นเต่าหดหัวเช่นนั้น ข้าก็จะไม่ตำหนิเจ้า ข้าก็แค่เสียใจที่คนที่ถูกเลือกโดยต้นไม้สารพัดฝันเป็นคนขี้ขลาด "

" สาวน้อย การหลอกของเจ้านี้มันอ่อนแอเกินไป " หลี่ฉีเย่ส่ายหัวของเขาและเอ่ย " ทว่าผู้อาวุโสนิกายพันแม่น้ำหวนนของเจ้านี้ช่างทำตัวหยิ่งยโส...พวกเขานั้นคิดว่าข้าพยามจะปีนขึ้นภูเขาสูงเพื่อผลประโยชน์ เห็นทีข้าคงต้อบมอบบทเรียนให้บ้าง.."

" เช่นนั้นเจ้าหมายความว่าจะรับการทดสอบนี้ ! " หลานอวิ๋นจูอดไม่ได้ที่จะอุทาน

" โอ้ว ดูเหมือนเจ้าจะอย่างแต่งงานกับข้าจริงๆ " หลี่ฉีเย่อมยิ้มเอ่ย

หลานอวิ๋นจูจ้องเขาอย่างโกรธๆและเอ่ย " หยุดเพ้อฝันซะ รอจนกว่าจะผ่านการทดสอบท้งหมด เช่นนั้นเจ้าค่อยมาฝันต่อ ! "

" สาวน้อย ราคาของการใช้ข้าเป็นเครื่องมือนั้นสูงมาก เอาเป็นมาอุ่นเตียงข้าคืนนี้เป็นอย่างไร ? พวกเราสามารถดูได้ว่าภรรยาชราของข้ามีความสามารถในการอุ่นเตียงหรือไม่ " หลี่ฉีเย่นำมือไปจับคางของนางก่อนจะเอ่ย

" ไปตายซะ ! " หลานอวิ๋นจูนั้นเตะไปข้างหน้าอย่างไรปราณี เพื่อจะสั่งสอนมารยาทกับเจ้าสารเลวนี้

นางนั้นนำหลี่ฉีเย่มาพบเต๋าเบ่ากุ้ยที่ห้องโถงหลัก

" เจ้าคงเป็นหลี่ฉีเย่ " แม้ว่าเต๋าเบ่ากุ้ยจะเป็นผู้นำนิกายของนิกายพันแม่น้ำหวน เขานั้นก็แสดงออกถึงความเป็นมิตร นี้คือความแตกต่างกับของเขากับกลุ่มของผู้อาวุโสหลิน

หลังจากหลี่ฉีเย่นั่งลง เต๋าเบ่ากุ้ยก็รีบเอ่ย " การหมั้นของอวิ๋นจูและเจ้าถูกกำหนดโดยสวรรค์ ทว่าอวิ๋นจูนั้นเป็นลูกหลานของพวกเรา ดังนั้นพวกเราไม่สามารถทำเป็นไม่สนใจแม้ว่าจะเป็นจำนงของสวรรค์ก็ตาม "

" ข้าเข้าใจ ผู้นำนิกายจะบอกว่าข้าสามารถยอมแพ้หรือรับการทดสอบนี้ก็ได้ ใช่หรือไม่ ? " หลี่ฉีเย่ไม่อยากเสียเวลามาก เขาจึงรีบเอ่ยตัดประโยค

" แน่นอน ไม่ว่าจะยอมแพ้หรือรับการทดสอบ นี้คือทางเลือกของเจ้าไม่มีใครบังคบ " เต๋าเบ่ากุ้ยเอ่ย " นิกายพันแม่น้ำหวนของเราจะไม่บังคับเจ้าให้ยอมแพ้การหมั้นครั้งนี้ ! "

" เป็นเช่นนั้นรึ ? " หลี่ฉีเย่เอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม " หากข้าเลือกที่จะยอมแพ้ให้กับการหมั้น ผลประโยชน์แบบใดที่ข้าจะได้รับ ? "

คำกล่าวของหลี่ฉีเย่ทำให้หลานอวิ๋นจูนั้นตื่นตระหนกแม้ว่าพวกเขาจะคุยกันเรื่องนี้มาก่อนก็ตาม

ในเวลานี้เต๋าเบ่ากุ้ยเปิดถาดสมบัติออกมา หลังจากเปิดถาดออกมาแล้วพวกมันส่องประกายอยู่ด้านใน

" หากเจ้าเลือกที่จะยอมแพ้ นิกายพันแม่น้ำหวนของพวกเราจะไม่บังคับเจ้า พวกเราจะมอบหยกแม่น้ำเต่าเป็นเครื่องคุ้มกัน คัมภีร์เต่าเคลื่อนย้ายยามอยู่ในอันตราย และเม็ดยัดแม่น้ำหวนเพื่อช่วยยกระดับร่างกายเจ้า "

เต๋าเบ่ากุ้ยเอ่ยช้าๆ " แน่นอนนี้เป็นเพียงความจริงใจเล็กน้อยๆของนิกายเรา นอกจากสามสิ่งนี้แล้ว เจ้ายังสามารถเลือกของได้อีกสามสิ่งที่ไม่ใช่ระดับจักรพรดริ นิกายของพวกเรายินดีจะมอบมันให้กับเจ้า "

หลี่ฉีเย่ประหลาดใจเล็กน้อยที่นิกายพันแม่น้ำหวนมอบของมีค่าขนาดนี้ ดูเหมือนว่านิกายนั้นไม่ต้องการให้หลานอวิ๋นจูหมั้นกับเขาจริงๆ แน่นอนว่าเขาเข้าใจเหตุผลของนิกาย ทุกคนล้วนไม่ต้องการให้สมบัติไหลออกไปด้านนอก ไม่ต้องเอ่ยถึงลูกหลาน

" ข้ารับรู้ถึงความจริงใจนี้แล้ว " หลี่ฉีเย่เหลือบมองไปยังหลานอวิ๋นจูที่อยู่ด้านข้าง นางนั้นจัดเขากลับ แม้ว่าจะไม่เอ่ยสิ่งใดออกมา พวกเขาก็แลกเปลี่ยนกันทางสายตา

" แล้วหากข้าเลือกรับการทดสอบเล่า ? " หลี่ฉีเย่เหลือบมองถาดสมบัติและเอ่ยด้วยรอยยิ้ม

เต๋าเบ่ากุ้ยมองไปที่เขาก่อนจะพยักหน้าและเอ่ย " หากเจ้าเลือกที่จะทดสอบแล้ว เช่นนั้นเจ้าต้องผ่านสองในสามของพวกมัน เจ้าสามารถทำพลาดได้หนึ่งครั้ง "

" แล้วจะเกิดอะไรขึ้นหากข้าล้มเหลว  ? " หลี่ฉีเย่เอ่ยถาม

เต๋าเบ่ากุ้ยเอ่ย " แม้ว่านิกายของพวกเรานั้นจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับการแต่งงานของอวิ๋นจู แต่นางก็เป็นลูกหลานอของพวกเรา ดังนั้นเราต้องการคนที่จะเป็นประโยชน์ให้กับนาง หากเจ้าเลือกยอมแพ้เจ้าสามารถจากไปได้ ทว่าหากเจ้าเลือกที่จะอยู่ก็ต้องไปให้สุด เช่นนั้นเจ้าควรจะพยามให้มากที่สุดจนกว่าจะถึงวันที่ประสบความสำเร็จ "

" เงื่อนไขเหล่านี้ล้วนไม่เลวเลย " หลี่ฉีเย่เอ่ยตอบด้วยรอยยิ้ม " อย่างน้อย นิกายของเจ้าก็ยังมีลักษณ์ของชื้อสายจักรพรรดิ พวกเจ้ารุ่นปัจจุบันไม่ได้ทำให้ชื่อเสียงของจักรพรรดิอมตะฉินหลี่เสื่อมเสีย "

หลี่ฉีเย่นั้นไม่ได้สนใจความแข็งแกร่งของนิกาย หากนิกายเลือกจะใช้ความรุนแรงใช้นั้นเขาก็ไม่มีทางเลือก จากนั้นเขาคงไม่ได้สนใจอนาคตของนิกายและใช้กำลังทำลายทุกอย่าง

แน่นอนเงื่อนไขทุกอย่างนั้นมาจากผู้อาวุโสสูงสุดหยางที่สนับสนุนหลานอวิ๋นจู ไม่เช่นนั้นผู้อาวุโสคนอื่นคนไม่ใจดีเช่นนี้  ผู้อาวุโสสูงสุดหยางต้องการพลักดันการแต่งงานนี้ด้วยเหตุผลส่วนตัว...