401

ตอนที่ 401 บุตรเขย

หลานหยุนหรู่ ขอแก้เป็น หลานอวิ๋นจู น้าา

หลังจากที่ตัดสินใจเสร็จ ผู้อาวุโสก็บอกศิษย์ของเขาให้มาทักทายหลี่ฉีเย่

ปีศาจกุ้งตกตะลึงเล็กน้อยหลังจากได้ยินคำสั่งจากเบื้องบน นี้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริง และชายคนนี้นั้นเป็นคู่หมั้นของเทพธิดา เขานั้นไม่กล้าจะดูถูกหลี่ฉีเย่อีก

" แขกผู้มีเกียรติได้โปรดตามข้ามา " ปีศาจกุ้งกล่าวอย่างสุภาพ

หลี่ฉีเย่และลู่ไป๋ฉิวนั้นขึ้นยังไปเรือขนาดเล็กสีแดงของปีศาจกุ้ง ก่อนจะแล่นเข้าไปยังพื้นที่ของนิกายพันแม่น้ำหวน

ในที่สุดปีศาจกุ้งก็พาทั้งสองนั้นมาส่งยังเกาะหนึ่งในทะเลสาป มันเป็นเกาะที่มีไว้สำหรับรับรองแขก และคนที่มาตอนรับพวกเขาทั้งสองก็สหายเก่า - ผู้คุ้มกันเสี่ยว

" อภัยใหัข้าด้วยที่ไม่ได้ไปตอนรับเจ้าก่อนหน้านี้ ยินดีตอนรับสู่นิกายพันแม่น้ำหวนนายน้อยหลี่ " ผู้คุ้มกันเสี่ยวนั้นเอ่ยด้วยรอยยิ้มเป็นมิตร

มันไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับเขาที่จะยิ้มตอนรับเช่นนี้ ความจริงผุ้คุ้มกันเสี่ยวนั้นยังคงรำคาญหลี่ฉีเย่เพราะเขานั้นหยิ่งยโส และคนที่หยิ่งยโสเกินไปไม่ใช่คนที่ผู้คุ้มกันเสี่ยวชอบ ไม่ต้องกล่าวถึงว่าหลานอวิ๋นจูเป็นคู่หมั้นของเขา คนทั่วทั้งนิกายล้วนไม่มีใครอยากเป็นมิตรกับเขาแน่ นี้เป็นเหมือนการตอนรับโจรเข้าบ้าน พวกเขาจะมีความสุขได้อย่างไร ?

ทว่าเต๋าเบ่ากุ้ยนั้นสั่งให้ตอนรับหลี่ฉีเย่อย่างแขกผู้มีเกียรติ ดังนั้นเขาจึงต้องปฏิบัติตามคำสั่ง

ผู้คุ้มกันเสี่ยวนั้นพาทั้งสองไปยังคฤหาสน์พิเศษที่ตั้งอยู่บนเกาะ

" หากนายน้อยหลี่นั้นต้องการสิ่งใด สามารถบอกคนรับใช้ได้ " ผู้คุ้มกันเสี่ยวเอ่ย " ท่านนั้นเป็นแขกผู้มีเกียรติของนิกายพันแม่น้ำหวน นอกจากสถานที่พิเศษบางแห่ง ท่านสามารถไปได้ทุกที่ "

แม้ว่าผู้คุ้มกันเสี่ยวนั้นจะไม่ชอบหลี่ฉีเย่ แต่เขาก็ยังจัดการซ่อนอารมณ์ของเขาได้ ในฐานะศิษย์ของเชื้อสายจักรพรรดิอมตะ เขานั้นมีความอดทนที่ดี

" เช่นนั้นข้าขอขอบคุณสำหรับการตอนรับจากนิกายเจ้า " หลี่ฉีเย่อมยิ้มเอ่ย " เกี่ยวกับเรื่องการแต่งงานนิกายของเจ้าคิดเห็นอย่างไร ? "

นี้เป็นสิ่งที่ผู้คุ้มกันเกี่ยวนั้นไม่อยากเอ่ยถึงมากที่สุด ปัญหานี้ยังคงถกเถียงกันในหมู่ผู้อาวุโส แน่นอนว่าส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับการแต่งงานครั้งนี้และมีส่วนน้อยที่ต้องการใช้สันติวิธี

ผู้นำนิกายนั้นมีมุมมองต่างไปกับการแต่งงานครั้งนี้ ดังนั้นการตัดสินจึงไม่ได้ถูกบอกออกมาในทันที

แน่นอนว่าผู้คุ้มกันเสี่ยวเป็นหนึ่งในบรรดาคนที่ไม่เห็นด้วยกับการแต่งงานครั้งนี้ จะเป็นไปได้อย่างไรที่เขาจะยอมให้เด็กน้อยไร้หัวนอนปลายเท้าเช่นหลี่ฉีเย่หมั้นหมายกับหลานอวิ๋นจู ?

เกี่ยวกับเรื่องนี้ ผู้คุ้มกันเสี่ยวเอ่ยตอบด้วยคำถาม " นายน้อยหลี่คิดเห็นเช่นไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ ? หากท่านสามารถยกเลิกการแต่งานนี้ได้ มันจะดีกับทั้งสองฝ่ายอย่างมาก "

" เช่นนั้นรึ " หลี่ฉีเย่ยิ้มอย่างร่าเริงและเอ่ย " การตัดสินใจไม่ได้อยู่กับข้า แต่ขึ้นอยู่กับพวกเจ้า กล่าวให้ถูกขึ้นอยู่กับสาวน้อยคนนั้น ให้เจ้าอยากให้ข้าตัดสินใจ เช่นนั้นบอกให้นางมาข้าด้วยตัวเอง "

" นี้เจ้า ! " ผู้คุ้มกันเสี่ยวนั้นไม่พอใจกับการแสดงออกเช่นนี้อย่างมาก มีไม่กี่คนที่กล้าท้าทายต่อหน้านิกายพันแม่น้ำหวน แต่เจ้าเด็กน้อยนี้กล้าแสดงความยโสอีกครั้งและอีกครั้ง หากมันไม่ใช่ว่าผู้นำนิกายสั่งเขา เขาจะสอนบทเรียนถึงความใหญ่โตของโลกนี้ให้เจ้าเด็กนี้ทันที

" บอกให้เด้กน้อยนั้นมาหาข้า มันจำเป็นที่คนแก่เช่นพวกท่านจะมายุ่งเรื่องหนุ่มสาว สำหรับจะจัดการเรื่องนี้อย่างไรขึ้นอยู่กับเราสองคน " หลี่ฉีเย่เอ่ยอย่างไม่แยแสและสะบัดแขนเสื้อของเขา

ผู้คุ้มกันเสี่ยวนั้นไม่มีความสุขเป็นอย่างมากเมื่อเห็นหลี่ฉีเย่โบกมือไล่ เขาจะทำอะไรได้นอกจากออกไปในเมื่อเขาก็ไม่อยากละเมิดคำสั่งของผู้นำนิกาย ?

หลังจากเขาออกไป ลู่ไป๋ฉิวอดไม่ได้ที่จะเอ่ยเสียงต่ำ " นายน้อย นี้เป็นดินแดนของนิกายพันแม่น้ำหวน หากท่านไม่ไว้หน้าเขาเช่นนี้ จะเกิดอะไรขึ้นหากพวกเขาเปลี่ยนความคิดของตัวเอง ? "

ลู่ไป๋ฉิวนั้นไม่ได้ตั้งใจที่จะเปลี่ยนแปลงชื่อเรียกของหลี่ฉีเย่ แต่ในมือราชันธาราสถิตและผู้คุ้มกันเสี่ยวยังเรียกเขาว่า ' นายน้อย ' ดังนั้นลู่ไป๋ฉิวจึงเรียกเช่นนี้

" เปลี่ยนความคิด ? " หลี่ฉีเย่หรี่ตาของเขาะและหัวเราะ " ข้าไม่กลัวหากพวกเขาจะรุนแรงมากขึ้น ตรงกันข้ามข้ากลัวว่าพวกเขาจะไม่ทำมากกว่า หากพวกเขาทำเช่นนั้นข้ายังมีเหตุผลที่จะนำของสักสองสามอย่างออกไป หากพวกเขาไม่ทำ ข้าคงไม่สามารถใช้กำลังบังคับเพื่อหักหน้าจักรพรรดิอมตะฉินหลี่ได้ "

ลู่ไป๋ฉิวนั้นกลายเป็นไร้คำพูดหลังจากได้ยินประโยคดังกล่าว นางนั้นรุ้ว่าหลี่ฉีเย่นั้นหยิ่งยโสเป็นอย่างมากแต่ไม่คาดว่าจะถึงระดับนี้ ไว้หน้าจักรพรรดิอมตะฉินหลี่...คำกล่าวเหล่านี้ดูไร้สาระเกินไป

จักรพรรดิอมตะฉินหลี่แน่นอนว่าเขานั้นเป็นตัวตนอมตะ แต่หลี่ฉีเย่ก็ยังกล่าวราวกับว่าเขานั้นเป็นคนรู้จักกัน

แน่นอนว่าเรื่องเหล่านี้เป็นไปไม่ได้ในความคิดของลู่ไป๋ฉิว นางจะเชื่อมโยงหลี่ฉีเย่กับจักรพรรดิอมตะฉินหลี่ได้อย่างไรกัน ?

" หรือนายน้อยอยู่ที่นี่เพราะว่าต้องการแต่งงาน ? " ลู่ไป๋ฉิวเอ่ยถามอีกครั้ง

" บางที " หลี่ฉีเย่เอ่ยตอบด้วยรอยยิ้ม " การแต่งงานนั้นเป็นเพียงสิ่งที่ทำให้ข้าสบายขึ้นยามอยู่ที่นี่ ทำไมข้าถึงไม่มาแสดงตัวสักหน่อยเล่า ? "

ลู่ไป๋ฉิวนั้นอดไม่ได้ที่จะยิ้มข่มขื่น ด้วยความสามารถอันเหนือชั้นและความงดงาม หลานอวิ๋นจูนั้นอาจจะกล่าวได้ว่าเป็นลูกรักของสวรรค์ในดินแดนเมฆเหิน คนนับไม่ถ้วนล้วนต้องการสัมผัสนาง รวมถึงเหล่าลูกหลานของเชื้อสายจักรพรรดิอมตะ แต่ตอนนี้หลี่ฉีเย่กล่าวราวกับว่านางนั้นต้องการเขา

ลู่ไป๋ฉิวนั้นไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือว่าร้องไห้ดี นางนั้นไม่รู้ว่าว่าเขาทำไปเพราะหยิ่งยโสหรือเขานั้นบ้ากันแน่ แต่ถึงอย่างไรนางก็สัมผัสได้ว่าเขานั้นมีความพิเศษบางอย่าง แต่มันก็จะมีปัญหาจำนวนมากตามมาหาเขาอีกมากแน่นอน

" นายน้อย ที่นี่..นี้เป็นดินแดนของนิกายพันแม่น้ำหวน..หากท่านต้องการนำสิ่งของบางอย่างไป..ข้าเกรงว่ามันะไม่เหมาะสมนัก " ลู่ไป๋ฉิวนั้นเอ่ยกระซิบและกลัวว่าคนรับใช้ด้านนอกอาจจะได้ยิน

การนำสิ่งของไปจากดินแดนบรรพบุรุษของนิกายพันแม่น้ำหวนนั้นไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ไม่ต้องกล่าวถึงว่าสิ่งที่หลี่ฉีเย่ต้องการนั้นย่อมไม่ธรรมดา คิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ความกังวลของลู่ไป๋ฉิวนั้นทะยานขึ้นฟ้า

" ไม่มีอะไรไม่เหมาะสมสำหรับเรื่องนี้ มันไม่หลายสิ่งที่ไม่ได้เป็นของของพวกเขา " หลี่ฉีเย่ยิ้มและเอ่ย

กล่าวให้ถูกต้อง มันมีสิ่งของบางอย่างของนิกายที่เป็นของหลี่ฉีเย่ ในเวลานี้เขาได้มีโอกาสกลับมาที่นี่อีกครั้ง เขามาเพื่อกับมาเอาสมบัติจากอดีต , สุดยอดสมบัติอมตะ...

ลู่ไป๋ฉิวนั้นถอนหายใจและไม่เอ่ยสิ่งใดอีก นางนั้นรู้ดีว่านางไม่สามารถโน้มน้าวหลี่ฉีเย่ได้ ในเวลานี้นางนั้นหวังว่าหลี่ฉีเย่จะไม่สร้างความบาดหมางใดๆก่อนพูดคุยกัน

ในวันที่สองของการเดินทางมายังนิกายพันแม่น้ำหวน หลี่ฉีเย่นำลู่ไป๋ฉิวออกไปเดินด้านนอก แม้ว่าศิษย์บางคนต้องการจะเป็นผู้นำทางให้ แต่หลี่ฉีเย่ปฏิเสธทั้งหมด

ความจริงก็คือทุกคนในนิกายนี้ล้วนไม่มีใครรุ้จักที่แห่งนี้ดีไปกว่าหลี่ฉีเย่ ในช่วงเริ่มต้นของสถานที่แห่งนี้ หลี่ฉีเย่ใช้เวลาจำนวนมากในการเรียนรู้เกี่ยวกับความลับทั้งหมดของทะเลสาป ดังนั้นความรู้ของเขามากกว่าเหล่าศิษย์หรือกระทั้งผู้นำนิกายซะอีก

สิ่งของและความลับต่างๆที่ซ่อนอยู่ภายในทะเลสาปหลี่ฉีเย่รู้จักเป็นอย่างดี

ที่ทะเลสาปนั้นมีเกาะจำนวนมาก บางเกาะนั้นถูกเชื่อมต่อกันขณะที่บางเกาะนั้นถูกแยกออกอย่างสมบูรณ์กับเกาะที่เหลือ ทว่ากับมีสะพานเชื่อมชั้นฟ้าด้านบนเกิดเป็นภาพที่สวยงาม

หลี่ฉีเย่นั้นกลายเป็นตกอยู่ภายในความทรงจำก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึกขณะที่สัมผัสบรรพยากาศที่คุ้นเคย ครั้งหนึ่งเขาเคยทิ้งรอยเท้าไว้ที่ทะเลสาปแห่งนี้ พันทะเลสาปหวน

ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ทะเลสาปนี้เป็นเพียงแผ่นดินธรรมดาที่ไม่ได้รับความสนใจใดๆ แต่ต่อมาเขาพยามขุดหาความลับของสถานที่แห่งนี้และจากนั้นจักรพรรดิอมตะฉินหลี่ก็มาสร้างนิกายและเริ่มเชื้อสายจักรพรรดิอมตะ

ต่างจากหลี่ฉีเย่ ลู่ไป๋ฉิวนั้นพึงมายังภายในนิกายพันแม่น้ำหวนเป็นครั้งแรก นางนั้นถูกดึงดูดด้วยสิ่งต่างๆภายในทะเลสาป นี้เป็นดินแดนอมตะ เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์สำหรับผู้ฝึกตนทุกคน

พวกเขาทั้งสองเดินไปและพบกับศิษย์จำนวนมากพร้อมด้วยเสียงกระซิบ นิ่วของคนเหล่านั้นชี้มายังพวกเขา บางคนกระทั้งปล่อยความรู้สึกเกลียดชังที่มีต่อหลี่ฉีเย่

ผนังในโลกนี้ล้วนไม่มีกำแพงกัน ข่าวที่หลี่ฉีเย่นั้นเป็นคู่หมั้นของหลานอวิ๋นจูได้กระจ่ายไปทั่วนิกายและเกิดความวุ่นวาย...