399

ตอนที่ 399 แรงกดดันจากนิกายพันแม่น้ำหวน

หลังจากหลี่ฉีเย่กลับมายังเกาะของเขา ราชันธาราสถิตก็เขาอยู่ที่นี่อยู่แล้วพร้อมเอ่ย

" นายน้อยหลี่ นิกายพันแม่น้ำถามข้าเกี่ยวกับเรื่องการหมั้นว่าท่านมีข้อเรียกร้องใดๆหรือไม่ " ราชันธาราสถิตนั้นอยู่ในสภาพกลืนไม่เข้าคลายก็ไม่ออก หลังจากถูกกดดันจากหลี่ฉีเย่และนิกายพันแม่น้ำหวน ไม่ว่าจะอย่างไรเขาก็ต้องหาทางว่างภาระเหล่านี้จากบ่าของเขาให้ได้

" มันดูเหมือนว่านิกายพันแม่น้ำหวนจะกังวลอย่างมาก " หลี่ฉีเย่เอ่ยด้วยรอยยิ้ม

ราชันธาราสถิตนั้นไร้คำกล่าวอยู่ภายใน นี้จะไม่ให้นิกายพันแม่น้ำหวนกังวลได้อย่างไร ? ศิษย์ของพวกเขาหลาน หยุนหรู่นั้นได้รับการดูแลที่ดีอย่างมาก มันคงแปลกหากพวกเขาไม่บ้าที่นางกำลังหมั้นหมายกับคนนอก

ราชันธาราสถิตได้นำถาดกับยาที่แตกต่างกันจำนวนมากออกมาว่างด้านหน้า พวกมันเต็มไปด้วยกลิ่นของสมุนไพร

" นายหน้อยหลี่ นี้เป็นของขวัญเล็กน้อยจากนิกายพันแม่น้ำหวน ทางนิกายหวังว่าท่านจะรีบตัดสินใจ " ราชันธาราสถิตวางพวกมันและดันไปให้หลี่ฉีเย่

" น้ำทิพย์พรสวรรค์ห้ารูปแบบ ! " หลี่ฉีเย่ยิ้มและเอ่ย " โอ้ว ? นิกายพันแม่น้ำหวนนั้นต้องการจะติดสินบนข้า ? แต่เพียงแค่น้ำทิพย์พรสวรรค์ห้ารูปแบบนั้นยังไม่มีค่าพอ "

" นิกายพันแม่น้ำหวนนั้นไม่ได้กล่าวว่าน้ำทิพย์พรสวรรค์ห้ารูปแบบนั้นเพียงพอ พวกเขาหวังว่าทั้งสองฝ่ายจะเริ่มต้นด้วยดี นี้เป็นเพียงของขวัญเล็กน้อย " ราชันธาราสถิตรีบเอ่ย

หลี่ฉีเย่นั้นไม่ได้เหลือบมองพวกมันและเขาก็ดันของทั้งหมดไปให้ลู่ไป๋ฉิวและเอ่ย " เจ้าเก็บพวกมันไว้ใช้เถอะ "

ลู่ไป๋ฉิวนั้นอดไม่ได้ที่จะเต็มไปด้วยความงุนงง น้ำทิพย์พรสวรรค์ห้ารูปแบบนั้นไม่ใช่สิ่งที่ขุนนางพื้นที่หรือบางคนที่อยู่ในระดับชะตาลี้ลับเช่นนางจะใช้ประโยชน์ได้เต็มที่ พวกมันเป็นสิ่งของมีค่าอย่างมากสำหรับเซียนบรรพกาล เห็นได้ชัดว่าพวกมันมีประโยชน์อย่างมากกับชะตาลี้ลับ

แม้แต่ผู้อาวุโสในประเทศธาราสถิตก็ยังต้องการน้ำทิพย์พรสวรรค์ห้ารูปแบบแต่ไม่สามารถหามันได้โดยง่าย ทว่าของเหล่านี้กับคล้ายขยะสำหรับหลี่ฉีเย่ แต่เขากับมันมองให้นาง และเขาไม่แม้แต่จะเหลือบมองมัน การแสดงออกดังกล่าวเช่นนี้ไม่ใช่สิ่งที่ประเทศเล็กๆเช่นธาราสถิตนั้นจะกระทำได้

ราชันธาราสถิตนั้นได้แต่ยิ้มขมขื่นและคิดว่าผู้คนจากเชื้อสายจักรพรรดิไม่เหมือนศิษย์จากประเทศธรรมดา แม้แต่น้ำทิพย์พรสวรรค์ห้ารูปแบบก็ยังไม่อยู่ในสายตาเขา !

" นายน้อยหลี่วางแผนจะไปยังนิกยาพันแม่น้ำหวนเมื่อใด ? " ราชันธาราสถิตรีบเอ่ยถาม มันง่ายสำหรับเขาที่จะเป็นตัวกลางของหลี่ฉีเย่และนิกาย

" หากนางแม่น้ำต้องการยกเลิกการแต่งงานนี้จริงๆ เช่นนั้นให้หลานหยุนหรู่มาบอกข้าด้วยตัวเอง ตาแก่เช่นพวกเขาไม่ต้องเป็นต้องกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้ !  " หลี่ฉีเย่นั้นเอ่ยพวกมันพร้อมรอยยิ้มไม่แยแส

ราชันธาราสถิตนั้นรู้สึกอย่างจะร้องไห้ แต่ไม่มีนำตาไหลออกมา เขานั้นไม่มีทางรายงานคำตอบเช่นนี้กลับไป หลี่ฉีเย่นั้นเอาแต่ใจเกินไป ผู้อาวุโสจากนิกายพันแม่น้ำหวนล้วนเป็นตัวตนที่ยิ่งใหญ่ที่จะทำลายสวรรค์และบดขยี้ปฐพีได้ มีผู้เยาว์จำนวนน้อยที่กล้าดูหมื่นพวกเขา แต่หลี่ฉีเย่ล้วนไม่แยแส บางทีนี้อาจจะเป็นความกล้าหาญของเหล่าเชื้อสายจักรพรรดิ

ราชันธาราสถิตนั้นจากไป แต่เขาก็ลังเลเหมือนกับจะพูดอะไรบางอย่างและหยุดสองถึงสามครั้ง

" หากราชันมีอะไรจะเอ่ย เช่นั้นก็เอ่ยมันออกมาเถอะ " หลี่ฉีเย่สังเกตเห็นความลำบากจากใบหน้าของราชัน

หลังจากลังเลอยู่นาน ราชันธาราสถิตก็ตัดสินใจเอ่ย " นายน้อยหลี่ควรจะให้คำตอบพวกเขาโดยเร็ว ข้าได้ยินคนที่นั้นบอกว่าทางแม่น้ำต้องการแก้ไขข้อผิดพลาดนี้อย่างเป็นมิตร แต่ก็ยังมีบางคนที่ยังต้องการใช้วิธีการที่รุนแรงมากขึ้น "

" วิธีการที่รุนแรงมากขึ้น ? " หลี่ฉีเย่หรี่สายตาของเขาและเผยให้เห็นรอยยิ้ม

ราชันธาราสถิตนั้นกล่าวด้วยรอยยิ้มขมขื่น " นายน้อยหลี่น่าจะทราบอยู่แล้ว แต่มันไม่ง่ายสำหรับแม่น้ำที่จะมีศิษย์เช่นนี้ ภายในนิกายเองก็ยังมีไม่กี่คนที่เหมาะสมกับเทพธิดาจรู้ ดังนั้นไม่ต้องกล่าวถึงคนนอก "

" อย่าได้ปล่อยให้ตัวไหลไปตามความคิดของผู้อื่น " หลี่ฉีเย่นั้นเข้าสภาวะในตอนนี้ ความจริงนี้เป็นเรื่องธรรมดาสำหรับผู้มีอำนาจ

" ข้าได้ยินว่ามีผู้อาวุโสระดับสูงของนิกายยืนกรานเกี่ยวกับเรื่องนี้มาก " ราชันธาราสถิตเอ่ยเตือนหลี่ฉีเย่

ราชันนั้น เกี่ยวกับการแต่งงานของหลี่ฉีเย่และหลานหยุนหรู่ เขาหวังว่ามันจะจบลงในเร็วๆนี้ การติดอยู่ระหว่างทั้งสองฝ่ายนั้นเป็นเรื่องเจ็บปวดมาก หากเรื่องนี้ยังยื้อต่อไปมันจะเป็นเรื่องยากสำหรับเขามากขึ้น

" ยืนกราน ? " หลี่ฉีเย่ลูบคางของเขาและยิ้ม " เขาชอบใช้วิธีหยาบกร้านในการทำบางสิ่ง เอาละในเมื่อนิกายต้องการจะพบข้าโดยเร็ว เช่นนั้นข้าก็จะไปพบพวกเขา "

" ไปเยือนนิกายพันแม่น้ำหวน ? " หลังจากได้ยินสิ่งนี้ การแสดงออกของราชันธาราสถิตนั้นเปลี่ยนแปลงไป

คำกล่าวเช่นนี้ของหลี่ฉีเย่นั้นดูไม่เป็นมิตรเท่าไหร่นักสำหรับคนที่ได้ยิน มันราวกับว่าเขากำลังไปปลดปล่อยความโกรธของเขาที่นิกาย

" ไม่ต้องกังวล ข้านั้นเป็นคนรักสันติภาพเสมอ หากนิกายเจรจาต่อรองๆดี ข้าก็จะพูดกับพวกเขาอย่างดีเช่นกัน " หลี่ฉีเย่ฉักยิ้ม

ลู่ไป๋ฉิวและราชันธาราสถิตอดไม่ได้ที่จะมองหน้ากันและกัน ท้องฟ้าจะต้องถล่มลงมาแน่หากพวกเขาเชื่อคำกล่าวนี้ เพียงหนึ่งคำกล่าวของเขาก็พอแล้วที่จะฆ่าใครสักคน...หากคนเช่นเขานั้นเป็นที่รักสันติภาพ เช่นนั้นทุกคนในโลกนี้ก็อาจจะบวชเป็นหลวงจีนกันหมดแล้ว

" นายน้อยหลี่ต้องการจะไปยังนิกายพันแม่น้ำหวนจริงๆ ? " ราชันเอ่ย " หากท่านต้องการจะไม่แสดงออกอย่างเป็นมิตรแล้ว เช่นนั้นมันก็เหมือนกับว่าท่านกำลังเดินเข้าถ้ำเสือ "

แน่นอนว่าเขานั้นไม่ได้กังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของหลี่ฉีเย่ ทว่าเขาก้ไม่อยากให้ทุกอย่างอยู่เหนือการควบคุม หากประเทศธาราสถิตเกี่ยวข้องด้วยนี้อาจจะทำให้พวกเขาไม่อาจหนีจากการเจ็บตัวได้ !

" ถ้ำเสือ ? " หลี่ฉีเย่ตอบด้วยรอยยิ้ม " ข้านั้นเป็นคนมีงานอดิเรกไม่มาก แต่หนึ่งในงานที่ข้ามีก็คือการเข้าถ้ำเสือ ข้าชอบที่จะเข้าไปในนั้น "

ราชันธาราสถิตนั้นแสดงออกอย่างขมขื่น หากเขารู้ว่าหลี่ฉีเย่จะเป็นเช่นนี้ เขาคงไม่เอ่ยอะไรแม้ว่าเขาจะตาย แล้วดูสถานการณ์ตอนนี้ ! ไม่เพียงแต่เขาจะล้มเหลวในการชักจูงหลี่ฉีเย่ เขายังทำให้หลี่ฉีเย่ไปยังนิกายพันแม่น้ำหวน

แต่เมื่อเขาคิดเกี่ยวกับมันอย่างระมัดระวัง หากหลี่ฉีเย่ไปยังนิกายแม่น้ำจริงๆ มันอาจจะไม่ใช่เรื่องแย่สำหรับประเทศเขา สุดท้ายประเทศของเขาก็ติดอยู่ระหว่างทั้งสองฝ่ายอย่างน่าอึดอัดใจ

" ไป๋ฉิว เจ้าต้องการจะไปกับข้าหรือไม่ ? " หลี่ฉีเย่นั้นเป็นพวกคิดแล้วทำทันที ดังนั้นเขาจึงเอ่ยถามลู่ไป๋ฉิว " แน่นอนว่าหากเจ้าไม่ต้องการ ข้าจะไม่บังคับ "

ลู่ไป๋ฉิวอดไม่ได้ที่จะมองไปยังราชันของนาง หลังจากลังเลอยู่นานราชันของนางก็ถอนหายใจและเอ่ย " ขุนนางลู่ เจ้าสามารถติดสินใจได้ด้วยตัวเอง "

ไม่มีใครรู้ว่าการเดินทางครั้งนี้นั้นจะพบกับหายนะแบบใด ดังนั้นราชันจึงตัดสินใจให้ขุนนางลู่นั้นเลือกโชคชะตาของนางเอง

หลังจากลังเลอยู่ชั่วครู่ลู่ไป๋ฉิวก่อนเอ่ย " ข้าจะไปกับเจ้า ! "

ราชันธาราสถิตนั้นถอนหายใจเบาๆ และจากไปโดยไม่เอ่ยสิ่งใด

หลังจากเขาจากไป ลู่ไป๋ฉิวก็เอ่ยถาม " พวกเราจะไปยังนิกายแม่น้ำในตอนนี้เลย ? "

แม้ว่านางนั้นจะไม่ได้เตรียมใจที่จะเผชิญกับพายุตั้งแต่เริ่มต้นการเดินทาง แต่นี้ก็อาจจะเป็นเรื่องดีทีจะเปิดหูเปิดตาของนาง สุดท้ายเกาะนับพันนั้นก็เล็กเกินไป !

" หากเจ้าไม่มีสิ่งใดที่จะต้องเตรียมเป็นพิเศษ พวกเราจะเดินทางตอนนี้ " หลี่ฉีเย่เอ่ย " ข้ากำลังตั้งตารอการเดินทางนี้ ! " เขานั้นอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา นิกายพันแม่น้ำหวนนั้นเป็นสถานที่ที่มีความจำของเขาอยู่

" แล้วเกี่ยวกับเกาะที่สูญหาย ? " ลู่ไป๋ฉิวนั้นเอ่ยถามหลี่ฉีเย่เพราะนางรู้ว่าหลี่ฉีเย่มาที่นี่เพื่อเกาะที่สูญหาย

หลี่ฉีเย่ส่ายหัวเบาๆก่อนจะเอ่ย " มันไม่ได้เป็นเรื่องง่ายที่จะไปยังเกาะ พวกเราสามารถใช้เวลาก่อนที่จะมีคนมากพอที่นี่ เช่นนั้นพวกเราจะมาเมื่อมีโอกาสที่ดี ! "

ตราบใดที่เลือดและชีวิตถูกดูดกลืนเข้าไปมากพอ มันก็มีโอกาสที่จะไปยังเกาะที่สูญหาย

แน่นอนว่าหลี่ฉีเย่ไม่ได้บอกคำเหล่านี้ออกมา

ลู่ไป๋ฉิวนั้นไม่ได้มีสิ่งที่ใดที่ต้องเตรียม ดังนั้นนางจึงไปนิกายพันแม่น้ำหวนกับเขา

ในความจริงประเทศธาราสถิตนั้นห่างไกลจากนิกายพันแม่น้ำหวนอย่างมาก แน่นอนว่ามันไม่ได้เป็นปัญหาสำหรับหลี่ฉีเย่ ใช้เวลาไม่นานพวกเขาก็มาถึงที่นี่

นิกายพันแม่น้ำหวนนั้นเป็นเชื้อสายจักรพรรดิที่สร้างมาโดยจักรพรรดิอมตะฉินหลี่ ในฐานะที่เป็นเชื้อสายจักรพรรดิพวกเขานั้นควบคุมดินแดนส่วนใหญ่ของแม่น้ำทั้งสองฝั่ง

และแม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้ควบคุมโดยตรง ประเทศและนิกายจำนวนมากจากทั้งสองฝั่งก็ล้วนเป็นเมืองขึ้นของพวกเขา

อำนาจและอธิพลของพวกเขาดีอย่างมาก ในฐานะจักรพรดริอมตะคนล่าสุดของโลกใต้พิภพศักดิ์สิทธิ์ เชื้อสายของจักรพรรดิอมตะฉินหลี่นั้นยังคงแข็งแกร่ง

แม้ว่าจะถูกตั้งชื่อนิกายว่าเป็นแม่น้ำ แต่ดินแดนบรรพบุรุษของนิกายนั้นไม่ได้ก่อตั้งบนแม่น้ำ แต่มันถูกสร้างขึ้นที่ทะเลสาปขนาดใหญ่ที่เป็นสูญกลางของแม่น้ำ พันทะเลสาปหวน

เมื่อขึ้นไปยืนบนจุดสูงสุดของพันทะเลสาปหวน ไม่มีใคคิดว่าพื้นที่นี้นั้นจะกว้างดังมหาสมุทร ! มันไม่แปลกที่จะรู้สึกดังกล่าวเพราะนี้เป็นทะเลสาปที่ใหญ่ที่สุดในโลกใต้พิภพศักดิ์สิทธิ์ พื้นผิวของทะเลสาปนั้นมีคลื่นอันงดงามเช่นเดียวกับมหาสมุทรอันยิ่งใหญ่

มีตำนานและความลับมากมายเกี่ยวกับพันทะเลสาปหวน ที่ดินแดนเมฆเหินทางตอนใต้นั้นมีตำนานกล่าวว่าจักรพรรดิอมตะฉินหลี่นั้นมาจากทะเลสาปนี้ ! เพราะต้นกำเนิดนี้จักรพรรดิอมตะจึงมีชื่อว่าฉินหลี่ เขานั้นเป็นคนสร้างนิกายและวางรากฐานของนิกายด้านล่างทะเลสาปนี้

แน่นอนว่านั้นเป็นเพียงเรื่องเล่าและไม่มีใครรู้ความจริง ความลับที่ซ่อนอยู่ภายใต้ทะเลสาปนั้นเหมือนตัวตนของจักรพรรดิ - ถูกปกคลุมไปด้วยความลึกลับ

ขณะที่ยืนอยู่เหนือทะเลสาป ทุกคนสามารถสัมผัสได้ถึงความชุ่มชื้นและพลังงานจิตวิญญาณที่พุ่งเข้าปะทะใบหน้า มันก็เหมือนกับว่าทะเลสาปนี้เต็มไปด้วยพลังงานโลก