397

ตอนที่ 397 ทำลายสัญญาหมั้น

เปลี่ยนชื่อจาก หยุนจรู่ --- > หยุนหรู่ 
- - - - - - - - - - - - - - -

หลาน หยุนหรู่- ลูกหลานจากนิกายพันแม่น้ำหวน อัจฉริยะที่มีชื่อเสียงขอดินแดนเมฆเหิน และสาวงามที่ทำให้บุรุษหลายคนสั่นสะท้าน

ราชันธาราสถิตและลู่ไป๋ฉิวนั้นเต็มไปด้วยความตกตะลึง พวกเขาไม่คาดว่าหลี่ฉีเย่นั้นจะเป็นคู่หมั้นของหลาน หยุนหรู่ แม้ว่าจะอย่างมีคนเป็นคู่ครองนาจำนวนมาก

ข่าวนี้เป็นเรื่องน่าตกใจเกินไปสำหรับพวกเขาทั้งสอง สตรีเช่นหลาน หยุนหรู่นั้นมีตัวตนที่สูงส่ง แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นว่านางกลายเป็นคู่หมั้นกำเด็กหนุ่มนิรนาม

" หากนากเป็นลูกหลานของนิกายพันแม่น้ำหวนแล้วอย่างไร ? " หลี่ฉีเย่ตอบอย่างขี้เกียจ " แม้แต่เทพธิดาจากเก้าชั้นฟ้าก็ไม่เห็นจะมีอะไรพิเศษ "

ผู้คุ้มกันเสี่ยวนั้นเกือบจะกระอักเลือดจากความโกรธ เขาเริ่มจะสงบสติและทำให้การยกเลิกการแต่งงานครั้งนี้สำเร็จ " หนุ่มน้อยวันนี้นิกายพันแม่น้ำหวนของเรามาด้วยความจริงใจ " จากนั้นเขาก็เอ่ยต่อ " ตราบใดที่เจ้ายินดีจะยกเลิกการหมั้นครั้งนี้ ทุกอย่างสามารถตกลงกันได้...สมบัติ , ของขวัญอมตะ , สิ่งของในตำนาน - นิกายพันแม่น้ำหวนของเรายินดีจะมอบให้เจ้าทุกสิ่ง หากเจ้าต้องการเจ้าสามารถเข้าร่วมเป็นศิษย์ของนิกายเราได้ "

การรับสมัครศิษย์ของนิกายนั้นเข้มงวดอย่างมาก ข้อเสนอของผู้คุ้มกันเสี่ยวในครั้งนี้เห็นได้ชัดว่าดีอย่างมาก

" ถูกต้อง มันควรจะมีข้อแลกเปลี่ยนที่ดีเช่นนี้ " หลี่ฉีเย่บางคนเข้าก็เริ่มจะหงุดหงิด เขานั้นเป็นคนชอบมองทัศนคติของคน หากคนเหล่านั้นเริ่มหยิ่งยโส เขาจะก้าวร้าวขึ้นอย่างมาก

จากนั้นหลี่ฉีเย่ก็เอ่ยด้วยรอยยิ้ม " แต่สำหรับข้า ของขวัญอมตะอะไรก็ล้วนไร้ประโยชน์ หากเจ้าต้องการจะยกเลิกการแต่งงาน เช่นนั้นให้นางมาพบข้าด้วยตัวเอง จากนั้นข้าจะคิดอีกที่ มันไม่ใช่พวกตาแก่จากนิกายพันแม่น้ำหวนที่จะหมั้นหมาย เช่นนั้นทำไมถึงต้องเข้ามายุ่ง ? "

แน่นอน ว่าการแต่งงานครั้งนี้เป็นเพียงอุบัติเหตุสำหรับหลี่ฉีเย่ หากสตรีนางนั้นต้องการยกเลิกการหมั้นจริงๆ เขานั้นก็ไม่ใส่ใจ ทว่าหากนิกายพันแม่น้ำหวนมาใช้กำลังให้เขายกเลิก เช่นนั้นเขาก็จะขอทรมานพวกมันสักหน่อย

ผู้คุ้มกันเสี่ยวนั้นโกรธเป็นอย่างมากและอยากจะสับเจ้าสารเลวนี้เป็นหมื่นชิ้น แต่เขาก็ยังสงบ

หลี่ฉีเย่นั้นไม่ได้สนใจการแสดงออกของผู้คุ้มกันเสี่ยวและไม่ต้องการอธิบายสิ่งใดอีก ผู้คุ้มกันเสี่ยวนั้นกลายเป็นโกรธและโกรธมากขึ้น เขายังคงพยามรักษาความสงบและเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง " เจ้าสามารถคิดเกี่ยวกับมันอีกทีได้ นี้เป็นโอกาสที่ดีสำหรับเจ้า ให้ราชันธาราสถิตส่งข้อความมาหากเจ้าคิดอะไรออก "

หลังจากผู้คุ้มกันเสี่ยวจากไป หลี่ฉีเย่ก็ยิ้มและพึมพำ " เชื้อสายจักรพรรดิอมตะของฉิวหลี่รุ่นอนาคตนั้นไม่เลวเลยจริงๆ ! "

แม้ว่าผู้คุ้มกันเสี่ยวนั้นจะแสดงออกอย่างหยิ่งยโส สุดท้ายเขาก็ไม่ได้ใช่ภูมิหลังของเขาข่มขู่ผู้คนและยกเลิกการแต่งงาน ไม่เช่นนั้นหลี่ฉีเย่คงได้มีความสุขกับการสั่งสอนเชื้อสายของจักรพรรดิอมตะฉินหลี่แทน

" เจ้า...ตั้งแต่เมื่อใดกันที่เจ้าเป็นคู่หมั้นของเทพธิดาหยุนหรู่ ? " หลังจากผู้คุ้มกันจากไป ลู่ไป๋ฉิวอดไม่ได้ที่จะเอ่ยอย่างอยากรู้อยากเห็น

มีข่าวว่ามีคนจำนวนมากยื่นข้อเสนอต่อหยุนหรู่ แต่ทุกคนล้วนถูกปฏิเสธ ดังนั้นการที่นางมีคู่หมั้นปรากฏออกมาจึงกระทันหันเกินไป

" การหยิบการหมั้นหมายครั้งนี้ขึ้นมาได้จากการเดินบนถนน " หลี่ฉีเย่ยิ้มและเอ่ย

ลู่ไป๋ฉิวกลายเป็นไร้คำพูด หลาน หยุนหรู่นั้นเป็นเทพธิดาที่สวยที่สุดและมีศักยภาพมากที่สุดในดินแดนเมหเหิน เช่นนั้นการเป็นคู่หมั้นของนางเป็นเรื่องง่าย ? หากมีคนสามารถเลือกการหมั้นหมายนี้ได้จากการเดินบนถนน เช่นนั้นคนนับไม่ถ้วนคงได้แต่งงานไปนานแล้ว !

หากลู่ไป๋ฉิวนั้นรู้ว่าการแต่งงานครั้งนี้ถูกจัดขึ้นอย่างบังเอิญ นางแน่นอนว่าจะยิ่งตกตะลึงมากยิ่งขึ้น

นิกายพันแม่น้ำหวนนั้นมายังประเทศขนาดเล็กเพื่อยกเลิกการแต่งงานเป็นเรื่องเล็กสำหรับหลี่ฉีเย่ เขายังรออยู่ที่เกาะของเขาและรอเวลาที่เหมาะสมจะไปยังเกาะที่สูญหาย

หลังจากเวลาผ่านไป เกาะนับพันก็กลายเป็นยุ่งมากยิ่งขึ้นและเต็มไปด้วยผู้เชียวชาญเดินทางไปมา ทางฟ้านั้นเต็มไปด้วยหมู่เกาะ , สมบัติและสัตว์ขนาดใหญ่

นอกจากนี้บนท้องฟ้ายังเต็มไปด้วยพลังงานในสายเลือด กลิ่นอายขององค์รักษ์เทพสวรรค์และราชันเทพสวรรค์จากนิกายใหญ่นั้นปกคลุมทั่วชั้นฟ้า

ฉากที่ยิ่งใหญ่เช่นนั้นทำให้ผู้ฝึกตนภายในเกาะนั้นรู้สึกตื่นเต้นอย่างช่วยไม่ได้

เพื่อที่จะหลีกเลี่ยงปัญหาที่จะเกิด ราชันนั้นทำตามคำสั่งของหลี่ฉีเย่ เขาทันใดนั้นก็อพยพศิษย์และผู้อาศัยเป็นยังเกาะอื่น

โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีขุมกำลังทรงอำนาจเริ่มปรากฏ ราชันธาราสถิตก็กลายเป็นตึงเครียดและรู้ว่าพายุกำลังจะก่อตัวขึ้น เขารีบอพยพคนอย่างรวดเร็ว

แน่นอนว่าการอพยพครั้งนี้เป็นเพียงชั่วคราว พวกเขาจะกลับมาหลังจากปัญหาทุกอย่างจบ

ในช่วงเวลานี้ เสียงระเบิดดังขึ้นอย่างต่อเนื่องในแต่ละวัน บางครั้งแผ่นดินก็สั่นสะเทือนพร้อมด้วยคลื่นขนาดปกคลุมชั้นฟ้า ที่ตั้งของเกาะที่สูญหายนั้นปรากฏ บางคนพยามจะเข้าไปก็สูญหายไปในทะเลหมอก

" มันไม่ใช่เพียงแค่คนจากดินแดนเมฆเหิน แม้แต่ดินแดนหมอกหลวงตา , แม่น้ำเขียว , ชายแดนใต้ก็มา "

ลู่ไป๋ฉิวนั้นยังคงเป็นคนติดต่อเรื่องราวต่างกับหลี่ฉีเย่แต่นางก็อดไม่ได้ที่จะกังวล " ในหลายวันที่ผ่านมา บางมณีองค์รักษ์มาถึงและเกือบจะข้ามมหาสมุทรได้ พวกเขาควรจะออกไปจากที่นี่หรือไม่ ? "

" ไม่จำเป็น " หลี่ฉีเย่ส่ายหัวและเอ่ย  เขามองไปยังมหาสมุทรด้วยสีหน้าแจ่มใส่ " หากมณีองค์รักษ์มา เช่นนั้นพวกเราก็ลองไปดู  "

หลี่ฉีเย่และลู่ไป๋ฉิวนั้นมาถึงมหาสมุทรอีกครั้ง เทียบกับการมาถึงครั้งสุดท้าย เกาะนั้นเต็มไปด้วยความวุ่นวายจำนานมาก สมบัติบินหลายอย่างปรากฏเต็มชั้นฟ้า มี่ทั้งเรือ . วิหาร , และหุบเขาศักดิ์สิทธิ์...

มันมีผู้ฝึกตนจำนวนมากรวมถึงเหล่าเชื้อสายทรงอำนาจที่ต้องการจะไปยังเกาะที่สูญหาย แต่พวกเขาบางคนก็มาเพื่อดูเรื่องสนุก บางคนเรื่องบินดูจากด้านบน บางคนลอยอยู่เหนือน้ำ บางคนนั้นดำอยู่ใต้น้ำ

แม้แต่หมอกที่อยู่รอบๆเกาะเองก็เริ่มมีการเปลี่ยน พวกมันเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้ม

สีแดงเข้มเหล่านี้เป็นโลหิตของผู้ฝึกตนที่ต้องการจะฝ่าทะเลหมอกเข้าไป พวกเขานั้นใส่เครื่องป้องกันที่แข็งแกร่ง แต่พวกเขาก็กลายเป็นทะเลโลหิตไม่นานหลังจากเข้าไป

หลี่ฉีเย่อดไม่ได้ที่จะหรี่ดวงตาของเขา ขณะที่จับจับจ้องไปยังการเปลี่ยนของเกาะที่สูญหายโดยไม่เอ่ยสิ่งใด

ตอนนี้ที่ด้านนอกของหมอก เหล่ามหาอำนาจเริ่มต้นที่จะแบ่งค่ายพักของตัวเอง บางกลุ่มเลือกบนเขา บางกลุ่มตั้งเป็นกระโจม

สิ่งที่น่าประทับใจก็คือเหนือหมอกขึ้นไป มีตัวตนที่ยิ่งใหญ่ล้อมไปด้วยวงแหวนศักดิ์สิทธิ์และพวกเขาปลดปล่อยอำนาจออกมา กลิ่นอายของพวกเขาทำให้ปีศาจและสัตว์อสูรภายในมหาสมุทรวิ่งหนี บางคนนั้นเป็นองค์รักษ์เทพสวรรค์ บางคนั้นเป็นราชันเทพสวรรค์ พวกเขาทั้งหมดล้วนเป็นผู้ปกครองที่ยิ่งใหญ่ แต่ทั้งหมดกลับมาปรากฏตัวที่นี่

" นิกายย่ำราตรี ประเทศมังกรขด ประตูตั้งสวรรค์ " มองไปยังเหล่ากระโจมของมหาอำนาจ ลู่ไป๋ฉิวอดไม่ได้ที่จะพึมพำ " ขุมอำนาจระดับสุดยอดล้วนมาอยู่ที่นี่ ! "

" ไม่เพียงแค่เหล่าขุมอำนาจ แม้แต่เหล่าคนตายก็ยังมาที่นี่พร้อมกับบรรพชนจำนวนหนึ่ง " ในเวลานี้มีคนมาปรากฏด้านข้างของหลี่ฉีเย่และเอ่ย " เมื่อวานนี้ บรรพชนของหมู่บ้านหินเหล็กก็มา เขานั้นต้องการจะไปยังเกาะที่สูญหาย แต่อนิจจาเขาก็กลายเป็นหมอกโลหิตแทน "