393

ตอนที่ 393 อย่าได้ยั่วยุข้า

กายาไร้นภาอมตะนั้นไม่ได้ด้อยกว่ากายาอมตะใดๆ ! เมื่อบ่มเพาะมันสำเร็จ มันทำให้ผู้ใช้มีความเร็วที่ไร้ผู้เทียบเท่า

เมื่อเคลื่อนไหวด้วยอมตะนี้ สมบัติหรือทักษะนั้นก็ไม่มีความสำคัญอีกต่อไปเพราะว่าหากศัตรูไม่สามารถเอาชนะความเร็วนี้ได้ เช่นนั้นศัตรูของพวกเขาก็มีโอกาสถูกฆ่าก่อนที่จะได้เคลื่อนไหวใดๆ

เมื่อกายานี้เข้าสู่ขั้นสมบูรณ์ มันจะทำให้สามารถตัดผ่านมิติหรือกระทั้งหยุดเวลาได้ด้วยตัวเอง ! ลองนึกภาพดูว่ามันจะท้าทายสวรรค์ขนาดใดหากมีความเร็วที่ไร้ผู้ต้านทาน เช่นนั้นลองนึกดูว่ามันจะท้าทายโลกขนาดใดหากหยุดเวลาได้ !

นี้เป็นเหตุผลว่าทำไมเมื่อไปถึงกายาไร้นภาอมตะขั้นสมบูรณ์ ไม่มีใครในโลกที่สามารถฆ่าเขาได้ บางคนเคยกล่าวไว้ว่ามีเพียงเวลาเท่านั้นที่สามารถฆ่าคนที่ฝึกกายาไร้นภาอมตะขั้นสมบูรณ์ได้

หลี่ฉีเย่นั้นมีเหตุผลของตัวเองในการเลือกกายาไร้นภาอมตะนี้ กายาอเวจีอมตะของเขานั้นทำลายได้ทุกสิ่ง แต่มีหนึ่งสิ่งที่อ่อนแอนั้นก็คือมันขาดความเร็ว

ปัจจุบันกายาอเวจีอมตะได้ใช้ความเร็วของหกปักษาสยายปีก แม้ว่ามันจะทำให้เขามีความเร็วที่พอใช้ได้ แต่มันก็ยังอยู่ห่างไกลจากความเร็วที่หลี่ฉีเย่จินตนาการไว้

ลอกนึกภาพหากกายาที่หนักหน่วงของเขาผสมเข้ากับความเร็วที่เหนือโลก ผลของมันจะเป็นอย่างไร ? ในหมายความว่าร่างกายของหลี่ฉีเย่จะกลายเป็นอาวุธที่ทรงพลังที่สุด นี้เป็นเหตุให้เขาเลือกกายาไร้นภาอมตะ !

กายาไร้นภาอมตะนั้นทะยานขึ้นอีกครั้งก่อนจะค่อยๆปรับตัวตามร่างกายของหลี่ฉีเย่ ด้วยการสั่นที่นุ่มนวลเกิดเป็นเสียงท่วงทำนองในเส้นลมปราณของหลี่ฉีเย่ หลี่ฉีเย่จึงจมลึกอยุ่ภายใน...

" เกาะที่สูญหาย ! " ในเมืองหลวงราชาของประเทศธาราสถิตนั้นนั่งอยู่บนบัลลังก์มังกรและครุนคิดหลังจากได้ยินรายงานของลู่ไป๋ฉิว คนที่พึงกลับมาจากเกาะนับพัน

" ฝ่าบาท เกาะที่สูญหายนั้นมีเพียงแต่ในตำนาน ! " ในเวลานี้ชายหนุ่มคนหนึ่งในราชสำนักพูดขึ้น ด้วยความสุภาพของเขาทำให้กลิ่นอายของเขาเต็มไปด้วยความสง่างาม ไม่ต้องสงสัยเขานั้นอยู่ระดับชะตาลี้ลับและมันเป็นเหตุผลที่ทำให้เขาเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ

เขานั้นรีบเอ่ยอย่างรวดเร็ว " ประเทศธาราสถิตของเรานั้นเป็นประเทศที่ยิ่งใหญ่ ดังนั้นพวกเราจะลงมือซุ่มๆเพียงเพราะตำนานไร้เหตุผลได้อย่างไร ? "

" ซวนเฉาจุ่น เกาะที่สูญหายนั้นปรากฏอยู่ด้านหน้าแล้วมันจะเป็นเรื่องไร้สาระได้อย่างไร ! " ลู่ไป๋ฉิวนั้นเอ่ยด้วยน้ำเสียงรังเกียจ

ชายหนุ่มคนนั้นมองไปยังนางก่อนจะเอ่ย " นั้นก็ยังไม่แน่ หมอกนั้นปกคลุมไปทั่วมหาสมุทรนี้อาจจะทำให้ขุนนางพื้นที่ลู่เห็นภาพหลอน หากฝ่าบาทเสด็จไปด้วยตัวเองแล้วและมันเป็นเพียงหมอกธรรมดา นี้จะไม่เป็นเรื่องเสียเปล่าหรอกรึ ? ฮ่า เช่นนั้นอาจจะมีบางคนกล่าวว่าขุนนางลู่นั้นพูดเกิดจริงเพื่อให้ได้รับการสนับสนุน ? "

ชายหนุ่มคนนี้คือซวนเฉาจุ่น อัจฉริยะที่หายากในประเทศธาราสถิต เขานั้นมาถึงระดับชะตาลี้ลับเมื่อหนึ่งปีก่อนและกลายเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่ราชาไว้ในใจหมู่ผู้เยาว์

เขานั้นมองลู่ไป๋ฉิวเป็นศัตรูที่ทรงพลังเสมอ แม้ว่าลู่ไป๋ฉิวนั้นพึงจะประสบความสำเร็จในระดับหลอมวิญญาณเมื่อสองปีก่อนและใกล้จะเข้าสู่ระดับชะตาลี้ลับ นางนั้นก็ได้สร้างชื่อเสียงอย่างมาก นอกจากนี้ชื่อเสียงของนางยังทำให้ผุ้อาวุโสจำนวนมากไว้ใจและเชื่อมั่นว่านางจะรับผิดชอบเรื่องใหญ่ได้

ด้วยเหตุนี้ซวนเฉาจุ่นจึงมองนางว่าเป็นคู่แข่งที่แข็งแกร่งทีสุดและคัดค้านทุกข้อเสนอของนาง

" เจ้า ! " การแสดงออกของลู่ไป๋ฉิวจมลงหลังจากได้ยินคำกล่าวของเขา

ในเวลานี้ราชานั้นโบกมือของเขาให้ทำให้การทะเลนั้นจบลงก่อนจะเอ่ย " มันจะดีกว่าหากเชื่อว่านี้เป็นเรื่องจริงดีกว่าไม่สนใจ แม้ว่าเกาะที่สูญหายจะเป็นตำนานเสมอมา แต่มันก็ถูกทิ่งไว่โดยเทพที่แท้จริงในตำนาน เป็นความลับโบราณที่ยิ่งใหญ่ ! หากมันมีโอกาสที่จะปรากฏออกมา เช่นนั้นพวกเราควรให้ที่ปรึกษาจักรพรรดิไปตรวจสอบดู "

" รับทราบท่านราชา ! " ชายชราคนหนึ่งยืนขึ้นก่อนจะออกมารับคำสั่ง

* * * * * *

หลี่ฉีเย่นั้นไม่ได้ทำสิ่งใดนอกจากฝึกอยู่ในเกาะเล็กๆ ทว่าวันนี้เขามีแขกมา - ลู่ไป๋ฉิว

" น้องหลี่ นี้คือที่ปรึกษาจักรพรรดิของพวกเรา " ลู่ไป๋ฉิวเอ่ยแนะนำชายชราที่ยืนอยู่ด้านข้างนาง นอกจากที่ปรึกษาแล้วยังมีปรมจารย์คนอื่นจากประเทศมาด้วย

" ที่ปรึกษาจักรพรรดิของเรานั้นต้องการจะรู้เกี่ยวกับเกาะที่สูญหาย  " ลู่ไป๋ฉิวรีบเอ่ยอธิบาย

ที่ปรึกษาจักรพรรดินั้นตรวจสอบหลี่ฉีเย่อย่างรวดเร็วและพบว่าเขานั้นเป็นเพียงตัวตนธรรมดาและปราศจากความโดดเด่น แม้ว่าลู่ไป๋ฉิวจะบอกแก่เขาว่าหลี่ฉีเย่นั้นพิเศษ ในสายตาของเขานี้เป็นเพราะลู่ไป๋ฉิวนั้นมีสายตาที่ผิดพลาด

ในความเป็นจริง หลังจากที่หลี่ฉี่เย่ดูดซับน้ำแรกกำเนิดโลกแล้ว จะเป็นไปได้อย่างไรที่คนระดับที่ปรึกษาจักรพรรดิของประเทศธาราสถิตจะมองทะลุเขาได้ ?

ในจิตใจของที่ปรึกษา หลี่ฉีเย่นั้นเป็นเพียงผู้ฝึกตนธรรมดาขณะที่เขานั้นเป็นที่ปรึกษาของประเทศธาราสถิต - ยอดเซียนที่ทรงพลัง คนอย่างหลี่ฉีเย่นั้นย่อมไม่มีโอกาสได้พบเห็นเขา

" ข้าได้ยินมาจากไป๋ฉิวว่าเจ้านั้นเป็นคนแรกที่พบเกาะ บอกข้ามาว่าเจ้าเห็นอะไร ! " ที่ปรึกษาจักรพรรดินั้นพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา

หลี่ฉีเย่เหลือบมองเขาและเอ่ย " เกาะที่สูญหายนั้นไม่ใช่สิ่งที่ประเทศธาราสถิตของเจ้าจะไปได้ มันจะดีกว่าหากพวกเจ้าทั้งหมดกลับไปและทำเป็นไม่เห็มัน "

" นี้มันไม่เกรงใจพวกเราเลย ! " ก่อนที่ที่ปรึกษาจะได้เอ่ยสิ่ง ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ด้านข้างของเขาก็ตะโกนใส่หลี่ฉีเย่อย่างดุเดือด " เจ้าเด็กน้อยที่หยิ่งยโส ! กล้าที่จะดูถูกประเทศธาราสถิตของพวกเรา...เจ้าไม่ต้องการจะมีชีวิตอยู่ต่อแล้ว ? "

ชายหนุ่มที่ปรากฏตัวออกมาคือซวนเฉาจุ่น คนที่มาพร้อมกับที่ปรึกษาจักรพรรดิเพื่อที่จะหาโอกาสสร้างการสนับสนุนที่ดี และคำกล่าวของหลี่ฉีเย่ทำให้เขาได้โอกาสแสดงตัว

การแสดงออกของลู่ไป๋ฉิวนั้นเปลี่ยนไปอย่างมาก หลี่ฉีเย่นั้นเป็นสหายของนางและคำพูดของซวนเฉาจุ่นนั้นไม่ไว้หน้าเขา !

" ตูม !! " หลี่ฉีเย่นั้นไม่ได้เหลือบมองไปยังซวนเฉาจุ่น เขาเพียงสะกิดนิ้วของเขาเบาก่อนจะส่งซวนเฉาจุ่นปลิวออกไป ด้วยเสียง ' ตุบ ' ซวนเฉาจุ่นนั้นก็ตกลงไปในทะเล เขาโกรธและรีบปีนขึ้นกลับมาอย่างสมบูรณ์ แต่ฝ่ามือยักษ์ทันใดนั้นก็กระแทกลงมาและกดเขาไม่ให้ปีนขึ้นมาได้

" อย่าทำร้ายเขา ! " ผู้เชียวชาญคนอื่นที่มาพร้อมกับที่ปรึกษาจักรพรรดิคำรามและพุ่งใส่หลี่ฉีเย่

หลี่ฉีเย่ยังคงยืนนิ่ง ด้วยเสียง ปัง เหล่าผู้เชียวชาญล้วนถูกหลี่ฉีเย่ส่งปลิวออกไปพร้อมกับกระอักเลือด

" สหาย ประเทศธาราสถิตไม่ใช่สถานที่ที่เจ้าจะมาทำอะไรก็ได้ตามต้องการ ! " ด้วยความตกตะลึง ที่ปรึกษาจักรพรรดิระเบิดกลิ่นอายเซียนออกมา ทันใดนั้นเขาก็หยิบอาวุธของเขาออกมาและโจมตี

ร่างกายของหลี่ฉีเย่ทันใดนั้นก็หายไป  มีเสียง ' ปัง ! ' ดังขึ้น ก่อนที่ที่ปรึกษาจักรพรรดิจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ร่างกายของเขาก็ถูกส่งปลิวไปพร้อมกับกองเลือด ก่อนที่ร่างกานเขาจะตกถึงพื้นหลี่ฉีเย่ปรากฏอยุ่ด้านหน้าและจับคอเขาไว้

" เจ้า..." ทันใดนั้นที่ปรึกษาจักรพรรดิก็เต็มไปด้วยความตกตะลึงและต้องการจะพูดบางอย่าง หลี่ฉีเย่บีบจนเสียงกระดูกหักดังออกมา ที่ปรึกษาจักรพรรดินั้นไม่สามารถหายใจได้อีกต่อไปและใบหน้าของเขาเริ่มขาวซีด

" น้องหลี่ ได้โปรดเมตตาด้วย ! " ลู่ไป๋ฉิวยังคงตกตะลึงสำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อได้ยินเสียงกระดูกหักออกมานางรีบเอ่ยขอร้องอย่างรวดเร็ว

แม้ว่ากลุ่มของซวนเฉาจุ่นนั้นจะทำไม่ถูกต้อง สุดท้ายพวกเขาก็ยังเป็นส่วนหนึ่งของประเทศธาราสถิต ดังนั้นลู่ไป๋ฉิวจึงไม่สามารถยืนนิ่งได้

หลี่ฉีเย่โยนที่ปรึกษาจักรพรรดิลงไปที่พื้น เขาดินเหมือนงุที่ถูกตีก่อนที่จะพยามหายใจอีกครั้ง

หลี่ฉีเย่ไม่ได้มองมาที่พวกเขาก่อนจะเอ่ย " เพราะว่าขุนนางลู่ ข้าจะไว้ชีวิตพวกเจ้าวันนี้ ! ครั้งหน้าหากยังกล้ามาแสดงความโง่ต่อหน้าข้า อย่าได้ตำหนิข้าว่าไม่ไว้หน้าขุนนางลู่ "

ที่ปรึกษาจักรพรรดิของพวกเขานั้นเป็นคนมีประสบการณ์ เขาซึ่งเป็นถึงยอดเซียนยังไม่สามารถต้านทานได้แม้แต่วินาทีเดียว ชายคนนี้มีความน่ากลัวระดับใดกัน !? หากไม่ใช่เพราะลู่ไป๋ฉิวขอร้อง เช่นนั้นชีวิตของเขาคงจะหาไม่แล้ว

หลังจากคิดอย่างรอบคอบ ที่ปรึกษาจักรพรรดิก็รู้สึกหนาวเย็นไปทั่วสันหลังและฝ่ามือ เขาหายใจลึกๆและไม่กล้าอยู่อีกต่อไป พวกเขาพาคนที่เจ็บกลับไป พวกเขานั้นพยามจะขุดซวนเฉาจุ่นคนที่ถูกฝังอยู่ใต้ทะเลขึ้นมา

" น้องหลี่ ข้าไม่คาดว่าจะมีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้น " ก่อนจะจากไป ลู่ไป๋ฉิวนั้นเข้ามาเอ่ยขอโทษ

" ไม่เป็นไร นี้ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับเจ้า " หลี่ฉีเย่โบกมือของเขาอย่างไม่ใส่ใจและเอ่ย " กลับไปบอกราชาของพวกเจ้ามันจะดีกว่าหากไม่ยั่วยุข้า ไม่เช่นนั้นข้าจะทำลายประเทศธาราสถิตทิ้งซะ ! "

คำกล่าวเหล่านี้ทำให้ลู่ไป๋ฉิวนั้นหนาวไปทั่วกระดูกสันหลัง การเตือนครั้งแรกของเขาคือการขู่ทำลายประเทศ ช่างเป็นคนที่หยิ่งยโสอะไรเช่นนี้ !

แต่หลังจากคิดว่าที่ปรึกษาจักรพรรดิของนางถูกหลี่ฉีเย่จัดการภายในการเคลื่นอไหวเดียว นางนั้นก้ไม่คิดว่าหลี่ฉีเย่เป็นเพียงคนธรรมดาอีกต่อไป ! เขาเห็นได้ชัดว่าน่ากลัวกว่าที่นางคิดไว้

สุดท้ายลู่ไป๋ฉิวก็โค้งคำนับให้หลี่ฉีเย่และจากไป

" อะไรนะ ? " หลังจากกลุ่มของที่ปรึกษาจักรพรรดิกลับมา ราชานั้นอดไม่ได้ที่จะตกตะลึงกับรายงานที่ได้ฟัง " แม้แต่ที่ปรึกษาจักรพรรดิก็ยังไม่ใช่คู่มือเขา ! "

" ฝ่าบาทนี้เป็นความอัปยศอย่างแท้จริง แต่ข้ายอมรับว่าข้านั้นไม่สามารถต้านเขาได้แม้แต่กระบวนท่าเดียว ข้าไม่สามารถจินตนาการถึงภุมิหลังของเขาได้เลย ! " ที่ปรึกษาจักรพรรดิเอ่ยตอบอย่างรวดเร็ว

แม้แต่เขายังถูกจัดการเพียงครั้งเดียว ที่ปรึกษาจักรพรรดินั้นไม่กล้าที่จะแบกความรับผิดชอบใดๆ เขานั้นเจอคลื่นลมและพายุมาตลอดชีวิตและรุ้ดีว่าโลกนี้ยังมีบางอย่างที่เขาไม่ควรยั่วยุ !

" ขุนนางพื้นที่ลู่ ตัวตนของหลี่ฉีเย่นั้นเป็นเช่นไร ? " ที่ปรึกษาจักรพรรดินั้นเอ่ยถามอย่างจริงจัง

ลู่ไป๋ฉิวนั้นส่ายหัวของนางก่อนจะเอ่ย " ฝ่าบาท ข้าไม่รู้อะไรเกี่ยวกับพื้นหลังของเขาเลย ข้าเพียงพบเขาโดยบังเอิญ และมันเป็นเขาที่แนะนำวิธีการขับไล่เผ่าหอยเม่นทะเล "

" เหอะ ขุนนางลู่ เจ้าเข้าไปสนิทกับคนแซ่หลี่นั้นแต่เจ้ากลับไม่รู้อะไรเลย ? ใครจะเชื่อคำพูดของเจ้ากัน ? " หลังจากได้รับบาดเจ็บ  ซวนเฉาจุ่นเอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ