392
ตอนที่ 392 เซียนบรรพกาล
ความจริง สำหรับหลี่ฉีเย่การสร้างเก้าดวงดาราในระดับนี้ได้นับเป็นเรื่องที่แน่นอน พื้นฐานเต๋าของเขานั้นมั่นคง โดยเฉพาะหลังจากได้รับน้ำแรกกำเนิดโลก ทำให้พื้นฐานของเขายิ่งเสถียรอย่างมากและเปิดวงแหวนที่หกได้
สำหรับระดับชะตาลี้ลับหกวงแหวนนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่ง มันหมายความว่าเส้นทางในอนาคตของเขานั้นปูด้วยความสำเร็จ
นี้คือความพยามของหลี่ฉีเย่ที่พยามท้าทายขีดจำกัด - เพื่อไปให้ถึงจุดสูงสุดโดยใช้พื้นฐานที่มั่นคงของเขา ในการต่อสู้กับประตูพยัคฆ์คำราม หลี่ฉีเย่ดูดซับพลังงานโลกของเส้นเลือดเทพพยัคฆ์ขาวสะสมพลังงานให้เพียงในการสร้างเก้าดวงดารา
ดังนั้นหลังจากที่เข้าก้าวสู่ระดับตัดสวรรค์ การสร้างเก้าดวงดาราก็ขึ้นอยู่กับเวลาและความุ่งมั่นเท่านั้น หัวใจของหลี่ฉีเย่เต็มไปด้วยความมั่นคงและก้าวไปข้างหน้าเสมอไม่ว่าเขาจะพบเจอกับเส้นทางแบบใด แม้ว่าคนอื่นอาจจะคิดว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะสร้างเก้าดวงดารา เขาก็ยังผ่อนคลายและฝึกฝนจิตใจให้ท้าทายขีดจำกัด นี้ทำให้เขาสามารถสำเร็จภารกิจนี้ได้อย่างง่ายดาย !
ในเวลาเดียวกัน มันมีเพียงโอกาสเดียวที่จะดึงดวงดาราเพื่อมาสร้างเก้าดวงดาราได้สำเร็จหลี่ฉีเย่จึงให้ความสำคัญกับมันอย่างมาก มันมีโอกาสสามครั้งในการเปิดประตูพรสวรรค์ แต่มีเพียงโอกาสเดียวที่สามารถดึงดวงดารามาได้ นี้จึงเป็นโอกาสที่มีค่าอย่างมาก
ในความเป็นจริง สิบล้านปีที่ผ่านมาการสร้างแปดดวงดารานั้นยุ่งยากกว่าการแปดหกวงแหวนซะอีก
วลีที่ว่า " เก้าดวงดาราจะได้รับชื่อเสียงนิรันดร์ " นั้นไม่ใช่คำพูดเกินจริง ตั้งแต่ยุคเริ่มต้นของเวลา คนที่ได้รับชื่อเสียงนิรันดร์นี้นั้นมีจำนวน้อยมาก เก้าดวงดารานั้นไม่ได้หมายความว่าคนคนนั้นมีโอกาสเลือกเส้นทางสวรรค์หรือเส้นทางยอดยุค มันยังหมายความว่าเขาสามารสร้างชั้นฟ้าของตัวเองได้ !
การมีชั้นฟ้าเป็นของตัวเองนั้นเป็นสิ่งที่มหัศจรรย์และน่าตกตะลึงเพราะว่าในระดับเซียนบรรพกาล สำหรับผู้ฝึกตนมันเป็นโอกาสสุดท้ายที่จะเปิดวงแหวนอีกครั้ง
หากระดับชะตาลี้ลับหยุดที่สามวงแหวน เมื่อพวกเขามาถึงระดับเซียนบรรพกาล พวกเขามีโอกาสเปิดวงแหวนที่สี่ , ห้า หรือมากกว่า
สี่วงแหวนนั้นเป็นเขตแดน แปดวงแหวนนั้นเป็นอาณาจักร สิบสองวงแหวนนั้นสร้างสวรรค์ ! ตั้งแต่ยุคเริ่มต้นของเวลา ผู้คนเชื่อว่าการมีสิบสองวงแหวนนั้นเป็นขีดจำกัด
ในความเป็นจริงนับได้ว่าไม่ใช่คำพูดที่ไร้เหตุผลเพราะว่าผู้คนที่สามารถเปิดได้ถึงสิบสองวันแหวนนั้นนับได้ด้วยนิ้วมือ แม้ว่าส่วนใหญ่ของผู้ที่ได้กลายเป็นจักรรพดิอมตะก็ยังไม่สามารถเปิดได้ถึงสิบสองวงแหวน
ความจริงก็คือการเปิดได้แปดวงแหวนนั้นน่าตกตะลึงมากแล้ว เมื่อพวกเขาได้รับแปดวงแหวน มันหมายความว่าคนคนนั้นมีพลังในการสร้างอาณาจักร นี้หมายความว่าพวกเขามีโอกาสที่จะได้ก่อตั้งประเทศและได้รับการแต่งตั้งเป็นเทพ !
สำหรับเก้าวงแหวน...นี้คือก้าวที่ยิ่งใหญ่ สำหรับอัจฉริยะนับไม่ถ้วนในหลายล้านปีที่ผ่านมาล้วนหยุดอยู่ที่แปดวงแหวน และไม่สามารถเปิดวงที่เก้าได้
ด้วยสาเหตุนี้ มันจึงมีข้อความส่งต่อมาในแต่ละยุค เก้านั้นควรได้รับความเคารพสูงสุด สิบคือขั้นสมบูรณ์แบบ สิบเอ็ดคือปาฏิหาริย์แห่งยุคสมัย และสิบสองนั้นคือผู้นั่งบนบัลลังก์ของจักรพรรดิอมตะ !
การบรรลุสิบสองวงแหวนนั้นเป็นโชคชะตาที่ไม่สามารถกำหนดได้ มันอาจจะมีเศษเสี้ยวของความหวัวงสำหรับอัจฉริยะให้เปิดได้สิบเอ็ดวงแหวน แต่อัจฉริยะทุกคนล้วนยอมแพ้ต่อการเปิดสิบสองวงแหวน
ทว่าการสามารถสร้างเก้าดวงดาราได้ในระดับตัดสวรรค์นั้นมีคุณสมบัติพอที่จะเป็นอัจฉริยะปีศาจแห่งยุค ดังนั้นพวกเขามีความหวังในการเปิดสิบสองวงแหวน
ดวงเก้าดวงดาราและชื่อเสียงนิรันดร์นั้นหมายความว่าพวกเขาสร้างชั้นฟ้าของตัวเองได้ และสิบสองวงแหวนนั้นหมายถึงการสร้างสวรรค์ซึ่งหมายถึงเก้าดวงดารานั้นเป็นคุณสมบัติที่จะไปถึงสิบสองวงแหวนได้ในอนาคต !
ไม่ต้องสงสัยความทะเยอทะยานของหลี่ฉีเย่คือการสร้างสิบสองวงแหวน เพราะอย่างนั้นเขาจึงได้สร้างเก้าดวงดาราและรีบมาให้ถึงระดับเซียนบรรพกาล จากนั้นเขาก็ยังคงรักษารากฐานของเขาและก้าวอย่างมั่นคง
ด้วยความสำเร็จของหกวงแหวนและเก้าดวงดาราในระดับของเขา เขานั้นสามารถก้าวไปข้างหน้าและกลายเป็นองค์รักษ์เทพสวรรค์ได้ไม่ยาก ! ทว่าเมื่อกลายเป็นเซียนบรรพกาลเขาจะชะลอการเพิ่มระดับและมุ่งฝึกรากฐานเพราะความทะเยอทะยานของเขาไม่เพียงเป็นองค์รักษ์เทพสวรรค์สามัญ
เป้าหมายของคือการมีสิบสองวงแหวน หรือแม้แต่มีสิบสามวงแหวน ! หากเขาประสบความสำเร็จ เช่นนั้นในอนาคตเขาก็จะไปถึงจุดสูงสุดของยอดเต๋า
ขณะที่เขานั่งอยู่ในห้อง พลังงานสายเลือดของเขาไหลเวียนไปทั่ววงแหวนแห่งชีวิต การกลั่นหยดเลือดชีวิตทำให้วงแหวนชีวิตของเขาไหลอย่างราบรื่น
ในเวลานี้หกวงแหวนปรากฏอยุ่เหนือหัวของหลี่ฉีเย่และเปลี่ยนเป็นเขตแดน พลังงานโลกนั้นทำให้เขตแดนนี้เต็มไปด้วยพลังงแห่งความโกลาหลและความมีชีวิตชีวาราวกับว่ามีพลังงานนับล้าน !
เก้าดวงดาราล้อมรอบหลี่ฉีเย่ก่อจะสร้างเป็นชั้นฟ้าขึ้นเหนือหัวเขา มันทำให้เขาถูกขับออกจากโลกภายนอกและแยกตัวออกมา
สำแสงจากสวรรค์ส่องผ่านลงมายังชั้นฟ้าราวกับว่ามันต้องการเชื่อมต่อเขากับสวรรค์และเรียกร้องเต๋าสวรรค์ จากมุมมองของคนอื่นลำแสงเหล่านี้ดูเหมือนจะพูดคุยกับเทพของโลกใบนี้ อย่างไรก็ตามลำแสงนี้ทำให้กลิ่นอายของหลี่ฉีเย่เต็มไปด้วยความน่าเกรงขาม เหมือนกับลูกรักของสวรรค์ที่ถูกส่งลงมายังแผ่นดิน
ลำแสงสวรรค์เหล่านี้เป็นรูปแบบจากการที่หลี่ฉีเย่ฝึกดวงตะวันอมตะลับ ช่วงเวลาที่มันเชื่อมต่อกับสวรรค์และปฐพี มันทำให้หลี่ฉีเย่กลายเป็นหนึ่งเดียวกับยอดเต๋าและร่างกายของเขาถูกฝังอยู่ในเส้นทาง
คัมภีร์ลับเหล่านี้นั้นทรงอำนาจและเต็มไปด้วยความลึกลับ แต่พลังของมันไม่ได้จำกัดเพียงแค่การต่อสู้ เทียบกับพลังของทักษะอื่น เจตจำนงแห่งสวรรค์นั้นดูเหมือนจะไม่คุ้มค่ากับชื่อเสียงของมันเพราะเจตจำนงแห่งสวรรค์นั้นยังอยู่เพียงขึ้นแรกเริ่ม
ทว่าเมื่อเจตจำนงแห่งสวรรค์ของรุ่นนี้นั้นปรากฏออกมาอย่างเต็มที่ ประโยชน์ของคัมภีร์ลับเหล่านี้จะแสดงออกมาได้อย่างเต็มอำนาจ
ในเวลานี้ เส้นลมปราณของหลี่ฉีเย่ราวกับมีบางสิ่งพยามแหวกออกมา
นี้คือการที่หลี่ฉีเย่พยามจะเปิดวงแหวนที่เจ็ดของเขา แน่นอนว่าการเปิดวงแหวนนั้นเป็นกระบวนการที่ยาวนานมาก
มันมีสามขั้นในระดับเซียนบรรพกาล ต่ำ กลาง สูง
สำหรับผู้ฝึกตนทั่วไปด้วยสามวงแหวน พวกเขาสามารถเปิดได้ถึงวงแหวนที่สี่เมื่อมาถึงระดับเซียนบรรพกาล
สี่วงแหวนนั้นเป็นเขตแดน ดังนั้นในระดับเซียนบรรพกาลนี้พวกเขาสามารถเปลี่ยนวงแหวนทั้งสี่ให้เป็นเขตแดน จากนั้นเปลี่ยนเขตแดนนี้เป็นเมือง
สำหรับหลี่ฉีเย่ที่มีหกวงแหวนนั้นเขาสามารถเปลี่ยนจากเมืองให้กลายเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ เขาสามารถปราบปรามอำนาจของเซียนบรรพกาลและเข้าสู่ระดับองค์รักษ์เทพสวรรค์ได้เลย !
ทว่าหลี่ฉีเย่ก็ไม่ได้ทำเช่นนั้น เขานั้นหยุดที่ระดับเซียนบรรพกาลเพื่อที่จะเสริมสร้างรากฐานของเขาและซึมซับพลังงานโลกเพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้พรสวรรค์ที่แท้จริงและเปิดวงแหวนที่เจ็ด
เซียนบรรพกาลนั้นมีสามระดับ เซียนเริ่มต้น เซียนกลาง และยอดเซียน ทว่าหลี่ฉีเย่นั้นไม่ได้ถูกจำกัดอยุ่ในหมู่พวกนี้เพราะว่าการเปิดวงแหวนที่สี่นั้นเพียงเริ่มเต้นของระดับนี้
สำหรับห้าวงแหวนเซียนนั้นคือเซียนสวรรค์เพราะว่าในระดับชะตาลี้ลับด้วยสีวงแหวนจะถูกเรียกว่าชุนนางสวรรค์ ดังนั้นในระดับเซียนบรรพกาลด้วยห้าวงแหวนพวกเขาจึงนำตำแหน่งนี้ขึ้นมาจากชะตาลี้ลับ
หกวงแหวนเซียนพวกเขาจะถูกเรียกว่าเซียนเต๋า เนื่องจากหลังจากเดียวกันก่อนหน้า
ช่วงเวลาที่เปิดวงแหวนที่เจ็ด พวกเขาจะถูกเรียกว่าเซียนยอดสวรรค์ นี้เป็นจุดเริ่มต้นที่แท้จริงของเซียนบรรพกาล เหมือนดังสี่วงแหวนในระดับชะตาลี้ลับ
บรรพดาผู้ที่เปิดแปดวงแหวนเซียนได้จะถูกเรียกว่ายอดเซียนเต๋า และหากเปิดเก้าวงแหวนได้จะถูกเรียกว่าเซียนสูงสุด
การมีเก้าวงแหวนนั้นเป็นข้อจำกัดของเซียนบรรพกาล เหมือนดังเช่นการมีหกวงแหวนในระดับชะตาลี้ลับ
ภายในระดับนี้ คนที่มีเก้าวงแหวนสามารถกำราบผู้อยู่ในระดับเดียวกันได้ทั้งหมด ไม่ว่าศัตรูของเขาจะมีความแข็งแกร่งระดับใด ตราบใดที่พวกนั้นไม่มีเก้าวงแหวนเซียน เขาสามารถกำราบได้ทั้งหมด
นี้เป็นเหตุว่าทำไมปิงหยู่เซี่ยถึงสามารถภูมิใจได้ที่มีเก้าวงแหวน แม้แต่เหม่ยซูเหยาและจี๋คงอู่ตี๋ก็ยังต้องระวังนาง
ในฐานะเซียนสูงสุด นางนั้นเป็นทรราชเหนือเซียนทุกคน มันไม่สำคัญว่าเซียคนนั้นจะบ่มเพาะคัมภีร์แบบใดพวกเขาล้วนถูกกำราบด้วยวงแหวนทั้งเก้าของนาง !
ในเวลานี้ พลังงานในสายเลือดของหลี่ฉีเย่เพิ่มสูงขึ้นก่อนจะได้ยินเสียงระเบิดในเส้นลมปราณ นี้เป็นสัญญาณในการเปิดวงแหวนที่เจ็ดได้ หลี่ฉีเย่เชื่อว่าการเปิดเก้าวงแหวนนั้นไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเขา และกระทั้งสิบสองวงแหวนก็ไม่ใช่ความฝัน เป้าหมายของเขาคือสิบสามวงแหวนในตำนาน !
ด้วยเสียงระเบิดภายใน กายาอเวจีอมตะของหลี่ฉีเย่นั้นค่อยๆหายไปก่อนที่กายาภายในที่สองจะสั่นไหว
กายาภายในที่สองนั้นสั่นสะเทือนราวกับมีชีวิตซึ่งเต็มไปด้วยกลิ่นอายอมตะ มันราวกับมีปีกจำนวนมากถูกสร้างขึ้นทำให้หลี่ฉีเย่สามารถเคลื่อนที่ไปยังที่ใดก็ได้ !
กายาไร้นภาอมตะ กายาภายในที่สองที่หลี่ฉีเย่ต้องการจะบ่มเพาะ
สำหรับคนอื่นการบ่มเพาะสองกายาอมตะนั้นเป็นไปไม่ได้ แต่ไม่ใช่กับหลี่ฉีเย่ ในช่วงเวลานี้กายาอเวจีอมตะของหลี่ฉีเย่นั้นเป็นกายาย่อยขั้นสมบูรณ์และยังอีกยาวไกลกว่าจะประสบความสำเร็จถึงขั้นกายาขั้นสมบูรณ์
ดังนั้นในเวลานี้ เขาจึงชะลอการบ่มเพาะกายาอเวจีอมตะและใช้เวลาและพลังงานทั้งหมดในการสร้างกายอมตะที่สอง..