391
ตอนที่ 391 ศาลเจ้าใต้ทะเล
ย้อนกลับไปตอนที่หลี่ฉีเย่ยังหาเกาะอื่นๆและยังไม่มีผลลัพธ์ใดๆแม้จะมองหาไปทุกที่ เขานั้นพบศาลเจ้าโบราณนี้อยู่ภายใต้ทะเล เขาเคยมองผ่านมันและคิดว่าวิหารโบราณนี้และเกาะต่างๆล้วนมีความเกี่ยวข้องกัน แต่เขาก็ยังรู้สึกว่าวิหารนี้ขาดบางสิ่งบางอย่าง ดังนั้นเขาจึงยอมแพ้ในการค้นคว้ามัน
" ผู้นำเผ่าหอยเม่นทะเลได้ส่งผ่านพื้นที่แห่งนี้เมื่อนานมาแล้ว พวกเขาทันใดนั้นก็ดูเปลี่ยนแปลงไปเมื่อพบกับศาลเจ้าโบราณแห่งนี้ จากนั้นพวกเขาก็คงจะพบทางเชื่อมที่ซ่อนอยู่ใต้ทะเล " ลู่ไป๋ฉิวเอ่ยรายงาน
" ทางเชื่อม ? " หลังจากได้ยินเรื่องนี้ หลี่ฉีเย่ก็กลายเป็นจริงจังและพุ่งเข้าไปยังศาลเจ้าโบราณราวกับสายลม
แน่นอนแล้วมันมีประตูทางเชื่อมลอยอยู่ภายในศาลเจ้าโบราณ ทว่าระหว่างการค้นคว้าของเขาในอดีต ไม่มีประตูทางเชื่อมปรากฏอยู่ที่นี่
หลี่ฉีเย่สังเกตประตูทางเชื่อมนี้อย่างรอบคอบ แต่ละด้านของมันประกอบไปด้วยพื้นที่เล็กๆสีดำ
หลี่ฉีเย่ค่อยๆสัมผัสไปที่ประตูนี้ เขารู้สึกได้ถึงความผันผวนของมิติและพึมพำ " เป็นเช่นนี้ มิติที่ถูกเนรเทศ ! "
การคาดเดาของเขาก่อนหน้านี้ที่ว่าศาลเจ้านี้ขาดกุญแจสำคัญบางอย่างนั้นถูกต้อง ทางเชื่อมนี้คือสิ่งที่มันขาดในอดีต
" ข้าได้สอบถามกับผู้เชียวชาณเผ่าหอยเม่นทะเลถึงตำนานของมหาสมุทร มันมีเกาะในตำนานที่สูญหายไปเป็นเวลานานมาแล้ว พวกมันถูกซ่อนไว้ภายในศาลเจ้าและไม่มีไขความลับของศาลเจ้านี้และไปสู่เกาะในตำนานได้ " ลู่ไป๋ฉิวเอ่ย " หลังจากที่เผ่าหอยเม่นทะเลพบศาลเจ้าโบราณนี้ พวกมันก็พยามใช้ผลึกจำนวนมากเพื่อเปิดประตูทางเชื่อมและหาเกาะในตำนาน ทว่าน่าเสียดายพวกมันมีผลึกไม่มากเพียงพอ ดังนั้นพวกมันจึงโจมตีเพื่อแย่งอัญมณีทะเลที่พวกเราสร้าง "
นางยังเอ่ยต่อ " เมื่อข้ามาถึงที่นี่ มันมีผลึกและอัญมณีทะเลจำนวนมากที่นี่ แต่พวกมันก็ยังไม่พอที่จะเปิดประตูทางเชื่อม "
" มันจะอย่างเช่นนั้นได้อย่างไร ? " หลี่ฉีเย่มองไปยังประตูอย่างระมัดระวังและเอ่ย " ตำนานนั้นไม่จำเป็นจะต้องถูกเสมอไป กล่าวให้เจาะจงมากขึ้น นี้ไม่ใช่เกาะในตำนานแต่เป็นเกาะที่หนึ่งร้อย ! "
" เกาะที่หนึ่งร้อย ? " ลู่ไป๋ฉิวเต็มด้วยความงุนงงก่อนจะเอ่ย " เกาะที่หนึ่งร้อยคืออะไร ? "
" เกาะที่หนึ่งร้อยของเกาะนับพัน ! " หลี่ฉีเย่ตอบขณะที่นำมือไปลูบประตูและรู้สึกได้ถึงความผันผวนของมิติก่อนจะเอ่ย " เกาะนับพันของเจ้ามีทั้งหมดหนึ่งร้อยเกาะ นอกจากนี้เกาะที่หนึ่งร้อยนั้นใหญ่กว่าเกาะทั้งเก้าสิบเกาะรวมกันซะอีก ! "
" แต่ แต่นั้นมันมีแต่เพียงในตำนาน ! " ลู่ไป๋ฉิวเอ่ยด้วยความประหลาดใจ " ข้าเคยได้ยินตำนานนี้มาแล้ว แต่ไม่มีใครเคยพบเกาะที่ว่านั้น มันต้องกล่าวถึงว่าหากมันใหญ่กว่าทั้งเก้าสิบเก้าเกาะรวมกัน มันจะต้องมีสักคนที่พบไปแล้ว "
" มันมีบางสิ่งที่เหนือจินตนาการของเจ้า " หลี่ฉีเย่อมยิ้มเอ่ย " มันมีความลึกลับบางอย่างที่คนธรรมดาไม่สามารถสัมผัสได้ ! "
ด้วยกาแสดงออกที่เปลี่ยนไป ลู่ไป๋ฉิวมองไปยังหลี่ฉีเย่ที่กำลังสำรวจประตูและเอ่ยถาม " ประตูนี้สามารถเปิดได้หรือไม่ ? "
" มันก็ขึ้นอยู่กับว่าใครเป็นผู้เปิดประตู ! " หลี่ฉีเย่ดึงมือของเขากลับมาก่อนจะหัวเราะและเอ่ย " เพื่อที่จะเปิดประตูนี้ อย่างแรกพวกเราต้องการผลึกบรรพชนเที่ยงธรรม และอย่างที่สองจะต้องมีความเข้าใจในประตู "
" ผลึกบรรพชนเที่ยงธรรม ! " ลู่ไป๋ฉิวทำได้เพียงสูดลมหายใจเข้าลึก รายการของชิ้นนี้นับว่าเป็นจำนวนที่มหาศาลสำหรับประเทศธาราสถิต ไม่ต้องเอ่ยถึงนาง !
หลี่ฉีเย่ยิ้มและเอ่ย " นี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้น " จากนั้นชิ้นส่วนผลึกก็ปรากฏ เขาหยิบผลึกบรรพชนเที่ยงธรรมออกมาก่อนจะค่อยๆวางพวกมันไว้ที่ประตู
" ผลึกบรรพชนเที่ยงธรรม ! " ลู่ไป๋ฉิวนั้นตกตะลึงและเปิดปากของนางกว้างเมื่อเห็นหลี่ฉีเย่นำชิ้นส่วนผลึกออกมา แม้แต่ประเทศของนางก็ยังมีมันไม่มาก แต่หลี่ฉีเย่นำมันออกมามากมาย !
ก่อนหน้านี้นางนั้นคาดว่าหลี่ฉีเย่เป็นเพียงศิษย์สามัญจากนิกายใดนิกายหนึ่ง กระทั้งแม้แต่บางคนนิกายทรงอำนาจก็ยังไม่สามารถครอบครองผลึกบรรพชนเที่ยงธรรมจำนวนมากเช่นนี้ได้ !
นางนั้นรู้สึกแย่เป็นอย่างมากยามมองหลี่ฉีเย่ ตอนนี้นางก็เข้าใจได้ทันทีว่าเขานั้นซ่อนความสามารถของเขาไว้เหมือนดาบในฝัก โดยที่นางไม่สามารถมองผ่านมันได้
" จงเปิด ! " หลี่ฉีเย่เปิดใช้อำนาจของผลึกที่ถูกวางไว้ในประตูทางเชื่อม เมื่อเขาตะโกนประตูก็เปล่งแสงสว่างสดใส
" แกร๊ก แกร๊ก แกร๊ก ! " ในเวลานี้ สิ่งที่น่าแปลกประหลาดก็เกิดขึ้นเมื่อประตูขนาดใหญ่เริ่มหดตัวจนเหลือขนาดเท่ากำปั้นของหลี่ฉีเย่และตกลงบนฝ่ามือของเขา
" ปัง ! ปัง ! ปัง ! " ทันใดนั้น พื้นที่ทั้งหมดก็เริ่มสั่นสะเทือนศาลเจ้าโบราณที่อยู่มาเป็นร้อยปีเริ่มปริแตก
" เกิดอะไรขึ้น !? " ลู่ไป๋ฉิวนั้นตื่นตระหนกก่อนจะพยามสูดลมหายใจเข้าลึก
" ไป ! " หลี่ฉีเย่ตะโกนพร้อมกับลากลู่ไป๋ฉิวออกไปด้านนอก ทันทีที่พวกเขาพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า พริบตานั้นช่วงเวลาที่พวกเขาออกมาได้ มีหมอกจำนวนหมากปกคลุมพื้นที่
" กำลังจะเกิดอะไรขึ้น ? " หมอกจำนวนมากนั้นเริ่มปกคลุมมหาสมุทรและทำให้ทุกอย่างถูกบดบัง ช่วงเวลาที่ลู่ไป๋ฉิวนั้นมองไปรอบๆ นางก็กลายเป็นตกตะลึงและชี้ไปด้านหน้า
ในอีกด้านหนึ่งของหมอก มันมียอดเขาสูงตระหง่านที่จะสามารถมองเห็นได้จากทั่วทั้งเกาะปรากฏ
" มันเป็นเช่นนี้เอง ! " เห็นยอดเขาสูงชันที่ถูกปกคลุมไปด้วยหมอก สายตาของหลี่ฉีเย่หรี่ลงและพึมพำ " ไม่สามารถหาปลายทางที่ถูกต้องได้หลักจากใส่ผลึก เช่นนั้นมันจึงสุ่มหาพื้นที่ "
" หรือนี้จะเป็นเกาะที่สูญหายไปในตำนาน ? " ลู่ไป๋ฉิวนั้นเอ่ยด้วยอารมณ์ " ผู้คนบอกว่าเกาะนี้นั้นเต็มไปด้วยสมบัติจากเทพเจ้าอมตะ พวกเราควรจะไปดู ! " กล่าวเสร็จ นางก็ตั้งใจจะพุ่งผ่านหมอกเพื่อที่จะไปให้ถึงเกาะนั้น !
" อย่าไป ! " หลี่ฉีเย่จับนางไว้อย่างรวดเร็วก่อนจะส่ายหัวและเอ่ย " มันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะไปที่นั้น ลองดูนี้หากเจ้าไม่เชื่อข้า ! " จากนั้นเขาก็หยิบก้อนหินขึ้นมาไปออกไปด้วยความเร็วสูงตัดผ่านสายหมอกเพื่อจะไปยังเกาะนั้น
ทว่า ช่วงเวลาที่มันปรากฏขึ้นที่ใกล้กับจุดหมาย ก้อนหินนั้นก็หายไป
การแสดงออกของลู่ไป๋ฉิวนั้นเปลี่ยนไปอย่างมากหลังจากเห็นก้อนหินหายไป มันก็เหมือนกับว่าถูกดูดกลืนไปโดยสัตว์ประหลาดตัวหนึ่ง ในเวลานี้ภูเขากลางสายหมอกนั้นเป็นเหมือนสัตว์ประหลาดที่เฝ้ามองอย่างเงียบๆ พร้อมกับรอเหยื่อที่กำลังมุ่งไปหามัน
" สถานที่แห่งนั้นคืออันใด !? " ลู่ไป๋ฉิวอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม
หลี่ฉีเย่ยิ้มก่อนจะจ้องไปยังเกาะนั้นและเอ่ย " นั้นก็คือเกาะที่หนึ่งร้อยหรือที่พวกเจ้าเรียกกันว่าเกาะที่สูญหายในตำนาน ! "
หลังจากที่สงบลงแล้ว ลู่ไป๋ฉิวก็เอ่ยอย่างรวดเร็ว " ข้าจะต้องกลับไปยังเมืองหลวงและรายงานเรื่องนี้ต่อองค์เหนือหัว เจ้ามีความคิดอย่างไรบ้าง ? "
หลี่ฉีเย่มองไปยังภูเขาสูงกลางสายหมอกและเอ่ย " เจ้ากลับไปเถอะ ข้าจะอยู่ที่นี่เพื่อคิดอะไรสักเล็กน้อย "
ลู่ไป๋ฉิวนั้นเอ่ยลาหลี่ฉีเย่ก่อนจะรีบกลับไปอย่างรวดเร็ว ขณะที่หลี่ฉีเย่ยังคงอยู่ด้านหลังและขบคิด เขารุ้ว่าตราบใดที่เขาสามารถผ่านหมอกนี้ได้ เขาจะสามารถไปถึงเกาะที่หนึ่งร้อยได้
สถานที่แห่งนั้นมีความลับมากมายที่ถูกซ่อนไว้จากผู้อื่น เมื่อย้อนกลับไปยังอดีต มันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำให้เกาะนี้ปรากฏขึ้นมา
หลี่ฉีเย่นั้นพยามจะเข้าใกล้ แต่ผลลัพธ์ของมันก็ทำให้เขารู้สึกสั่นสะท้าน หมอกที่ปกคลุมทุกพื้นที่นั้นเหมือนกับสัตว์ร้าย ทุกคนที่เข้าใกล้ล้วนประสบชะตากรรมที่น่ากลัวไม่ว่าพวกเขาจะแข็งแกร่งขนาดไหน
หลังจากขบคิดเป็นเวลาหลายวัน เขาก็เข้าใจถึงวิธีการที่จะตัดผ่านสายหมอกเข้าไปยังเกาะ แต่มันก็เป็นการฆ่าตัวตาย เขานั้นขบคิดอีกเป็นเวลานนานก่อนจะยิ้มและสุดท้ายก็กลับไปยังเกาะที่เขาเคยอาศัยอยู่
ช่วงเวลานี้ เขานั้นไม่ได้เร่งรีบที่จะไปยังเกาะนั้น เขาต้องการรอช่วงเวลาที่เหมาะสม รอให้คนอื่นเข้าไปฆ่าตัวตายซะก่อน เมื่อชั้นของหมอกนั้นดื่มเลือดเข้าไปเป้นจำนวนมากพวกมันอาจจะจางลงเช่นนั้นเขาจึงเดินทาง หากเดินทางตอนนี้ราวกับปีนขึ้นสวรรค์
ดังนั้นเขาจึงรอให้คนอื่นมา เมื่อถึงเวลาแล้วเขาจะก้าวไปยังเกาะที่สูญหายในตำนนาได้โดยง่าย นอกจากนี้เขายังไม่กลัวว่าสิ่งของที่เขาต้องการนั้นจะถูกคนอื่นเอาไป เพราะเขามั่นใจในชัยชนะครั้งนี้มาก ถึงอย่างไรเขาก็เป็นผู้ถือกุญแจของเกาะที่สูญหาย ด้วยความคิดเช่นนี้ทำให้หลี่ฉีเย่พักอยู่บนเกาะของเขาอย่างสงบและบ่มเพาะ
ไม่นานมานี้ หลี่ฉีเย่ได้สร้างเก้าดวงดาราและทำให้เขามาถึงจุดสูงสุดของระดับตัดสวรรค์
ในความจริงเพียงสร้างเจ็ดวงดาราก็เพียงพอแล้วที่จะประสบความสำเร็จในระดับตัดสวรรค์ แต่หลี่ฉีเย่ต้องการสร้างเก้าดวงดารา นี้เป็นสิ่งที่ท้าทายข้อจำกัดของผู้ฝึกตน - เพื่อให้เข้าถึงจุดสูงสุดของระดับตัดสวรรค์อย่างแท้จริง !