389
ตอนที่ 389 สตรีในชุดฟ้าออกเดินทาง
ฉากที่น่าสยอสยองนี้ทำให้สตรีในชุดฟ้านั้นตกตะลึง นางนั้นไม่รู้ว่าผีทั้งเก้าสิบตัวนั้นเป็นสิ่งใดหรือไม่รู้ว่ากุญแจที่มีอำนาจปกครองเช่นนี้คืออะไร !
ทว่าสัญชาตญาณของนางบอกว่าทั้งสองนี้ไม่ใช่เรื่องธรรมดา ไม่ใช่นั้นมันคงไม่คุ้มค่าถึงกับทำให้หลี่ฉีเย่ต้องใช้ใบอ่อนของโลกต้นไม้
เมื่อเหล่าผีเข้าไปภายในกุญแจหลี่ฉีเย่ก็อดไม่ได้ที่จะมีความสุขและสูดลหายใจเข้าลึก เขานั้นกอดกุญแจไว้ก่อนจะมองอย่างระมัดระวังเพราะมันเป็นการยืนยันว่าคาดคิดก่อนหน้านี้ของเขาถูกต้อง " มันเป็นจริง...ความพยามของข้าไม่ได้ไร้ผล "
นี้ไม่ใช่สิ่งที่เขาวางแผนไว้เพียงชั่วข้ามคืน กลับกันแผนนี้ถูกวางไว้เป็นเวลานานมากแล้ว นิกายพันแม่น้ำหวนในฐานะเชื้อสายจักรพรรดิ และประเทศธาราสถิตและฐานผู้ปกครองดินแดนทั้งสองล้วนเป็นแผนการของเขา
หลังจากเก็บกุญแจแล้ว เขาก็มองไปยังตอไม้พร้อมกับใบอ่อนของมันที่กำลังงอกขึ้น จากเพ่งมันก่อนจะ ' ตูม ' ประตูพะสวรรค์ของเขานั้นเปิดออกมาก่อนจะเอ่ย " วันนี้ ข้าจะมอบชีวิตใหม่ให้กับเจ้า ตามข้ามา ! "
ช่วงเวลาที่คำเหล่านี้ปรากฏ มีเพียงหึ่งหึ่งดังออกมาจากเสาแห่งชีวิตพร้อมทั้งส่องประกาย ตัวอักษรบนเสานั้นเริ่มกลายเป็นโซ่ศักดิ์สิทธิ์ จากนั้นโซ่นี้ก็ปรากฏขึ้นด้านนอกและมัดไปยังตอไม้
เห็นตัวอักษรจากเสาแห่งชีวิตของหลี่ฉีเย่เปลี่ยนเป็นโซ่ สตรีในชุดฟ้าเต็มไปด้วยความประหลาดใจ โซ่เหล่านี้นั้นดูเหมือนจะสร้างโลกจำนวนมากได้ราวกับมันเป็นพื้นฐานของโลกทั้งสามพัน และมันราวกับจะสามารถเปลี่ยนเป็นสิ่งใดก็ได้ นางนั้นไม่เคยเห็นหรือได้ยินอะไรเช่นนี้มาก่อน
ความจริง ไม่ใช่เรื่องแปลกที่นางจะไม่เคยเห็นอะไรเช่นนี้เพราะเสาแห่งชีวิตของหลี่ฉีเย่ที่กลายเป็นโซ่นี้นั้นกลั่นมาจากตัวอักษรโบราณจากประตูไร้มลทิน ทำให้พวกมันมีต้นกำเนิดที่ยากจะเชื่อ
" ไป ! " ด้วยเสียงคำราม ตอไม้ที่ตายแล้วก็ถูกโซ่ยกสูงขึ้น รากใต้ดินของมันนั้นยาวเกินกว่าจินตนาการของผู้คน รากเก่าแก่เหล่านี้ยังเต็มไปด้วยความยาวอย่างอุดมสมบูรณ์ทำให้ผู้คนคิดว่ามันคงหยั่งไปถึงส่วนลึกของหมู่เกาะนับพัน
เมื่อกระบวนการเหล่านี้เริ่มขึ้น รากเหล่านี้ดูไม่เหมือนถูกขุดออกมาด้วยโซ่ กลับกันมันเหมือนงูที่โผล่อออกมาจากพื้นดิน
โซ่ศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้ทำรากและตนไม้ทั้งหมดเข้าสู่ประตูพรสวรรค์ ในเวลานี้ภาพแห่งชีวิตทั้งสี่ภายในประตูพรสวรรค์ยินดีต่อการมาถึงของรากเหล่านี้ และแสดงคำอวยพรต่อพวกมัน
ในเวลาสั้นๆ ใบอ่อนของตอไม้นั้นค่อยๆกลายเป็นเขียวขจีมากยิ่งขึ้นหลังจากมันได้รับพลังงานจากต้นไม้แห่งชีวิตและฤดูใบไม้ผลิแห่งชีวิต
" เป็นการเก็บเกี่ยวที่ไม่เลว " หลี่ฉีเย่กล่าวอย่างมีความสุขหลังจากปิดประตูพรสวรรค์
แม้แต่กระทั้งคนที่มีความรู้เช่นสตรีในชุดฟ้าก็ยังเต็มไปด้วยความงุนงง นางนั้นเคยเห็นหลายสิ่งหลายอย่างมามาก แต่เหตุการณ์ปัจจุบันอยู่เหนือความเข้าใจของนาง
แม้ว่านางจะมีภูมิหลังที่ยอดเยี่ยม แต่นางก็ยังมีสิ่งต่างอีกนับไม่ถ้วนที่ไม่รู้ ไม่ต้องเอ่ยถึงเป้าหมายของหลี่ฉีเย่
ทุกขั้นตอนนั้นสำเร็จไปตามแผนการของเขา ตอนนี้หลี่ฉีเย่ถูฝ่ามือ ความสำเร็จเหล่านี้ยืนยันว่าความคิดเก่าแก่ของเขาไม่ใช่เรื่องไร้สาระ
" สาวน้อย เจ้ายังสนใจที่จะเป็นภรรยาชราของข้าอยู่หรือไม่ ? " หลี่ฉีเย่เหลือบมองสตรีในชุดฟ้าที่กำลังงุนงงด้วยรอยยิ้ม
นางนั้นกลับมามีสติและอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม " ท่านกำลังจะไปที่ใด ? "
หลี่ฉีเย่หรี่ดวงตาของเขาก่อนจะจ้องไปยังมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ก่อนจะเอ่ย " ยากที่จะเอ่ย บางที่ข้าอาจจะออกทะเล หรือบางทีอาจจะกลับแผ่นดินใหญ่ แต่ข้าคงออกทะเลก่อน เจ้ายังอยากจะออกไปเปิดหูเปิดตาหรือไม่ ? "
หลี่ฉีเย่นั้นยากที่จะเชิญผู้อื่น ดังนั้นการกระทำนี้แสดงให้เห็นว่าเขาควาดหวังในตัวสตรีชุดฟ้าไว้มากเพียงใด ไม่ใช่ทุกคนที่มีคุณสมบัติอยู่เคียงข้างเขา
สตรีในชุดฟ้าลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะส่ายหัวและเอ่ยด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน " ท่านลุง ท่านไปเถอะ ข้าไม่อยากทำให้อาหารให้ท่านอีกแล้ว ข้าจะกลับไปบ่มเพาะ ! "
หลี่ฉีเย่ไม่ได้บังคับนางก่อนจะพยักหน้าเอ่ย " เช่นนั้นก็ดี เจ้ากลับไปฝึกเจตจำแห่งสวรรค์ของเจ้านั้นถูกต้องแล้ว พยามฝึกให้หนักและเจ้าจะก้าวหน้า หลังจากเจตจำนงแห่งสวรรค์ของเจ้าทรงพลังขึ้น เจ้าจะประสบความสำเร็จอย่างมากหากเทียบกันคนอื่น "
ทันใดนั้นสัญชาตญาณของสตรีชุดฟ้าร้องเตือนก่อนที่นางจะก้าวถอยกลังและจ้องหลี่ฉีเย่อย่างระวัง นางนั้นเชื่อว่าหลี่ฉีเย่ไม่รู้จักนาง แต่เขากลับเปิดเผยแนวการบ่มเพาะของนางได้ถูกต้อง !
" ไม่ต้องตกใจ ! " หลี่ฉีเย่ยักไหล่ก่อนจะเอ่ย " มีทักษะเพียงน้อยนิดในโลกที่ข้าไม่เคยเห็นมาก่อน แม้ว่าสาวน้อยเช่นเจ้าจะไม่บอกข้าว่าเจ้าเป็นใคร แต่ข้าสามารถบอกได้ว่าเจ้าเป็นใครหลังจากการบ่มเพาะเพียงชั่วพริบตา "
ไม่ต้องเอ่ยถึงว่า คัมภีร์ลับที่นางฝึกฝนนั้นเขาคุ้นเคยเป็นอย่างมาก เช่นนั้นตัวตนของนางจะหลบพ้นสายตาของเขาได้อย่างไร ?
สตรีชุดฟ้าคิดว่านางนั้นซ่อนตัวตนได้เป็นอย่างดี แต่มันก็ยังไม่พอที่จะซ่อนจากสายตาหลี่ฉีเย่ ภายใต้การมองของเขา นางรู้สึกว่านางนั้นถูกเปิดเผยทุกอย่าง !
" อย่ามองข้าแบบนี้ " หลี่ฉีเย่กล่าวอย่างสงบ " หากข้านั้นหวังร้ายกับเจ้า เจ้าได้ตายไปนับครั้งไม่ถ้วนแล้ว แน่นอนเลห่าคนที่จะทำอันตรายข้า พวกมันล้วนตายอย่างน่าเกลียด " หลี่ฉีเย่กล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง
เมื่อดวงตาของเขาหรี่ลงทำให้สตรีในชุดฟ้ารู้สึกหวาดกลัว แม้ว่าการแสดงออกของเขาในตอนนี้จะไม่ปรากฏถึงความอันตาย แต่นางรับรู้ได้ว่าหลี่ฉีเย่เป็นคนที่อันตรายอย่างยิ่ง ! ราวกับเขาเป็นหลุมดำที่น่าสะพรึงและไม่มีศัตรูคนใดหนีรอดไปจากหลุมดำนี้ได้
" เช่นนั้นก็ให้นี้เป็นการกล่าวลาเถอะ ! " หลี่ฉีเย่ลูบแก้มของสตรีในชุดฟ้าอย่างอ่อนโยนก่อนจะเอ่ย " อย่าได้คิดถึงข้ามากนัก ! "
สตรีในชุดฟ้าจองมองร้อยยิ้มของหลี่ฉีเย่ขณะลูบแก้มของนาง นางนั้นรู้สึกอยากทุบเจ้าสารเลวน้อยนี้ เจ้าสารเลวน้อยนี้ไม่รู้จักชีวิตและความถึงได้กล้ามาทำตัวเจ้าชู้ใส่นาง !
สุดท้ายนางก็หันหลังและจากไปด้วยความโกรธ โดยไม่มองหน้าหลี่ฉีเย่
ทว่าก่อนที่นางจะจากไปเสียงหัวเราะของหลี่ฉีเย่ดังขึ้นและเอ่ย " สาวน้อย แม้ว่าเจ้าจะไม่ได้งดงามอะไรมาก แต่นายน้อยคนนี้เป็นผู้มีเมตตา หากเจ้าคิดถึงข้าในอนาคต เจ้าสามารถมาอยู่เคียงข้างข้าได้ในฐานะภรรยาชราไม่ว่าเวลาใดก้ตาม "
สตรีในชุดฟ้านั้นเกือบจะสะดุดจากความโกรธ หน้าอกของนางนั้นกระเพือมขึ้นลงตลอดเวลาราวกับนางพยามควบคุมความโกรธ
นางนั้นยังดงามไม่พอ !? นี้มันมากเกินไปแล้ว แม้ว่านางนั้นจะไม่สนใจเรือนร่างและหน้าตาตัวเอง แต่นางก็นับว่าเป็นสาวงามชั้นแนวหน้าของโลกใต้พิภพศักดิ์สิทธิ์นี้ สารเลวนี้กล่าวกับนางเช่นนี้จะไม่ให้นางโกรธได้อย่างไร ?
" เพ้ย ช่างหัวเจ้าสิ ! " กล่าวเสร็จนางก็ขับไล่ความโกรธที่เหลือและวิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว เกรงว่าหากนางอยู่ต่อนางอาจจะกระอักเลือดเพราะคำกล่าวของเขา
หลังจากที่นางจากไป หลี่ฉีเย่อดไม่ได้ที่จะอมยิ้ม เขานั้นไม่ได้ใส่ใจกับเรื่องของสตรีชุดฟ้ามากนัก
เขามองไปยังทะเลที่ห่างไกลก่อนจะครุนคิด อย่างแรกเขาต้องไปเอ่ยลาลู่ไป๋ฉิว
ในความเป็นจริงเขาประเมินนางไว้สูง แม้ว่าพรสวรรค์และความสามารถของนางจะไม่มาก แต่ส่วนสำคัญคือเขาชอบทัศนคติของนาง !
แม้ว่าเขาจะไม่ต้องการความช่วยเหลือจากนาง แต่ตั้งแต่อาศัยอยู่ที่เกาะนับพันนางก็ทำให้เขาสะดวกสบายอย่างมาก
เขาออกจากเกาะและไปยังเกาะปราณฟ้า
เกาะปราณฟ้าเป็นเมืองหลักที่ตั้งอยู่ในเกาะใหญ่ และมันยังเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในหมุ่เกาะนับพันและเป็นเมืองหลวงของประเทศธาราสถิต
มันเป็นเต็มไปด้วยความคึกคักอย่างมากเมื่อเดินเข้ามาภายในเกาะปราณฟ้า แม้ว่ามันอาจจะยังไม่สามารถเทียบกับเมืองใหญ่อื่นๆไม่ได้ก็ตาม
มนุษย์นั้นเป็นส่วนใหญ่ที่อาศัยอยู่ที่นี่ แต่มันยังคงมีเผ่าปีศาจและเผ่าโลหิตจำนวนน้อยที่อาศัยอยู่ แม้ว่าทะเลปีศาจนั้นจะอยู่ห่างไกลแต่ก็มีบางคนมาแลกเปลี่ยนที่เกาะปราณฟ้า
ขุนนางพื้นที่นั้นทรงอำนาจที่สุดในสถานที่แห่งนี้ ดังนั้นคฤหาสน์ของนางจึงมีผู้คุ้มกันหลายคน ทว่าความจริงแล้วขุนนางพื้นที่ ลู่ไป๋ฉิวนั้นเป็นคนที่ผู้คนในหมู่เกาะให้การยอมรับอย่างมากเพราะนางนั้นเข้าถึงง่าย ไม่เพียงแต่นางจะดูแลเผ่าพันมนุษย์ แต่รวมถึงเผ่าอื่นด้วย มันอาจจะกล่าวได้ว่าทักษะในฐานะผู้นำของนางน่าประทับใจ
นางนั้นมาจากพื้นหลังที่ธรรมดาและเป็นศิษย์ของประเทศธาราสถิต แต่ก้าวของนางนั้นจะต้องใช้ความพยามอย่างมากในการเป็นขุนนางพื้นที่ มันเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่นางภูมิใจ
นางนั้นไม่ใช่อัจฉริยะ แต่ความสามารถของนางนั้นไม่เลว ไม่ต้องพูดถึงว่านางนั้นฝึกฝนตัวเองอย่างนัก และเป็นเหตุว่าทำไมนางจึงเป็นขุนนางพื้นที่ตั้งแต่อายุยังน้อยเช่นนี้...