384
ตอนที่ 384 ลู่ไป๋ฉิว
สำหรับหลายยุคที่ผ่านมา มันมีกลุ่มคนที่อ้างตัวว่ารู้ความลับของนิกายพันแม่น้ำหวน หลี่ฉีเย่แน่นอนว่าเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มนี้ นอกจากนี้ภายในยุคปัจจุบัน หลี่ฉีเย่เป็นคนที่เข้าใจในแม่น้ำสายนี้ดีที่สุด
เขามองเห็นเมืองโบราณและตระกูลที่ล่มสลายจำนวนมากตลอดสองข้างทางที่เดินลงใต้ เขาทำได้เพียงถอนหายใจ เขาเห็นซากปรักหักพังและทิวทิศน์ที่เคยงดงามในอดีต เขาจ้องมองไปยังทะเลหมอกอย่างเงียบๆ วีรบุรุษและเทพธิดาจำนวนมากล้วนตายจากไป..ไม่ใีคนต้านทานกระแสแห่งเวลาได้ !
ทว่าภายใต้ทะเลหมอกของแม่น้ำสีฟ้า มันยังคงมีพลังพุ่งพลานออกมาจากส่ายน้ำนี้ราวกับไม่มีสิ่งใดในโลกทำลายการไหลของมันได้ มันราวกับมีมังกรหลับอยู่ในดินแดนแห่งนี้
หลี่ฉีเย่เดินทางมาทางใต้จนถึงปลายทางของปากทางเข้าพันแม่น้ำหวน และเขาเข้าไปในดินแดนของประเทศธาราสถิต หลี่ฉีเย่นั้นเต็มไปด้วยอารมณ์หลังจากเอ่ยชื่อที่คุ้นเคยก่อนจะพึมพำ " อุโมงธาราสถิต - ยังคงเหมือนเดิมหลังจากผ่านมาหลายปี ! "
ประเทศธาราสถิตตั้งอยู่ในดินแดนเมฆเหินเป็นประเทศที่ห่างไกลจากเมืองหลักและถูกพิจรณาให้ประเทศระดับสอง
นอกจากนี้มันยังเป็นเมืองขึ้นของนิกายพันแม่น้ำหวนตั้งแต่ล้านปีก่อนจนถึงตอนนี้ มันมีเหตุผลสำหรับเรื่องนี้ บรรพบุรุษของประเทศนี้นั้นเป็นผู้บัญชาการของจักรพรรดิอมตะฉินหลี่ ตำนานกล่าวว่าหลังจากเขากลายเป็นจักรพรรดิอมตะและปกครองเก้าโลก เขาก็ได้สร้างนิกายพันแม่น้ำหวนขึ้น
ในผู้บัญชาการของเขา บรรพบุรุษของประเทศธาราสถิตก็ติดตามเขามาด้วย สุดท้ายจักรพรรดิอมตะก็มอบดินแดนทางตอนใต้ให้ผู้บัญชาการจนเขาสร้างประเทศของตัวเองได้ !
นี้คือเหตุผลที่ประเทศธาราสถิตเป็นเมืองขึ้นของนิกายพันแม่น้ำหวนมากว่าล้านปี ความจริงก็คือประเทศนี้นั้นมีอำนาจมากในอดีต มันถูกจัดเป็นผู้ทรงอำนาจระดับแรก ทว่าน่าเสียดายหลังจากหลายล้านปีผ่านไป พวกเขาได้ตกต่ำลงและสูญเสียศักดิ์ศรีเช่นก่อนหน้าไป ทว่าด้วยการเป็นเมืองขึ้นของนิกายพันแม่น้ำหวน ก็ยังไม่มีเชื้อสายใดกล้าจะยึดครองดินแดนนี้เป็นของตนแม้ว่าพวกเขาจะอ่อนแอก็ตาม
ตราบใดที่นิกายพันแม่น้ำหวนยังคงตั้งตระหง่าอยู่ เชื้อสายอย่างเช่นประเทศธาราสถิตก็ยังอยู่ได้อย่างสงบสุขแม้ไม่ได้แข็งแกร่งเช่นแต่ก่อน
ก้าวเข้าสู่ประเทศธาราสถิตและเห็นจุดหมายปลายทางของเขาอยู่ไม่ไกล หลี่ฉีเย่มองขึ้นบนท้องฟ้าและเห็นเรือบิน !
ขณะที่เขานั้นเดินอย่างสบายและไม่ได้สนใจสิ่งใด เขาก็ยังได้ยินเสียงดังกึกก้องดังมาจากด้านบบน หลี่ฉีเย่เงยหน้าขึ้นและเห็นเรือบินที่กำลังลอยอยู่มุ่งไปทางใต้ !
หลี่ฉีเย่พบว่านี้ไม่ใช่เรื่องแปลกและไม่ได้ใส่ใจมากนัก ขณะที่เรือนั้นกำลังบินไปทางใต้ ทว่าก่อนที่เขาจะหันหลังและเดินต่อไป มีเสียงดังขึ้นเหนือหัว
" เจ้ากำลังจะไปที่ใด ? " สาวที่ยืนอยู่บนดาดฟ้าเรือเอ่ยถามหลี่ฉีเย่
การทักทายอย่างทันใดนั้นของหญิงสาวทำให้หลี่ฉีเย่ประหลาดใจ แน่นอนว่าเขาไม่ได้หลงตัวเองถึงขั้นคิดว่าตัวเองนั้นรูปงามจนต้องมีหญิงสาวมาทักทาย หากสาวๆรู้ว่าเขาคิดเช่นนี้อาจจะลงมาทุบตีเขา
" ข้ารึ ? " หลี่ฉีเย่ชี้มาที่ตัวเองก่อนจะเอ่ย " ข้าจะไปยังเกาะนับพัน ! "
" ขึ้นมา " หญิงสาวเอ่ย " พวกเราจะไปยังเกาะนับพันเช่นกัน ดังนั้นพวกเราสามารถให้เจ้าติดไปด้วยได้ "
หลี่ฉีเย่รู้สึกขบขันกับการถูกชวนเช่นนี้ เขาทันใดนั้นก็กระโดดขึ้นไปยังเรือขนาดใหญ่ หลังจากเขาขึ้นเรือมา เรือก็ออกเดินทางไปทางใต้
ช่วงเวลาที่เขาขึ้นมาด้านบน เขาพบว่ามีผู้ฝึกตนมากกว่าสิบคนอยู่บนดาดฟ้า ทุกคนสวมเสื้อผ้าสีเดียวกัน เป็นเรื่องง่ายที่จะบอกว่าพวกเขาทั้งหมดมาจากนิกายเดียวกัน
ผู้ฝึกตนที่อยู่บนเรือหันมาทักทายเขาอย่างเป็นมิตร
สตรีที่เรียกให้เขาขึ้นเรือมาเอ่ย " เจ้าจะนั่งตรงไหนก็ได้ เกาะนับพันนั้นอยู่ไม่ไกล พวกเขาจะถึงในอีกไม่นาน "
หลี่ฉี่เย่นั่งลงและอดไม่ได้ที่จะมองไปยังคนอื่นก่อนจะมาหยุดที่หญิงสาวคนนี้ นางนั้นอายุน่าจะราวๆยี่สิบปี ดูอ่อนเยาว์ ทั้งงดงามและน่าหลงใหล
หลี่ฉีเย่นั้นเห็นความงดงามมากเกินจนกว่าจะนับได้ แต่หญิงสาวคนนี้กลับทำให้เขาพอใจด้วยสายตาที่สดใส
ผมของนางนั้นสั้นเพียงบ่า มันทำให้รูปร่างหน้าตาของสตรีนางนี้เต็มไปด้วยความเด็ดขาด
แม้ว่าความงามของนางอาจจะไม่สุดยอด แต่สายที่เต็มไปด้วยความสดใสและริมฝีปากที่บริสุทธิ์ ชุดเกราะของนางทำให้นางดูกล้าหาญอย่างมาก
แม้จะยังเยาว์อยู่แต่กลิ่นอายของนางก็บอกชัดว่านางเป็นพี่ใหญ่ นางคงจะเป็นหัวหน้าของกลุ่มนี้
" ข้าชื่อหลี่ฉีเย่ ไม่ทราบว่าจะให้ข้าเรียกแม่นางว่าอย่างไรดี ? " หลังจากมองนางหลี่ฉีเย่เอ่ยถามพร้อมรอยยิ้ม
" ลู่ ไป๋ฉิว " หญิงสาวคนนั้นเอ่ยอย่างตรงไปตรงมา " ขุนนางพื้นที่ของประเทศธาราสถิตผู้ปกครองหมุ่เกาะนับพัน ! "
หลี่ฉีเย่ไม่เคยเห็นหญิงสาวประเภทนี้มาก่อนจึงอดไม่ได้ที่จะอมยิ้มเอ่ย " ข้ารู้สึกขอบคุณแม่นางจริงๆที่ยอมให้ข้าขึ้นมา "
" เฮ้ ท่านขุนนางของพวกเขาพบสามีแล้ว สหายเต๋าเจ้าสนใจจะเป็นสามีของนางหรือไม่ ! " ชายวัยกลางคนคนหนึ่งพูดติดตลิก
เหล่าศิษย์คนอื่นๆบนเรือ ไม่ว่าจะเด็กหรือว่าแก่อดไม่ได้ที่จะส่งเสียงหัวเราะ หลังจากได้ยินเรื่องนี้
" ต้าซุ่ เจ้าอยากโดนอัด ? " ลู่ไป๋ฉิวลูบหมัดของนางก่อนจะจ้องไปยังชายวัยกลางคนคนนี้อย่างเอาเรื่อง
" โอ้ย ท่านขุนนางข้าเพียงกล่าวล้อเล่นเท่านั้น ! " หลังจากเห็นนางลูบกำปั้น ชายวันกลางคนคนนี้รีบกล่าวอย่างรวดเร็ว
เหล่าศิษย์คนอื่นๆต่างก็หัวเราะหลังจากเห็นการแสดงออกของทั้งสอง แม้ว่าจะมีความต่างด้านอายุพวกเขาก็สนิทกันอย่างมาก
ลู่ไป๋ฉิวนั้นไม่ได้สนใจศิษย์คนอื่นก่อนจะหันมากล่าวกับหลี่ฉีเย่ " ในโลกใต้พิภพศักดิ์สิทธิ์ มนุษย์เช่นพวกเราควรจะร่วมมือและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน "
หลี่ฉีเย่ยิ้มและคิดว่าความคิดของหญิงสาวคนนี้นั้นไม่เลว อนิจจาโลกความจริงมันโหดร้ายยิ่งกว่านั้น ไม่ว่าจะเป็นโลกใดเผ่าพันธ์ใดการฆ่าฟันแย่งชิงก็ยังมีอยู่
" เจ้าจะไปทำอะไรที่เกาะนับพัน ? " ลู่ไป๋ฉิวนั้นเป็นขุนนางพื้นที่ของเกาะ นั้นพื้นที่ที่นางดูแลอยู่นางจึงอย่างรู้อยากเห็น
" เพื่อหาสมุนไพรบางชนิด " หลี่ฉีเย่ตอบด้วยรอยยิ้ม " ข้าได้ยินมาว่าต้นผีตั้กแตนนั้นเติบโตที่นี่ เร็วๆนี้ข้าได้คิดค้นยาชนิดใหม่ขึ้นมาดังนั้นข้าจึงต้องการยางจากต้นเหล่านี้ นี้เป็นเหตุผลที่ข้าเดินทางมาที่นี่ "
" ต้นผีตั้กแตน ? " ลู่ไป๋ฉิวนั้นเอ่ยตอบทันที " มันมีต้นผีตั้กแตนจำนวนมากในเกาะนับพัน มันเป็นต้นไม้พื้นเมืองของเกาะเรา "
แม้ว่าเชื้อสายจำนวนมากจะไม่อนุญาติให้คนภายนอกเก็บเกี่ยวทรัพยากรในดินแดนของพวกเขาได้ แต่ลู่ไป๋ฉิวไม่ได้สนใจหลังจากนางได้ยินว่าจุดหมายของหลี่ฉีเย่คือการนำยางมันกลับไป
ที่เกาะนับพัน มีปากแม่น้ำที่ยิ่งใหญ่ก่อนที่จะมันจะไหลไปลงที่มหาสมุทร
มองไปด้านหน้า พวกเขาเห็นได้เพียงม่านหมอกเต็มไปทั้วท้องฟ้า จากนั้นไม่นานก็ค่อยๆปรากฏเป็นเกาะจำนวนมาก บางเป็นเกาะขนาดเล็ก บางมีขนาดใหญ่เท่ากับทวีป บางก็เป็นเนินเขา เหนือพื่นที่เหล่านั้นเป็นเมืองที่มีมนุษย์นับล้านอาศัยอยู่ !
ถึงแม้ว่าที่นี่จะถูกเรียกว่าเกาะนับพัน บางคนเคยลองนับมันแล้วและมีเพียงเก้าสิบเก้าเกาะอยุ่ที่นี่ นอกจากนี้ยังคงมีการคาดเดาว่าทั้งหมดมีร้อยเกาะ แต่มันจมลงไปในทะเล
นี้เป็นข้อจำกัดของดินแดนในปกครองจากนิกายพันแม่น้ำหวน หากใครเดินทางไปใกล้กว่านี้พวกเขาจะพบกับทะเลทางใต้ไร้ที่สิ้นสุด หมู่เกาะนับพันเป็นดินแดนของประเทศธาราสถิต เกาะปราณฟ้านั้นตั้งอยู่บนเกาะใหญ่ที่สุด
เกาะปราณฟ้านั้นทอดยามเป็นระยะทางมากกว่าหนึ่งพันไมล์ และมีประชากรมากกว่าหนึ่งแสนคน !
สถานที่ตั้งหลักของประเทศธาราสถิตตั้งอยู่บนเกาะแห่งนี้ ลู่ไป๋ฉิวนั้นเป็นขุนนางพื้นที่ของเกาะนับพัน มายความว่าน่านั้นเป็นคนทีทรงอำนาจอย่างมาก ! การเป็นขุนนางพื้นที่ด้วยวัยเช่นนี้แสดงความความสามารถของนางนั้นไม่เลวร้ายนัก
เมือเรือบินลอยอยู่เหนือหมู่เกาะ หลี่ฉีเย่เอ่ย " ข้าจะลงที่นี่ "
ลู่ไป๋ฉิวสั่งให้เรือหยุด ก่อนที่หลี่ฉีเย่จะโดดลงไปนางเอ่ย " หากเจ้ามีปัญหาอะไรมาบอกข้าได้ ! พวกเรายินดีจะช่วยเจ้าเต็มความสามารถ ! "
" เจ้าหนุ่ม พยามให้มากหน่อยเล่า ! " ผู้อาวุโสในเรือเอ่ย " ท่านขุนนางของพวกเรานางโสดมานานแล้ว บางทีเจ้าอาจจะมีโอกาสเป็นสามีของนาง ! "
คำกล่าวที่ดูเขาใจผิดเหล่านี้ทำให้หลี่ฉีเย่เงียบขณะ ลู่ไป๋ฉิวจ้องไปยังชายคนนั้นขณะที่ศิษย์คนอื่นหัวเราะ
เมื่อเรือบินเข้าไปใก้ลเกาะปราณฟ้าและส่งเขาลง หลี่ฉีเย่มองไปรอบๆ ก่อนจะเดินขึ้นไปบนยอดเขาสูงและมองหมู่เกาะนับพันจากระยะไกล
" ประเทศธาราสถิตนั้นเป็นผู้คุ้มครองเกาะนับพัน...เป็นเรื่องหน้าอายที่พวกเขาไม่สามารถเมืองหลวงที่นี่ " หลี่ฉีเย่กล่าวด้วยอารมณ์ขณะมองไปยังทิวทัศเบื้องหน้า
ในยุคของจักรพรรดิอมตะฉินหลี่ บรรพบุรุษของประเทศธาราสถิตจัดตั้งประเทศของเขาขึ้นมาหลังจากฟังคำแนะนำของหลี่ฉีเย่ ทว่าน่าเสียดายเขาเป็นเพียงผู้ก่อตั้งประเทศแต่ไม่สามารถสร้างเมืองหลวงที่จุดนนี้ได้ !