376
ตอนที่ 376 ความคับข้องใจในอดีต
ก่อนจะเดินทางไปยังโลกใต้พิภพศักดิ์สิทธิ์ หลี่ฉีเย่นำหอกโลหิตอมตะกลับไปคืนให้แก่ชิเซียะหนิง นางเอ่ยถามหลังจากรับหอกมา " ข้าจะกลับไปยังเมืองพิทักษ์สวรรค์ เจ้ามีสิ่งใดที่ต้องการให้ข้าทำหรือไม่ ? "
หลี่ฉีเย่เหลือบมองนางก่อนจะยิ้ม " แม้ว่าข้าจะมีบางอย่างให้เจ้าทำ ข้าเกรงว่าเจ้าคงจะไม่เชื่อ ลืมมันเถอะ ข้าจะไปเยี่ยมเมืองพิทักษ์สวรรค์ด้วยตัวเอง "
ความจริง เขานั้นต้องการจะไปเยือนยังเมืองพิทักษ์สวรรค์ไม่ช้าก็เร็ว ทว่าเขาไม่มีความจำเป็นมากนักในตอนนี้ แม้ว่าเขาจะไม่สังหารหมู่ภายในเมืองพิทักษ์สวรรค์ เนื่องจากคำสัญญาของราชามังกรทมิฬ เขาก็ไม่หวังว่าจะได้รับความสะดวกสบายยามไปเยือนที่นั้น
" ลองบอกข้ามา หากว่าข้าทำได้ เช่นนั้นข้าจะให้เจ้ายืมมือ ! " ชิเซียะครุนคิดชั่วครู่ก่อนจะเอ่ย
หลี่ฉีเย่มองนางพร้อมรอยยิ้มก่อนจะเอ่ย " หากเจ้าต้องการให้ข้าแนะนำจริงๆ เช่นนั้นข้าจะบอกเจ้าอย่างหนึ่ง จับตาดูกู่จุนไว้ "
หัวใจของชิเซียะหนิงสั่นไหวหลังจากได้ยินคำกล่าวของหลี่ฉีเย่ ควรจะรู้ว่ากู่จุนนั้นเป็นผู้อาวุโสของเมืองพิทักษ์สวรรค์ คนที่ทรงอำนาจอย่างแท้จริง อาจจะกล่าวได้ว่าตัวเขานั้นเป็นเหมือนบรรพชนสูงสุดของนาง
แล้วตอนนี้คนนอกคนหนึ่งต้องการให้นางในฐานะลูกหลานจับตาดูบรรพชนของนาง ! หากมันเป็นคนอื่น พวกเขาแน่นอนว่าจะต้องคิดว่าหลี่ฉีเย่นั้นบ้าไปแล้ว
" เห็นไหม เจ้าก็ยังไม่เชื่อที่ข้าบอกอยู่ดี " หลี่ฉีเย่โบกมือของเขาและยิ้ม " ปล่อยให้มันขึ้นอยู่กับโชคชะตาเถอะ ทำอะไรก็ตามที่เจ้าอยากทำแต่อย่าลืมว่าต้องรักษาภารกิจของเจ้าอย่างระมัดระวัง "
ชิเซียะหนิงนั้นเงียบไปชั่วครู่ ทว่านางนั้นไม่สามารถทนต่อไปได้และเอ่ยถาม " หรือว่าเจ้ามีความคับข้องใจกับบรรพชนกู่ของพวกเรา ? "
" คับข้องใจ ? " หลี่ฉีเย่หรี่ส่ายตาของเขาก่อนจะส่ายหัวและเอ่ย " กล่าวตามจริง บรรพชนกู่ของเจ้ายังไม่มีคุณสมบัติพอมาสร้างความขับค้องใจให้ข้า ! "
หากไม่ใช่เพราะว่าราชามังกรทมิฬร้องขอไว้ หลี่ฉีเย่แน่นอนว่าจะฆ่ากู่จุนทิ้งไปตั้งยุคอดีต แทนที่จะปล่อยให้เขาดูแลเมืองพิทักษ์สวรรค์เช่นทุกวันนี้
ทว่าเขาเลือกที่จะไม่สนใจเลือกนี้อีก
สายตาของชิเซียะหนิงนั้นเปลี่ยนเป็นจริงจัง หากเป็นคนอื่นฟังอาจจะคิดว่าหลี่ฉีเย่นั้นจองหองและโอ้อวดเกินไปเพราะว่าบรรพชนกู่จุนของเมืองพิทักษ์สวรรค์นั้นเป็นหนึ่งในตัวตนอมตะที่ทรงพลัง บางทีเขาอาจจะด้อยกว่าปราณเทพเพียงนิดเดียว !
นางนั้นกลายเป็นงุนงงมากขึ้นเพราะบรรพชนกู่ของนางนั้นไม่ได้แสดงตัวออกมาเป็นเวลานานมาก กล่าวตามเหตุผล เขานั้นไม่ควรพบกับหลี่ฉีเย่ ดังนั้นไม่มีทางที่ทั้งสองมีเรื่องบาดหมางต่อกัน ทว่าหลี่ฉีเย่เห็นได้ชัดว่าแสดงความไม่เป็นมิตรต่อบรรพชนกู่อย่างมาก
" เอาละ สาวน้อย ข้ารู้ว่าเจ้านั้นมีคำถามจำนวนมากภายในจิตใจ แต่ข้าไม่สามารถเปิดเผยหลายเรื่องให้เจ้ารู้ได้ ในระยะสั้นเจ้านั้นมาจากหมู่บ้านทะเล ดังนั้นเจ้าแน่นอนว่าไม่ได้อยู่ฝังเดียวกับกู่จุน เกี่ยวกับเรื่องเจ้าสามารถเอ่ยถามกับผู้อาวุโสจากหมู่บ้านเจ้าได้ "
" สำหรับกู่จุน อ่า....หากเจ้าต้องการจะรู้จริงๆ ข้าสามารถบอกเจ้าได้อย่างหนึ่ง " หลี่ฉีเย่นั้นประเมินค่าชิเซียะหนิงไว้สูงมากดังนั้นเขาจึงกล้าที่จะเผยบางเรื่อง " เมืองพิทักษ์สวรรค์ของเจ้านั้นมีคลังสมบัติ มันเป็นขุมสมบัติที่มีค่ามหาศาลมากกว่าสมบัติทั้งเมืองของเจ้า ! "
" ขุมสมบัติ..." ชิเซียะหนิงมึนงงอยู่ชั่วครู่ก่อนจะเปลี่ยนสีหน้าเป็นตกตะลึง ! นางนั้นได้รับรู้บางเรื่องที่ไม่สามารถบอกได้ เป็นเรื่องที่เหล่าศิษย์ไม่ควรได้รู้ และนางเพียงได้ยินบรรพชนเคยพูดกันเกี่ยวกับความลับเรื่องนี้ ดังนั้นนางจึงไม่รู้รายระเอียดที่แน่นอนเกี่ยวกับขุมสมบัตินี้
ตอนนี้ หลี่ฉีเย่นั้นยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูดขณะที่นางในฐานะลูกหลานอย่างเป็นทางการนั้นยังไม่ทราบสิ่งใด แต่หลี่ฉีเย่เอ่ยราวกับเขารู้ทุกสิ่ง
" มันดูเหมือนว่าเจ้าจะไม่รู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ ! " หลี่ฉีเย่เพียงอมยิ้ม " มันไม่ได้อยู่ภายใต้การครอบครองของเมืองพิทักษ์สวรรค์ของเจ้า แต่กู่จุนนั้นอยากได้มันเป็นเวลานานแล้ว ! "
นี้เป็นขุมสมบัติของหลี่ฉีเย่ ! แต่แน่นอนว่าเขาไม่ได้เอ่ยคำเหล่านี้ออกมา
" นี้เป็นขุมสมบัติแบบใดกัน ? " ชิเซียะหนิงสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนจะเอ่ยถามอย่างอยากรู้อยากเห็น
" อืมม ข้าจะกล่าวอย่างไรดี..." หลี่ฉีเย่ยิ้มอย่างสบายๆก่อนจะเอ่ย " หากจักรพรรดิอมตะรู้เกี่ยวกับขุมสมบัตินี้ พวกเขาจะเริ่มใช้อำนาจทำลายทุกอย่าง นี้เป็นสิ่งที่พวกเขาจะต้องได้มันไม่ว่าจะใช้วิธีใดก็ตาม ! "
ชิเซียะหนิงอดไม่ได้ที่จะตื่นตระหนก ขุมสมบัติที่กระทั้งจักรพรรดิอมตะยังอยากได้ ! นี้เป็นขุมสมับติแบบใดกัน ?
" กู่จุนนั้นอยากได้ขุมสมบัตินี้มาเป็นเวลานาน น่าเสียดายตัวเขาเองไม่สามารถเปิดมันออกได้ แม้ว่าเขาจะอยู่มากว่าสิบยุคก็ตาม " หลี่ฉีเย่ส่ายหัวของเขาก่อนจะเอ่ย " บรรพชนที่เจ้าเรียกนั้นเป็นเพียงตัวเนรคุณในสายตาข้า เมื่อเวลาผ่าน บรรพชนที่เจ้าเรียกก็เริ่มแสดงสันดานดิบ ปีนั้นหากไม่ใช่เพราะว่าบรรพบุรุษของเจ้าราชามังกรทมิฬข้อร้อง คนไร้ค่าเช่นกู่จุนจะต้องถูกโยนไปยังเหวกลืนครามตั้งนานแล้ว ! "
" เจ้ากำลังใส่ร้ายบรรพชนของข้า ! " ชิเซียะหนิงนั้นไม่สามารถทนได้อีกต่อไปและประท้วง สุดท้ายนางก็ยังเป็นลูกหลานของเมืองพิทักษ์สวรรค์
หลี่ฉีเย่ค่อยๆส่ายหัวและยิ้มตอบ " มันไม่เป็นไรหากเจ้าไม่เชื่อข้า หากยังมีตาแก่ที่มาจากยุคเดี่ยวกับกู่จุน เจ้าสามารถไปสอบถามเกี่ยวกับการที่กู่จุนเกือบถูกโยนลงไปยังเหวกลืนครามในปีนั้น หากไม่ใช่เพราะว่าราชามังกรทมิฬ...เหอะ ! แม้ว่าเขาจะมีสิบชิวิต มันก็ยังชดใช้ไม่เพียงพอ ! "
ชิเซียะหนิงนั้นยังคงตกตะลึงและใช้เวลาคิดอยู่ชั่วครู่ เมื่อบรรพบุรุษของนางราชามังกรทมิฬยังอยู่ในโลกนี้ เมืองของนางนั้นตั้งตระหง่าเหนือทั้งเก้าโลก ใครยังกล้าเป็นศัตรูกับพวกเขา ? ใครกระทั้งกล้าที่จะจับบรรพชนกู่โยนลงไปยังเหวกลืนครามจนถึงกับทำให้ท่านบรรพบุรุษต้องร้องขอ ?
นานมาแล้ว หลี่ฉีเย่ต้องการฆ่ากู่จุน ทว่าราชามังกรทมิฬได้เห็นสัญญากับใครบางคนที่จะช่วยดูแลลูกหลานของพวกเขา ในยุคนั้นหลี่ฉีเย่สั่งให้เขาจับกู่จุนและโยนลงไปยังเหวกลืนคราม แต่เขาก็ปล่อยมันไปเพราะการขอร้องของราชามังกรทมิฬ
ชิเซียะหนิงนั้นยังอยู่ในอาการมึนงงเพราะนางไม่เคยได้ยินตำนานนี้มาก่อน นางนั้นไม่สามารถจินตนาการได้ ใครกันที่กล้าจะจับโยนบรรพชนกู่ขณะที่ท่านบรรพบุรุษยังมีชิวิต ?
นี้แน่นนอว่ามันต้องเป็นตำนานที่สั่นสะเทือนสวรรค์ แต่กลับไม่มีข่าวลือเหล่านี้ปรากฏในเมืองพิทักษ์สวรรค์ ชิเซียะหนิงนั้นอยากรู้อยากเห็นเป็นอย่างมากว่าคนแบบใดกันที่ท่านบรรพบุรุษถึงกับต้องร้องขอการให้อภัย !
" ไม่จำเป็นต้องคิดมาก เพียงฝึกฝนการบ่มเพาะให้ดี เรื่องของตาแก่กู่จุนไม่สามารถเทียบได้กับเรื่องการบ่มเพาะของเจ้าในปัจจุบัน " หลี่ฉีเย่ส่ายหัวของเขาและเอ่ยต่อ " รอจนกระทั้งเจ้านั้นมีพลังมากพอที่จะปกครองเมืองพิทักษ์สวรรค์และข้าจะบอกเจ้าเอง ตอนนี้สิ่งที่เจ้าต้องทำคือการบ่มเพาะ อย่าทำให้ข้าผิดหวัง "
หลังจากได้ยินคำกล่าวนี้ ชิเซียะหนิงนั้นหยุดคิดชั่วคราว โดยเฉพาะความหมายของประโยคสุดท้าย
ชิเซียะหนิงนั้นไม่เข้าใจว่าทำไมหลี่ฉีเย่ถึงได้รู้เรื่องราวเกี่ยวกับเมืองพิทักษ์สวรรค์ของนางมากนัก แต่นางรู้สึกว่ามันมีความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างเมืองพิทักษ์สวรรค์กับหลี่ฉีเย่ เพียงแต่ว่านางนั้นไม่ทราบรายละเอียดที่แน่นอน
หลังจากพบหลี่ฉีเย่ นางก็รู้สึกว่ามันยังมีความลับเบื้องหลังภายในเมืองพิทักษ์สวรรค์ที่นางไม่เคยรู้มาก่อน
บางครั้ง นางก็สงสัยว่าการที่นางกลายมาเป็นลูกหลานของเมืองพิทักษ์สวรรค์นั้นอาจจะไม่ใช่เรื่องง่าย นานมาแล้วท่านบรรพชนเคยบอกนางว่านางนั้นมีความสามารถเหนือกว่าผู้อื่นจึงถูกเลือกให้หลายมาเป็นลูกหลานโดยผู้อาวุโส ต่อมามีข่าวลือว่านางนั้นถูกเลือกโดยท่านบรรพบุรุษตั้งแต่หลายยุคก่อน
จนถึงวันนี้ นางก็ยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการที่นางนั้นกลายมาเป็นลูกหลานว่าเป็นเพราะความสามารถของนางเองหรือเป็นเพราะราชามังกรทมิฬเลือกนางเนื่องจากนางนั้นมาจากหมู่บ้านทะเล
นางนั้นมีความมั่นใจในความสามารถของตัวเอง แต่หลังจากที่พบเหตุการณ์บางอย่าง นางรู้สึกว่าการที่นางถูกเลือกให้กลายมาเป็นทายาทนั้นมันมีเบื้องลึกมากว่าที่นางรู้ผิวเผิน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากพบหลี่ฉีเย่ นางนั้นมีข้อสงสัยสองประการ บางทีอาจจะไม่ใช่เป็นเพราะราชามังกรทมิฬเลือกและบางทีอาจจะไม่ใช่เพราะว่าความสามารถของนาง มันอาจจะเป็นเหตุผลที่ไม่มีใครรู้เบื่องหลังเรื่องเหล่านี้
" เอาละ สาวน้อยอย่าได้คิดให้มากเกินไป ! " เห็นนางเต็มไปด้วยความงุนงง หลี่ฉีเย่ส่ายหัวก่อนจะเอ่ย " มันมีหลายสิ่งที่เจ้าไม่รู้ในตอนนี้ สิ่งเดียวที่แน่นอนคือเจ้าต้องทำคือปิดประตุบ่มเพาะ ! "
ชิเซียะหนิงสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนจะเอ่ย " ก็ได้ ข้าจะรอเจ้ามายังเมืองพิทักษ์สวรรค์ของข้าในอนาคต ! "
หลี่ฉีเย่ยิ้มเอ่ย " ข้าแน่นอนว่าต้องไปยังเมืองพิทักษ์สวรรค์ แต่เจ้าอย่าได้มองมันในแง่ดีเกินไป การเดินทางของข้าไปยังเมืองนั้นอาจจะไม่ใช่สิ่งที่ดี หากมันไม่ใช่เรื่องดี เช่นนั้นหมายความว่าแม่น้ำโลหิตอาจจะอาบทั่วเมือง ! "
ด้วยหัวใจที่สั่นสะท้าน ชิเซียะหนิงนั้นจากไปอย่างเงียบๆ นางรีบเดินทางออกจากสำนักและมุ่งกลับไปยังเมืองพิทักษ์สวรรค์
หลังจากนางจากไป หลี่ฉีเย่อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจเบาๆ
ก่อนหลี่ฉีเย่จะเดินทางไปยังโลกใต้พิภพศักดิ์สิทธิ์ พระชราเผิงนั้นเดินทางมาพบเขา แน่นอนว่าเขาไม่ได้มาเพื่อดูหลี่ฉีเย่จัดของ
" ฮี่ฮี่ ข้าได้ยินจากปราณเทพว่านายน้อยหลี่ต้องการไปยังโลกใต้พิภพศักดิ์สิทธิ์ ! " พระชราเผิงกล่าวพร้อมรอยยิ้ม
หลี่ฉีเย่เหลือบมองเขาก่อนจะเอ่ย " หากเจ้ามีอะไรก็พูดมา อย่าได้เดินเป็นวงกลมต่อหน้าข้า ! "
พระชราเผิงหัวเราะแห้งก่อนจะเอ่ย " ข้าได้ยินมาว่าโลกใต้พิภพศักดิ์สิทธิ์นั้นมีเผ่าพันธ์ผีที่ทรงอำนาจและเป็นที่รู้จักกันไปทั่วเก้าโลก พระชราคนนี้ต้องการจะทดสอบ ในเมื่อนายน้อยหลี่กำลังจะไปที่นั้น พาข้าไปด้วยได้หรือไม่ ? "
หลี่ฉีเย่หรี่ตาก่อนจะเอ่ย " เจ้าควรจะไปถามปราณเทพ ไม่ใช่ข้า หรือว่ามันปฏิเสธเจ้าแล้ว ? "
เห็นพระชราเผิงนั้นยิ้มอย่างอับอาย หลี่ฉีเย่ทำได้เพียงส่ายหัวและเอ่ย " ลืมมันซะ นี้เป็นไปไม่ได้ ปลายทางของข้านั้นยังมีปัญหา และปราณเทพไม่สามารถรับประกันได้ว่าจะไปโผล่ที่ใด ไม่ต้องกล่าวถึงการนำตาแก่เช่นเจ้าไปยังโลกใต้พิภพศักดิ์สิทธิ์ด้วย หากข้าจะนำไปข้านำสาวงามที่เป็นสาวใช้ของข้าไปดีซะกว่า อย่างน้อยพวกนางก็ยังทำให้ข้าสบายตากว่านำเจ้าไป "