372

ตอนที่ 372 ปราณเทพกวาดผ่านอาณาจักรประกายโบราณ

" สัตว์เทพผู้พิทักษ์อมตะ ! " เหล่าคนตายนับไม่ถ้วนที่เห็นเงาดับขนาดใหญ่ล้วนอุทาน

" เจ้าเพียงคนเดียว...อย่าได้หวัง ! " ปราณเทพนั้นกระแทกกระถางแห่งความโกลาหลและส่งให้เป็นพุ่งไปด้านหน้าซัดศัตรูของเขาด้วยความแรง ฉากนี้ทำให้ผู้ชมทั้งหมดตกตะลึง !

" ปราณเทพ ! " ในเวลานั้น เงาที่อยู่เหนือชั้นฟ้าของประตูพยัคฆ์คำรามล้วนกรีดร้องโหยห้วนก่อนจะแตกกระจายไม่เหลือชิ้นดี

ฉากนี้ทำให้หลายคนประหลาดใจ การที่เต๋าจำแลงหายไปอย่างฉับพลันเช่นนี้หมายความร่างจริงของเขาต้องได้รับความหายนะและไม่สามารถสนับสนุนเต๋าจำแลงได้

วันนี้หลายคนได้เผชิญหน้ากับฝันร้าย ในไม่กี่วินาที กลิ่นอายของตัวตนอมตะได้กวาดผ่านไปทั่วดินแดนร้อยเมือง ทุกสิ่งมีชีวิตล้วนเต็มไปด้วยความหวาดกลัว

" ไม่...มันเป็นเช่นนี้ได้อย่างไร...ไม่เช่นว่าปราณเทพฝังรากไว้ที่เส้นเลือดบรรพบุรุษหรอกรึ ? เขาออกมาจากสำนักเต๋าสวรรค์ได้อย่างไรกัน ? " ในเวลาบรรพชนประตูพยัคฆ์คำรามกล่าวอย่างหวาดกลัว

ผู้ชมในปัจจุบันล้วนเต็มไปด้วยความตกตะลึง รวมถึงเหล่าบรรพชนจากนิกายขนาดใหญ่ พวกเขารู้ว่าปราณเทพนั้นอยู่มาเป็นเวลานานและใกล้จะตาย นอกจากสำนักจะเผชิญกับหายนะมันไม่ควรจะมีชีวิตกลับมา นอกจากนี้รากของมันได้ฝังอยู่ที่เส้นเลือดบรรพบุรุษและไม่สามารถเคลื่อย้ายได้นี้เป็นความรู้ทั่วไป มันไม่ควรจะออกจากเส้นเลือดบรรพบุรุษได้แม้ว่าจะมีชีวิตหรือใกล้ตายก็ตาม ทว่า ปราณเทพในตอนนี้นั้นกลับมามีชีวิตแม้สำนักจะไม่ได้เผชิญหายนะ มันกลับพุ่งไปยังอาณาจักรประกายโบราณด้วยตัวเอง นี้มันหมายความว่าอย่างไรกัน ?

" นี้เป็นไปได้อย่างไร ? หรือปราณเทพจะสามารถเกิดในอีกยุคได้ ? " ในเวลานี้ คนภายนอกจำนวนนับไม่ถ้วนล้วนตกอยู่ในความหนาวเหน็บ

หลายคนนึกไปถึงเรื่องของการโจมตีสำนักในอดีต ตอนนั้นพวกเขาสันนิฐานว่าปราณเทพนั้นคงจะมีอยู่ชีวิตอยู่ได้อีกไม่นาน ไม่ต้องกล่าวถึงว่ามันกำลังบ้าคลั่ง ในสายตาพวกเขามันแทบไม่ต่างจากตายไปแล้ว

โดยเฉพาะเมื่อหายนะปรากฏแก่สำนักในปีนั้น ปราณเทพกระทั้งไม่ปรากฏตัว และนี้ทำให้หลายคนคาดการณ์ได้ว่าปราณเทพนั้นไม่สามารถกลับมามีชีวิตได้อีกครั้งแล้ว

ทว่าในตอนนี้มันกลับไม่มีสัญญาณของความอ่อนแอและกระทั้งปรากฏตัวออกมาจากสำนักและทำลายอาณาจักรโบราณด้วยตัวเอง นี้ไม่ใช่ข่าวดีสำหรับเหล่าผู้คนที่เคยโจมตีสำนัก

" ตูม ! " ในอาณาจักรประกายโบราณล้วนเต็มไปด้วยระเบิดของแสงศักดิ์สิทธิ์และอำนาจการทำลายจากตัวตนระดับสูง คนจำนวนนับไม่ถ้วนถูกบังคับให้หมอบกราบอยู่บนพื้นดิน พวกเขาไม่สามารถเคลื่อนไหวได้แม้แต่นิดเดียว

" เปิดใช้รูปแบบจักพรรรดิ ! " เสียงของสัตว์เทพผุ้พิทักษ์ดังออกมาทั่วดินแดน ในเวลานี้เหล่าผุ้ที่ได้ยินล้วนตกอยู่ในความกลัว ไม่ต้องสงสัยกระทั้งสัตว์เทพผู้พิทักษ์ก็ยังไม่สามารถต้านทานการบุกรุกครั้งนี้ได้

ปราฏเป็นแสงจักรพรรดิปกคลุมไปทั่วอาณาจักร มันราวกับว่าจักรพรรดิอมตะนั้นกลับมามีชีวิต กลิ่นอายอมตะนั้นกวาดผ่านโลกและกักขังปราณเทพอยู่ภายใน

" ปราณเทพ อาณาจักรประกายโบราณของข้านั้นเป็นนิรันดร์ เจ้าไม่สามารถอะไรได้ตามใจชอบต่อหน้ารูปแบบจักรพรรดิจากอาวุธจักรพรรดิสองชั้นนี้ ! " เสียงของสัตว์เทพผู้พิทักษ์ดังออกมาอย่างเกรี้ยวกราด

" หากจักรพรรดิอมตะของพวกเจ้ายังมีชีวิตอยู่ เช่นนั้นข้าคงล่าถอยไปแล้ว อนิจจาจักรพรรดิอมตะของพวกเจ้าไม่มีชีวิตอยู่บนโลกนี้แล้ว ดังนั้นเพียงแค่รูปแบบจักรพรรดิของพวกเจ้าล้วนไม่พอหยุดยั้งข้า ! " ด้วยอำนาจที่เหนือสวรรค์ของปราณเทพ กระถางแห่งความโกลาหลปรากฏอยู่ในมือ ท้องฟ้าทันใดนั้นก็เริ่มแยกออกทันที

การต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้นั้นตกตะลึงไปทั่วดินแดนร้อยเมือง อาวุธจักรพรรดิระดับแท้จริงคำรามพร้อมด้วยอาวุธจักรพรรดิระดับชีวิตบินไปทุกที่ ทว่าปราณเทพนั้นเป็นตัวตนอมตะ กระถางแห่งความโกลาหลของเขานั้นทรงอำนาจอย่างมากแม้ว่าจะเผชิญกับอาวุธระดับแท้จริง

นี้เป็นการต่อสู้ที่สั่นสะเทือนสวรรค์ เมื่อปราณเทพลงมือ ไม่ว่าจะเป็นนิกายทรงอำนาจขนาดไหนล้วนต้องตกตะลึง

มันเป็นตัวตนอมตะที่อยู่มาตั้งแต่โบราณ แม้ว่าตำนานของมันจะถูกส่งมารุ่นต่อรุ่นว่าเป็นเพียงผู้คุ้มกันของสำนัก บางสิ่งที่กระทั้งจักพรรดิอมตะก็ยังไม่สามารถเอาชนะได้ ไม่ใช่ทุกคนที่จะเชื่อตำนานเหล่านี้ โดยเฉพาะเมือมันไม่ได้ต่อสูมาเป็นเวลานานแล้ว และแน่นอนว่าทุกคนรู้ว่าตัวตนอมตะนั้นต้องใช้พลังงานชีวิตและพลังงานในสายเลือดจำนวนมากในการต่อสู้

ทว่า วันนี้การโจมตีอาณาจักรประกายโบราณจนย่อยยับ ในเวลานี้ถูกล้วนอาบเหงื่อเย็นและเข้าใจคำกล่าวที่ว่า ' สำนักเต๋าสวรรค์นั้นอยู่มาหลายล้านปี - นี้ไม่ใช่เพียงคำกล่าวที่ไร้สาระ ! '

" มันเป็นตาของพวกเราแล้วตอนนี้ !  " ในประตูพยัคฆ์คำราม แม้ว่าจะไม่มีใครเห็นการต่อสู้ที่อาณาจักรประกายโบราณ ผู้เชียวชาญทุกคนรู้สึกได้ถึงกลิ่นอายอมตะ มันราวกับว่าปราณเทพนั้นเป็นผู้ปกครองชั้นฟ้า หลายคนสุดท้ายก็กลับสู่ความสามารถและจ้องมองไปยังหลี่ฉีเย่ด้วยสายตาซับซ้อน

ในแผนการครั้งนี้ บรรพชนประตูพยัคฆ์คำรามนั้นไม่เพียงมั่นใจว่าจะชนะเพราะเขานั้นมีสัตว์เทพผู้พิทักษ์จากอาณาจักรประกายโบราณพร้อมด้วยอาวุธจักรพรรดิสี่ชิ้น พวกเขาไม่เพียงต้องการจับตัวหลี่ฉีเย่ แต่รวมถึงเจ็ดบรรพชนของสำนักด้วยหากพวกเขามาช่วยหลี่ฉีเย่ง

ทว่า ทุกอย่างตรงข้ามกับแผนการของพวกเขา หลี่ฉี่เย่นั้นมาเพียงลำพัง เจ็ดบรรพชนล้วนไม่ปรากฏตัว แต่กลับกลายเป็นปราณเทพที่กลับมามีชีวิตและกวาดผ่านทั่วอาณาจักรประกายโบราณ ! ตอนนี้กระทั้งเต๋าจำแลงก็ไม่มีโอกาสโจมตีก่อนจะหายไป เพียงสิ่งนี้ผู้คนสามารถจินตนาการได้ถึงอำนาจที่ท้าทายสวรรค์ระดับใดที่สามารถบังคับให้สัตว์เทพผู้พิทักษ์ตั้งใช้ความแข็งแกร่งทั้งหมด

ชัยชนะครั้งนี้ได้รับการแสดงออกมาอย่างสิ้นเชิง ใบหน้าของบรรพชนประตูพยัคฆ์คำรามนั้นขาวซีด ทว่า สุดท้ายแล้วเขาก็ยังเป็นบรรพชนเที่ยงธรรมที่สามารถเรียกลมเรียกฝนได้ เขาสูดลมหายใจเขาลึกก่อนจะเอ่ยเสียงเย็นชา " ผู้ชนะมันยังไม่ถูกตัดสิน ! " ในเวลานี้สายตาของเขาก็มองไปยังอาวุธจักรพรรดิทั้งสี่ชิ้น

อาวุธจักรพรรดิทั้งสี่นี้เตรียมมาเพื่อสร้างรูปแบบสังหารต่อเจ็ดบรรพชนของสำนัก

" เจ้าวางแผนจะควบคุมอาวจักรพรรดิทั้งสี่ด้วยพลังงานในสายเลือดของเจ้า ? " มองไปยังอาวุธจักรพรรดิทั้งสี่ หลี่ฉีเย่หรี่สายของเขาก่อนจะอมยิ้มเอ่ย " ย่อมได้ ข้ายังต้องการอาวุธที่เหมาะสมทั้งสี่ชิ้นนี้ ! เข้ามาได้เลย ! "

ในเวลานี้ เขาจับจ้องอยู่บนอาวุธของอาณาจักรประกายโบราณ เขานั้นมีไม้เท้าเต่าทมิฬอยู่แล้ว ดังนั้นอาวุธทั้งสี่จึงเหมาะสมกับเขาอย่างมาก

" ไป ! " บรรพชนประตูพยัคฆ์คำรามนั้นหายไปจากชั้นฟ้าและไปโผล่อยู่บนยอดเกาะ เขานั้นมองไปยังรูปแบบสังหาร ในเวลานี้พลังงานในสายเลือดของเขาถูกใช้ออกมาเป็นจำนวนมากเพื่อที่จะปลดปล่อยอำนาของอาวุธจักรพรรดิทั้งสี่ !

" โอมมมม ! " มีเสียงดังกึกก้อง บรรพชนนั้นต้องการใช้รูปแบบนี้ฆ่าหลี่ฉีเย่ แต่อาวุธจักรพรรดิทั้งสี่ทันใดนั้นก็สั่นและค่อยๆหายไป !

" ไม่ดีแล้ว ! " ใบหน้าของหลี่ฉีเย่เต็มไปด้วยความไม่คาดคิด หลี่ฉีเย่ต้องการจะลงมือ แต่เขานั้นสายเกินไป ภายในวินาทีเดียว อาวุธจักรพรรดิทั้งสี่ทันใดนั้นก็กระจายและหายไป !

" ตูม ! " ในเวลานี้ ชั้นฟ้าของอาณาจักรประกายโบราณนั้นได้รับความเสียหายอย่างหนักชั้นถึงจุดที่สร้างหลุมดำขึ้นมา ในช่วงเวลานี้ท่วงทำนองเต๋าอมตะของจักรพรรดิอมตะนั้นดังไปทั้วอากาศ

" เร็วอย่างยิ่ง ! ข้าไม่คาดว่าอาณาจักรประกายโบราณจะใช้สิ่งของทั้งเพิ่มอำนาจของตัวเองในช่วงเวลาสั้นๆ ! " ตอนนี้หลี่ฉีเย่รู้สึกเสียดายมาก เขาไม่คาดว่าอาณาจักรประกายโบราณจะเรียกใช้สมบัติทั้งหมด กระทั้งอัญเชิญอาวุธจักรพรรดิทั้งสี่หายไปจากประตูพยัคฆ์คำรามด้วย !

" หากข้ารู้ว่าเรื่องนี้จะเกิดขึ้น ข้าจะลงมือไปนานแล้ว ! " หลี่ฉีเย่รู้ดีว่าหากเขาเคลื่อนไหวก่อนหน้านี้ เขาจะสามารถใช้อำนาจของเขาและยึดสมบัติจักรพรรดิทั้งสี่มาได้ก่อนจะเกิดอะไรขึ้น แต่ทุกอย่างสายเกินไป เนื้อที่กำลังจะเข้าไปปากของเขาถูกแย่งไปทันที !

ในเวลานี้ คนจำนวนมากในดินแดนร้อยเมืองล้วนตื่นตระหนก พวกเขาไม่คาดว่าอาณาจักรประกายโบราณจะเสียหายย่อยยับจากการโจมตีของปราณเทพ พวกเขากระทั้งใช้ความแข็งแกร่งที่ซ่อนอยุ่ในขณะนี้ !

ใบหน้าของบรรพชนประตูพยัคฆ์คำรามนั้นซีดขาวราวกับคนตาย รูปแบบสังหารของเขาหายไปทันที มันราวกับว่าสวรรค์จะไม่ตอบรับต่อคำอธิฐานใดๆของเขา

" พวกเรามาจบการต่อสู้นี้กัน นี้เป็นโอกาสสุดท้ายใช้อะไรก็ตามที่เจ้ามีออกมาซะ ไม่เช่นนั้นข้าจะกลั่นดินแดนนี้ " หลี่ฉีเย่นั้นอยู่ในอารมณ์ไม่ดีอย่างมาก หลังจากเห็นสี่อาวุธจักรพรรดิหายไปต่อหน้าต่อตา เขานั้นไม่ต้องการเสียเวลาและจมการต่อสุ้นี้อย่างรวดเร็ว จากนั้นก้วิ่งไปยังอาณาจักรประกายโบราณเพื่อขโมยของเหล่านั้น

ด้วยใบหน้าที่ขาวซีด บรรพชนประตูพยัคฆ์คำรามก็กัดฟันของเขาและเอ่ย " สาวเลว เช่นนั้นพวกเราก็มาตายพร้อมกัน ! เปิดหลุมฝังศพ ! "

เมื่อคำกล่าวเหล่านี้ออกมา พลังงานในสายเลือดทั้งหมดของเขาพุ่งไปยังหลุมฝังศพทั้งสี่ภายในส่วนลึกของดินแดนบรรพบุรุษ ในพริบตานั้นหลุมฝังศพทั้งสี่ก็สั่นไหว

" ตูม ! " ในเวลานี้ ภายในประตูนั้นสั่นสะเทือนจากการเคลือนไหวอย่างฉับพลันนี้

ระเบิดทันใดนั้นก็ดังออกมาจากหลุมฝังศพ พลังงานจำนวนมากทันใดนั้นก็ปกคลุมชั้นฟ้า เปลี่ยนนิกายให้กลายเป็นนรก

เมื่อสีหลุมฝังศพถูกเปิดมันมีเสียงระเบิดกระจายไปทุกที่ รูปภาพของสี่สัตว์ประหลาดปรากฏออกมาจากหลุมฝังศพราวกับเป็นเทพแห่งความตาย !

กลิ่นอายวิญญาณและความตายจำนวนมากถูกระเบิดออกมาและปกคลุมไปทั่วประตู พวกมันราวกับต้องการจะเปลี่ยนดินแดนแห่งนี้เป็นดินแดนแห่งความตาย

" หลุมฝังศพในตำนานของภาพทั้งสี่ ! " คนจำนวนมากนอกประตูล้วนสั่นสะท้านหลังจากเห็นภาพที่ปรากฏออกมา

พยัคฆ์ขาว , มังกรฟ้า , หงเพลิงส์ , เต่าทมิฬ - นี้เป็นเงาขนาดใหญ่ที่เป็นตัวแทนของสัตว์ในตำนาน สายตาของมันล้วนทำให้ทุกคนขนลุก

" สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นตัวตนในตำนานที่ถูกกลั่นโดยบรรพบุรุษของสำนัก เทพพยัคฆ์ ! "