368

ตอนที่ 368 บรรพชนประตูพยัคฆ์คำราม

" ท่านปู่ ! " เห็นชายชราที่มีรูปร่างคล้ายราชสีห์ ซือเสี่ยวตกตะลึงก่อนจะกลายเป็นตะโกนอย่างดีใจ

ในเวลานี้ สายตาราวกับราชสีห์ของชายชราคนนี้จ้องไปยังอดีตที่ปรึกของประเทศเซียนพิโรธอมตะ ก่อนจะหัวเราะเสียงดัง " ดังนั้นมันเป็นอดีตที่ปรึกของประเทศเซียนพิโรธอมตะนี้เอง เจ้ากระทั้งมีส่วนร่วมในการจับปลาน้ำขุ่นครั้งนี้ด้วย ! "

" น่าประทับใจมาก มันดูเหมือนว่าเจ้าจะได้พบกับคัมภีร์กายาอมตะจากบรรพบุรุษของเจ้าจริงๆ ไม่มีอะไรจะดีไปกว่าการที่สิ่งนี้ตกมาอยู่ในมือประเทศของข้า ! " อดีตที่ปรึกของประเทศเซียนพิโรธอมตะนั้นไม่ได้โกรธ แต่เต็มไปด้วยความยินดี

ความจริง เขากำราบราชันเทพสวรรค์ไว้เพื่อที่จะทดสอบว่าเขาได้รับคัมภีร์กายาอมตะมาจริงหรือไม่ ตอนนี้เขาได้รับคำตอบแล้ว และยังเป็นข่าวดีสำหรับเขาด้วย ไม่ว่าจะอย่างไรเขาต้องจับชราชายคนนี้ตอนมีชีวิตและยึดคัมภีร์กายาอมตะมา !

" หยุดกล่าวไร้สาระ ได้เวลาสู้แล้ว ! " ราชันเทพสวรรค์ราชสีห์คำรามหัวเราะเสียงดั่งลั่น ภายในพริบตากายาภายในของเขาตรงหน้าอกก็เปล่งประกายด้วยแสงอมตะ นี้ทำให้พลังงานในสายเลือดของเขาเพิ่มขึ้น พร้อมด้วยปลดปล่อยกลิ่นอายของราชสีห์ทรราช

กายาคลั่งทรราชอมตะย่อยขั้นสมบูรณ์ ! " เห็นกลิ่นอายอำนาจอมตะที่น่ากลัวออกมาจากร่างกายของราชันเทพสวรรค์ หลายคนเต็มไปด้วยความอิจฉา !

" เช่นนั้นก็ดี ข้าเองก็ยากเห็นอำนาจของคัมภีร์กายาอมตะของบรรพบุรุษเจ้าเหมือนกัน ! " อดีตที่ปรึกของประเทศเซียนพิโรธอมตะคำราม กลิ่นอายอมตะปลุกคลุมร่างกายของเขาเช่นกัน มันทำให้เขาคล้ายกับราชันเทพสวรรค์ ในเวลานี้ ทักษะต่างๆถูกเรียกใช้ออกมา ทักษะเหล่านี้ล้วนเพิ่มอำนาจให้กับอดีตที่ปรึกษาและพลังงานในสายเลือดของเขาในช่วงเวลาสั้นๆ

" นี้ก็เป็นกายาคลั่งทรราชอมตะ แต่มาจากคัมภีร์กายาบริวารทรราชอมตะ ! " บางคนอุทานด้วยอารมณ์หลังจากเห็นอำนาจของอดีตที่ปรึกษา

คัมภีร์กายาบริวารทรราชอมตะแน่นอนว่าเป็นคัมภีร์ของประเทศเซียนพิโรธอมตะ ทักษะนี้ทำให้ผู้ฝึกมันคล้ายกับมีกายาคลั่งทรราชอมตะได้ แต่ไม่มีใครในประเทศเซียนสามารถบ่มเพาะคัมภีร์นี้่ได้ เว้แต่พวกที่มาจากสาขาหลัก พวกเขาจะต้องบริจาคให้กับประเทศอยากมาและได้รับการทดสอบความภักดีเสียก่อน

ไม่ต้องสังสยอดีตที่ปรึกของประเทศเซียนพิโรธอมตะได้ผ่านเงื่อนไขเหล่านี้และได้บ่มเพาะมัน !

" หรือชะตากรรมของโลกนี้กำลังจะถูกตัดสินด้วยเหล่ากายาอมตะเหล่านี้กัน ? " หลายคนพากันตกตะลึง หลี่ซ่วงเหยียนมีกายาไร้มลิทนและเฉินเป่าเจียวมีกายาทรงอำนาจที่ผู้คนไม่รู้จัก กระทั้งตอนนี้กายาคลั่งทรราชอมตะทั้งสองก็ยังปรากฏออกมา

เห็นกายาอมตะที่หายากปราฏอยู่ด้านหน้าสายตา เหล่าผู้ชมทำได้เพียงยิ้มข่มขื่น

" ฆ่า !! " กายาคลั่งทรราชอมตะหมุนวนด้วยความดุร้าย มันสามารถทำให้ผู้บ่มเพาะเพิ่มอำนาจของพวกเขา , พลังงานในสายเลือด และระดับ มันอนุญาติให้พวกเขาใช้อำนาจการต่อสุ้ที่ท้าทายสวรรค์มากยิ่งขึ้น ! ไม่ต้องกล่าวถึงว่ามันไม่มีผลกระทบข้างเคียง !

ในเวลานี้ราชันเทพสวรรค์และอดีตที่ปรึกของประเทศเซียนพิโรธอมตะทั้งสองราวกับสัตว์ดุร้าย พวกเขาคำรามอย่างเดือนพล่านและสู้กันกลางอากาศ การต่อสู้ที่รุนแรงของพวกเขาทำให้จิตใจของคนอื่นล้วนสั่นสะท้าน

" อย่าบอกนะว่าที่พวกเจ้าเตรียมมาทั้งหมดนั้นมีแค่นี้ ? " หลี่ฉีเย่นั้นปราศจากคู่ต่อสู้ เขาเหลือบมองไปยังปรมจารย์ดาบพยัคฆ์คำรามและอมยิ้มเอ่ย " หากมีเพียงแค่นี้ มันก็ทำให้ข้าผิดหวังอย่างมาก " กล่าวเสร็จเขาก็ระเบิดพลังของกายาอเวจีอมตะออกมา

" ปัง ! " เท้าของหลี่ฉีเย่กระทืบลงบนพื้นดิน สวรรค์และปฐพีล้วนแต่ฉีกออก

" ปังง ! " แม้ว่าบริเวณโดยรอบจะพังทลาย หลี่ฉีเย่ก็ไม่หยุด เขากระทืบลงไปอีกครั้งบนที่ที่เขายืนอยู่

" ปัง ! ปัง ! ปัง ! " การระเบิดนั้นดังกึกก้องไปทั่วโลก ภายในระยะเวลาสั้นๆ ประตูพยัคฆ์คำรามนั้นกำลังเผชิญกับหายนะที่แผ่นดินล้วนแตกแยกออก และหลี่ฉีเย่เป็นศูนย์กลางของการแยกครั้งนี้ ! เขาใช้อำนาจทั้งหมดในการทำลายภูเขาและวิหารหลังจากนั้น เรื่องนี้ทำให้ผู้คนจากประตูพยัคฆ์คำรามหน้าซีดราวกับเป็นเผชิญวันสิ้นโลก

" กายาอเวจีอมตะ - อีกทั้งยังเป็นกายาย่อยขั้นสมบูรณ์ ! " แม้กระทั้งผู้ฝึกตนที่ดูอยู่ห่างออกไปไกล พวกเขาก็ยังได้รับผลกระทบจากอำนาจของกายาอมตะนี้

" นี้พวกเราจะมีชีวิตอยู่บนโลกได้อย่างไรกัน ?  วันนี้กายาอมตะย่อยขั้นสมบูรณ์จำนวนมากปรากฏ ตอนนี้หลี่ฉีเย่และหลี่ซ่วงเหยียนนั้นมีกายาอมตะย่อยขั้นสมบูรณ์ หากพวกเขากลายเป็นบรรพชนเที่ยงธรรมในอนาคตพวกเขากระทั้งไปถึงระดับกายาอมตะขั้นสมบูรณ์ ตอนนั้นกระทั้งจักรพรรดิอมตะก็ยังเผชิญหายนะในการปราบปรามพวกเขา ! " ในเวลานี้ตัวตนทรงอำนาจอุทานอย่างเจ็บปวด

" เปิดใช้รูปแบบบรรพชน ! " ปรมจารย์ดาบหน้าซีดและตะโกนลั่น ในเวลานี้ประตุต้องเปิดใช้รูปแบบบรรพชนไม่ว่าพวกเขาจะต้องจ่ายไปทั่วไหร่ก็ตาม

หลังจากคำสั่งของเขา คลื่นของอำนาจ และดวงดาราจำนวนมากพุ่งออกมาจากดินแดนบรรพบุรุษ ภายใต้การสนับสนุนจากผลึกจำนวนมาก นิกายใช้มันเพื่อเปิดรูปแบบบรรพชน การระเบิดครั้งนี้ในที่สุดมันก็หยุดหลี่ฉีเย่ในการใช้อำนาจของกายาอมตะในการทำลายประตู

" สารเลว หากพวกเราไม่ได้สับเจ้าเป็นหมื่นชิ้นในวันนี้ พวกเราจะไม่มีวันปล่อยเรื่องนี้ไป ! " ปรมจารย์ดาบอดไม่ได้ที่จะคำรามด้วยความโกรธ เขาจะไม่เจ็บปวดหลังจากเห็นดินแดนบรรพบุรุษเสียหายได้อย่างไร ?

" ข้าเกรงว่าเพียงใช้รูปแบบบรรพชนนั้นยังไม่พอ มันยังไม่สามารถที่จะสับข้าเป็นชิ้นๆได้ กลับกันจะเป็นข้าซะมากกว่าที่จะทำให้ประตูพยัคฆ์คำรามนั้นกลับสู่ความว่างเปล่า ! " หลี่ฉีเย่ประกาศอย่างใจเย็น

" สารเลวที่หยิ่งยโส รูปแบบบรรพชนของพวกเรานั้นไม่เคยผิดพลาด ฮึ่มม แมลงเม่าเช่นเจ้ายังฝันว่าจะกล้าทำลายพวกเราอีกรึ ? " ในเวลานี้ เสียงที่เย็นชาก็ปรากฏ เขาเป็นดังคนตายที่ปรากฏออกมาจากพื้นดิน

ในเวลานี้ เซียนบรรพกาลสี่คนได้แบกเกี้ยวออกมาด้านนอก มีชายชราที่มีผมสีขาวทั้งหัวนั้งอยู่ด้านบนและตัวของเขาแห้งลีบจนติดกระดูก นี้เป็นชายชราที่ราวกับว่าเขานั้นจะสามารถอยู่ได้อีกเพียงไม่กี่ลมหายใจ บางคนคิดว่าเขานั้นแทบจะเดินเองไม่ได้ บางคนคิดว่ากระทั้งหายใจก็ยังลำบาก

แต่กลิ่นอายของชายชราผู้นี้กลับสร้างความหวาดกลัวให้กับฝูงชน ร่างกายที่เหมือนศพของเขานั้นกำลังจำศีลราวกับมังกรขด เมื่อเขาเปิดดวงตา ประกายแสงศักดิ์สิทธิ์พุ่งอกมา มันให้ความรู้สึกราวกับว่าเขาเป็นผู้ปกครองโลกและสามารถทำลายได้ทุกอย่าง

ทุกคนที่เห็นชายชราคนนี้ไม่มีคิดกล้าคิดว่าเขาเป็นเพียงคนแก่ธรรมดา กลับกันพวกเขาทั้งหมดล้วนสั่นสะท้านจากสายตาของชายชราคนนี้

" หรือนี้จะเป็นบรรพชนของประตูพยัคฆ์คำราม ? " เห็นชายชราคนนี้ที่มาพร้อมกับความรู้สึกที่น่าขนลุกหลายคนอดไม่ได้ที่จะพึมพำ

" ขะ ข้า ข้าเคยได้ยินเรื่องราวของชายชราคนนี้มาก่อน ! " สุดท้ายบรรพชนปีศาจคนหนึ่งก็สูดลมหายใจก่อนจะเอ่ย " ตำนานกล่าวว่าเขานั้นเป็นลูกหลานรุ่นที่แปดของเทพพยัคฆ์ เขานั้นถูกผนึกอยู่ตลอดมาภายในส่วนลึกของประตูด้วยหินหยดเลือดเพื่อหยุดกาลเวลา "

หลายคนตตกละลึงที่ได้ยินเรื่องนี้ ลูกหลานรุ่นที่แปดของเทพพยัคฆ์...ชายชราคนนี้มีชีวิตอยู่มานานเท่าไหร่กัน ! แม้ว่าร่างกายเขาจะดูไร้พลัง แต่กลิ่นอายของเขาก็เพียงพอแล้วที่เขย่าขวัญผู้คน

เมื่อชายชราคนนี้ปรากฏออกมา ทุกคนในประตูพยัคฆ์คำรามล้วนหมบกราบ " ท่านบรรพชนศักดิ์สิทธิ์ ! "

ชายชราคนนั้นเหลือบมองทุกคนก่อนจะเอ่ย " เด็กน้อย เจ้ากระทั้งบังคับให้ข้าออกมาได้เช่นนี้ วันนี้แม้ว่าเจ้าจะตาย เจ้าสมควรจะภูมิใจไปได้ตลอดชีวิตแล้ว ทำตัวว่างายและส่งคัมภีร์กายาอมตะมา "

" เพียงแค่ตาแก่ใกล้ตาย ! " หลี่ฉีเย่หรี่ดวงตาของเขาก่อนจะยิ้มยอ่างมีความสุขและเอ่ย " ข้าเกรงว่าวันนี้จะเป็นวันสุดท้ายที่เจ้ามีชีวิตอยู่มากกว่า เพียงแค่ตัวตนระดับนี้ยังไม่เพียงพอที่จะปกป้องประตูพยัคฆ์คำรามให้พ้นหายนะ " จากนั้นหลี่ฉีเย่กระทืบไปยังชายชราด้วยการแสดงออกที่หยิ่งยโสยิ่งกว่า !

ด้วยการแสดงออกที่จองหองและหยิ่งยโสเช่นนี้ทำให้ผู้คนสูดลมหายใจลึก นี้เป็นตัวตนระดับบรรพชน ! ชายชราคนนี้เห็นได้ชัดว่าสามารถบดขยี้ได้ทุกคน ! เหล่านิกายใหญ่ล้วนผนึกคนตายเช่นนี้ไว้หนึ่งหรือสองคน เมื่อตัวตนเช่นนี้กลับมามีชีวิต มันง่ายที่จะทำให้ศัตรูของพวกเขาตาย นี้เป็นเหตุผลว่าทำไมพวกเขาจึงไม่ออกมาง่ายๆนอกจากว่านิกายจะถูกทำลาย

องค์รักษ์เทพสวรรค์และราชันเทพสวรรค์ก็ยังต้องหวาดกลัวเมื่อเห็นชายชราคนนี้ปรากฏตัว แต่หลี่ฉีเย่ก็ยังคงกระทืบเท้าของเขาไปยังชายชราคนนี้ด้วยความจองหอง

บรรพชนคนนี้ไม่แม้แต่จะขยับร่างกาย เขาเพียงกระดิกนิ้ว จากนั้นมีเสียง ' ตูม ' หลี่ฉีเย่ถูกส่งปลิวออกไปชนกับเกาะด้านหลัง

" ทรงพลังอย่างยิ่ง ! " เพียงกระดิกนิ้วก็สามารถส่งหลี่ฉีเย่ที่มีกายาอมตะย่อยขั้นสมบูรณ์ปลิวออกไปได้ ! ผู้ชมหลายคนหัวใจสั่นสะท้านเพราะพวกเขารู้ความโหดเหี้ยมของหลี่ฉีเย่ แต่เขาก็ยังถูกบรรพชนส่งปลิวไปด้วยนิ้วเดียว !

" ตูม ! " หลี่ฉีเย่นั้นพุ่งออกมาจากซากปรักหักพังพร้อมด้วยเลือดที่อาบเสื้อคลุมของเขา ทว่าบาดแผลภายนอกเหล่านี้ล้วนไม่มีค่าต่อหลี่ฉีเย่

" ช่างน่าสงสาร เจ้านั้นยังอยู่อีกห่างไกล เพียงแค่ตัวตนของคนที่ยังไม่เข้าสู่เส้นทางของยอดยุค - ไม่มีค่าพอให้ข้าใส่ใจ ! " หลี่ฉีเย่ระเบิดเสียงหัวเราะโดยไม่สนใจหน้าของบรรพชน

" จองหองเกินไปแล้ว ! " หลายคนกลายเป็นตื่นตระหนกและกัดฟันของพวกเขาจากคำกล่าวของหลี่ฉีเย่

บรรพชนนั้นยังคงนั้งอยู่บนเกี้ยวและกวาดผ่านไปยังทุกคนก่อนจะเอ่ย " เจ้านั้นช่างไม่รุ้ความใหญ่โตของสวรรค์และปฐพี แม้ว่าข้าจะยังไม่ก้าวเข้าสู่เส้นทางของยอดยุค แต่มันก็เพียงพอแล้วที่จะฆ่าสารเลวเช่นเจ้า ! "

เหนือระดับราชันเทพสวรรค์ คือบรรพชนเที่ยงธรรม พวกเขาอาจจะกล่าวคำเหล่านี้ได้ หากจักรพรรดิอมตะไม่ปรากฏตัวออกมา บรรพชนเที่ยงธรรมนับเป็นตัวตนที่แข็งแกร่งที่สุด

ในความจริง วลีนี้นั้นคลุมเครืออย่างมาก บรรพชนเที่ยงธรรมนั้นยังแบ่งออกเป็นหลายระดับ ดังนั้นแม้ว่าผู้ฝึกตนทั่วโลกจะถือว่าพวกเขาเป็นตัวตนอมตะที่ด้อยกว่าจักรพรรดิอมตะเมื่อพวกเขาอยู่ระดับบรรพชนเที่ยงธรรมก็ตาม แต่หลายล้านปีผ่านมา บรรพชนเที่ยงธรรมก็ยังไม่กล้าเข้าสู่เส้นทางของสวรรค์หรือเส้นทางของยอดยุคที่จะทำให้พวกเขาถูกเรียกว่าบรรพชนเที่ยงธรรมอย่างเต็มตัว

สำหรับบรรพชนเที่ยงธรรมพวกเขานั้นก็แบ่งออกเป็นหลายระดับ เริ่มจากต้นยุคบรรพชนเที่ยงธรรม , กำเนิดยุคบรรพชนเที่ยงธรรม , สันติยุคบรรชนเที่ยงธรรม , เรืองยุคบรรพชนเที่ยงธรรม , ทองคำยุคบรรพชนเที่ยงธรรม

อาจจะกล่าวได้ว่าทองคำยุคนั้นเป็นจุดสูงสุดของบรรพชนเที่ยงธรรมระดับธรรมดา แต่นี้ยังไม่ใช่จุดสิ้นสุดของระดับนี้..