365
ตอนที่ 365 เริ่มต้นการต่อสู้
วันที่พระจันทร์เต็มดวงทันใดนั้นก็ได้มาถึงอย่างรวดเร็วพร้อมด้วยผู้ฝึกตนนับไม่ถ้วนที่รออยู่ด้านนอกประตูพยัคฆ์คำราม บางคนมาจากนิกายทรงอำนาจ ขณะที่บางคนมาจากนิกายขนาดเล็ก และบางคนกระทั้งเป็นผู้ฝึกตนพเนจร
ในเวลานี้ทางเข้าของประตูพยัคฆ์คำรามนั้นเปิดกว้าง การป้องกันตำแหน่งสำคัญและรูปแบบป้องกันจำนวนมากปรากฏ แม้ว่าจะมีการระเบิดหรือการเคลื่อนไหวของสมบัติ หรือแม้แต่ราชันเทพสวรรค์ราชสีห์คำรามก็ยังไม่สามารถหนีได้หากเข้ามา
เห็นสถานการที่ผ่อนคลายของประตูพยัคฆ์คำราม หลายคนอุทานด้วยความตกใจ " ประตูพยัคฆ์คำรามนั้นดูจะมั่นใจอย่างยิ่ง พวกเขาแสดงราวกับว่ากลัวว่าหลี่ฉีเย่จะไม่มามากกว่า ! "
ผู้เชียวชาญจากทุกมุมโลกสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนจะกวาดตาไปยังทางเข้านิกายเพื่อรอการมาถึงของหลี่ฉีเย่
ขณะเดียวกับภายในประตูก็ยังเงียบสงบอย่างมาก แม้ว่าเหล่าศิษย์จะยังอยู่ที่นี่ พวกเขาก็ยังอยู่ในอาการสงบและได้ยินเพียงเสียงหายใจ
เวลาผ่านไปแต่หลี่ฉีเย่ไม่ได้ปรากฏตัว ในเวลานี้เหล่าผู้ชมภายนอกถามด้วยความร้อนใจ " ทำไมหลี่ฉีเย่ถึงยังไม่มาอีก !? "
เทียบกับผู้คนด้านนอก ประตูนั้นยังมีความอดทนมากกว่า พวกเขาไม่เร่งรีบที่จะเริ่มดำเนินการ มันราวกับว่าพวกเขาจะไม่ทำสิ่งใดจนกว่าหลี่ฉีเย่จะมา
ความจริงแล้วสำหรับประตู ซือเสี่ยวเต๋านั้นเป็นตัวตนที่ไร้ความหมาย ซือเสี่ยวเต๋าและราชันเทพสวรรค์นั้นเป็นเพียงเหยื่อล่อหลี่ฉีเย่ หากทั้งสองตายไป พวกเขาจะใช้อะไรล่อหลี่ฉีเย่ออกมากัน ?
ทว่าเวลายังดำเนินต่อไปและพระอาทิตย์เริ่มร้อนขึ้นเรื่อยๆ ความโกลาหลเริ่มเกิดขึ้น " นี้ก็ผ่านมาครึ่งวันแล้ว อย่าบอกข้านะว่าหลี่ฉีเย่นั้นกลัวจนไม่กล้ามา ? "
" นั้นเป็นไปไม่ได้ คนที่โหดเหี้ยมและยโสเช่นหลี่ฉีเย่นั้นไม่เคยเกรงกลัวสิ่งใด " ผู้เชียวชาญที่ได้ชมการต่อสู้ของสำนักเต๋าสวรรค์ส่ายหัวและเอ่ยขึ้น " คำกว่า ' กลัว ' นั้นไม่มีอยู่ในสมองของเจ้าสารเลวนี้ เขากระทั้งฆ่าคนจากอาณาจักรโบราณ เช่นนั้นเขาจะกลัวเพียงการท้าทายประตูพยัคฆ์คำรามรึ ? "
" เฮ้ บางทีมันอาจจะไม่ได้เป็นเช่นนั้น ภายในสำนักนั้นมีคนจากสำนักคอยคุ้มครองเขาอยู่ เป็นธรรมดาที่เขาจะไม่กลัวสิ่งใด ตอนนี้สถานที่แห่งนี้คือบ้านของประตูคพยัคฆ์คำราม - ถ้ำของสัตว์ที่ดุร้าย ข้าเกรงว่าเขาจะไม่กล้ามาแสวงหาความตายที่นี่ " ศิษย์จากนิกายใหญ่ภายในดินแดนร้อยเมืองเอ่ย
หลังจากการต่อสู้ที่สำนัก หลี่ฉีเย่อาจจะกล่าวได้ว่าเป็นตัวตนที่ทำให้นิกายใหญ่เกรงขามอย่างมาก ดังนั้นศิษย์หลายคนจำไม่ชอบขี้หน้าเขา
" เฮ้ เจ้าแซ่หลี่นี้ยังไม่มาอีกรึ ! " ศิษย์จากนิกายใหญ่เอ่ยด้วยความไม่พอใจ " บางที่ชายคนนี้อาจจะซ่อนตัวเป็นเต่าหดหัวอยู่ในกระกองก็ได้ ถึงได้ไม่กล้าออกมา บางทีเขาอาจจะฉี่ราดกางเกงของเขาด้วยความกลัวอยู่ ! "
ผู้เชียวชาญจากนิกายขมวดคิ้วเมื่อได้ยินความคิดเห็นเช่นนี้ โดยเฉพาะเหล่าที่มาจากนิกายขนาดเล็กหรือเหล่าคนที่สนับสนุนหลี่ฉีเย่อย่างลับๆ
" ว้าว เจ้านี้ช่างหน้าประทับใจเสียจริง ! สามารถที่จะกล่าวคำเช่นนี้ได้...แต่ว่าเจ้าอยู่ที่แห่งใดกันเหล่ายามที่หลี่ฉีเย่สังหารทุกคนในสนามรบ ? เจ้ามีความกล้าจะพูดจาเช่นนี้ต่อหน้าหลี่ฉีเย่หรือไม่ ? ฮ่า ข้าเกรงว่าเจ้าทำได้เพียงฉี่ราดกางเกงยามยื่นอยู่หน้าเขา เจ้าคิดว่าตัวเป็นตัวบัดซบอันใด ? หลี่ฉีเย่ฆ่าหู่เยี่ย , สังหารบาเสี่ย และปลีดชีพเจ้าชายฉิงเสวี่ย อัจฉริยะเหล่านั้นล้วนถูกเขาสังหารสิ้น และพวกเขาเหล่านั้นต่างเป็นผู้มีชื่อเสียงทั่วดินแดนร้อยเมือง ! ตัวตนยิ่งใหญ่คนใดบ้างที่เจ้าได้ฆ่าไป ? " ผู้ฝึกตนที่รำคาญการแสดงความคิดเห็นจากศิษย์ของนิกายใหญ่เอ่ยขึ้น
" เจ้า ! " ศิษย์จากนิกายใหญ่จ้องเขาด้วยความโกรธ แต่ผู้ฝึกตนคนนั้นจ้องกลับมาโดยไม่แสดงความอ่อนแอใดๆ
ความขัดแย้งเล็กๆน้อยๆดังกล่าวจึงจบลง เหล่าตัวตนทรงอำนาจล้วนรอชมการต่อสู้นี้อย่างอดทน
" นี้เป็นกับดักแห่งความตาย ! " ผู้นำนิกายคนหนึ่งเอ่ยสรุป " เกี่ยวกับว่าหลี่ฉีเย่จะมาหรือไม่นั้น เขาแน่นอนว่าไม่สามารถเปลี่ยนผลลัพธ์ที่ออกมาได้ หากเขามาเขาจะตายอย่างแน่นอน เช่นเดียวกับปู่และหลานคู่นั้น หากเขาไม่มาทั้งสองคนก็จะตายอยู่ดี ! "
หลังจากได้ยินคำกล่าวนั้น ผู้นำนิกายบางคนอดไม่ได้ที่จะเอ่ย " แต่หลี่ฉีเย่มีอำนาจที่พลิกชั้นฟ้า ! เขานั้นบ่มเพาะกายาอมตะและยังมีสองอาวุธจักรพรรดิระดับชีวิต ประตูนั้นไม่มีสิ่งใดที่จะจับเขาได้ด้วยอำนาจที่เขามี แม้แต่บิดาของจักรพรรดิประตูพยัคฆ์คำรามก็ยังไม่สามารถทำได้ ข้ารู้สึกว่าหลี่ฉีเย่มีโอกาสชนะมากกว่าเสียอีก "
ผู้นำนิกายคนก่อนหน้าส่ายหัวและเอ่ย " หากมีเพียงประตูพยัคฆ์คำรามแน่นอนว่าหลี่ฉีเย่ย่อมได้รับชัยชนะ แม้ว่าหลุมฝังศพทั้งสี่จะทรงพลัง ด้วยสองอาวุธจักรพรรดิและเขานั้นไม่ได้โง่จนเกินไปเขาย่อมหนีออกไปได้ เขาแน่นอนว่าสามารถหนีโดยใช้อำนาจคุ้มกันจากอาวุธได้ แต่ตอนนี้สถานการณ์นั้นเปลี่ยนไปอย่างสมบูรณ์ แม้ว่าเขาจะมีอาวุธจักรพรรดิและอำนาจที่ทรงพลัง มันก็ยังเป็นเรื่องยากที่เขาจะรอดหากเขาเข้าไป "
ไม่ต้องสงสัย ผู้นำนิกายคนนี้รู้ข้ามูลบางอย่างที่คนอื่นไม่รู้
" ประตูพยัคฆ์คำรามมีคนหนุนหลัง ? " หลังจากได้ยินคำเหล่านี้จากผู้อาวุโสของเขา เหล่าผู้เยาว์ก็กลายเป็นครุนคิด สุดท้ายหลี่ฉีเย่ก็มีศัตรูจำนวนมากภายในดินแดนร้อยเมือง บางทีอาจจะมีบางนิกายใหญ่เข้าร่วมในการทำลายเขา
" ไม่เพียงแต่คนหนุนหลัง ! " ผู้นำนิกายคนนั้นเอ่ย " นี้เป็นบางสิ่งที่สามารถสังหารเทพและฆ่าปีศาจที่ขว้างเส้นทางเขาได้ เขาตายนั้นคือจุดจบ มีเพียงผลลัพธ์เดียวที่รอเขาอยู่ ! "
เหล่าผู้เยาว์ได้แต่ตกตะลึง พวกเขารีบเอ่ยถาม " ตัวตนแบบใดกันที่ประตูพยัคฆ์คำรามได้เชิญมา ? "
" การดำรงอยู่ของสิ่งมีชีวิตที่น่ากลัวอย่างมาก ! " ผู้นำนิกายคนนั้นมองไปยังประตูและถอนหายใจเบาๆ
ตอนนี้ ดวงอาทิตย์ก็ขึ้นสู่จุดสูงสุด ปรมจารย์ดาบของประตูยพยัคฆ์คำรามเยาเย้ย " เหอะ สารเลวหลี่นั้นไม่กล้าที่จะมา นำพวกเขาออกมาและดำเนินการซะ ผู้เยาว์ก่อนจากนั้นตามด้วยชายชรา ! " คำประกาศที่เกรี้ยวกราดนี้ทำให้ฝูงชนภายนอกตื่นตระหนก เหล่าคนที่มีความแค้นแต่หลี่ฉีเย่ล้วนหัวเราะยินดี " หลี่ฉีเย่เป็นเพียงแค่เต่าที่หดหัวอยู่ในกระดอง ! "
" ถูกต้อง เจ้าสารเลวหลี่นี้มีอะไรกัน ? ในสายตาข้า เขาเป็นเพียงตัวอ่อนแอราวกับหมาป่วย เขานั้นเป็นพวกที่ทำได้เพียงรังแกคนอ่อนแอและหวาดกลัวผู้แข็งแกร่ง ยามเมื่อเขาต้องเผชิญหน้ากับนิกายทรงอำนาจ เขาจะทำอะไรได้นอกจากหดหัวอยู่ใน..." ศิษย์จากนิกายทรงอำนาจกล่าวอย่างมีความสุข มันราวกับว่าการที่หลี่ฉีเย่ไม่ปรากฏตัวทำให้เขาพึงพอใจมาก
" ตูม ! " แต่ก่อนที่เขาจะกล่าวเสร็จ มีแรงตบที่รุนแรงตบไปยังปากของเขา นี้ทำให้หน้าของเขาชาจนไร้ความรู้สึก
" ใคร ใครมันกล้าตบหน้าบิดาคนนี้ !? " ผู้ฝึกตนคนนั้นยืนขึ้นและพยามกรีดร้อง
" เจ้าคิดว่ามันเป็นใครละ ? " ในตอนนั้น เสียงที่ฟังดูเกียจคร้านก็ดังขึ้น หลี่ฉีเย่ค่อยๆปรากฏตัวพร้อมกับหลี่ซ่วงเหยียนและเฉินเป่าเจียวอย่างช้าๆ
ตอนนี้ หลี่ฉีเย่ยืนอยู่ด้านนอกของประตูพยัคฆ์คำราม เขามองไปยังเหล่าผู้ชมจากทั่วโลกและกล่าวอย่างสงบ " มีคนจำนวนมากกล้าสร้างความรำคาญให้กับ และข้าหวังเป็นอย่างยิ่งให้พวกเขาแสดงตัวออกมา ข้านั้นเป็นคนที่ยุติธรรมอย่างมาก ใครต้องกล้าที่จะทุบตีข้าขอให้ก้าวออกมา ข้าจะได้ลบพวกมันออกไปพร้อมกับประตูพยัคฆ์คำราม ! "
ทว่าไม่มีใครกล้าก้าวออกมาพร้อมกันนั้นพวกเขาสูดลมหายใจเข้าลึก ศิษย์คนทีกล่าวยโสก่อนหน้าล้วนหน้าซีดและหลบซ่อนตัวอยู่ด้านข้าง ไม่ต้องกล่าวถึงการก้าวออกไป พวกเขาไม่กล้าแม้แต่จะมองตาหลี่ฉีเย่ ขาของพวกเขาไม่สามารถหยุดสั่นได้
ใครบ้างไม่รู้จักความโหดร้ายของหลี่ฉีเย่ ? กระทั้งลูกหลานจากอาณาจักรโบราณยังถูกฆ่าราวกับสุนัขตัวหนึ้ง แล้วศิษย์จากนิกายธรรมดาเช่นพวกเขาจะเทียบกับคนเหล่านั้นได้รึ ? พวกเขาแน่นอนว่าหุบปากอย่างรวดเร็วเมื่อหลี่ฉีเย่ปรากฏตัว
หลี่ฉีเย่ขี้เกียจเกินไปจะใส่ใจพวกเขาตัวตนไร้ความสำคัญเหล่านี้ เขาเดินมายืนอยู่ด้านนอกประตูพยัคฆ์คำรามพร้อมกับจ้องไปยังทางเข้าที่ถูกสร้างขึ้นมาใหม่ เขาอดไม่ได้ที่จะยิ้ม จากนั้นก็กระทืบเท้าลงไป ด้วยเสียง ' ตูม ' ประตูทางเข้าที่ถูกสร้างใหม่พังลงอีกครั้งภายในการกระทืบนี้ หลี่ฉีเย่เดินเข้าไปอย่างสบายๆราวกับเป็นอยู่ในสวนหลังบ้าน
" สารเลวหลี่ มารับความตายซะ ! " ศิษย์จากประตูพยัคฆ์คำรามตะโกนด้วยความโกรธ ศิษย์หลายร้อยคนกรีดร้องพร้อมกับระเบิดความดุร้ายและพุ่งมาหาเขา
สำหรับนิกายขนาดใหญ่ ประตูนั้นเปรียบเสมือนหน้าตาหรือชื่อเสียง หลี่ฉีเย่ทำลายประตูเช่นนี้ราวกับว่าตบหน้าประตูพยัคฆ์คำรามอย่างแท้จริง
ทว่าแม้ว่าจะเผชิญกับเสียงคำรามของศิษย์นับร้อย หลี่ฉีเย่ก็ไม่ได้สนใจพวกเขา เขายังเดินเข้าไปภายในอย่างสบายอารมณ์
" เคร้งง ! " ทันใดนั้น เสียงของกระบี่และดาบถูกชักดังออกมา หลี่ซ่วงเหยียนแะเฉินเป่าเจียวลงมืออย่างรวดเร็ว หนึ่งฝังคือดาบที่เต็มไปด้วยอำนาจหยินหยางก่อตัวรวมกันเป็นรูปแบบสังหาร อีกด้านหนึ่งเป็นกระบี่ที่กวาดผ่านสวรรค์พร้อมด้วยกลิ่นอายมตะ รังสีกระบี่นี้ทำลายทุกคนที่ขว้างเส้นทางของมัน
หนึ่งคือดาบหกเต๋าและอีกหนึ่งคือกระบี่ทรราชอมตะ ทั้งสองเริ่มจู่โจมในเวลาเดียวกันและกวาดผ่านชั้นฟ้า ภายในระยะเวลาสั้นๆ ศิษย์หลายร้อยคนตายก่อนที่พวกเขาจะได้กรีดร้อง
ฉากนี้ทำให้หลายคนราวกับเห็นหนังสยองขวัญ ความโหดร้ายของหลี่ฉีเย่นั้นเป็นสิ่งที่คนจำนวนมากรับรู้ แต่พวกเขาไม่คาดว่าผู้ติดตามของหลี่ฉีเย่ สาวงามทั้งสองหลี่ซ่วงเหยียนและเฉินเป่าเจียว จะมีความโหดเหี้ยมและน่ากลัวเช่นนี้ กลิ่นอายของพวกนางทั้งสองเพียงพอราวที่จะกวาดผ่านโลก
" นี้สิถึงจะเรียกว่าผู้ชายตัวจริง ! " คนนับไม่ถ้วนอิจฉาสาวใช้ของหลี่ฉีเย่ที่มีอำนาจท้าทายสวรรค์ ทว่าพวกเขาอิจฉาหลี่ฉีเย่ตัวเขาเองนั้นท้าทายสวรรค์ยิ่งกว่าและกระทั้งดึงดูดลูกรักของสวรรค์ทั้งสองให้กลายมาเป็นสาวใช้ข้างกายได้ !