360

ตอนที่ 360 ซือเสี่ยวเต๋าตกอยู่ในอันตราย

เช่นนั้นมันเป็นเพราะว่าซือเสี่ยวเต๋าและเจ้าหญิงเป๋าหยุนนั้นตัวติดกันเหมือนกาว เขาตั้งใจจะแต่งงานกับนาง !

และปู่ของเขา ราชันเทพสวรรค์ราชสีห์คำรามเป็นธรรมดาที่จะสนับสนุนหลานชายของเขา

ไม่ต้องพูดถึงว่าซือเสี่ยวเต๋าได้รับการสร้างใหม่ที่ดีในประตู ดังนั้นอนาคตของเขาจึงส่องประกาย นี้ยิ่งทำให้เขาเชื่อมั่นว่าการแต่งงานครั้งนี้จะต้องประสบความสำเร็จ

ก่อนหน้านี้ พวกเขามีการพัฒนาที่ดี ตระกูลเป๋าหยุนนั้นมีความสุขในการเป็นพันธมิตรกับประตูพยัคฆ์คำรามเพราะว่าหู่เยี่ยนั้นเป็นอัจฉริยะที่มีอนาคตที่สดใส

ทว่าน่าเสียดายหู่เยี่ยนั้นเลือกศัตรูผิดคนและตายด้วยน้ำมือของหลี่ฉีเย่ ผลของมันทำให้การแต่งงานที่จะเกิดขึ้นนั้นล้มเลิก

นอกจากนี้ ทัศนคติของตระกูลเป๋าหยุนที่มีต่อซือเสี่ยวเต๋าก็ดีมากขึ้น อย่างแรกมันเป็นเพราะว่าผู้เยาว์ทั้งสองนั้นมีความรู้สึกดีต่อกันและไม่เกิดจากการบังคับของตระกูล อย่างที่สองคือความสามารถของซือเสี่ยวเต๋านั้นไม่เลว แม้เขาไม่ได้เป็นอัจฉริยะเช่นหู่เยี่ยแต่ก็มีศักยภาพอย่างมาก

เหตุผลที่สามเพราะว่าราชันเทพสวรรค์ราชสีห์คำรามนั้นออกมาจากการจำศีลแล้ว มีข่าวลือว่าการคลั่งทรราชของเข้าสู่ระดับย่อยขั้นสมบูรณ์ และบางคนเชื่อว่าเขาพบคัมภีร์อมตะฉบับสมบูรณ์ที่บรรพบุรุษของเขาทิ้งไว้ให้

เขาจะกลายเป็นตัวตนอมตะเมื่อฝึกตนถึงกายาอมตะขั้นสมบูรณ์ ดังนั้นตระกูลเป๋าหยุนจึงประเมินประตูราชสีห์คำรามไว้สูงอย่างมาก

นี้เป็นเหตุว่าทำไมตระกูลถึงยอมรับข้อเสนอของซือเสี่ยวเต๋า แม้แต่ราชันเทพสวรรค์ราชสีห์คำรามก็ยังมาจัดเรื่องของหลานชายด้วยตัวเอง !

ทว่าประตูพยัคฆ์คำรามก็มายื่นข้อเสนอเช่นเดียวกัน แม้ว่าหู่เยี่ยจะตายแล้ว แต่พวกเขาก็ยังคงมีศิษย์คนอื่น

ไม่มีใครรู้ว่ามันเป็นเรื่องบังเอิญหรือความตั้งใจที่พวกเขาโจมตีประตูราชสีห์คำราม

พวกเขาทั้งสองนั้นเป็นแขกของตระกูลเป๋าหยุน แต่ซือเสี่ยวเต๋าและศิษย์คนอื่นของประตูพยัคฆ์คำรามนั้นเกิดความขัดแย้งกัน ซือเสี่ยวเต๋าจึงฆ่าศิษย์เหล่านั้นด้วยความโกรธ ผู้อาวุโสของประตูจึงมาจับเขาเป็นเฉลย

ราชันเทพสวรรค์ราชสีห์คำรามนั้นเต็มไปด้วยความโกรธและไปยังประตูพยัคฆ์คำรามเพื่อช่วยซือเสี่ยวเต๋า ทว่าไม่เพียงแต่เขาจะช่วยไม่ได้ เขาก็ยังตกลงสู่กับดักที่ทางประตูวาางไว้

เมื่อซือเสี่ยวเตี๋ยได้รับข่าวนี้จากศิษย์คนอื่น นางทันใดนั้นก็รีบมาหาหลี่ฉีเย่เพื่อขอความช่วยเหลือ เนื่องจากท่านปู่ขอนางเองก็ยังถูกขัง มีเพียงหลี่ฉีเย่คนเดียวที่จะสามารถช่วยนางได้

" นายน้อยได้โปรดช่วยท่านปู่และซือเสี่ยวเต๋าด้วย " ซือเสี่ยวเตี๋ยเอ่ยออกมาพร้อมกับน้ำตา ประตูราชสีห์คำรามของนางนั้นล้วนทำอะไรไม่ได้ในสถานการณ์เช่นนี้

" ประตูพยัคฆ์คำราม..." หลี่ฉีเย่ลูบหัวของนางก่อนจะเอ่ย " ข้าสนใจ หากข้าเดาไม่ผิดสถานที่แห่งนี้มีเส้นเลือดที่ยอดเยี่ยมอยู่ ในเมื่อพวกมันไม่รู้จักรักชีวิตและกลัวความตาย ข้าจะไปสอนพวกมันเอง "

" ไม่ท่านไปไม่ได้ " ในเวลานั้นซือคงโถวเทียน คนที่ได้หายไปก่อนหน้านี้ได้ปรากฏตัว เขามองหลี่ฉีเย่ก่อนจะเอ่ย " นี้เป็นกับดัก "

" กับดักอะไร ? " ในเวลานั้นเฉินเป่าเจียว คนที่ยืนข้างหลี่ฉีเย่เอ่ยถามด้วยความประหลาดใจ

ซือคงโถวเทียนเอ่ยตอบ " ราชันเทพสวรรค์ราชสีห์คำรามนั้นทรงอำนาจมาก " กล่าวเสร็จเขาก็มองไปยังซือเสี่ยวเตี๋ยและเอ่ยต่อ " ลองคิดดู ราชันเทพสวรรค์นั้นเขาไปยังประตูพยัคฆ์คำรามด้วยความโกรธแค้นและด้วยกายาอมตะของเขาการช่วยซือเสี่ยวเต๋านั้นง่ายอย่างยิ่ง ทว่าเขาสุดท้ายกับถูกจับได้ ! นี้เห็นได้ชัดว่ามีแผนการบางอย่างวางไว้อยู่ "

" พวกมันมุ่งเป้ามาที่นายน้อย " ซือคงโถวเทียนเอ่ยกับหลี่ฉีเย่ " ศัตรูของเรานั้นเตรียมพร้อมและวางกับดัก นายน้อยจะต้องเผชิญความยากลำบากหากบุกไปยังประตูพยัคฆ์คำราม "

" นั้นก็จริง แต่นั้นเป็นเพียงสิ่งกระตุ้นให้ข้าอยากไปมากยิ่งขึ้น " หลี่ฉีเย่หัวเราะโดยปราศจากความกลัว

ซือคงโถวเทียนยังคงกล่าวด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง " นี้เป็นเรื่องจริง ไม่เพียงแต่ประตูพยัคฆ์คำรามแต่นิกายที่เหลือในดินแดนร้อยเมืองก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ด้วย ตั้งแต่ที่พวกเขาไม่มีความสุขที่นายน้อยขโมยอาวุธจักรพรรดิไป พวกอาจจะจะกระทั้งเตรียมสมบัติจักรพรรดิอมตะระดับแท้จริงไว้ต่อสู้ "

" สมบัติจักรพรรดิอมตะระดับแท้จริง ? " หลี่ฉีเย่หรีดวงตาของเขาและกล่าวอย่างมีความสุข " พวกเขาต้องการจะมอบสมบัติจักรรพดิอมตะระดับแท้จริงให้กับข้ารึ ? "

เมื่อหลี่ฉีเย่หรี่ดวงตาของเขามันทำให้ซือคงโถวเทียนนั้นเกิดความกลัว แต่เขาก็ยังเอ่ยเตือนเสียงจริงจัง " นายน้อยอย่าไปที่ประตูพยัคฆ์คำราม บางทีพวกเขาอาจจะไม่ได้แข็งแกร่งในสายตาท่าน แต่ดินแดนบรรพบุรุษของพวกเขาน่ากลัวอย่างมาก ที่นั้นมีเส้นเลือดพยัคฆ์ขาว - ทรงอำนาจอย่ายยิ่ง ข้าเคยแอบเข้าไปยังที่แห่งนี้ นี้เป็นเส้นเลือดดำที่ดุร้ายอย่างยิ่ง ! "

ในเวลานั้นเขาก็กล่าวต่อ " แต่นี้ไม่ใช่สิ่งที่เลวร้ายที่สุดในประตู ข้าได้แอบไปยังสถานที่ที่เทพพยัคฆ์ได้เริ่มต้นทุกสิ่ง พวกเขามีสีหลุมฝังศพอยู่ที่นั้น และเทพพยัคฆ์ไม่ได้เป็นเพียงบรรพชนเพียงตัวเดียวของพวกเขา พลังของพวกเขานั้นเต็มไปด้วยกลิ่นอายโบราณและอำนาจที่ดุร้าย ข้าเชื่อมั่นใจว่าประตูนั้นจะต้องยืมพลังอมตะจากหลุมฝังศพทั้งสี่เป็นแน่ ! หากหลุมศพพวกนั้นถูกเปิดออก พวกเขามันกระทั้งสามารถฆ่าได้แม้แต่บรรพชนเที่ยงธรรม ! ข้าคิดว่าความตั้งใจของพวกเขาชัดเจน พวกเขาต้องการให้นายน้อยไปยังสถานที่แห่งนั้น "

" เช่นนั้นพวกเราจะทำอย่างไรดี ? " เฉินเป่าเจียวและหลี่ซ่วงเหยียนกลายเป็นตื่นตระหนก ประตูพยัคฆ์คำรามนั้นเป็นเจ้าบ้านและมีความได้เปรียบด้านขณะที่พวกเขาเสียเปรียบอย่างมาก

ซือเสี่ยวเตี๋ยเอ่ยอย่างกังวล " มีอะไรที่พวกเราทำได้หรือไม่ ? หรือพวกเราควรจะขอความช่วยเหลือจากคนอื่น ? " นางนั้นกังวลเกี่ยวกับปู่และน้องชาย แต่นางก็เป็นห่วงหลี่ฉีเย่เช่นกัน

" สารเลวเจ้ากล่าวผิดแล้ว " หลี๋ฉีเย่อมยิ้มเอ่ย " ข้าเคยไปยังเส้นเลือดพยัคฆ์ขาวมาก่อน และข้าก็เห็นหลุมศพทั้งสี่ ไม่มีอะไรต้องกังวล หากนี้เป็นพลังทั้งหมดที่ประตูพยัคฆ์คำรามจะใช้ นี้ช่างน่าผิดหวังจริงๆ "

มาถึงตอนนี้ เขาต้องครุนคิดอีกครั้ง หากจะกล่าวให้ถูกต้อง เขาไม่ได้ไปเพียงดินแดนบรรพบุรุษ แต่กระทั้งรู้ความลึกลับของมัน !

" นายน้อยต้องการจะไปจริงๆ ? " ซือคงโถวเทียนเอ่ยถาม " หาผู้เชียวชาญไปกับพวกเราด้วยเป็นอย่างไร อย่างเช่นตำหนักขนนกเหมันต์ ? "

" ไม่จำเป็น " หลี่ฉีเย่ยิ้มและมองไปยังซือคงโถวเทียน " เจ้าคิดว่าอาณาจักรประกายโบราณนั้นมีส่วนร่วมหรือว่าเป็นอาณษจักรปราณฟ้าโบราณ ? "

" ฮ่าฮ่า อาณาจักรประกายโบราณแน่นอนว่าต้องสนับสนุนประตูพยัคฆ์คำรามและไม่สามารถปล่อยให้พวกเขาจัดการได้คนเดียว นายน้อยมีสองอาวุธจักรพรรดิ ! ปราศจากอาวุธจักรพรรดิของพวกเขา ประตูจะกล้าทำอย่างนี้รึ ? แม้ว่าวพวกเขาจะมีความพยาม แต่ก้ไม่มีสิ่งใดในโลกสามารถซ่อนได้ "

" ข้าได้ยินว่าสัตว์เทพผู้พิทักษ์ของอาณาจักรประกายโบราณนั้นยังมีชีวิตอยู่ " หลี่ฉีเย่ลูบคางของเขาอย่างครุนคิด " ข้าสงสัยว่ามันจะปรากฏตัวหรือไม่ "

คำกล่าวของเขาทำให้กลุ่มของซือคงโถวเทียนและซือเสี่ยวเตี๋ยหน้าซีดและตื่นตระหนกก่อนจะเอ่ย " เป็นจริงรึ ? จะเกิดอะไรขึ้นหากาสัตว์เทพผู้พิทักษ์ของอาณาจักรประกายโบราณมาจริงๆ ? ข้าได้ยินว่ามันสามารถเทียบได้กับาสัตว์เทพผู้พิทักษ์ของสำนักเต๋าสวรรค์ ทั้งสองล้วนเป็นตัวตนอมตะ ! "

" หากมันมาจริงๆ เรื่องจะบานปลายจนพวกเราไม่สามารถควบคุมได้ " ซือคงโถวเทียนรู้สึกว่าบรรยากาศจู่ๆก็น่าขนลุกก่อนเอ่ย " สิ่งเก่าแก่นั้นแน่นอนว่าไม่ใช่คนตาย บางทีอาจจะเป็นปรามจารย์ในตำนาน ในความคิดข้ามันเป็นตัวตนที่มีการดำรงอยู่ที่เป็นนิรันดร์ ! การดำรงอยู่ของตัวตนเช่นนี้มีอำนาจอย่างมาก หากมันมา เช่นนั้นพวกเราก็จะเจอกับหายนะตั้งแต่เริ่ม ! "

ซือเสี่ยวเตี๋ยกลายเป็นตกตะลึง แม้ว่านางจะต้องการช่วยครอบครัวของนาง แต่นางก็ไม่ต้องการให้หลี่ฉีเย่ตกลงสู่อันตราย 

" ใครบอกมันเป็นหายนะ ? ข้ากังวลมากกว่าเกี่ยวกับ..." หลี่ฉีเย่อมยิ้มและเอ่ย

" กังวลเกี่ยวกับอะไร ? " เฉินเป่าเจียวเอ่ยถามอย่างกังวล

" ข้ากังวลว่าสัตว์เทพผู้พิทักษ์ของอาณาจักรประกายโบราณนั้นจะไม่มา มันจะน่าเบื่ออย่างมากหากตัวตนอมตะเช่นนั้นไม่มา การแสดงหลายอย่างจะได้น่าตื่นเต้นยิ่งขึ้น แม้ว่าตาแก่คนนั้นจะเรียกตัวเองว่าสัตว์เทพผู้พิทักษ์ แต่ร่างกายของเขายังไม่ใช่ของสัตว์เทพผู้พิทักษ์ ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังมีสายเลือดกสัตว์เทพผู้พิทักษ์ในตัว เขานั้นอยู่มานานมากใช้นั้นหยดเลือดชีวิตของเขาก็คงเหลืออีกไม่มากนัก แต่เขามาจริงๆ ข้าต้องการจะทดสอบกับสายเลือดของสัตว์เทพผู้พิทักษ์ ! " หลี่ฉีเย่นั้นเลียริมฝีปากของเขาหลังจากเอ่ยประโยคนี้เสร็จ

ซือคงโถวเทียนรู้สึกหนาวไปถึงกระดูกสั่นหลังขณะที่มือเขาสั่น เขานั้นเต็มไปด้วยความหวาดกลัวเมื่อเอ่ยถึงสัตว์เทพผู้พิทักษ์ แต่สายตาของหลี่ฉีเย่ยามนี้ยังน่ากลัวยิ่งกว่า มันราวกับว่าเขานั้นเป็นฝ่ายล่าและประตุพยัคฆ์คำรามเป็นเพียงเหยื่อ

" พวกเราจะไปในฐานะผู้เยี่ยมชม " หลี่ฉีเย่กล่าวพร้อมฉีกยิ้มกว้าง " ข้าหวังอย่างยิ่งว่าจะได้รับการตอนรับที่ยิ่งใหญ่ ขอเพียงมันไม่ใช่การโจมตีกระจอกๆอย่างเช่นเหล่าคนตายพยามโจมตีสำนัก แน่นอนว่าตัวตนอมตะที่ว่านั้นอาจจะคลานออกมาเมื่อถึงเวลา "

ซือคงโถวเทียนนั้นสูดลมหายใจเข้าลึกและรู้สึกตัดสินใจถูกเป็นอย่างมากที่อยู่ฝ่ายเดียวกับหลี่ฉีเย่ สำหรับหลี่ซ่วงเหยียนและเฉินเป่าเจียวพวกนางเตรียมพร้อมตลอดเวลา

ก่อนที่จะจากไปยังประตูพยัคฆ์คำราม หลี่ฉีเย่เรียกชีเซียะหนิงมาและเอ่ย " ให้ข้ายืมหอกโลหิตอมตะสักสองสามวัน "

ชิเซียะหนิงนั้นส่งมอบอาวุธที่แข็งแกร่งของเมืองพิทักษ์สวรรค์ให้กับหลี่ฉีเย่อย่างไม่ลังเล 

" เจ้าต้องการให้ข้าปูทางให้เจ้าหรือไม่ ? " ชิเซียะหนิงเอ่ยถาม

" ไม่จำเป็น " หลี่ฉีเย่ฉีกยิ้มที่น่ากลัวและเอ่ย " ปราศจากการลบหนึ่งนิกายหนึ่งออกไปพวกมันคงจะคิดว่าข้าเป็นเพียงหมูที่พวกเขาอยากจะทำอะไรก้ได้ หากพวกมันไม่ฉลาด อยากจะทดสอบความสามารถของข้า ข้ายินดีอยากยิ่งที่จะเติมเต็มควาปราถนาให้พวกมัน ! "

ชิเซียะหนิงนั้นอดไม่ได้ที่จะฉีกยิ้มที่มีเสน่ห์

หลายคนในดินแดนร้อยเมืองให้ความสำคัญกับเหตุการณ์ที่ประตูพยัคฆ์คำรามนั้นจับซือเสี่ยวเต๋าและราชันเทพสวรรค์ราชสีห์คำราม มันเป็นสิ่งที่แน่จัดว่าความขัดแย้งของทั้งสองเริ่มต้นแล้ว

เหล่าตัวตนที่ยิ่งใหญ่ที่รู้เบื้องลึกบางอย่างรู้ดีว่าความขัดแย้งนี้ไม่ได้บังเอิญเกิด แต่เป็นแผนที่เตรียมไว้ล่วงหน้าแล้ว !

" พายุกำลังจะก่อตัวใช่หรือไม่ ? " ราชันมนุษย์อดไม่ได้ที่ีจะพึมพำ " ดูเหมือนว่าเวลานี้ เลือดกำลังจะอาบแผ่นดินและจะมีนิกายหนึ่งที่หายไปจากพายุครั้งนี้ "

แต่สำหรับจะเป็นนิกายใดนั้น ไม่มีใครรู้อย่างแน่ชัด...