359
ตอนที่ 359 ตัวตนอมตะซู่ฉง
ด้วยอารมณ์ที่พุ่งพล่าน หลี่ฉีเย่ไม่มีทางเลือกนอกจากเอ่ย " เวลาอาจจะไร้เมตตา แต่มันมีบางสิ่งหรือบางคนที่ไม่สามารถลืมได้ เจ้าอยู่บนจุดสูงสุดแล้วในวันนี้..อย่างน้อยข้าก็พูดได้อย่างเต็มปากว่า ข้าภูมิใจในตัวเจ้า "
" ข้าต้องการพบกับอาจารย์ " เสียงของมังกู่ดังออกมาอย่างแผ่วเบาจากวิหารและเต็มไปด้วยความปราถนา
หลี่ฉีเย่ยังคงยืนเงียบและเขารู้ดีว่ามันจะดีกว่าหากไม่พบกัน เขาอดไม่ได้ที่จะฝืนยิ้มและเอ่ย " บางทีการมาสำนักครั้งนี้อาจจะเป็นข้อผิดพลาดของข้า นี้จะสร้างความเสียหายให้กับเจ้า "
" ไม่ใช่ มันเป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยมที่สุดสำหรับข้า " เสียงสดใสดังออกมาอย่างตื่นเต้น " อย่างน้อยที่สุดมันก็ทำให้ความปราถนาของข้าเป็นจริง ! อาจารย์นั้นเป็นผู้แบกมหายุค แต่หลังจากข้าประสบความสำเร็จ ท่านก็ไม่กลับมาหาข้าอีกเลย ทว่าข้ารับรู้ได้ว่าท่านยังมีชีวิตอยู่สักที่หนึ่งบนโลก ! หลังจากราชามังกรทมิฬก็ฉีกเจตจำนงแห่งสวรรค์ทำให้ข้าเกรงว่าท่านจะไม่สามารถกลับมาได้ ข้าไม่ตำหนิท่านที่ท่านไม่อยากพบข้า แต่ข้าต้องการพบท่าน "
" ไม่ " หลี่ฉีเย่อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจยาวและเอ่ย " มันจะดีกว่าหากเจ้าไม่ปรากฏตัวออกมา ข้าจะไปพบเจ้าแทน เจ้ายังคงอยู่บนเส้นทางก่อนจะถึงจุดสูงสุดของกายานิรันดร์ ยอดเต๋าของเจ้าถูกผนึกจากโลกมาเป็นเวลานานดังนั้นหากเจ้าออกจากผนึกตอนนี้ เช่นนั้นเจ้าจะต้องใช้จ่ายจำนวนมากกว่าจะผนึกมันได้อีกครั้ง อย่าได้ออกจากวิหารและผนึก สวรรค์และปฐพีอาจจะอยู่ด้านนอก แต่หัวใจเต๋าของเจ้ายังถูกผนึกอยู่ภายใน ข้าจะเข้าไปหาเจ้าเอง ! "
" ข้ารู้ว่าท่านอาจารย์ต้องอยากพบข้า ! " เสียงของมังกู่นั้นกล่าวออกมาอย่างมีความสุข ตามด้วยเสียงของโซ่ที่ถูกปลดออกยอดเต๋าที่ผนึกประตูอยู่ถูกปลด และทันใดนั้นประตูทางเข้าเปิดอย่างเงียบๆ
" เด็กโง่ " หลี่ฉีเย่ส่ายหัวของเขาและอมยิ้ม " ทุกคนนั้นเรียกเจ้าว่าคนโง่ แต่ข้ากลับคิดว่าเจ้านั้นยิ่งกว่านั้นเสียอีก " หลี่ฉีเย่ก้าวเข้าไปภายใน ยอดเต๋าของประตูถูกผนึกอีกครั้ง
เมื่อก้าวเข้ามาภายใน เขาเห็นฉากที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนเมื่อยามที่เขามองจากด้านนอก มันมีกลิ่นอายอมตะลอยอยู่ทุกที่และมีพลังงานสวรรค์และปฐพีจนสร้างเป็นโลกของตัวเองอยู่ภายใน
เมื่อเข้ามาภายในวิหารแห่งนี้ มันเต็มไปด้วยพลังงานอมตะกระจายอยู่เต็มพื้นที่ มันทำให้เขารู้สึกล่องลอยและเต็มไปด้วยอารมณ์ ตอนนี้พลังงานอมตะนี้ชำระล้างทุกสิ่งในโลกมนุษย์
ในดินแดนอมตะนี้ ปรากฏเป็นเตียงหยกตั้งอยู่ภายใน มันได้รับการสนับสนุนจากพลังงานอมตะไม่สิ้นสุดและถูกปกคลุมไปด้วยไฟศักดิ์สิทธิ์
มีสาวอายุประมาณยี่สิบนางอยู่บนเตียงหยกด้วยตาของนางปิดสนิทและอยู่ในความเงียบ นางนั้นสวมชุดคลุมไหมสีขาวและมีใบหน้าที่ธรรมดา ทว่าเหล่าคนอื่นที่มองมาอาจจะหยุดหายใจ ใบหน้าที่สามัญนี้งดงามและเป็นดังงานชิ้นเอกของผู้สร้าง ไม่มีข้อบกพร่องใดที่พวกเขาจะกล่าวตำหนิใบหน้านี้ได้ ไม่ว่าจะมองจากมุมใดนี้สามารถยอมรับได้เพียงว่าเป็นใบหน้าที่ไร้ที่ติ
มันเป็นใบหน้าที่งดงามตามธรรมดา แต่ไม่ถึงกับงดงามจนสามารถขโมยลมหายใจของผู้คน แต่ใบหน้านี่ประดับไว้ด้วยความน่ารักและน่าเอ็นดูผ่านหวงเวลา
กลิ่นอายอมตะนั้นล้อมรอบร่างกายของหญิงสาวคนนี้ มันปรากฏราวกับว่าดินแดนอมตะแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นโดยนาง แต่นั้นตรงข้ามนางนั้นเป็นเหตุผลแห่งพลังงานอมตะเหล่านี้มีอยู่
เทพธิดาเหม่ยซูเหยานั้นอาจจะกล่าวได้ว่าหลุดพ้นจากโลก แต่สุดท้ายนางนั้นยังคงขาดบางสิ่ง...บางทีเป็นความสงบ ทว่าหญิงสาวที่นอนอยู่เบื่องหน้าของเขาเป็นผู้อยู่ในความสงบและยากที่จะแตะต้องอย่างแท้จริง หัวใจเต๋าของนางเต็มไปด้วยความสงบและแข็งแกร่ง เป็นดั่งสายน้ำแห่งชีวิตที่ไหลอย่างต่อเนื่องและไม่มีการเปลี่ยนแปลง
หลี่ฉีเย่นั่งลงบนเตียงก่อนจะจ้องไปยังสาวน้อยที่มีความงดงามธรรมดาก่อนจะถอนหายใจ เกี่ยวกับเรื่องนี้เขาไม่สามารถเทียบกับมังกู่ได้ นางนั้นไม่สนใจการแข่งขันในโลก หัวใจเต๋าของนางจึงได้เป็นนิรันดร์
หลี่ฉีเย่นั้นนั่งเงียบและจ้องมองมั่งกู่เป้นเวลานาน สุดท้ายมั่งกู่ก็เปิดดวงตาของนาง มันราวกับเป็นจุดเริ่มต้นของสวรรค์และปฐพีและอำนาจของดินแดนอมตะนี้
ผู้คนใช้วลีนี้ในการอธิบายจักรพรรดิอมตะ ; เมื่อพวกเขาเปิดตาโลกใบใหม่จะโผล่ออกมา เมื่อพวกเขาปิดตาทุกอย่างจะกลายเป็นนิรันดร์ ! คำกล่าวเหล่านี้ไม่เกินจริงหากใช้อธิบายตัวของมังกู่ในยามนี้
" อาจารย์ ! " เห็นหลี่ฉีเย่นางไม่สามารถเก็บอารมณ์ของนางได้และเอ่ย " อาจารย์ ข้าในที่สุดก็ได้เห็นรูปแบบดั่งเดิมของท่าน ! " หลังจากกล่าวเสร็จ นางก็เรียกพลังงานอมตะมาห้อมล้อมมืออันบริสุทธิ์ของนาง
นางนั้นลูบใบหน้าของลูบหลี่ฉีเย่และกระซิบเสียงเบา " นี้เป็นความจริง...ไม่ใช่เพียงความฝัน อาจารย์ ท่าน ท่านออกมาจากถ้ำปีศาจอมตะแล้วจริงๆ ! " ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ น้ำตาของนางเริ่มไหลออกจากสาย หยดน้ำตาเหล่านี้เป็นดังน้ำหวานอมตะ
" เด็กโง่ นี้เป็นโอกาสแห่งความสุข " หลี่ฉีเย่เอือมมือไปเช็ดน้ำตาของนางและเอ่ย " เจ้านั้นปิดผนึกอารมณ์ทางโลกไปแล้วไม่ควรมีความรู้สึกเป็นสุขหรือทุกข์ใจ "
" แต่ท่านอาจารย์ยังมีชีวิตอยู่ มันเป็นสิ่งที่คุ้มค่า " มังกู่นั้นหยุดร้องไห้ก่อนจะเผยให้เห็นรอยยิ้มที่งดงามและสดใสที่สุดในโลก
" อย่าเป็นเช่นนี้ เจ้าควรจะกลับสู่การจำศีลได้แล้ว การมีชีวิตนิรันดร์เจ้าจะต้องปราศจากอารมณ์ "
" ข้าจะฟังคำสอนของท่าน อาจารย์ " มังกู่นั้นปิดดวงตาของนางช้าๆ
นางนั้นค่อยๆนอนลง ในตอนนี้นางดูเหมือนจะเริ่มปิดผนึกตัวเองจากโลกและกลับสู่ความเป็นนิรันดร์อีกครั้ง ทว่ามือของนางยังคงกำมือของหลี่ฉีเย่แน่น และใบหน้าของนางประดับด้วยรอยยิ้มหวาน
" อาจารย์ ข้ามีหลายสิ่งเหลือเกินที่อยากจะบอกท่าน " มังกู่นั้นกล่าวอย่างช้าๆกลับไปสู่ความฝัน ตอนนี้เต๋าของนางนั้นกลายเป็นนิรันดร์และเต็มไปด้วยแสงแห่งชีวิต มันเปลี่ยนกลิ่นอายที่อ้างว้างให้กลายเป็นมีชีวิตชีวา
" เด็กโง่ ข้าจะปีนขึ้นไปยังสวรรค์ชั้นสูงและกลายเป็นผู้ปกครองโลกในยุคนี้ ดังนั้นพวกเราจะได้พบกันในช่วงหนึ่งเวลาแน่นอน " หลี่ฉีเย่ค่อยๆลูบหัวของนางพร้อมรอยยิ้ม
" อาจารย์ ท่านกำลังจะไปแล้ว ? " มือของมั่งกู่ที่นอนอย่างสงบจับมือของหลี่ฉีเย่แน่นราวกับว่านางกลัวว่าเขานั้นจะหายไป
" ถูกต้อง " หลี่ฉีเย่เอ่ยเสียงนุ่ม " ข้ากำลังจะไปโลกใต้พิภพศักดิ์สิทธิ์ในเร็วนี้ๆ มันมีบางอย่างที่ข้าต้องการ แต่ก่อนหน้านั้นข้ายังมีเวลาที่จะฟังเจ้า "
" ข้าต้องการให้อาจารย์สอนข้าเช่นเมื่อก่อน " มังกู่เผยให้เห็นรอยยิ้มหวานและสง่างาม
" ไม่ " หลี่ฉีเย่ส่ายหัวของเขาและเอ่ย " ข้าไม่มีอะไรจะสอนเจ้าอีกแล้วเพราะว่าเจ้าได้เดินทางมาถึงเส้นทางที่ดีกว่า เจ้านั้นเข้าใจในกายานิรันดร์มากกว่าข้า เจ้านั้นเป็นผู้อยู่เหนือชั้นฟ้าในเรื่องนี้และเป็นความภูมใจของข้า ! อัจฉริยะและเหล่าลูกรักของเหล่าสวรรค์ล้วนไร้ค่าเมื่อเทียบกับเจ้า พวกเขาไม่มีความอดทนเช่นเจ้า "
" แต่ข้ายังมีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่ต้องการเรียนรู้จากท่านอาจารย์ " มังกู่จับมือของหลี่ฉีเย่ขณะที่นางหลับตาและยิ้มเหมือนเด็กน้อย
หลี่ฉีเย่อดไม่ได้ที่จะหัวเราะและเอ่ย " สำหรับข้าสิ่งที่เจ้าประสบความสำเร็จนั้นมากเพียงพอแล้ว ไม่มีใครในโลกนี้โดดเด่นเท่าเจ้า "
มังกู่อดยิ้ม และดินแดนอมตะนั้นก็เปล่งประกายไปด้วยแสงที่มีชีวิตชีวาและเต็มไปด้วยความสุข อบอวลไปทั่วอากาศทั้งหมด !
จากนั้น มังกู่ก็พูดกับหลี่ฉีเย่อีกหลายอย่าง ตัวตนอมตะซู่ฉงนั้นเป็นตัวตนที่ลึกลับและทรงอำนาจอย่างมากในโลกปัจจุบัน นางนั้นเป็นหนึ่งในสองบรรพบุรุษที่ส่งเสริสำนักเต๋าสวรรค์ แต่นางนั้นยังเป็นเพียงเด็กน้อยในอดีตเมื่ออยู่ต่อหน้าหลี่ฉีเย่ !
บรรยากาศแห่งความสุขนั้นลอนอยุ่เป็นเวลานาน ทั่วทั้งวิหารโบราณเต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งความสุข
เมื่อเวลาผ่านมานาน หลี่ฉีเย่รู้ว่าถึงเวลาที่เขาจะต้องจากไปเขาหันไปจูบหน้าผากของมังกู่ก่อนจะเอ่ย " เจ้านั้นหากจากการประสบความสำเร็จในยอดเต๋าของการผนึกโลกไม่มาก พยามต่อไปและข้าจะรอวันที่เจ้ากลับมามีชีวิตได้ ข้ามั่นใจว่าเจ้าจะทำมันสำเร็จ "
มังกู่สุดท้ายนางก็ฉีกยิ้มอยางมีความสุข ในเวลานี้ แสงอมตะนั้นส่องประกายไปทั่วดินแดน นี้เป็นช่วงเวลาที่มังกู่จะกลับสู่ความเป็นนิรันดร์
ลึกลงไปภายในหลี่ฉีเย่นั้นต้องการจะดูมังกู่กลับเข้าสู่ระดับแห่งความเป็นนิรันดร์ แต่เขาเลือกจะจากมาช้าๆ หลังจากเขาออกมา ยอดเต๋าของวิหารก็ถูกผนึกอีกครั้ง มังกู่นั้นเข้าสู่หวงเวลานิรันดร์อีกครั้ง บางทีครั้งหน้าเมื่อนางตื่นขึ้น นางอาจจะเป็นขึ้นสมบูรณ์ ทำให้นางมีชีวิตอันเป็นิรันดร์ !
หลี่ฉีเย่นั้นออกมาจากเกาะและมุ่งสู่สำนัก การเห็นมังกู่นั้นอยู่ในถสานการณ์ที่ดีทำให้เขาพอใจ การเดินทางมายังดินแดนร้อยเมืองของเขาครั้งนี้เกือบจะสมบูรณ์แบบแล้ว
เขานั้นกังวลเกี่ยวกับการพบเจอนางเสมอ แต่เขาก็โล่งใจหลังจากเห็นระดับของนาง นางนั้นใกล้จะถึงปลายทางแล้ว และไม่มีใครสามารถเทียบกับนางได้ตลอดยุค
เมื่อจิตใจของเขาโล่ง หลี่ฉีเย่ตั้งใจที่จะจากไป เขานั้นจะไม่กลับไปยังนิกายกำยานโบราณแต่จะไปยังโลกใต้พิภพศักดิ์สิทธิ์เพื่อหาบางอย่าง
ขณะที่เขากำลังเตรียมการอยู่นั้น ซือเสี่ยวเตี๋ยก็วิ่งเข้ามาพร้อมกับอาการตื่นตระหนก ช่วงเวลาที่นางเห็นหลี่ฉีเย่นางก็รีบเอ่ย " นางน้อยโปรดช่วยท่านปู่และน้องชายข้าด้วย ! "
" เกิดอะไรขึ้น ? " หลี่ฉีเย่เอ่ยเสียงจริงจัง
" เสียวเต๋านั้นถูกจับและปู่ของข้าก็ถูกขังอยู่ในตอนนี้ มีเพียงท่านที่ช่วยพวกเขาได้ ! "
" อย่าได้กังวล ใจเย็นแล้วบอกข้ามาว่าเกิดอะไรขึ้น " หลี่ฉีเย่ปลอบโยนนาง " ตราบใดที่ข้าอยู่ที่นี่ ไม่มีอะไรเป็นปัญหาใหญ่แม้ว่าเทพและปีศาจจะมาด้วยตัวเอง ! "
สุดท้ายซือเสี่ยวเตี๋ยก็สงบลงและเริ่มเอ่ย " นี้เป็นเพราะเจ้าหญิงเป่าหยุน น้องชายข้าต้องการจะไปหานาง แต่เขาไม่คาดว่าจะพบกับประตูพยัคฆ์คำรามอยู่ที่นั้น..."