357

ตอนที่ 357 พบปราณเทพ

หลายวันต่อมา พระชราเผิงนั้นต้องการจะพบกับหลี่ฉีเย่ ซือเสี่ยวเตี๋ยจึงกลับมาแจ้งหลี่ฉีเย่

บรรยากาศในห้องนั้นเงียบสงบ เฉินเป่าเจียวนั่งอยู่บนเก้าอี้ แม้ว่านางนั้นจะเป็นคนที่ทรงเสน่ห์และงดงาม ทว่าเวลานี้นางยังแบกกลิ่นอายศักดิ์สิทธิ์ อากาศโดยรอบเมื่อผสานกับใบหน้าของนางกลายเป็นภาพที่น่าหลงใหล

หลี่ฉีเย่นั้นนอนอยู่บนต้นขาของเฉินเป่าเจียวขณะที่นางนั้นค่อยๆลูบศีรษะของเขา หน้าอกของนางเกือบจะทับกับหน้าขอหงหลี่ฉีเย่

หลี่ซ่วงเหยียนนั้นนั่งอยู่ด้านข้าง ขณะที่ถือพระคัมภีร์ นางนั้นกำลังอ่านมันอย่างช้าๆ เสียงของนางที่ออกมานั้นเต็มไปด้วยความหนาวเย็นที่แช่ผู้คน ขณะที่นางอ่าน ดอกไม้น้ำแข็งก็ปรากฏหลายเป็นดอกบัวศักดิ์สิทธิ์

ร่างกายของเฉินเป่าเจียวนั้นนุ่มลื่นราบกับสายลมของฤดูใบไม้ผลิ ลมหายใจศักดิ์สิทธิ์ของนางนั้นอบอวนไปทั้งห้องราวกับว่าเฉินเป่าเจียวนั้นต้องการให้ทั้งห้องเงียบมากที่สุด เพื่อไม่ให้รบกวนการพักผ่อนของหลี่ฉีเย่

อำนาจของความโกลาหลนั้นปะทุอยู่ภายในร่างกายของหลี่ฉีเย่และทำให้ใบหน้าของเขาซับซ้อน ในโลกนี้พลังงานแห่งควาโกลาหลนั้นนับเป็นเป็นพลังงานที่ทรงพลัง ดังนั้นหลี่ฉีเย่พลังงานในสายลอดของเขานั้นเต็มไปด้วยความมีชีวีตชีวา

ซือเสี่ยวเตี๋ยที่กำลังยืนอยู่หน้าประตูเต็มไปด้วยความอิจฉาเมื่อเห็นฉากนี้ ความเงียบดังกล่าวทำให้หัวใจของนางนั้นเต็มไปด้วยอารมณ์ที่ไม่สามารถอธิบายได้ มันราวกับว่าบรรพชนอมตะกำลังอธิบายความลึกลับในโลกให้นางฟัง

หลังจากที่หลี่ซ่วงเหยียนนั้นอ่านหนึ่งบทในพระคัมภีร์จบ ซือเสี่ยวเตี๋ยก็ตัดสินใจเอ่ย " ผู้อาวุโสเผิงจากสำนักต้องการพบนายน้อย "

หากมันไม่ใช่เพราะพระชราเผิงต้องการพบหลี่ฉีเย่ ซือเสี่ยวเตี๋ยก็ไม่ต้องการจะทำลายบรรยากาศที่ยอดยเยี่มและความน่าสงบนี้

ในที่สุดหลี่ฉีเย่ก็เปิดเปลือกตาของเขา ก่อนจะปรับพลังแห่งความโกลาหลภายในร่างกายและลุกขึ้นนั่ง เขาอมยิ้มเอ่ย " เป่าเจียวกายาปฐพีทรราชอมตะของเจ้านั้นพิเศษเป็นอย่างมาก - ช่วยข้าได้มากจริงๆ "

เฉินเป่าเจียวเม้มปากของนางก่อนจะเอ่ย " ข้าเองก็ได้รับผลกระทบจากพลังแห่งความโกลาหลของนายน้อย ดังนั้นข้าจึงได้รับประโยชน์เช่นกัน " ใบหน้าของนางนั้นร้อนผาว

หลี่ซ่วงเหยียนนั้นวาางพระคัมภีร์อมตะลงก่อนจะอมยิ้มที่หายาก และเอ่ย " นี้เป็นสามหายนะสำหรับกายา ดังนั้นการสัมผัสกับพลังงานแห่งควาโกลาหลและน้ำแรกกำเนิดโลกของนายน้อย จะเป็นประโยชน์อย่างมากหากว่าเจอกับหายนะในอนาคต "

" ความจริงทั้งสามที่เจ้าว่ามีเพียงสองหายนะ แต่ระหว่างหายนะย่อยและหายนะขั้นสมบูรณ์ เส้นทางของมันนั้นยาวไกลและบางคนไม่สามารถไปถึงได้ พวกเขาจะยอมจำนนต่อกายามารภายในของเขาที่สุด ตราบใดที่พื้นเต๋าจิตใจของพวกเขาแข็งแกร่ง พวกเขาจะพ่ายแพ้ให้กับมารภายในได้อย่างไร ? " หลี่ฉีเย่ยิ้มและเอ่ย " แม้ว่ากายาปฐพีทรราชอมตะของเป่าเจียวจะไม่ใช่กายาอมตะ อนาคตของมันก็ยังไร้ขีดจำกัด แน่นอนกายาไร้มลทินของซ่วงเหยียนก็เช่นกัน เจ้าทั้งสองได้บ่มเพาะกายาที่ดีที่สุดในโลกดังนั้นการไปถึงขั้นสมบูรณ์ในอนาคตจึงเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ แม้ว่ามันจะใช้เวลานาน เหล่าคนที่ฝึกฝนเต๋าก็จำเป็นต้องเผชิญ พวกเขาจำเป็นต้องใช้ความอดทน "

" เจ้าทั้งสองควรจะมั่นใจในตัวเองเช่นเดียวกับที่เชื่อมันในตัวข้า เช่นนั้นเจ้าจะสามารถไปถึงกายาอมตะขั้นสมบูรณ์ได้ในอนาคต ไม่จำเป็นต้องเร่งรีบสำหรับความสำเร็จ ! ระดับจักพรรดิอมตะนั้นไม่สามารถไปถึงได้ในวันเดียว และเหล่าราชันเทพก็ไม่ได้รับฉายามาภายในหนึ่งคืน ! "

เฉินเป่าเจียวและหลี่ซ่วงเหยียนทั้งสองพยักหน้า ซือเสี่ยวเตี๋ยคนที่กำลังยืนห่างออกไปได้สลักคำพูดนี้ลงไปในจิตใจนาง ติดตามหลี่ฉีเย่จะเป็นประโยชน์สำหรับนางตลอดชีวิตที่เหลือ

หลี่ฉีเย่หันไปรอบๆก่อนจะออกไป " เอาละ พวกเราจะไปพบตาแก่นั้นกัน "

ในอีกห้องหนึ่ง หลี่ฉีเย่นั้นพบกับพระชราเผิง เขานั้นยังสกปรกดังเช่นแต่ก่อน แต่รอยยิ้มของเขานั้นเต็มไปด้วยชีวีตชีวาและความร่าเริง

เห็นเข้าเต็มไปด้วยความสุข หลี่ฉีเย่เอ่ยอย่างเข้าใจ " หายนะครั้งนี้ได้ผ่านไปแล้ว เช่นนั้นคงเป็นเวลาที่สำนักของเจ้าจะเก็บเกี่ยวผลตอบแทน "

" ปราณเทพนั้นกลับสู่อาการปกติแล้ว มันอาจจะกล่าวได้ว่ามันได้รับโชคที่ดีจากหายนะครั้งนี้ การแสดงออกของมันบ่งบอกว่าสามารถอยู่ตลอดยุคนี้ได้โดยปราศจากปัญหาใดๆ "

" ข้าเข้าใจความปราถนาของสำนักเจ้า แน่นอนว่าเจ้าต้องการให้ปราณเทพนั้นมีชีวิตอยู่ แต่นั้นใช่สิ่งที่มันต้องการรึ ? " หลี่ฉีเย่ส่ายหัวและยิ้ม

พระชราเผิงไม่ได้ตอบคำถามของหลี่ฉีเย่  ปราณเทพนั้นต้องการจะจากไปแต่เหล่าผู้อาวุโสต้องการให้มันอยู่ ตั้งแต่มันเติบโตขึ้นในสำนัก สุดท้ายแล้วมันก้ยังมีความทรงจำที่ดีและไม่ลืมบุญคุณก่อนจะเลืกออยู่เพื่อปกป้องสำนัก

หลี่ฉีเย่นั้นไม่ได้เอ่ยเรื่องนี้อีกต่อไป นี้เป็นปัญหาของสำนักและจะเป็นปัญหาตลอดชั่วอายุลูกหลานของพวกเขา

" ทำไมเจ้าต้องการจะพบข้า ? " หลี่ฉีเย่เหลือบมองพระชราเผิงและเอ่ยถาม

" ปราณเทพนั้นถูกฟื้นฟูอย่างสมบูรณ์ และพวกเราเคารพในเงื่อนไขของเจ้า มันพร้อมจะเริ่มเวลาใดก็ได้ที่เจ้าต้องการ " พระชราเผิงอมยิ้มเอ่ย

" วันนั้นจะมาถึง " หลี่ฉีเย่ยิ้มเอ่ย " ทว่าตอนนี้ข้าต้องการพบปราณเทพ ข้ามีเรื่องเล็กน้อยที่ต้องปรึกษากับมัน "

" เล็กน้อยขนาดไหน...? " หัวใจของพระชราเผิงนั้นเต้นด้วยความเร็ว เขารู้สึกได้ว่าเรื่องเล็กน้อยของหลี่ฉีเย่จะไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยสำหรับโลก ! มันแน่นอนว่าต้องเป็นเรื่องที่ท้าทายสวรรค์

" โอ้ว ? ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่เจ้าขี้เหนียวเช่นนี้ ? ปราณเทพอาจจะไม่ตอบตกลงก็ได้ เช่นเจ้าจะตื่นตระหนกทำไม ? ไม่ต้องกล่าวถึงว่าลานนิรันดร์ของเจ้ามักจะไม่ยุ่งเรื่องภายนอก เช่นนั้นเจ้าจะกังวลเกี่ยวกับมันทำไม ? "

" ฮ่าฮ่า ข้าไม่ได้กังวลเกี่ยวกับมัน เพียงแค่ตื่นเต้นอยากจะรู้เรื่องของนายน้อยเท่านั้น เจ้าเป็นแขกของสำนักเรา เช่นข้าจะกล้าละเลยปัญหาของเจ้าได้อย่างไร ? "

หลี่ฉีเย่มองเขาอย่างเย็นชาและเอ่ย " ตื่นเต้น ? ในสายตาข้า เจ้าเพียงทำราวกับว่าป้องกันโจร พระชราเผิงเป้าหมายของข้าไม่ใช่สำนักเจ้า ! "

พระชราเผิงกลายเป็นจริงจังและเอ่ย " มันไม่ได้เป็นเช่นนั้น นายน้อยหลี่คิดมากไปแล้ว สวรรค์และปฐพีเป็นพยานให้ข้า ! พระชราคนนี้ ไม่สิสำนักเต๋าสวรรค์เคารพทุกการตัดสินใจของนายน้อย ! "

" ก็ดี เช่นนั้นอย่าได้พูดจาไม่คิดอีก ไปกันได้แล้ว พาข้าไปหาปราณเทพ "

" นี้...เอ่อ.." พระชราเผิงนั้นลูบฝ่ามือของเขาไปมาและไม่รู้จะเอ่ยอย่างไร

" อะไรกัน ? การพบกับปราณเทพต้องทำให้มันยุ่งยากด้วย ? ตาแก่เพียงพูดมาหากเจ้ามีบางอย่างในใจ อย่าได้ทำตัวเดินเป็นวงกลมต่อหน้าข้า "

" การพบกับปราณเทพแน่นอนว่าไม่เป็นปัญหา มันมีคนอื่นที่ต้องการพบกับนายน้อยเช่นกัน " พระชราเผิงยิ้มอย่างบิดเบี้ยว

" ใคร ? " หลี่ฉีเย่นั้นหรี่ดวงตาของเขาก่อนจะจ้องไปยังการเปลี่ยนแปลงของพระชราเผิง หลังจากนั้นไม่มีสิ่งใดสามารถหลบหนีสายตาของเขาได้

เขาสูดลมหายใจลึกก่อนที่จะกล่าวอย่างมีอารมณ์ " หรือจะเป็นมังกู่ ? "

" ใช่แล้ว " พระชราเผิงถู่ฝ่ามือของเขาและเอ่ย " ท่านบรรพบุรุษต้องการพบท่าน "

" เจ้าบอกนาง ? " หลี่ฉีเย่จ้องไปที่เขาก่อนจะเอ่ย

หัวใจของพระชราเผิงนั้นสั่นอย่างรุนแรงหลังจากถูกจ้องด้วยสายตาที่ดุร้ายของหลี่ฉีเย่ หลังจากกลายเป็นบรรพชน เขาไม่ได้รับความรู้กลัวเช่นนี้เป็นเวลานานมากแล้ว

" แน่นอนว่าไม่ ข้าจะกล้าทำอะไรที่ขัดต่อควาปราถนาของเจ้าได้อย่างไร ? ความจริงก็คือข้าไม่ได้พบกับท่านบรรพบุรุษ แต่วันหนึ่ง ข้อความก็ถูกส่งมาจากลานนิรันดร์และบอกว่านางต้องการพบนายน้อยหลี่ ในความคิดข้า ท่านบรรพบุรุษพบท่านตอนรักษาปราณเทพ "

หลี่ฉีเย่หยุดเอ่ยชั่วคราว มังกู่...กาลเวลานั้นผ่านไปนานมาก บางเรื่องราวแห่งความทรงจำเหลือทิ้งไว้เพียงเศษฝุ่น

" หากเจ้าไม่ไป มันจะเป็นเรื่องน่าอึดอัดใจสำหนักข้ามากในฐานะศิษย์เอกที่จะต้องบอกนาง " พระชราเผิงยิ้มอย่างข่มขื่น "  เฮ้ ถึงแม้เจ้าจะไปพบกับท่านบรรพบุรุษเจ้าก็ไม่ได้เสียสิ่งใด เพียงแค่ไปพบนาง ศิษย์ทั้งสำนักเต๋าสวรรค์ล้วนต้องการพบนาง แต่พวกเขาล้วนไม่ได้รับอนุญาติ "

หลี่ฉีเย่ถอนหายใจเบาและเอ่ยๆ " ก็ได้ ข้าจะไปพบนาง " สิ่งใดเลี่ยงไม่ได้เช่นนั้นก็ไม่ต้องเลี่ยงแล้วกัน

" ดี ยอดเยี่ยม ! " พระชราเผิงยิ้มอย่างมีความสุข " เช่นนั้นข้าจะบอกเส้นทางและจบภารกิจของข้าซะที "

" ไม่ พวกเราจะไปพบกับปราณเทพก่อน " หลี่ฉีเย่เอ่ย " ข้าจะคุยกับปราณเทพจากนั้นจะพบกับมังกู่ "

" นั้นก็ยอดเยี่ยมเช่นกัน " พระชราเผิงนั้นเห็นด้วยกับหลี่ฉีเย่ทุกอย่างตราบใดที่เขาไปพบกับมังกู่ พระชราเผิงนั้นลุกขึ้นและนำทางอย่างรวดเร็วเพราะกลัวว่าหลี่ฉีเย่จะเปลี่ยนความคิด

ลึกเข้าไปภายในสำนัก หลี่ฉีเย่นั้นพบกับปราณเทพมาแล้วมากกว่าหนึ่งครั้ง วันนี้มันแข็งแกร่งและเต็มไปด้วยชีวิตชีวา แม้ว่าต้นสนนั้นจะไม่ใหญ่มาก แต่มันก็ยังสูงทะลุชั้นฟ้า ปราณเทพนั้นตั้งตระหง่าราวกับเป็นสัตว์ประหลาดขนาดยักษ์ นี้ทำให้หลายคนต้องแหงนหน้ามองมัน

ปราณเทพนั้นสามารถแปลงเป็นรูปแบบมนุษย์ แต่ตั้งแต่มันฝังรากในสำนัก มันก็รักษารูปแบบเดิมของมันและพูดคุยด้วยเจตจำนงศักดิ์สิทธิ์

ทันใดนั้นเสียงที่โบราณก็ปรากฏ " เหล่าคนรุ่นเยาว์พยามที่จะปราบปรามพวกเราเมื่อถึงเวลา...เจ้าได้เผชิญหายนะและช่วยเหลือสำนักเต๋าสวรรค์ ดังนั้นข้าจะทำตามความปราถนาของเจ้า - นี้เป็นข้อได้ปรียบอย่างยิ่งสำหรับสำนัก "

หลี่ฉีเย่ยิ้มและเอ่ย " มันเป็นเรื่องปกติที่ทั้งสองจะช่วยกันเมื่อทั้งสองฝ่ายได้รับประโยชน์ ไม่มีเหตุผลที่ข้าจะไม่ทำมัน "

ต้นสนยักษ์นั้นดูราวกับมันกำลังพยักหน้าและเอ่ย " ข้าจะเติมเต็มความปราถนาของเจ้าตามที่เจ้าต้องการ "

" วันนั้นจะต้องมาถึง " หลี่ฉีเย่อมยิ้มเอ่ย " แต่อย่างแรก ข้ามีบางอย่างจะขอความช่วยเหลือจากเจ้า "

" เพียงบอกมา หากมันอยู่ในความสามารถที่ข้าทำได้ ข้าจะช่วยเหลือเจ้า " นี้คือปราณเทพ ตัวตนอมตะที่ยิ่งใหญ่ในโลก ! มันแน่นอนว่าสามารถทำสิ่งต่างๆได้มากมาย สิ่งที่เป็นไปไม่ได้สำหรับคนอื่นกลับง่ายมือถึงมือมัน

" ข้าต้องการไปยังโลกใต้พิภพศักดิ์สิทธิ์ " หลี่ฉีย่เอ่ย " ปราณเทพเจ้าสามารถหาดินแดนได้จำนวนมาก ข้าแน่ใจว่าเรื่องนี้ไม่ได้เป็นปัญหา ? "

ไปยังโลกใต้พิภพศักดิ์สิทธิ์ ? " ปราณเทพเอ่ยด้วยความประหลาดใจ " มันเป็นไปได้ที่จะนำเจ้าไปยังโลกใต้พิภพศักดิ์สิทธิ์ แต่ข้าไม่สามารถรับประกันพื้นที่ปลายทางที่เจ้าลงไปได้ "