355
ตอนที่ 355 หนึ่งเจตจำนงหมื่นกายา
พระคัมภีร์อมตะนี้ถูกสร้างขึ้นจากความพยามนับไม่ถ้วนของหลี่ฉีเย่ อาจจะกล่าวได้ว่าหลังจากที่เขาผ่านยุคมานับไม่ถ้วน หลังจากได้รับคัมภีร์กายาลับ เขาก็พยามสร้างปาฏิหาริย์แห่งกาลเวลาขึ้น !
หลังจากหลายล้านปีของการค้นคว้าและศึกษา เขาสุดท้ายก็ประสบความสำเร็จกับราชามังกรทมิฬ เขาได้สร้างปาฏิหาริย์ที่ไม่มีใครในโลกเห็นมาก่อน
" หนึ่งเจตจำนงหมื่นกายา ! " หลี่ฉีเย่ถอนหายใจออกมา เขาสุดท้ายก็สร้างพระคัมภีร์อมตะที่ทรงคุณค่าที่สุดในโลกขึ้นมาได้
เห็นฉากนี้ ซีเซียะหนิงอดไม่ได้ที่จะตกตะลึง นางนั้นนำกล่องนี้มาจากหมู่บ้านทะเลของนางและประหลาดใจมากเพราะมันถูกผนึกโดยบรรพบุรุษของนาง นี้ก็เพียงพอแล้วที่จะจินตนาการได้ถึงของล้ำค่าภายใน
แต่ตอนนี้ คุณค่าที่แท้จริงของกล่องนี้กับไม่ใช่สิ่งของภายใน มันอยู่กับมังกรทมิฬที่เป็นตราผนึก ตัวกล่องนั้นเป็นเพียงสิ่งของที่ไว้หลอกผู้อื่น
" ถูกต้อง นี้เป็นส่วนที่สำคัญของจริง " หลี่ฉีเย่สังเกตได้ถึงความคิดของซีเซียะหนิง ก่อนจะพยักหน้าเอ่ย " นอกจากนี้ นอกจากบรรพบุรุษของเจ้า มีเพียงแค่ที่ปลดผนึกนี้ได้ "
" มันคืออะไร ? " ซีเซียะหนิงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม
หลี่ฉีเย่ไม่ตอบของนาง เพียงแต่ยิ้มและเอ่ย " ตลอดชีวิตของเขา ทักษะใดของบรรพบุรุษเจ้าที่ทรงพลังมากที่สุด ? "
" เต๋าพิทักษ์สวรรค์ ! " ซีเซียะหนิงนั้นตอบทันทีโดยปราศจากความลังเล ความจริงเต๋าพิทักษ์สวรรค์ของบรรพบุรุษนางกระทั้งจักรพรรดิอมตะยังเกรงกลัว !
" ผิด " หลี่ฉีเย่ส่ายหัวเอ่ย " เต๋าพิทักษ์สวรรค์นั้นเป็นเพียงแค่ทักษะที่คิดขึ้นมาภายหลังและส่งมอบให้ลูกหลาน บรรพบุรุษของเจ้านั้นเป็นตัวตนอมตะไม่ใช่เพราะเต๋าพิทักษ์สวรรค์ แต่เป็นเพราะมีสองกายาอมตะในร่าง ! "
" สองกายาอมตะ ? " เมื่อได้ยินเช่นนี้นางยิ่งกลายเป็นตกตะลึงไปชั่วขณะ ในเวลานี้นางนั้นก็ตระหนักได้ถึงบางอย่าง แต่นางไม่กล้าจะคิดเกี่ยวกับมันเพิ่มเติม
" ถูกต้อง หนึ่งร่างสองกายาอมตะ สองกายาอมตะขั้นสมบูรณ์ ! " หลี่ฉีเย่พยักหน้าและเอ่ย หนึ่งเจตจำนงหมื่นกายา - นี้เป็นพระคัมภีร์อมตะที่หลี่ฉีเย่สร้างขึ้นหลังจากค้นคว้ามานับไม่ถ้วน และเขาใช้พระคัมภีร์นี้กับราชามังกรทมิฬ
" เป็นไปไม่-" ซีเซียะหนิงเอ่ยความคิดของนางออกมา จากนั้นนางก็ตระหนักได้ว่านางนั้นเห็นปาฏิหาริย์ที่ชายคนนี้สร้างมาก่อน !
หลี่ฉีเย่ยิ้มกว้างและเอ่ย " แต่บรรพบุรุษของเจ้าทำให้มันเป็นไปไม่ได้ ! เขานั้นเป็นเพียงคนเดียวที่กวาดผ่านทั้งสามยุคพร้อมกับสองกายอมตะขั้นสมบูรณ์ - นี้คือความภาคภูมิใจของเขา ! "
" นี้...มันจะเป็นไปได้อย่างไร ? " ตอนนี้ซีเซียะหนิงนั้นถูกแช่แข็ง หนึ่งกายาอมตะก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ผู้คนหวาดกลัว ตำนานกล่าวว่าบรรพชนเที่ยงที่มีกายาอมจะขั้นสมบูรณ์นั้นเพียงพอแล้วที่จะต่อต้านจักรพรรดิอมตะ
สัตว์ประหลาดแบบใดกันที่มีสองกายาอมตะในร่าง ? ตั้งแต่ยุคเริ่มต้นของเวลา ไม่มีใครเคยได้ยินคนที่บ่มเพาะสองกายาอมตะที่แตกต่างกันในหนึ่งร่างมาก่อน !
" บรรพบุรุษของเจ้านั้นเป็นทรราชที่กวาดผ่านมาสามยุค จักรพรรดิอมตะเฉียงหลี่ จักรพรรดิอมตะหยินเตียน และต่อมาคือจักรพรรดิอมตะต้ากงที่แย่งเจตจำนงสวรรค์กับบรรพบุรุษของเจ้า ! เจ้าคิดรึว่าเพียงแค่เต๋าพิทักษ์สวรรค์จะทำให้จักรพรรดิอมตะหวาดกลัว ? " หลี่ฉีเย่อมยิ้มเอ่ย
ซีเซียะหนิงนั้นงุนงงและไม่เอ่ยเสียงใด ทุกคนนั้นรู้ว่าเจตจำนงแห่งสวรรค์นั้นถูกฉีกหลังจากการต่อสู้ครั้งนั้น มันไม่เกี่ยวว่าใครแพ้หรือชนะเพราะว่าเจตจำนงแห่งสวรรค์นั้นทุกฉีก !
" มีไม่กี่คนที่รู้ความลับนี้ มีเพียงกู่ซุนและคนอื่นในเมืองพิทักษ์สวรรค์ของเจ้าที่รู้เรื่อง ! " หลี่ฉีเย่กล่าวอย่างไม่แยแส
ซีเซียะหนิงนั้นกลับสู่ความสงบและอดไม่ได้ที่จะจ้องหลี่ฉีเย่อย่างจริงจัง จากนั้นางก็เอ่ยถาม " เจ้ามีความสัมพันธ์อย่างไรกับท่านบรรบุรุษ ? "
" ข้าไม่ได้เป็นลูกในสายเลือดของบรรพบุรุษเจ้าและไม่ได้เป็นลูกหลานที่เขาผนึกเพื่อให้ตื่นขึ้นมาในเวลานี้ " หลี่ฉีเย่นั้นยิ้มและรู้ว่าซีเซียะหนิงกำลังคิดสิ่งใด เขาส่ายหัวและเอ่ย " บรรพบุรุษของเจ้านั้นรักเพียงคนเดียวตลอดทั้งชีวิตของเขา ! "
ซีเซียะหนิงนั้นสูดลมหายใจเข้าลึกและยังลังเลที่จะเอ่ยถามความลึกลับที่หลายคนยังแก้ไม่ได้
" นำหอกมังกรทมิฬออกมา " หลี่ฉีเย่เอ่ยสั่ง
ซีเซียะหนิงมอบหองมักรทมิฬให้กับหลี่ฉีเย่โดยไม่คิดมาก
" แกร๊ก ! " หอกมังกรทมิฬในมือหลี่ฉีเย่นั้นกลายเป็นหอกโลหิตอมตะ
หลี่ฉีเย่มองไปที่นางก่อนจะเอ่ย " เจ้าควรจะเข้าใจบางอย่าง เจ้าไม่ได้เดินตามเต๋าพิทักษ์สวรรค์ของบรรพบุรุษครั้งยังเยาว์ บนเส้นทางของเจ้า เต๋าพิทักษ์สวรรค์เป็นเพียงหนึ่งใบของกิ่ง เจ้ารู้ไหมทำไม ? "
" ข้าได้ยินว่านี้เป็นเจตจำนงของท่านบรรพบุรุษ ! " ความจริงนางนั้นไม่เข้าใจว่าทำไมบรรพบุรุษของนางถึงได้ประกาศว่านางนั้นเป็นทายาทเมื่อสามหมื่นปีก่อน เป็นไปได้หรือไม่ที่บรรพบุรุษของนางนั้นเห็นอนาคต ?
หลี๋ฉีเย่นั้นเพียงยิ้มและไม่เปิดเผยความจริง ในเวลานี้ละลอกความคิดนั้นปรากฏขึ้นในจิตใจของเขาทันใดนั้นหน้าผากของเขาก็ยิ่งแสงเข้าสู่หอกโลหิตอมตะ
ประกายเสียเลือดนั้นก็ปรากฏออกมาจากหอก แสงประกายนี้และแสงของหลี่ฉีเย่นั้นผสานกันและเปลี่ยนเป็นอักษรอมตะก่อนจะสลักลงบนตัวหอก
" แกร๊ก ! " หลี่ฉีเย่นั้นปรบมือของเขาเข้าด้วยกัน และหอกโลหิตอมตะก็กลับสู่หอกมังกรทมิฬ เขาส่งมันกับให้ซีเซียะหนิงและเอ่ย " ยอดเต๋าของหอกโลหิตอมตะตอนนี้นั้นเหมาะสมกับเส้นทางของเจ้าแล้ว วันหนึ่งเจ้าจะยืนอยู่บนจุดสูงสุดและสามารถฆ่าเทพและปีศาจ ! ศึกษามันอย่างระมัดระวัง อ่า ! เมื่อวันนั้นมาถึงแล้วเจ้าไปถึงระดับนั้น หากมันมีตัวตนอมตะในโลก เช่นนั้นเจ้าก็สามารถสังหารมันได้ ! "
หลังจากได้ยินเช่นนั้น ซีเซียะหนิงอดไม่ได้ที่ะจะเกิดความประหลาดใจ สังหารตัวตนอมตะ ! คำกล่าวเหล่านี้มีเพียงตำนานและไม่รู้ว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่ ! หลังจากสูดลมหายใจเข้าลึก นางเอ่ยถามอย่างจริงจัง " ทำไมเจ้าจึงไม่บ่มเพาะมัน ? "
หอกโลหิตอมตะนั้นอาวุธที่ทรงพลังและสามารถมุ่งเข้าสู่เส้นทางเต๋าที่ดุร้าย แต่หลี๋ฉีเย่มอบมันคืนให้นาง ! หากเป็นคนอื่น แน่นอนว่าพวกเขาจะเก็บมันไว้ให้กับตนเอง !
หลี่ฉีเย่นั้นอยู่ในความเงียบก่อนสุดท้ายจะเอ่ย " ข้านั้นเบื่อหน่ายกับมัน ! " หนึ่งคำตอบหลายความหมาย แต่มันไม่สำคัญว่า ซีเซียะหนิงจะเข้าใจความสำคัญของมันหรือไม่
นี้เป็นหอกอมตะที่ย้อมไปด้วยเลือดของการสังหารหมู่ ในอดีตหลี่ฉีเย่นั้นมีเรื่องราวกับมันมากและไม่อยากจะนึกถึงมัน เขาจึงไม่อยากจะเก็บหอกไว้ข้างตัวเขา
ซีเซียะหนิงนั้นรับหอกมาก่อนจะจากไปอย่างเงียบๆ
ทว่าก่อนที่นางจะจากไป หลี๋ฉีเย่เอ่ยถาม " การต่อสู้กับจี๋คงอู่ตี๋เป็นอย่างไรบ้าง ? "
" เขาสมแล้วที่เป็นลูกหลานของจักรพรรดิอมตะต้ากง " ซีเซียะหนิงเอ่ย " มันเป็นความอัปยศที่ก่อนจะได้รับชัยชนะพวกเราถูกไล่ออกมาจากประตู เขาจากไปทันทีที่พวกเราออกมาด้านนอก หากพวกเราสู้กันอีกครั้ง ข้าจะชนะเขาอย่างแน่นอน "
" มันควรจะเป็นเช่นนั้น " หลี่ฉีเย่ยิ้มและเอ่ย " หอกโลหิตอมตะของเจ้านั้นกระทั้งเสียบทะลุคอของจักรพรรดิอมตะ ดังนั้นเพียงลูกหลานล้วนไม่นับเป็นตัวอันใด ต่อไป ใช้หอกโลหิตอมตะสู้แทนหอกมังกรทมิฬ ! "
ซีเซียะหนิงนั้นพยักหน้าและจากไป แต่นางยังคงพักอยู่ในสำนัก
ทันใดนั้นควาวสนใจก็กลับมาอีกครั้ง นางนั้นเทียบได้กับเหม่ยซูเหยาและจี๋ึคงอู่ตี๋ หลังจากที่ทั้งสองนั้นจากไป ซีเซียะหนิงจึงกลายเป็นศูนย์กลางของความสนใจ
ทว่าเทียบกับเหม่ยซูเหยาและจี๋คงอู่ตี๋ ซีเซียะหนิงนั้นปลดปล่อยที่น่าเกรงขามอย่างมาก ไม่มีใครกล้าที่จะเข้าใกล้นาง
เหม่ยซูเหยานั้นเกิดมาพร้อมกับยอดเต๋าในโลกนี้ อาจจะกล่าวได้ว่าไม่ว่านางจะไปที่ใดล้วนเต็มไปด้วยชีวิตชีวา
จี๋คงอู่ตี๋นั้นเป็นดังผู้ปกครองโลกและยังเต็มไปด้วยผู้ติดตามจำนวนมาก เส้นทางของเขาเต็มไปด้วยความรุนแรงและดุร้าย
ทว่า ซีเซียะหนิงนั้นเพียงตัวคนเดียว ใครก็ตามที่ต้องการเข้าไปใกล้นางล้วนถูกสยบโดยกลิ่นอายของนาง ฉายาของนางจึงเหมาะสมกับนางอย่างมาก
นอกจากพบกับหลี่ฉีเย่ นางนั้นยากที่จะปรากฏตัวให้คนในสำนักเห็น
แม้ว่านางนั้นจะหยิ่งยโสแต่ก็ไม่มีใครกล้าตำหนินาง ไม่ต้องกล่าวถึงผู้ฝึกตนรุ่นเยาว์ กระทั้งเหล่าเชื้อสายจักรพรรดิอมตะก็ยังไม่มีใครกล้ายั่วยุเมืองผู้ทักษ์สวรรค์
หลังจากซีเซียะหนิงจากไป หลี่ฉีเย่อยู่ในห้องของเขาและนั่งสมาธิ หกวงแหวนปรากฏขึ้นด้านหลังของเขา
พรสวรรค์ที่แท้จริงภายในวงแหวนหลักของเขานั้นราวกับเป็นทรราชของพื้นฐาน - เขากลานเป็นระดับชะตาลี้ลับที่มีกลิ่นอายสยบชั้นฟ้า อาจจะกล่าวได้ว่าด้วยพื้นฐานของเขา พรสวรรค์ที่แท้จริงของเป็นดังการดำรงอยู่ของตัวตนอมตะ และเขาเป็นดังผู้ตัดสินชีวิตและเป็นตาย
พื้นฐานเต๋านั้นถูกสร้างขึ้นโดยหกปักษาสยายปีกและเต็มไปด้วยความงดงามไร้ที่สิ้นสุด บางครั้งมันจะเปลี่ยนเป็นป้อมปราการอมตะ , อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์ , ปักษาขนาดยักษ์ มันบินไปรอบๆและป้องกันพรสวรรค์ที่แท้จริง
นี้คือความแตกต่างจากพื้นฐานเต๋าก่อนหน้านี้ คัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์นั้นกลายเป็นคำสั่งศักดิ์สิทธิ์ จากนั้นก็สร้างเป็นโลกศักดิ์สิทธิ์ ก่อนจะสร้างเป็นความลึกซึ้งขั้นสุดยอด
เรื่องที่ตกตะลึงมากที่สุดก็คืออัดแน่นไปด้วยพลังงานของสวรรค์และปฐพี พื้นฐานเต๋านี้เต็มไปด้วยความสมบูรณ์และลึกซึ้ง มันแสดงให้เห็นสัญญาณของการรวมเป็นหนึ่ง มันราวกับว่ายอดเต๋าของหลี่ฉีเย่นั้นกำลังรวมเป็นหนึ่งและปราศจากข้อบกพร่องใดๆ
พื้นฐานเต๋านี้นั้นดูไม่เหมือนกับเต๋าที่สร้างสวรรค์ แต่มันเป็นดังรูปแบบธรรมชาติ ใครก็ตามที่เห็นพื้นฐานนี้ล้วนต้องตกตะลึง
ไม่ว่าจะเป็นอัจฉริยะขนาดใด พวกเขาก็ต้องมีข้อบกพร่องตลอดเส้นทางแห่งการบ่มเพาะ สุดท้ายยอดเต๋านั้นก็ยังเป็นเส้นทางที่ยาวไกลและลำบาก ไม่มีใครรับประกันว่าพวกเขาจะไม่พบกับปัญหา...