353

ตอนที่ 353 ปราณเทพฟื้นฟู

ขณะที่น้ำทิพย์หมื่นดารานั้นตกลงไปในใบอ่อนของโลกต้นไม้ ตัวใบนั้นก็ค่อยๆละลายกลายเป็นตัวยา

" ตูม ! " ในเวลานี้ พระชราเผิงนั้นยกชามสมบัติขึ้นสูดพร้อมกับสาดน้ำอมตะออกไป - ราวกับเป็นฤดูใบไม้ผลิ ราดลงใบลำต้นของปราณเทพ

ในเวลานี้ต้นสนดำนั้นปล่อยเสียงแตกหักออกมา ตรงส่วนที่ตายแล้วค่อยๆปลดปล่อยโซ่ศักดิ์สิทธิ์ - หลังจากที่ตัวยาราดไปทั่ว ลำต้นส้นนั้นค่อยๆดูดกลืนมันช้าๆ

การดูดซับนี้ยังดำเนินอย่างต่อเนื่อง เปลือกสีดำของต้นสนค่อยๆเปลี่ยนแปลงช้าๆ มันเหมือนนกับงูที่กำลังลอกคราบ

เมื่อต้นสนดำยิ่งดูดซับตัวยามากขึ้น มันก็นเปลี่ยนกลายเป็นใหญ่กว่าเดิม สุดท้ายเปลือกสีดำก็ถูกลอกออกมา ใบใหม่เริ่มปรากฏ กิ่งเก่าพังทลงมาและถูกแทนที่ด้วยกิ่งใหม่

สุดท้ายตัวยาทั้งหมดก็ถูกดูดกลืนโดยปราณเทพ ตอนนี้ต้นสนที่เขียวชะอุมปรากฏต่อหน้าหลี่ฉีเย่และพระชราเผิง ไม่มีใครคาดคิดว่าต้นสนเก่าแก่นี้จะเป็นปราณเทพ

" ตูม ! " เมื่อเสียงระเบิดดังออกมา ต้นสนก็ยิงแสงสีเขียวขึ้นสู่ชั้นฟ้า แสงสีเขียวนี้เต็มไปด้วยทะเลแห่งความมีชีวิตชีวา มันปกคลุมไปทั่วสำนัก

หลายคนนั้นมองเห็นแสงสีเขียวที่ปรากฏอยู่ในท้องฟ้า พวกเขาถูกห่อหุ้มด้วยแสงชีวิตและราวกับเป็นหยดน้ำในทะเลที่กว้างใหญ่

ด้านนอกของสำนัก ทามกลางดินแดนที่กว้างใหญ่ของดินแดนร้อยเมือง คนจำนวนนับไม่ถ้วนรู้สึกถึงพลังชีวิตไม่สิ้นสุด

ใต้พื้นดิน เหล่าคนตายนับไม่ถ้วนเปิดตาของเขาและเปิดผนึกตัวเองให้ตื่นขึ้น

ในช่วงเวลานี้ พลังงานชีวิตที่ทรงพลังจำนวนมากและไร้ที่สิ้นสุดปกคลุมไปทั่วดินแดนของสำนัก

" ปราณเทพ ! " ในเวลานี้ ผู้คนจำนวนมากถูกเขย่า พวกเขาทั้งหมดล้วนตกตะลึง

ตำนวนอมตะปราณเทพ - นี้ไม่ใช่เป็นเพียงคำยกย่องที่ว่างเปล่า ปราณเทพและเทพแห่งหายนะเป็นดังพระเจ้าของโลกจักรพรรดิมนุษย์ พวกเขาไม่จำเป็นจะต้องมอบฉายาใดให้ทั้งสองเพราะทั้งสองสมควรถูกขนานนามว่าเทพที่แท้จริง !

" หรือนี้คือวิธีการที่จะต่ออายุขัยของม ? " เหล่าคนตายบางคนพึมพำเพราะว่าพวกเขาสัมผัสได้ถึงพลังชีวิตจำนนาน

หากปราณเทพได้รับการต่ออายุขัย เช่นนั้นใครในโลกจะกล้าแตะต้องสำนักอีก ? กระทั้งจักรพรรดิอมตะก็ยังทำไม่สำเร็จ 

" ปัง ! " ในเวลานี้ การเปลี่ยนแปลงเหนือกฏสวรรค์กำลังเกิดขึ้นที่สำนัก แผ่นดินแตกแยก แม่น้ำหลายสายล้วนเหือดแห้ง ภูเขาหลายลูกล้วนพังทลาย

มันราวกับว่าดินแดนแห่งนี้กำลังสร้างตัวเองขึ้นมาใหม่ มันเต็มไปด้วยพลังของตัวตนอมตะที่ทำให้ผู้อื่นหวาดกลัว กระทั้งผู้เชียวชาญก็ยังรู้สึกว่าขานั้นสั่นไหวเมื่อเห็นฉากนี้

การทำลายภูเขาและแม่น้ำนั้นไม่ยุ่งยากสำหรับตัวตนที่ยิ่งใหญ่ ทว่าการเปลี่ยนแผ่นหรือสร้างโลกขึ้นมามีเพียงราชันเทพ , เทพที่แท้จริง และจักรพรรดิอมตะในตำนานเท่านั้นที่ทำได้ !

ปราณเทพนั้นใช้อำนาจเปลี่ยนแปลงพื้นแผ่นดินอย่างสมบูรณ์ แผ่นดินที่ไหม้เกรียมและทอดยามไปกว่าล้านไมล์ตอนนี้ถูกเปลี่ยนใหม่รวมถึงสภาพแวดล้อมโดยรอบและพืชผัก

เห็นฉากนี้ หลี่ฉีเย่กล่าวด้วยอารมณ์ " นี้ไม่ใช่เพียงพลังที่ยิ่งใหญ่ของปราณเทพ เส้นเลือดบรรพบุรุษใต้ดินเองก็มีบทบาทอย่างมาก เส้นเลือดบรรพบุรุษนี้เป็นต้นกำเนิดของพลังงานสวรรค์จำนวนมาก ใครบางไม่อยากได้เส้นเลือดเช่นนี้ ? "

มันไม่ได้เป็นเพียงแค่คำพูดเมื่อมีคนกล่าวว่าปราณเทพนั้นกระทั้งป้องกันสำนักและต่อต้านจักรพรรดิอมตะได้ ทว่าไม่ใช่เพียงเพราะพลังของมันเอง อำนาจและความลึกซึ้งของเส้นเลือดบรรพบุรุษนั้นมีส่วนร่วมอย่างมาก !

ตราบที่ร่างกายที่แท้จริงของปราณเทพไม่ได้ออกไปจากเส้นเลือดบรรพบุรุษ กระทั้งจักรพรรดิอมตะลงมือด้วยตัวเองก็ยังไม่มีเพียงพอที่จะทำลายสำนัก

นี้คือผลว่าทำไมคนจำนวนมากในอดีตตั้งล้วนต้องการอยากได้เส้นเลือดบรรพบุรุษของสำนัก มันเป็นเพราะเส้นเลือดนี้นั้นสะสมพลังงานสวรรค์ในโลกจักรพรรดิมนุษย์ไว้จำนวนมาก ใครก็ตามที่สามารถสร้างนิกายเหนือเส้นเลือดนี้ได้ อนาคตของลูกหลานพวกเขานั้นจะเต็มไปด้วยประโยชน์ไร้ที่สิ้นสุด !

" เอาละ พวกเราควรจะจากไปได้แล้ว และให้ปราณเทพพักผ่อน " หลังจากเห็นผลลัพธ์ที่น่าพอใจ หลี่ฉีเย่ก็เอ่ยกับพระชราเผิง

" เอ่อ...ฮี่ฮี่ บางทีมันได้ว่าที่เจ้าจะส่งมอบกรรไกรเพลิงตัดบ่วงกรรมคืนให้กับสำนักแล้วใช่หรือไม่ ? " พระชราเผิงนั้นถูมือของเขาไปมาและอมยิ้ม

หลี่ฉีเย่เหลือบมองเขาและกล่าวอย่างไม่แยแส " โอ้ว ? ทำไมเจ้าถึงได้เร่งรีบนัก ? เวลานี้อาจจะกล่าวได้ว่าสำนักของเจ้านั้นได้ประโยชน์อย่างมาก ปราณเทพนั้นดูดซับพลังงานชีวิตจำนวนมากต้นใบอ่อนโลกต้นไม้ ! หากปราณเทพไม่ได้รับและดูดซับมัน เช่นนั้นมันจะเป็นอันตรายต่อเส้นเลือดบรรพบุรุษ ไม่ต้องเอ่ยถึงการรักษาปราณเทพ "

พระชราเผิงยังลูบมือของเขาและอมยิ้มเอ่ย " ฮี่ฮี่ แน่นอนสำนักของเรารู้สึกขอบคุณนายน้อยหลี่อย่างมาก " จากนั้นเขาก็เอ่ยต่อ " แต่นี้มันต่างกันใช่หรือไม่ ? ตาแก่คนนี้นั้นมีความมั่นใจว่าก่อนหน้านี้นายน้อยมีการรับประกันว่า..."

หลังจากเห็นท่าทางของพระชราเผิง หลี่ฉีเย่โยนกล่องสมบัติของกรรไกรเพลิงตัดบวงกรรมให้กับเขา

" รับไว้ซะ ข้าแค่ทดสอบเจ้าเท่านั้น หากข้าต้องการสมบัติของสำนัก ข้าจะไม่เลือกกรรไกรนี้ สำหรับข้าหากต้องการสิ่งใดมันต้องเป็นของระดับเดียวกับกับกระถางแห่งความโกลาหลหรือของจากหอยอดจักรพรรดิ ความจริงหากข้าต้องการมันทั้งหมด ของธรรมดาอย่างกรรไกรเพลิงตัดบ่วงกรรมล้วนไม่อยู่ในสายตาข้า อีกทั้งไม่คุ้มค่าให้ข้านำมันไป ไม่เช่นนั้นมันอาจจะทำให้ตัวตนของข้าหม่นหมอง " หลังจากกล่าวเสร็จ หลี่ฉีเย่ก็ลูบคางของเขาอย่างครุนคิด

คำกล่าวนี้ทำให้การแสดงออกของพระชราเผิงเปลี่ยนไป เขายิ้มเศร้าและเอ่ย " ฮ่าฮ่า ! นายน้อยตลกเกินไปแล้วตลกเกินไปแล้ว สำนักเล็กๆของข้าจะมีสิ่งของที่อยู่ในสายตานายน้อยได้อย่างไร ? "

หลี่ฉีเย่เหลือบมองพระชราเผิงก่อนจะเอ่ยอย่างสบายๆ " ไม่ต้องกล่าวมาก บางทีหากประตูไร้มลทิลเปิดขึ้นอีกครั้ง ข้าจะต้องยืมอาวุธลับของสำนักออกไปใช้ "

นี้ทำให้พระชราเผิงเกือบกระอัก แม้ว่าสำนักของเขาจะทรงพลังมาก หลี่ฉีเย่ก็ยังทำให้เขารู้สึกว่าสำนักของเขาไม่มีทางห้ามปรามชายผู้นี้ได้ !

" ไม่ต้องห่วง หากข้าต้องการยืมสมบัติเช่นนั้นข้าก็ต้องนำกลับมาคืนเมื่อถึงเวลา มันจะได้ไม่ยุ่งยากในการยืมครั้งต่อไป " หลี่ฉีเย่กล่าวพร้อมกับหัวเราะ

พระชราเผิงทำได้เพียงยิ้มขมขื่น " ถูกต้อง ถูกต้อง นำมันกลับมาคืนหลังจากที่ยืมไปแล้วที่จะทำให้การแลกเปลี่ยนในอนาคตง่ายขึ้น สำหรับของข้าจะพยามช่วยเจ้าให้มากที่สุด นายน้อหลี่ตั้งแต่ประตูไร้มลทินนั้นปรากฏขึ้นมา ข้ามีบางคำถามต้องการจะถามเจ้า ข้าหวังว่าเจ้าจะขจัดความสับสนของข้าได้ " พระชราเผิงนั้นเอ่ยถามด้วยความกระหาย

หลี่ฉีเย่ส่ายหัวและอมยิ้มตอบ " เจ้าเชียวชาญจริงๆในการชักนำผู้คน รอจนวันนั้นมาถึงก่อนพวกเราจะคุยกันอีกที ตอนนี้ ข้านั้นไม่รู้อะไรทั้งสิ้น " กล่าวเสร็จหลี่ฉีเย่ก็เดินจากไป

พระชราเผิงนั้นไม่สามารถทำอย่างไรกับเรื่องนี้ได้ เขาทำได้ยิ้ม เขารู้ว่าหลี่ฉีเย่รู้บางอย่างเกี่ยวกับประตูไร้มลทิน แต่หลี่ฉีเย่ไม่ต้องการบอกผู้คน

พระชราเผิงและสำนักนั้นไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับประตูไร้มลทินมากนัก สำนักนั้นจะไม่ถูกล่อลวงโดยหนึ่งในเก้าสมบัติสวรรค์ได้อย่างไร ? ปราชญ์อมตะของสำนักจำนวนมากตามหามัน แต่พวกเขาพ่ายแพ้กลับมาโดยปราศจากผลลัพธ์ใดๆ

การร่วมตัวกันนั้นจบลงหลังจากการล่มสลายของประตู หายนะของสำนักนั้นถูกแก้ไข ดังนั้นจึงมีการเริ่มตอนรับผู้ศึกษาก่อนหน้านี้กลับมา

ผู้ฝึกตนรุ่นเยาว์จากทั่วทุกมุมโลกล้วนกลับไปพร้อมกับผู้อาวุโสและนิกายของพวกเขา พวกเขานั้นมาเพราะเรื่องของประตู แต่นี้การรวมตัวนั้นจบลงแล้ว พวกเขาจึงกลับไปยังบ้านของพวกเขา

ทว่า ก็ยังมีศิษย์จำนวนมากจากนิกายใหญ่ที่ตัดสินใจอยู่ที่นี่สำนัก

บางคนนั้นเต็มไปด้วยความสุขขณะที่บางคนนั้นเต็มไปด้วยความเศร้าเมื่อประตูพังทลาย บางคนประสบความสำเร็จในขณะที่บางคนไร้ผลลัพธ์ ไม่ว่าอย่างเหตุการณ์นี้ก็เปลี่ยนแปลงผู้คนจำนวนมาก โดยเฉพาะเหล่าผู้ฝึกตนรุ่นเยาว์ที่พึงเริ่มต้น หลังจากที่พวกเขาได้รับโชคของพวกเขาแล้ว ชะตากรรมของพวกเขาก็ได้เปลี่ยนไปและกระทั้งเดินบนเส้นทางเต๋าแล้ว

แน่นอนว่าสิ่งเหล่านี้นั้นไม่ใช่เรื่องผิดปกติ ประตูของสำนักนั้นเปิดมาหลายครั้งและทุกคนชะตากรรมของผู้คนจำนวนมากเกิดการเปลี่ยนแปลง !

ทว่าบางคนนั้นไม่รู้จักประตุไร้มลทิน แม้ว่าคนรุ่นเยาว์จะไม่รู้จักมัน พวกเขาแต่ละคนล้วนได้รับการบอกเล่าเรื่องราวของมันจากผู้อาวุโสและนิกายหลังจากที่กลับมา บางคนนั้นรู้บางอย่างและบางคนตกตะลึงก่อนจะสอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องนี้

บางสิ่งในตำนานพึงจะเกิดขึ้น นี้จะไม่ให้พวกเขาหวั่นไหวได้อย่างไรกัน ?

มีเพียงสีที่คนที่เข้าไปในมิติของประตูไร้มลทิน พวกเขาคือ หลี่ฉีเย่ , เหม่ยซูเหยา , จี๋คงอู่ตี๋และชิเซียะหนิง ทว่าจี๋คงอู่ตี๋และชิเซียะหนิงสู้กันตรงทางเข้าประตู..