352
ตอนที่ 352 ช่วยปราณเทพ
ทุกคนตกตะลึง พวกเขานั้นไม่รู้ว่ากำลังมีสิ่งใดเกิดขึ้น เมื่อพวกเขาสงบจิตใจกลับมาได้พวกเขาก็ยืนอยู่บนพื้นดินของสำนักเต๋าสวรรค์
พวกเขาหลายคนนั้นกำลังขุดสมบัติอยู่ ขณะที่อีกส่วนหนึ่งก็พยามศึกษาความลึกลับของเต๋าในโลกต้นไม้ ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็ถูกขับออกมาจากภายในประตู ! ไม่มีใครไม่รู้สึกสับสนและงุนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
" เกิดอะไรขึ้น ? " หลายคนอดไม่ได้ที่จะมองหน้ากันและเอ่ยถาม ทว่าไม่มีใครสามารถให้คำตอบพวกเขาได้
ตอนนี้คนจำนวนมากกลายเป็นคลั่งจากความไม่พอใจ เพียงก่อนหน้านี้ไม่นาน พวกเขานั้นกำลังขุดสมบัติอยู่และอาจจะพบกับสุดยอดสมบัติก็เป็นได้ ดังนั้นพวกเขาจะสงบหลังจากถูกขับไล่ออกมาทันทีได้อย่างไร ?
ทว่าไม่ว่าพวกเขาจะโกรธหรือบ้าคลั่ง มันก็ไม่มีความหมายในเวลานี้เพราะว่าประตูนั้นค่อยๆพังลงมาแล้ว
เสียงคำรามด้วยควาไม่พอใจและโหยห้วนดังอยู่ทั่วสำนักเต๋าสวรรค์ หนึ่งในผู้ศึกษาตะโกนเสียงดัง " โอ้วสวรรค์ นำบ่อหยกของข้ากลับมา ! ข้าพึงจะเห็นมันและยังไม่ทันขุนมันออกมาเลย ! "
" มารดามันเถอะ ! เข็มทิศสวรรค์ของข้า ข้าเพียงขุดไปแค่ครึ่งหนึ่งและยังไม่ได้นำมันออกมาเลย ! " อีกเสียงกรีดร้องขึ้น
" สวรรค์พวกท่านยอดยเยี่ยมมาก ! นี้กำลังล้อข้าเล่นใช่หรือไม่ ? ข้าพึงจะเตรียมความพร้อมแล้วกำลังปีนโลกต้นไม้ แต่ก็กล้าแตะข้าออกมา ? ข้าเกือบจะตายด้วยความโกรธ ! " ลูกหลานจากนิกายใหญ่อุทานด้วยความไม่พอใจ
ในช่วงเวลาสั้นๆ สำนักเต๋าสวรรค์ก็เต็มไปด้วยผู้คนที่น่าเห็นใจ บางคนหลั่งน้ำตา และบางคนนั้นน่าสงสารอย่างแท้จริง !
หลี่ฉีเย่และเหม่ยซูเหยายืนอยู่บนจุดสูงสุดของเกาะตั้งแต่พวกเขาถูกแตะออกมา หลี่ฉีเย่หรี่สายตาของเขาก่อยจะเอ่ยอย่างไม่แปลกใจ " ประตูไร้มลทิน ข้าจะรอวันที่เจ้าเปิดขึ้นมาอีกครั้ง "
เหม่ยซูเหยานั้นเพียงยืนอยู่ด้านข้างโดยไม่เอ่ยสิ่งใด แม้ว่านางจะยืนอยู่ด้านนอกความบริสุทธิ์และความสง่างามของนางก็ยังปรากฏ
" ผู้ฝึกตนนั้นต้องขยันให้มาก " หลี่ฉีเย่เหลือบมองนางก่อนจะเอ่ย " อย่าได้เสียเวลากับสิ่งเหล่านั้นทั้งวัน แม้ว่าจุดยืนของเจ้านั้นจะไม่ผิด การเป็นผู้ตัดขาดจากโลกนั้นไม่เหมาะกับเจ้า และมันยิ่งไม่เหมาะอย่างยิ่งกับเต๋ายอดหอมสวรรค์ จักรพรรดิอมตะซิวสุยไม่ได้ทิ้งทักษะศักดิ์สิทธิ์นี้ไว้ให้เจ้าใช้มาเล่นเป็นเทพธิดา ! หากเจ้าไม่เปลี่ยนเส้นทางของตัวเอง วันหนึ่งเจ้าจะพบว่าชะตากรรมของเจ้านั้นมาถึงจุดที่ยากจะเปลี่ยน ! "
เหม่ยซูเหยามองกลับไปยังเขา นางนั้นกัดริมฝีปากของนางราวกับต้องการเอ่ยอะไรบางอย่าง แต่ทันใดนั้นเสียงระเบิดก็สั่นสะเทือนไปทั่วสำนักเต๋าสวรรค์และแผ่นดินเริ่มแตกออก
" ไม่ดีแล้ว " หลี่ฉีเย่กลายเป็นจริงจังและเอ่ย เขานั้นไม่สนใจเหม่ยซูเหยาก่อนจะพุ่งหายเข้าไปในส่วนลึกของสำนักเต๋าสวรรค์
เหม่ยซูเหยานั้นยืนอย่างเงียบๆและจ้องมองเส้นทางที่หลี่ฉีเย่จากไป สุดท้ายนางก็ถอนหายใจเบาๆและลอยจากไป
" ตูม ! " สำนักนั้นสั่นสะเทือนและมีรอยแตกปรากฏอยู่ทุกที่ ภูเขาเริ่มพังทลายและแม่น้ำเริ่มเหือดแห้ง
ไม่เพียงแต่เหล่าผู้ถูกขับไล่ออกมาจะตกตะลึง ผู้เชียวชาญจำนวนมากจากนิกายใหญ่ด้านนอกก็ตกตะลึงเช่นกัน
" หรือว่าการพลังทลายของประตูนั้นจะมีผลกระทบกับสำนัก ? " บางคนนั้นตื่นตระหนกก่อนจะวิ่งหนีออกมาจากสำนักด้วยความเร็ว จะเกิดอะไรขึ้นหากสำนักนั้นพังทลายเหมือนประตู ? เช่นนั้นทุกคนก็คงตายอนาถหากพวกเขายังอยู่ที่นี่
ทว่าเหล่าตัวตนที่มาจากนิกายใหญ่นั้นคิดบางอย่างที่ต่างออกไป
" มันอาจจะเป็นไปได้ว่าสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ของสำนักนั้นไม่สามารถทนได้อีกต่อไป ? " หนึ่งในผู้เชียวชาญเอ่ย
ก่อนหน้านี้มีข่าวลือว่าศักดิ์ศิทธิ์ของสำนักนั้นถูกความชั่วร้ายครอบงำและต้องการจะทำลายสำนัก ข่าวสร้างเป็นคลื่นขนาดใหญ่และทำให้หลายคนวางแผนต่อต้านสำนัก
สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นก็อย่างที่ทุกคนรู้กัน สำนักนั้นทำลายแผนการของเหล่าพันธมิตรและกวาดล้างกองกำลังของพวกเขา พวกเขานั้นเสียกระทั้งอาวุธจักรพรรดิสามชิ้น และเหล่าชายชราสิบเอ็ดคนก็ยังตายภายในสำนัก
เหล่าพันธมิตรนั้นเสียหายอย่างหนักหลังจากสงครามครั้งนี้ พวกเขานั้นสูญเสียอำนาจและกองทัพของพวกเขา
ต่อมาหลายคนสันนิษฐานว่า ข่าวลือที่ว่าปราณเทพนั้นโดยความชั่วร้ายครอบงำนั้นเป็นกับดักขนาดใหญ่ที่ล่องูออกมาจากถ้ำ ไม่นานผู้ที่มีเจตนาไม่ดีก็ปรากฏตัวออกมา
สิ่งทีเกิดขึ้นอย่างกระทันหันนี้ทำให้บางคนคิดเกี่ยวกับเหตุการณ์ในปีที่ผ่านมา มันอาจจะเป็นไปได้หรือไม่ที่ปราณเทพกำลังมีปัญหาจริงๆ ?
บางคนนั้นสงสัยอย่างมาก แต่ก็ยังไม่มีใครกล้าที่จะเคลื่อนไหว ชะตากรรมของเหล่าพันธมิตรนั้นยังเป็นสิ่งที่พวกเขาจดจำได้ดี !
ด้วยบทเรียนที่เจ็บปวด ไม่มีเชื้อสายอมตะคนใดกล้าจะลงมือกับสำนักในช่วงเวลาเหล่านี้
" ขอบคุณสวรรค์ ในที่สุดเจ้าก็กลับมา ทันเวลาพอดี หากเจ้ามาช้าอีกหลายวัน พวกเราคงไม่สามารถทนได้อีกและต้องให้ท่านบรรพบุรุษลงมือ " พระชราเผิงนั้นถอนหายใจด้วยความโล่งอกหลังจากเห็นหลี่ฉีเย่
หลี่ฉีเย่เงยหน้าขึ้นจากนั้นเขาก็เห็นดอกบัวอมตะที่เปล่งกลิ่นอายศักดิ์สิทธิ์และบริสุทธิ์เพื่อกดพลังปราณเทพ เห็นดอกบัวอมตะศักดิ์สิทธิ์นี้ทำให้จิตใจของผู้คนสงบลงได้ ต้นไม้กลายเป็นเขียวชะอุมมากขึ้นและราวกับฤดูใบไม้ผลิมาถึง
" มังกู่มารึ ? " เห็นมือที่ถือดอกบัวอยู่ หลี่ฉีเย่เอ่ยถามด้วยเสียงที่สั่นไหว
พระชราเผิงส่ายหัวและเอ่ย " ท่านบรรพบุรุษไม่ได้ออกมาจากลานนิรันดร์ ท่านบรรพชนคนอื่นนั้นตื่นขึ้นมาเพราะสถานการณ์ของปรารเทพและมอบอาวุธลับไว้ปราบปรามมัน พวกเรานั้นเกือบจะทนต่อไปไม่ได้เมื่อหลายวันก่อน แต่ท่านบรรพชนก็มาช่วยได้ทัน "
ในเวลานี้ เหล่าชายชราจากสำนักนั้นอยู่ในอาการเหน็ดเหนื่อย ไม่ต้องสงสัยเลยว่าการทำให้ปราณเทพสงบนั้นต้องใช้กำลังของพวกเขาจำนวนมาก
" ประสบความสำเร็จหรือไม่ ? " พระชราเผิงนั้นอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามหลี่ฉีเย่ เขานั้นไม่ต้องการจะได้ยินข่าวร้ายเพราะหากหลี่ฉีเย่ทำไม่สำเร็จ เช่นนั้นการรักษาปราณเทพก็จะกลายเป็นเรื่องสิ้นหวังอย่างสมบูรณ์
" พวกเราเข้าไปข้างในเถอะ " หลี่ฉีเย่ตอบจากนั้นพุ่งไปข้างใน
พระชราเผิงนั้นเต็มไปด้วยความปิติขณะตามหลังหลี่ฉีเย่มาและถอนหายใจด้วยความโล่งอก นี้อาจจะเป็นข่าวดีสำหรับสำนักในช่วงตลอดหลายปีที่ผ่านมา
เมื่อหลี่ฉีเย่เข้ายังดินแดนของปราณเทพ เขาก็พบว่าสถานที่แห่งนี้นั้นกลายเป็นแห้งแล้งมากขึ้น แผ่นดินทั้งหมดถูกเผาจนไหม้เกรีนมราวกับเป็นจุดสิ้นสุดของโลก
" หากพวกเราไม่สามารถทำมันได้ ข้าเกรงว่าหลายล้านปีที่สำนักอยู่มาจะกลายเป็นซากปรักหักพัง " พระชราเผิงกล่าวอย่างข่มขื่น
หลี่ฉีเย่กล่าวอย่างสงบ " กล่าวตามจริง สำนักของเจ้าเป็นคนสร้างปัญหานี้ขึ้นมาเอง เจ้าควรเลือกก่อนหน้านี้ ไม่ว่าจะปล่อยให้ปราณเทพตายหรือปล่อยมันไป ทว่าน่าเสียดายสำนักของเจ้ากลับใช้สมบัติทั้งหมดในการยืดอายุการใช้งานมัน "
" ปราณเทพนั้นฝังรากลึกไว้ในดินแดนบรรพบุรุษของเจ้า แต่วันหนึ่งพวกเจ้าก็จะไม่สามารถแบกมันได้ ! หากไม่สามารถรักษาการควบคุมมันได้ เช่นนั้นผลของมันก็คือการระเบิดครั้งใหญ่ พวกเจ้าทั้งหมดควรจะรู้ถึงผลลัพธ์ที่ตามมาในเวลานั้น ! "
พระชราเผิงนั้นทำได้เพียงยิ้มขณะฟังคำดุของหลี่ฉีเย่ สำนักนั้นเข้าใจเรื่องนี้เป็นอย่างดี ปราณเทพนั้นไม่ควรจะมีชีวิตอยู่มาจนถึงตอนนี้ เพราะว่าสำนักนั้นยืดอายุการใช้งานของมันมาตลอด นี้ทำให้ปราณเทพฝังตัวอยู่เส้นเลือดสวรรค์ของสำนัก
ปราณเทพนั้นอาจจะกล่าวได้ว่ามันเป็นปัญหาใหญ่หากได้ฝังโลกลงยังดินแดนบรรพบุรุษแล้ว แต่สำนักจะปล่อยให้ผู้พิทักษ์ของพวกเขาตายไปได้อย่างไร ? ด้วยผู้คุ้มกันตนนี้ นั้นหมายความว่าไม่มีใครกล้าแตะสำนัก กระทั้งจักรพรรดิอมตะก็ต้องพบกับความยุ่งยาก
" เริ่มต้นกันเถอะ " หลี๋ฉีเย่สูดลมหายใจลึกและเอ่ย
พระชราเผิงนั้นไม่กล้าประมาทและหยิบสมบัติของเขามาอย่างรวดเร็ว หลี่ฉีเย่นั้นหยิบสมบัติของเขาออกมาอย่างรวดเร็วก่อนจะหยิบใบอ่อนของโลกต้นไม้ออกมา
ช่วงเวลาที่เขานำมันออกมา กลิ่นอายไร้ที่สิ้นสุดปรากฏ ใบอ่อนนี้เต็มไปด้วยความอ่อนเยาว์และสดชื่น พวกเขารู้สึกราวกับลอยได้เมื่อสูดอากาศจากใบอ่อนนี้
" ใบอ่อนจากโลกต้นไม้ ! ตำนานนั้นกล่าวว่ามันมีเพียงแค่สามใบทุกครั้งที่โลกต้นไม้นั้นปรากฏ มันเป็นสมบัติทรงคุณค่าอย่างแท้จริง "
หลี่ฉีเย่วางมันลงบนชามอย่างระมัดระวัง จากนั้นเขาก็หยิบน้ำทิพย์หมื่นดาราออกมาจากขวดอย่างรวดเร็ว
ในอดีต หลี่ฉีเย่นั้นเปลี่ยนอำนาจอมตะการเป็นภาชนะที่เก็บน้ำทิพย์หมื่นดารา จากนั้นเขาก็ให้วิหารเทพสงครามจัดหาขวดที่สามารถเก็บน้ำนี้ได้
" น้ำทิพย์หมื่นดารา ! " พระชราเผิงนั้นกลายเป็นหอบหายใจอย่างหนักหลังจากเห็นมัน เพียงหนึ่งหยดของมันก็เทียบได้กับสมบัติจักรพรรดิ มันอาจจะเป็นของที่หายากที่สุดในโลก เขาอยากจะเห็นว่าหลี่ฉีเย่นั้นมีมันจำนวนมากเท่าไหร่ ทว่าน่าเสียดายหลี่ฉีเย่นั้นเก็บมันเข้าไปอย่างรวด...