349
ตอนที่ 349 การต่อสู้เพื่อแย่งชิงประตูไร้มลทิน
หลี่ฉีเย่สูดลมหายใจลึกขณะมองไปยังประตูไร้มลทินเบื้องหน้า เขาหยิบยันต์ขึ้นมาบนฝ่ามือ
นี้เป็นชิ้นส่วนของกระดาษสีเหลือง ใครบ้างในโลกนี้ที่จะรู้ว่าเศษกระดาษสีเหลืองนี้คืออำนาจอมตะที่หายากอย่างมาก หนึ่งในสามชิ้นที่หลงเหลืออยู่ ?
ในเวลานี้ เขาหยดหยดเลือดชีวิตลงไปในยันต์ก่อนที่จะเริ่มบทสวด " ข้าใช้วิญญาณในการสร้างสะพาน - ตัดการเชื่อมต่อได้แม้กับเทพและปีศาจ - ก่อกำเนิดพื้นฐานมากมาย..."
ยันต์ทันใดนั้นก็ดูดเลือดจนแห้ง ช่วงเวลาที่บทสวดดังขึ้นยันต์นั้นก็ปลดปล่อยเปลวเพลิงออกมา ปรากฏเป็นก่อนขี้เถ้า จากนั้นเสียงโซ่ก็ปรากฏ ดอกบัวศักดิ์สิทธิ์และสุดยอดอำนาจอมตะรวมตัวกันเป็นสะพานก่อนจะเจาะผ่านชั้นฟ้ามุ่งสู่ประตูไร้มลทิน
ในช่วงเวลานี้ ทุกอย่างเปล่งประกายด้วยอำนาจอมตะ ไม่ว่าจะเป็นระยะทางล้านไมล์หรือระยะเวลาล้านปี ทุกสิ่งกลายเป็นไร้ค่าต่อหน้าสะพานนี้ เมื่อมันเจาะผ่านชั้นฟ้า ประตูไร้มลทินก็ปรากฏอยู่หน้าสะพานที่พาหลี่ฉีเย่ขึ้นไป
ขณะที่หลี่ฉีเย่เดินอยู่บนสะพานเพื่อเข้าไปในประตูไร้มลทิน คนอีกคนก็ปรากฏ ด้วยความเร็วที่หน้าเหลือเชื่อ นางได้พุ่งตรงไปยังประตูไร้มลทินและทั้งสองก็ได้พบกัน !
" สาวน้อย ข้าต้องการสิ่งนี้ " หลี่ฉีเย่หันไปมองเหม่ยซูเหยาคนที่เหาะขึ้นมาพร้อมกับสุดยอดสมบัติเพื่อมาที่นี่
" คำกล่าวของน้องหลี่นั้นไร้เหตุผลเกินไป นี้เป็นสิ่งของที่ยังไม่มีเจ้าของ มันขึ้นอยู่กับว่าเป็นชะตากรรมของใครที่จะได้มันไป " เหม่ยซูเหยาตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
" ชะตากรรมของใครจะได้มันไป ? " หลี่ฉีเย่หรี่สายตาของเขาก่อนจะเอ่ย " นั้นขึ้นอยู่กับว่าของสิ่งนั้นเป็นอะไร ข้านั้นไม่แย่งชิงกับสิ่งของธรรมดา แต่สิ่งนี้...แม้แต่บรรพชนจักรรรพดิมาด้วยตัวเองหรือจอมราชันพิโรธสวรรค์มาด้วยตัวเอง พวกเขาก็ยังไม่สามารถแย่งมันจากข้าได้ ! หากพวกเขาตัดสินใจที่จะขัดขว้างข้า ข้าจะสังหารบรรพชนและเหยียบย่ำสวรรค์ ! "
ในเวลานี้กลิ่นอายของหลี่ฉีเย่นั้นตั้งตระหง่า กลิ่นอายของเขาเป็นราวกับสัตว์อสูรบรรพกาลที่ได้กลับมาเกิดใหม่
" สังหารบรรพชนและเหยียบย่ำสวรรค์ - เพียงคำกล่าวที่จองหอง ! กระทั้งจักรพรรดิอมตะก็ยังไม่กล้าที่จะกล่าวเช่นนี้ ! " ในพริบตานั้น จี๋คงอู่ตี๋ก็มาถึงพร้อมกับกลิ่นอายที่เปล่งประกายและเต็มไปด้วยความดุร้าย ทุกคนสามารถบอกได้ว่าเขานั้นกำลังแบกบางอย่างที่น่ากลัว
ทุกคนในประตูนั้นมองเห็นฉากนี้ ผู้ฝึกตนจำนวนนับไม่ทั่วนั้นต้องการบินขึ้นไปยังประตูด้านหน้า แต่ไม่ว่าพวกเขาจะพยามมากเท่าไหร่ พวกเขาก็ไม่สามารถเข้าไปยังมิตินั้นได้ ทว่าพวกเขาสามารถเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดได้
พวกเขากลายเป็นตกตะลึงอย่างมากเมื่อเห็นหลี่ฉีเย่ , เหม่ยซูเหยา และ จี๋คงอู่จี๋
จี๋คงอู่ตี๋ใช้สุดยอดสมบัติก่อนจะมาถึงสถานที่แห่งนี้ ด้วยกลิ่นอายของเทพจากสวรรค์ เขาแสดงออกราวกับว่าเป็นเพียงผู้เดียวที่ปกครองโลกนี้
หลี่ฉีเย่เหลือบมองเขาอย่างเย็นชาและเอ่ย " ยันต์จักรพรรดิโบราณ..เพียงแค่ของเด็กเล่น ไม่มีค่าให้ข้าต้องใส่ใจ "
การแสดงออกของจี๋คงอู่ตี๋นั้นจมลง ในฐานะผู้ศึกษาในหอยอดจักรพรรดิ เขาจี๋คงอู่ตี๋ได้รับยันต์จักรพรรดิโบราณ - สุดยอดสมบัติมา ยันต์โบราณนี้ล้วนเป็นสิ่งที่คนนับไม่ถ้วนปรถนา
" เช่นนั้นกระทั้งยันต์จักรพรรดิโบราณยังไร้ค่าในสายตาเจ้า มันดูเหมือนว่าสหายเต๋าคิดจริงๆว่าสามารถดูถูกคนได้ทั้งโลก " ดวงตาของจี๋คงอู่ตี๋เปล่งประกายอาฆาต
หลี่ฉีเย่นั้นขี้เกียจเกินไปที่จะพูดกับเขามาก เขาเพียงเอ่ย " หากข้าได้เขาไปยังหอยอดจักรพรรดิ เช่นนั้นข้าก็จะนำทุกอย่างออกมา ไม่ใช่เพียงของธรรมดาอย่างยันต์โบรารนี้ ! ตอนนี้ข้าอยากได้ของสิ่งนี้ อย่าได้ขวาง ไม่เช่นนั้นข้าจะฆ่าพวกเจ้าทั้งสองทิ้งซะ ! "
เขานั้นไม่ได้ให้ค่ากับจี๋คงอู่ตี๋ แต่เหม่ยซูเหยานั้นเป็นอีกเรื่อง ทว่าหากนางไม่รู้ว่ากำลังทำสิ่งใด เช่นนั้นเขาก็จะไม่รักษาน้ำใจที่มีต่อจักรพรรดิอมตะซิวสุย ใครก็ตามกล้าขว้างเส้นทางของเขามีเพียงถูกขยี้อย่างไร้เมตตา !
" หากเป็นเช่นนั้น แม่นางเหม่ย เช่นนั้นพวกเราต้องร่วมมือกันจัดการเขา ก่อนจะช่วยกันเพื่อให้ได้รับสิ่งของภายใน ! " จี๋คงอู่ตี๋บอกกับเหม่ยซูเหยา เขาต้องการรวมมือกับนางเพื่อฆ่าหลี่ฉีเย่ก่อนจะรับประตูไร้มลทินไป
" เจ้าต้องการจะฆ่าเขา ? คิดว่าเขานั้นอ่อนแอเช่นตัวเจ้ารึ ? " ในเวลานั้น เสียงที่ไพเราะก็ปรากฏ มีหญิงสาวลอยลงมาจากอากาศ มีคลื่นอากาศลอยอยู่ต่อเท้าของนางราวกับมังกรที่แท้จริง สตรีนางนั้นราวกับเป็นเทพธิดาแห่งท้องทะเล ปรมจารย์แห่งมหาสมุทร
" เทพธิดาเมืองพิทักษ์สวรรค์ ! " เห็นสตรีนางนี้ คนจำนวนมากภายในประตูตื่นตระหนก
เทพธิดาเมืองพิทักษ์สวรรค์ชิเซียะหนิงใช้สุดยอดสมบัติพานางมาที่นี่ เหม่ยซูเหยาอุทานด้วยความแปลกใจ " แม่นางชิก็มาด้วย ? "
แม้ว่าคนอื่นจะกล่าวว่านางนั้นเป็นเทพธิดาอีกทั้งเกิดมาพร้อมกับกระดูกอมคะ แต่นางเองก็ยังไม่กล้าประมาทชิเซียะหนิง
มีข่าวลือว่าชิเซียะหนิงนั้นเป็นทายาทที่ถูกเลือกโดยราชามังกรทมิฬด้วยตัวเอง ไม่มีใครในโลกกล้าที่จะดูถูกนาง !
เมื่อราชามังกรทมิฬยังคงมีชีวิตอยู่ แม้แต่จักรพรรดิอมตะก็ยังต้องรักษาะระยะหาง ! แม้ว่าจะเป็นความจริงที่ราชามังกรทมิฬนั้นหายตัวไป แจ่ในฐานะที่ถูกเลือกตัวราชามังกรทมิฬเอง ชิเซียะหนิงนั้นมีศักดิ์ศรีที่สูงอย่างมาก
จี๋คงอู่ตี๋กลายเป็นดุร้ายเมื่อเห็นชิเซียะหนิง สายตาของเขากลายเป็นเย็นชาพร้อมกับปลดปล่อยกลิ่นอายที่น่าสะพรึงกล่าวราวกับเทพมาประทับยังร่างของเขา !
หลังจากเป็นพยานของการรวมตัวสี่อัจฉริยะในโลกนี้ บางคนพึมพำ " หลี่ฉีเย่ผู้โหดเหี้ยม , เทพธิดาเหม่ยซูเหยา , ยอดอัจฉริยะจี๋คงอู่ตี๋ และเทพธิดาเมืองพิทักษ์สวรรค์ ชิเซียะหนิง...ทั้งหมดล้วนเป็นผู้ยืนบนจุดสูงสุดของอัจฉริยะในยุคนี้ สุดท้ายพวกเขาก็เผชิญหน้ากัน "
" จี๋คงอู่ตี๋และเทพธิดาเมืองพิทักษ์สวรรค์นั้นเป็นศัตรูกันโดยธรรมชาติ พวกเขาแน่นอนว่าต้องการจะสู้เป็นตาย " เจ้าชายคนหนึ่งอดไม่ได้ที่จะพึมพำ
ทุกคนในเก้าโลกรู้เกี่ยวกับเรื่องราวของราชามังกทมิฬและจักรพรรดิอมตะต้ากง หลังจากการต่อสู้ทั้งสองนั้นหายตัวไปพร้อมกับการฉีกขาดของเจตจำนงแห่งสวรรค์ และแน่นอนว่าทั้งสองนิกายล้วนสาบานว่าจะไม่อยู่ร่วมโลกเดียวกัน !
จี๋คงอู่ตี๋นั้นเป็นลูกหลานของหุบเขาขยี้เมฆาขณะที่ ชิเซียะหนิงนั้นเป็นลูกหลานของเมืองพิทักษ์สวรรค์ ในฐานะศัตรูพวกเขาสามารถฆ่ากันได้เพียงแค่การจ้องมอง จี๋คงอู่ตี๋และชิเซียะหนิง สุดท้ายพวกเขาก็ต้องต่อสู้กัน
ขณะที่หยิบหอกอันงดงามออกมานางควงหอกมังกรทมิฬ จากนั้นก็ชี้ไปยังจี๋คงอู่ตี๋และเหม่ยซูเหยาก่อนจะประกาศ " พวกเจ้าทั้งสองสามารถเข้ามาพร้อมกันได้เลย ! "
คำประกาศดังกล่าวทำให้ฝูงชนนับไม่ถ้วนตกตะลึง นี้คือเหม่ยซูเหยาและจี๋คงอู่ตี๋ แต่ ชิเซียะหนิงยังต้องการจะสู้กับพวกเขาทั้งสองในเวลาเดียวกัน ! นางนั้นเต็มไปด้วยกลิ่นอายที่หยิ่งทระนงและเพียงพอที่จะกวาดผ่านทั้งโลก !
" ข้าไม่ได้สนใจในการต่อสู้ " เหม่ยซูเหยากล่าวด้วยน้ำเสียงที่ิบริสุทธิ์ นางทันใดนั้นก็ทำเรื่องไม่น่าเชื่ออย่างการกลายเป็นลำแสงและหายไป นางมุ่งหน้าไปยังประตูไร้มลทิน
เทพธิดาเหมืองพิทักษ์สวรรค์นั้นต้องการจะลงมือทว่าหลี่ฉีเย่นั้นเร็วกว่า เขาขยับตัวเล้กน้อยก่อนใช้สะพานอมตะไล่ตามเหม่ยซูเหยา ก่อนจะทิ้งคำพูดว่า " ปล่อยนางให้ข้า "
จี๋คงอู่ตี๋ต้องการจะตามไปเช่นนั้นกัน ทว่าชิเซียะหนิงพุ่งลงมาจากฟ้าและปิดกั้นเส้นทางของเขาก่อนเอ่ย " วันนี้ เจ้าอย่าหวังว่าจะได้ไปไหน ! "
" เจ้าคิดว่าหุบเขาขยี้เมฆาของข้ากลัวเจ้าเช่นนั้นรึ ? " ยอดอัจฉริยะจี๋คงอู่ตี๋ปลดปล่อยอำนาจอมตะที่ปล่อมจะทะลายชั้นฟ้า
" หุบเขาขยี้เมฆาล้วนเป็นไม่มีอะไรให้กลัว ! " ชิเซียะหนิงนั้นจู่โจมด้วยหอกมังกรทมิฬที่มาพร้อมกับเสียงคำรามของมังกร ทุกคนนั้นเห็นภาพลวงตาราวกับราชามังกรทมิฬนั้นกลับมามีชีวิตอีกครั้ง การโจมตีเพียงครั้งเดียวของหอกนี้เพียงพอแล้วที่จะบดขยี้ดวงดาราและทำลายอำนาจเต๋า ใบหน้าของอัจฉริยะที่ชมล้วนกลายเป็นซีดขาวหลังจากเห็นอำนาจของมัน
ขณะเดียวกันหนึ่งคือยอดอัจฉริยะและอีกหนึ่งคือเทพธิดา หนึ่งนั้นคือลูกหลานรุ่นที่หกของจักรพรรดิอมตะและอีกหนึ่งคือผู้สืบทอดตัวตนที่เทียบเท่ากับจักรพรรดิอมตะ การโจมตีทั้งสองนั้นเกิดขึ้นในเวลาเดียวกันและปะทะกันด้วยทักษะ กระทั้งราชันเทพสวรรค์ก็ยังตกตะลึงต่อหน้าทักษะที่พวกเขาแสดงออกมา
อีกด้านหนึ่ง เหม่ยซูเหยานั้นพุ่งไปยังประตูไร้มลทินขณะที่มีหลี่ฉีเย่ติดตามอยู่ด้านหลัง ทั้งสองทันใดนั้นก็หายไปในประตู
เมื่อหลี่ฉีเย่ก้าวเข้าสู่ประตูไร้มลทินมันไม่ได้เคลื่อนย้ายเขาไปยังสถานที่อื่น กล่าวตามจริงหลังจากก้าวเข้ามาภายในพวกเขาก็พบกับฉากที่แปลกประหลาด
สถานที่แห่งนี้นั้นเป็นเหมือนห้องพักโดยไม่มีสิ่งของใดๆนอกจากประตูทางเข้า ทางเข้าของประตูไร้มลทินนั้นสร้างจากสุดยอดคัมภีร์ที่เป็นรูปแบบและถูกสร้างขึ้นมาจากยุดเริ่มต้นแห่งเวลา มันไม่มีแสงประกายหรือสีสันใดๆ ประตูไร้มลทินนั้นเต็มไปด้วยความเรียบง่าย มันย้อนกลับไปยังจุดเริ่มต้นของทุกสิ่ง
มีเพียงสิ่งเดียวที่อยู่ภายใน - อักษรโบราณขนาดเท่ากำปั้น มันเรียบง่ายและเป็นอักษรโบราณ ทว่าแม้จะมีความรู้จากยุคสมันมาจำนวนมากก็ยังไม่สามารถเข้าใจความหมายของมันได้ หัวและหางของอักษรโบราณนี้เชื่อมต่ออยู่ด้วยกัน ซ้ายและขวาเกี่ยวกัน ขณะที่บนและล่างสัมผัสกัน ภายในอักษรโบราณนั้นดูเหมือนจะไร้รอยต่อที่ปราศจากจุดเริ่มต้นและจุดจุบ
มันเห็นได้ชัดว่านี้ไม่ใช่อักโบราณที่สามารถถูกพบได้ในยุคปัจจุบัน นี้อาจจะเป็นสิ่งที่บรรพชนอมตะนั้นทิ้งไว้เบื้องหลัง มันเกิดมาจากสวรรค์และปฐพีก่อนจะรวมกันอย่างเป็นธรรมชาติ ตัวอักษรโบราณที่เรียบง่ายเหล่านี้เป็นตัวแทนของความลับแห่งสวรรค์และปฐพีและความรู้ของยุคเริ่มต้นแห่งเวลา
หลี่ฉีเย่นั้นถูกตรึงด้วยอักษรโบราณเหล่านี้ เขาเข้าใจได้ทันทีถึงความสำคัญของมันจากความเข้าใจของเขาที่มีต่อสวรรค์และปฐพี สิ่งนี้เป็นสมบัติล้ำค่าอย่างแท้จริง
ทว่าหลี่ฉีเย่ไม่ใช่เพียงคนเดียวที่ถูกตรึงด้วยอักษรโบราณเหล่านี้ เหม่ยซูเหยาคนที่มาถึงก่อนหน้าเขา นางเองก็ตกตะลึงและถูกตรึงด้วยอักษรโบราณด้านหน้าเช่นกัน !