347

ชื่อของระดับชะตาลี้ลับนั้นแบ่งออกเป็นสี่ระดับดังนี้ ชะตาลี้ลับรุ่นใหม่ ราชันชะตาลี้ลับ กบฏชะตาลี้ลับ ผู้ทำลายชะตาลี้ลับ

ระดับนี้นั้นสำคัญสำหรับเหล่าผู้ฝึกตนเป็นอย่างมาก สิ่งที่พวกเขาประสบความสำเร็จในระดับนี้จะส่งผลต่อชีวิตของพวกเขาที่เหลือทั้งชีวิตเพราะว่าพวกเขาจะต้องเผชิญกับหายนะพรสวรรค์ เมื่อมาถึงหนึ่งในสี่ระดับนี้หายนะพรสวรรค์จะลดอำนาจลง

ไม่มีใครหลีกเลี่ยงหายนะพรสวรรค์ได้หากพวกเขาต้องการทะลวงผ่านระดับนี้ มีบางคนที่ไม่สามารถมาถึงระดับชะตาลี้ลับได้ แต่หายนะพรสวรรค์ก้ยังมาเยือนแม้ว่าพวกเขาจะมาถึงระดับนี้เมื่อชราแล้ว

ในฐานะผู้ฝึกตนพวกเขาไม่สามารถหนีหายนะครั้งนี้ได้ คนที่ยังไม่ได้มาถึงระดับชะตาลี้ลับพวกเขาเพียงแค่เจอหายนะช้าออกไป หากว่าพวกเขานั้นตายไปก่อนอาจจะกล่าวได้ว่าเป็นคนโชคดีที่ไม่ต้องเจอหายนะพรสวรรค์ หากพวกเขานั้นผนึกตัวและมีชีวิตที่ยืนยาวบนโลก วันหนึ่งพวกเขาก็ต้องเผชิญหน้ากับหายนะพรสวรรค์

ยิ่งเป็นเหล่าอัจฉริยะที่มีประสิทธิภาพ พวกเขาก็ยิ่งเจอหายนะพรสวรรค์ที่ทรงอำนาจเมื่อพวกเขามาถึงจุดสูงสุด

ทว่าพวกเขาสามารถเปิดสีวงแหวนได้ มันจะง่ายกับพวกเขาอย่างมากในการเผชิญหายนะครั้งนี้

ระดับชะตาลี้ลับนั้นเป็นโอกาสที่สองของผู้ฝึกตนที่พวกเขาสามารถเปิดวงแหวนใหม่ได้ ระดับนี้นั้นต้องการการเปิดวงแหวนเพียงสามครั้ง และผู้ที่แข็งแกร่งอาจจะสามารถเปิดได้ถึงวงแหวนที่สี่

เปิดสามวงแหวนในระดับนี้นั้นไม่ยุ่งยาก แต่การเปิดวงแหวนที่สี่นั้นยากยิ่งกว่าปีนขึ้นสวรรค์ เหตุผลก็คือนอกจากการเปิดวงแหวนทั้งสามแล้ว การเปิดวงแหวนใดๆเพิ่มเติมเป็นสิ่งตรงข้ามกับกำหนดของสวรรค์ - ผู้ที่ขัดขืนต่อกฏของฟ้าดิน !

การเปิดวงแหวนที่สี่ , ห้า , และหกในระดับนี้...นอกจากจะต้องมีความสามารถที่ท้าทายสวรรค์แล้ว พวกเขาจะต้องมีสติปัญญาและจิตวิญญาณที่ทรงอำนาจ ปราศจากคุณสมบัติทั้งสอง ไม่ว่าพวกเขาจะมีความสามารถมากขนาดไหน พวกเขาก็ไม่สามารถเปิดวงแหวนที่สี่ได้ ไม่ต้องกล่าวถึงวงแหวนที่หก

ระดับชะตาลี้ลับสี่วงแหวนนั้นง่ายยังยิ่งที่จะผ่านหายนะพรสวรรค์ และพวกเขาสามารถสยบชะตาลี้ลับที่วงแหวนน้อยกว่าลงอย่างง่ายดาย

ยิ่งมีวงแหวนมากขึ้นเท่าไหร่ก้หมายความว่าวพวกเขายิ่งทรงพลังมากขึ้นเท่านั้น สี่วงแหวนนั้นเป็นรูปแบบพื้นฐาน แปดวงแหวนนั้นเป็นรูปแบบอาณาจักร !

หกวงแหวนเป็นจุดสูงสุดของระดับชะตาลี้ลับ  - ยอดขุนนาง เพียงว่า ' ยอด ' ก็เพียงพอแล้วที่จะแสดงถึงอำนาจของคนที่มาถึงระดับนี้ สำหรับยอดขุนนางเผชิญกับหายนะพรสวรรค์นั้นง่ายดายอย่างยิ่ง

ในเวลานี้หลี่ฉีเย่นั้นมีหกวงแหวน บางสิ่งที่เรียกว่าได้เป็นปาฏิหาริย์สำหรับคนอื่น ทว่าหลี่ฉีเย่นั้นมั่นใจในตัวเอง รวมถึงสติปัญญาและจิตวิญญาณของเขา

เขานั้นรู้อยุ่เสมอว่าเขาเสมอเปิดหกวงแหวนได้เมื่อเขามาถึงระดับชะตาลี้ลับ มันเป็นเรื่องของเวลาเท่านั้น !

ทว่ามันมีการเปลี่ยนแปลงที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นเมื่อเขานั้นเปิดได้วงแหวน กระทั้งหลี่ฉีเย่ก็ยังอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจด้วยอารมณ์ นี้เป็นปาฏิหาริย์อย่างแท้จริง

น้ำแรกกำเนิดโลกนั้นเปลี่ยนทุกสิ่ง หลังจากกลั่นมันอย่างสมบูรณ์ หลี่ฉีเย่นั้นใช้มันปรับแต่งร่างกายและแทนที่พรสวรรค์มนุษย์และกายามนุษย์

ในตอนนี้ ในสายตาของหลี่ฉีเย่ พรสวรรค์เซียน กายาเซียน วงแหวนเซียนล้วนนับว่าไร้ค่า พวกมันทั้งหมดนั้นล้วนไม่เพียงพอ อำนาจแห่งความวุ่นวายนี้เป็นต้นกำเนิดของพวกมันดังนั้นมันจึงทรงคุณค่ามากที่สุด !

หลี่ฉีเย่นั้นดูดซับอำนาจแห่งความวุ่นวายในอากาศขณะที่เขาหายใจเข้าออก เขานั้นพึงพอใจอย่างมากและอดไม่ได้ที่จะเอ่ย " น้ำแรกกำเนิดโลกนี้น่าตื่นเต้นอย่างแท้จริง น่าเสียดายที่ข้าไม่สามารถหามันให้กับทมิฬน้อยได้ในอดีต ไม่เช่นนั้นร่างกายของเขาไม่เพียงจะมีแค่สองกายา " หลี่ฉีเย่รู้สึกเสียใจอยู่ลึกๆหลังจากเอ่ยคำพูดนี้ออกมา

ปีนั้น เขาพยามหาของเหลวนี้ให้กับราชามังกรทมิฬเพื่อให้เขาประโยชน์มากที่สุด หากราชามังกรทมิฬได้รับของเหลวนี้ตั้งแต่ยังเยาว์ เช่นนั้นทุกอย่างก็จะต่างออกไป จักรพรรดิอมตะล้วนไม่นับเป็นตัวอันใด !

หลี่ฉีเย่สงบตัวเองและแช่อยู่ในนั้นเป็นเวลานาน แม้ว่าของเหลวนี้จะถูกเขาดูดซับอย่างสมบูรณ์ สถานที่แห่งนี้ก็ยังเป็นสมบัติและเหมาะสมกับการบ่มเพาะอย่างมาก

หนึ่งปีผ่านไปในพริบตา เหล่าผู้ที่ได้รับสมบัติและพบโชคที่ดีนั้นออกมาอย่างรวดเร็ว

แม้กระทั้งคนที่ปีนอยู่บนโลกต้นไม้และพวกเขาได้รับโชคบางอย่างพวกเขาก็ออกมา

บรรดาเหล่าคนที่ปีนโลกต้นไม้นั้นล้วนออกมาอย่างรวดเร็ว เพื่อป้องกันไม่ให้นิกายอื่นๆทราบว่าพวกเขานั้นได้รับสมบัติอะไร

และก็ยังมีคนบางกลุ่มที่ไม่ต้องการเร่งรีบที่จะออก พวกเขามีความสุขให้การแสดงว่าพวกเขาได้รับสิ่งใดมา แน่นอนว่าส่วนใหญ่ของคนเหล่านี้ได้รับการสร้างใหม่แทนที่สมบัติ

แม้ว่าเหล่าผู้ที่ได้รับการสร้างใหม่เหล่านี้จะสร้างความโลภให้กับผู้คน แต่ก็ไม่มีใครกล้าโจมตีเพื่อแย่งสิ่งเหล่านั้นมา

ตัวอย่างเช่นลูกหลานของนิกายทรงอำนาจจากดินแดนรกร้างทางตะวันออกเขาได้รับการสร้างใหม่ทำให้ดวงตาของเขาเปลี่ยนเนตรหยินหยาง เขารีบแสดงมันอย่างรวดเร็วหลังจากออกมาจากโลกต้นไม้

" เนตรหยินหยาง - มันสามารถทำให้เห็นสิ่งเล็กๆทุกอย่างในโลกได้ ! " หลายคนกลายเป็นตกตะลึงหลังจากเห็นเนตรของลูกหลานคนนี้ การสร้างใหม่ดังกล่าวนั้นทรงพลังมากกว่าเนตรหยินหยางตามธรรมชาติ

มีเหล่าคนขี้อิจฉาจำนวนมากแต่พวกเขาก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากจ้องมอง

การสร้างใหม่เหล่านี้เป็นของส่วนตัวสำหรับผู้ที่ได้รับ มันไม่มีความหมายหากพวกเขาควักลูกตาของเจ้าของออกมา เหล่าบรรดาผู้ได้รับการสร้างใหม่ล้วนไม่เร่งรีบที่จะออกไป

คนที่ออกไปอย่างรวดเร็ว เป็นคนที่สมบัติของพวกเขาจะถูกปล้นเร็วที่สุด

แน่นอนว่ามันยังมีกลุ่มคนที่ไม่ได้ทั้งสมบัติและการสร้างใหม่แต่ถูกแตะออกจากโลกต้นไม้ ! คนเหล่านั้นไม่มีทางเลือกนอกจากยอมแพ้ พวกเขานั้นถูกขังอยู่ในประตู และหวังว่าพวกเขาจะขุดพบสมบัติได้สักชิ้น

ทว่าน่าเสียดาย ประตูนั้นเต็มไปด้วยคนจำนวนมาก สถานที่ที่ดีล้วนถูกผู้คนขุดไปจนหมดสิ้น

เรื่องนี้ทำให้เหล่าคนที่ไม่ได้รับอะไรเลยจากโลกต้นไม้รู้สึกอยุติธรรม หากพวกเขารู้ว่าจะเป็นเช่นนี้ พวกเขาจะไม่ยอมเสียเวลาจำนวนมากในการปีนโลกต้นไม้ !

ในปีที่ผ่านมาเหล่าคนที่ได้รับสมบัติล้วนออกไป แต่ก็ยังมีอีกหลายคนที่พึงจะมาเข้าร่วม คนที่ไม่ได้ขุดตั้งแต่เริ่ม พวกเขาก็ยังขุดสมบัติต่อไปอย่างไม่ยอมแพ้

ในช่วงเวลาสั้นๆ ไม่คำนึงว่าจะเป็นภายนอกหรือภายในประตู ข่าวลือจำนวนมากได้ถูกส่งไปมาว่าใครได้รับสมบัติและใครสูญเสียโอกาส...ทว่าข่าวลือเกี่ยวกับจี๋คงอู่ตี๋นั้นน่าตกตะลึงมากที่สุด

ไม่มีใครรู้ว่าใครเป็นคนเริ่มปล่อยข่ามลือว่าจี๋คงอู่ตี๋นั้นกำลังเดินตามรอยเท้าของจักรพรรดิอมตะฮ่าวไห่ แต่ข่าวนี้ล้วนทำให้เหล่าผู้เยาว์และผู้เชียวชาญทั้งภายในและนอกต่างตกตะลึง !

" หรือจี์คงอู่ตี๋อาจจะได้พบกับโชคที่จักรพรรดิอมตะฮ่าวไห่นั้นทิ้งไว้ให้ ? " กระทั้งเหล่าผู้เชียวชาญจากรุ่นก่อนก็ยังอิจฉา

ในปัจจุบัน ตัวเขาเองก็น่ากลัวอย่างมาก บางคนกล่าวว่าเขานั้นเกือบจะยืนอยู่บนจุดสูงสุดของตัวตนอมตะในรุ่นเยาว์ หากเขาได้รับบางสิ่งอย่างที่จักรพรรดิอมตะฮ่าวไห่เคยได้รับ เช่นนั้นเขาก็ท้าทายสวรรค์มากเกินไป

" อย่าบอกข้านะว่าจี๋คงอู่ตี๋จะกลายเป็นจักรพรรดิอมตะของรุ่นนี้และเปลี่ยนหุบเขาขยี้เมฆาให้กลายเป็นจักรพรรดิพันประตูรุ่นที่สอง ! " หลังจากเศษข่าวนี้ถูกปล่อยออกมาด้านนอก เหล่าผู้เชียวชาญจากนิกายใหญ่จำนวนมากล้วนอิจฉา

" เฮ้อ ลูกชายข้าก็เคยพบโชคตามรอยเท้าของจักรพรรดิอมตะฮ่าวไห่ แต่เขาก็หายไปในที่สุด " ผู้นำนิกายจากหุบเขาโลหิตทางตอนใต้พึมพำด้วยอารมณ์

ผู้คนนั้นเคยได้ยินว่ามีอัจฉริยะที่มีต้นกำเนิดท้าทายสวรรค์พบกับร่องรอยที่จักรพรดริอมตะฮ่าวไห่ทิ้งไว้ให้ แต่สุดท้ายเขาก้ไม่สามารถเดินตามเหมือนกับจี่คงอู่ตี๋ได้ !

" ข้าสงสัยว่าเหม่ยซูเหยาคนที่เข้าไปพร้อมกับเขาจะเป็นอย่างไร " คนหนึ่งอดไม่ได้ที่จะนำเหม่ยซูเหยาขึ้นมาเทียบกับจี๋คงอู่ตี๋

ในอีกด้านหนึ่งมีชายที่รู้ข้อมูลบางอย่างเอ่ย " เขาได้ยินมาว่าเทพธิดาเหม่ยขึ้นไปถึงจุดสูงสุดของโลกต้นไม้ "

" จุดสูงสุดของโลกต้นไม้ ? " ได้ยินข่าวนี้ ราชันเทพสวรรค์แค่นเสียงเย็นชาและเอ่ย " นั้นยากยิ่ง ข้าได้ยินมาว่าโลกต้นไม้มีแรงปราบปรามที่มหาศาลมาก กระทั้งบรรพชนเที่ยงธรรมก็ยังไม่เคยขึ้นไปถึงยอด ! "

ทว่าผู้เชียวชาญบางคนที่มีความรู้เกี่ยวกับนิกายแม่น้ำนิรันดร์เอ่ย " ข้าเกรงว่านางจะทำได้จริงๆ นิกายแม่น้ำนิรันดร์นั้นทรงพลังเป็นอย่างมาก พวกเขานั้นมีสมบัติจักรพรรดิอมตะระดับแท้จริง และพวกเขาอาจจะมอบมันให้นางเพื่อให้นางขึ้นไปยังจุดสูงสุด ! "