345
" เข้าไปกันเถอะ โอกาสที่ดีนั้นอยู่ที่นี่ แต่มันขึ้นอยู่กับพวกเจ้าแล้วว่าจะได้สมบัติที่ดีแค่ไหน ข้าช่วยพวกเจ้าได้ไม่มาก " หลี่ฉีเย่ยิ้มก่อนจะเอ่ย ขณะที่อีกสามคนที่เหลือกำลังงุนงง
เขานั้นนำทั้งสามคนเข้ามายังวิหารขณะที่หญิงสาวทั้งสามตามหลังของเขามา สำหรับพวกนางนี้อาจจะเป็นโอกาสที่ดีที่สุดในตลอดช่วงชีวิต
ไม่มีใครในโลกรู้เกี่ยวกับการดำรงอยู่ของวิหารแห่งนี้ แต่พวกนางก็ยังมาถึง ! นี้เป็นวิหารที่ลึกลับมากที่สุด !
เมื่พวกเขาเข้ามาภายใน พวกเขาก็พบว่าวิหารที่สร้างมาจากทองคำแดงนี้ว่างเปล่าโดยสมบูรณ์ เมื่อเขามาภายในก็ให้ความรู้สึกราวกับว่าไม่มีใครเหยียบเข้ามาในนี้มานานกว่าสิบล้านปีแล้ว
นอกจากนี้พวกเขายังพบว่าหลังคาของวิหารนั้นเปิดออกเหมือนเป็นลาน เมื่อพวกเขามองขึ้นก็ปราปกฏแต่เพียงความว่างที่กว้างใหญ่
ภายในวิหารนั้นส่องแสงสีทองแดงประกายสดใส มันราวกับว่าประกายทองคำแดงเหล่านี้มีตัวตนอยู่ด้วยตัวมันเอง ประกายเช่นนี้ปรากฏอยู่ทั่วส่วนที่เหลือของวิหาร
นอกจากนกกระเรียนประกายสีทองแดงแล้วไม่พบว่ามีอะไรอยู่ด้านใน หญิงสาวทั้งสามนางนั้นตกตะลึงเพราะไม่คาดว่าจะพบเพียงนกกระเรียนประกายสีทองในวิหารแห่งนี้
" สมบัติอยู่ที่ใดเล่า ? " เฉินเป่าเจียวอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามหลังจากมองไปรอบๆ " อย่าบอกข้านะว่ามีเพียงนกกระเรียนประกายสีทองแดงนี้ ? ข้าคิดว่ามันจะมีสมบัติอมตะนับไม่ถ้วนและอาวุธศักดิ์สิทธิ์ที่กองเป็นภูเขา เพียงแค่นกกระเรียนประกายสีทองแดงไม่เพียงที่จะแบ่งให้กับพวกเราทั้งสี่คน อ่า ! "
" สมบัติอมตะและอาวุธศักดิ์สิทธิ์ - สิ่งเหล่านั้นเป็นเพียงของธรรมดา " หลี่ฉีเย่อมยิ้มและเอ่ย " สำหรับวพวกเราสมบัติอมตะและอาวุธศักดิ์สิทธิ์เป็นเพียงของภายนอกเท่านั้น พวกเรามาที่นี่เพื่อรับโอกาสในการยกระดับตัวเอง โอกาสที่ยิ่งใหญ่ พวกเราไม่ได้มาที่นี่เพื่อสมบัติอมตะและอาวุธศักดิ์สิทธิ์ สำหรับของพวกนั้น ในโลกนี้ยังมีสถานที่ที่เก็บของพวกนั้นไว้มากมายและรอให้เราไปปล้น ! "
" พวกเราจะรับโอกาสในการยกระดับตัวเองได้อย่างไร ? " ซือเสี่ยวเตี๋ยถามด้วยความอยากรู้
หลี่ฉีเย่จ้องยังนกกระเรียนประกายสีทองแดงก่อนเอ่ย " สัมผัสที่นกกระเรียน จำไว้ว่าแต่ละคนนั้นมีโอกาสแค่หนึ่งครั้ง ดังนั้นพวกเจ้าต้องระวังให้มาก ไม่ว่าพวกเจ้าจะพบกับอะไร พวกเจ้าต้องสงบนิ่งไว้ บางทีมันอาจจะเป็นการสร้างกรรมใหม่ด้วยระบุจากความฉลาด อย่าได้ปล่อบให้ไข่มุกตกลงไปในกองหญ้า ! "
" สัมผัสที่นกกระเรียน ? " หลี่ซ่วงเหยียน เฉินเป่าเจียวและซือเสี่ยวเตี๋ยตกตะตึลงไปชั่วขณะ พวกนางไม่คาดว่าโอกาสที่ยิ่งใหญ่จะได้มาเพราะการสัมผัสที่นกกระเรียน
" เช่นนั้นข้าขอลอง ! " เฉินเป่าเจียวเอ่ยด้วยความตื่นเต้นก่อนจะไปยืนเบื้องหน้าและสัมผัสที่นกกระเรียน ทว่ามันไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น นางอดไม่ได้ที่จะพึมพำ " ทำไมเจ้าไม่ให้โอกาส..."
" วูบบบบบบ ! "
ก่อนที่นางจะเอ่ยจบประโยค นางนั้นก็กลายเป็นลูกศรแสงและพุ่งหายไปทามกลางความว่างเปล่าที่ยิ่งใหญ่
" ไปเร็ว นี้เป็นสมบัติเพียงหนึ่งเดียวที่จะให้โอกาสพวกเจ้ายกระดับตัวเอง อย่าได้ช้า " หลี่ฉีเย่เอ่ยเตือนอีกสองคน
ซือเสี่ยวเตี๋ยสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนจะรวมความกล้าและสัมผัสที่นกกระเรียน นางทันใดนั้นก็กลายเป็นลูกศรแสงและหายไปในความว่างเปล่าเช่นเดียวกับเฉินเป่าเจียว
เมื่อจากหายไปก็ตามมาด้วยหลี่ซ่วงเหยียน จกานั้นก็กลายเป็นลูกศรแสงและหายไปในพริบตา
คนสุดท้ายที่เข้าไปคือหลี่ฉีเย่เขานั้นสัมผัสที่นกกระเรียนและพุ่งสู่ท้องฟ้าแห่งความว่างฟ้าของวิหาร นกกระเรียนนั้นพาเขามายังจุดหมายปลายทางที่ไม่รู้จักก่อนจะสัมผัสกับพื้น ที่นี่เขาพบว่าตัวอย่างอยู่ข้างๆบ่อปลา บอปลานี้ไม่ใหญ่มาก แต่มันเต็มไปด้วยของเหลวบางอย่าง
ของเหลวนี้มีสีทองคำ หากมองผ่านเพียงพริบตามันอาจจะดูเหมือนทองคำเหลว ทว่าหลังจากมองอย่างระมัดระวัง มันไม่ได้เป็นเช่นนั้น คนธรรมดาไม่มีทางมองผ่านความลึกลับของของเหลวชนิดนี้ได้ แม้ว่ามันจะดูเหมือนทองคำแต่ผ่านในั้นบรรจุไปด้วยความวุ่นวายไร้ที่สิ้นสุดราวกับจุดเริ่มต้นของโลก
" น้ำแรกกำเนิดโลก ! " เห็นของเหลวในบ่อน้ำหลี่ฉีเย่อุทานอย่างตกตะลึง " โชคที่ยิ่งใหญ่ ! โชคลาภที่สามารถย้อนกลับได้ทุกสิ่ง นี้คือ ' การพยามไม่ต้องหาจุดหมายปลายทางอย่างแท้จริง แม้ว่าจะใช้ความพยามอย่างมากก็ไม่สามารถหาที่นี่ได้ ' ปีนั้นหากหากทมิฬน้อยมีน้ำแรกกำเนิดโลกนี้ เช่นนั้นทุกอย่างอาจจะแตกต่างออกไป "
หลี่ฉีเย่สูดลมหายใจลึกและค่อยๆก้าวไปในบ่อ เขานั้นกลายเป็นถูกห่อหุ้มด้วยของเหลวสีทองคำราวกับเปลืองไข่ที่ปกป้องไข่แดงรูขุมขนของเขาเปิดออกอย่างบ้าคลั่งเพื่อดุดซับของเหลวนี้
* * * * * * *
การปราของโลกต้นไม้นั้นทำให้คนจำนวนมากกลายเป็นบ้าคลั่ง เหล่านิกายทรงอำนาจจำนวนมากปราถนาที่จะพุ่งเข้าไปยังประตูและปีนโลกต้นไม้เพื่อที่จะได้รับโชคที่ยิ่งใหญ่ !
ทว่าน่าเสียดายเพราะกฏที่ทางสำนักตั้งขึ้น เหล่าผู้เชี่ยวชาญรุ่นก่อนนั้นไม่อนุญาติให้เข้าไปภายในประตู สำหรับลูกหลานบางคนพวกเขากลับไปถามถึงอาวุธบรรพชนจากนิกาย นิกายทรงอำนาจเหล่านั้นข้ามการอธิบายเรื่องต่างๆและอนุญาติให้ลูกหลานของพวกเขาน้ำอาวุธบรรพชนไปยังประตูทันที
สำหรับนิกายใหญ่จำนวนมาก อาวุธบรรพชนนั้นเปรียบเสมือนสมบัติคุ้มกันนิกายและยอดสมบัติ ทว่ามันยังยอบรับได้หากมอบอาวุธเหล่านี้ให้กับลูกหลานและทำให้พวกเขาพบโชคที่ดีในโลกต้นไม้
พวกเขาทั้งหมดล้วนเข้าใจความหมายของโชคที่ยิ่งใหญ่ในโลกต้นไม้ ในอดีตจักรพรรดิอมตะฮ่าวไห่นั้นได้รับโชคที่ยิ่งใหญ่อย่างมากและนี้ล้วนเป็นความฝันและความทะเยอยานของเหล่าผู้ฝึกตนจำนวนมาก
สำหรับปาฏิหาริย์ที่สร้างจักรพรรดิพันประตู..ไม่จำเป็นต้องกล่าวถึง นี้เป็นปาฏิหาริย์ที่กวาดผ่านยุคและทำให้ทั้งโลกแทบบ้าคลั่ง !
ดังนั้นในทันที พวกเขายินดีที่จะมอบอาวุธบรรพชนให้กับลูกหลานและหวังว่าพวกเขาจะได้รับโชคที่ยิ่งใหญ่จากโลกต้นไม้
หลังจากหลี่ฉีเย่ , จี๋คงอู่ตี๋ , และเหม่ยซูเหยาเข้าไปยังดินแดนของโลกต้นไม้ เล่ออี้ก็เป็นคนต่อไป !
เขานั้นได้รับการสนับสนุนอย่างสมบูรณ์จากสำนักในฐานะศิษย์ลำดับหนึ่ง ด้วยอำนาจของสำนักมันไม่อยากที่จะหาสมบัติพาเขาเข้าไป
มีข่าวลือว่าลูกหลานของนิกายใหญ่จำนวนมากตามหลังเขาเข้าไปไม่นาน ตัวอย่างเช่นยอดเซียนจากนิกายพันหุบเขา , หุบเขามังกรหลับ , หุบเขากวาดสวรรค์ และนิกายอื่น
หลังจากลือนี้แพร่กระจายไปทั่วโลก เหล่าลูกหลานของเชื้อสายจักรพรรดิอมตะทั่วโลกจักรพรรดิมนุษย์ก็นำสมบัติจักรพรรดิอมตะที่แท้จริงมายังสำนัก พวกเขานั้นไม่เพียงต้องปีนโลกต้นไม้แต่ยังต้องไปให้ถึงจุดสูงสุด !
ทว่าการเข้าไปได้ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะปีนถึงจุดสูงสุดได้ และการปีนถึงจุดสูงสุดไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะได้รับโชคที่ยิ่งใหญ่
แน่นอนว่าศิษย์บางคนที่มาพร้อมกับอาวุธบรรพชนนั้นสามารถเปิดประตูมิติได้ แต่อาวุธของพวกเขานั้นไม่ได้ช่วยในการปีนโลกต้นไม้ พวกเขาทำได้เพียงปีนด้วยความแข็งแกร่งของตัวเอง ทว่าน่าเสียดายคนจำนวนมากขึ้นไปไม่ไกลก่อนจะถูกแรงกดดันพลักให้ตกลงมา
แน่นอนว่าศิษย์เหล่านั้นล้วนไม่ได้ท้อแท้ มันยากกว่าที่พวกเขาจะเข้ามาได้ จะให้พวกเขายอมแพ้ได้อย่างไร ? พวกเขาพยามปีนต่อแม้จะล้มเหลว สุดท้ายพวกเขาก็ไปถึงกิ่งที่ใกล้กับพื้นมากที่สุดได้
บรรดาคนที่ต้องการปีนนั้นไร้สมอง บางของในพวกเขาตัดสินใจตัดโลกต้นไม้ พวกเขาคิดว่าหากไม่สามารถปีกขึ้นสูงได้ เช่นนั้นพวกเขาก็สามารถตัดบางส่วนและนำมันกลับไป - นี้แน่นอนว่าเป็นความคิดที่ดี ! ทว่าความเหนียวของโลกต้นไม้นั้นสูงเกินกว่าจินตนาการของพวกเขา
แม้ว่าพวกเขาจะมีอาวุธบรรพชน และแม้แต่จะใช้ความแข็งแกร่งทั้งหมดของมัน พวกเขาก็ยังไม่สามารถตัดได้แม้แต่เปลือกไม้ หนึ่งหรือสองคนที่มีประสิทธิภาพหน่อย พวกเขาสามารถเจาะทะลุเปลือกไม้ได้แต่ว่าต้องใช้พลังงานในสายเลือดทั้งหมดที่มี
มันรับรู้ได้โดยไม่ต้องพูดว่าโชคที่ยิ่งใหญ่ของโลกต้นไม้นั้นไม่ได้รับมาโดยง่าย แม้ว่าจะสำเร็จในการปีนมันนั้นก็ไม่ได้หมายความว่าจะได้รับโชคที่ดี
คนโชคร้ายคนแรกนั้นคือศิษย์จากนิกายใหญ่ เขานั้นพบกับกิ่งแรกและเข้าไปภายในโลกนั้น แต่เขานั้นถูกแตะออกมาโดยไม่ได้รับประโยชน์ใดๆ หลังจากเขาถูกส่งออกไป เขาก็ไม่สามารถเข้าไปได้อีก...
หลังจากที่ได้เรียนรู้บทเรียนเหล่านั้น ผู้เชียวชาญจำนวนมากตระหนักได้ว่ายิ่งสูงมากเท่าไหร่ก็จะยิ่งพบโชคที่ดีมากเท่านั้น ดังนั้นพวกเขาจึงเสี่ยงชีวิตในการปีนให้สูงขึ้น !
" มีใครสามารถขึ้นไปถึงยอดของโลกต้นไม้ได้หรือไม่ ? " ขณะที่คนจำนวนมากกำลังปีนอยู่ ยังมีคนอื่นมากมายที่กำลังตื่นเต้นขณะที่รอคอย
เนื่องจากนิกายใหญ่จำนวนมากส่งลูกหลานของพวกเขามาอย่างรวดเร็วโดยไม่สนใจว่าจะเสียผลึกไปจำนวนเท่าไหร่ ผู้ชมจึงกับคุยเรื่องที่น่าสนใจ
" ข้าเกรงว่าจะยาก " บางคนเอ่ย " มีข่าวลือว่ากระทั้งจักรพรรดิอมตะฮ่าวไห่ก็ยังปีนขึ้นไปไม่ถึงยอดของโลกต้นไม้ "
" แม้แต่จักรพรรดิอมตะฮ่าวไห่นั้นยังไม่สามารถขึ้นไปได้ถึงยอด เขาก็ยังได้รับโอกาสที่ยิ่งใหญ่ โบราณนั้นมีข่าวลือว่าแม้จะไม่ขึ้นไปถึงยอดก็ยังมีโอกาสได้รับโชคที่ยิ่งใหญ่ " ผู้อาวุโสคนหนึ่งกล่าว
" กลุ่มแรกที่เข้าไปนั้นมีจี๋คงอู่ตี๋ , เหม่ยซูเหยาและหลี่ฉีเย่ บางทีพวกเขาจะต้องได้รับโชคที่ยิ่งใหญ่เป็นแน่ " บางคนเอ่ยด้วยความชื่นชม " ข้าได้ยินมาว่าหลี่ฉีเย่นั้นกระทั้งพาคนจำนวนมกาขึ้นไป สารเลวนี้ท้าทายสวรรค์อย่างแท้จริง จี๋คงอู่ตี๋และเหม่ยซูเหยานั้นขึ้นไปเพียงพวกเขาเอง แต่หลี่ฉีเย่นำคนของเขาขึ้นไปด้วย ชายคนนี้ปีศาจที่มีอำนาจเหนือกว่าสวรรค์ ! "
เวลาผ่านไป คนจำนวนมากก็ยังจะยิ่งอยากเข้าไปยังประตูและขึ้นไปปีนโลกต้นไม้ ลูกหลานจำนวนมากจากนิกายที่ยิ่งใหญ่นั้นย่อมแพ้ที่จะเก็บเกี่ยวภายในประตูและมุ่งมั่งในการปีนโลกต้นไม้...