344
ตอนที่ 344 เหนือจุดสูงสุด
หลี่ฉีเย่กล่าวกับสาวๆด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง " รอสักครู่ จากนั้นพวกเราจะกระโดดจากที่นี่ จำไว้ว่าเมื่อข้ากล่าวว่า ' กระโดด ' พวกเจ้าจะต้องกระโดดให้สุดแรง ยิ่งสูงเท่าไหร่ยิ่งดี ! พวกเราจะทำอย่างนี้สามครั้งเข้าใจหรือไม่ ? "
หลี่ฉีเย่นั้นกล่าวด้วยความองอาจซึ่งทั้งสามนั้นไม่เคยได้เห็นมันมาก่อน นี้ทำให้พวกนางแปลกใจ สุดท้ายพวกเขาก็กำลังยืนอยู่ยอดเหนือสุดของโลกต้นไม้ - นี้เป็นเพียงโอกาสครั้งเดียวในชีวิต ! แต่ตอนนี้พวกนางต้องการถามว่าจะกระโดดทำไม..
" ทำไมพวกเราถึงต้องกระโดดด้วย ? " เฉินเป่าเจียวอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามด้วยความอยากรู้
" กระโดด ! " ทว่าหลี่ฉีเย่นั้นไม่ตอบคำถามและเขากระโดดลงไปทันที สาวไม่กล้าช้ารีบกระโดดตามออกไป ภายในพริบตาทิวทัศน์ด้านข้างก็ห้อมล้อมด้วยความมืด
" วู้ววว " เสียงลมนั้นเข้ามาปะทะเข้ากับหูของพวกเขาอย่างรวดเร็ว ขณะที่พวกเขากำลังตกลงด้วยความเร็วที่น่าเหลือเชื่อ
" กรี๊ดดด ! " ทั้งสามสาวอดไม่ได้ที่จะกรีดร้อง แม้ว่าผู้ฝึกตนนั้นจะไม่กลัวความสูง แต่พวกเขานั้นกระโดดมาจากจุดสูงสุดของโลกต้นไม้ นี้เป็นความสูงที่เทียบเท้ากับชั้นฟ้าและอาจจะมากเก้าสวรรค์ เช่นนั้นจะไม่ให้พวกนางกรีดร้องด้วยความกลัวได้อย่างไร ?
แม้ว่าพวกเขาจะตกลงมาด้วยความเร็วที่น่าเหลือเชื่อ แต่ก็มีเพียงความมืดที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้า ไม่มีต้นไม้ขนาดใหญ่ กิ่ง หรือใบของมัน มีเพียงความมืดอันบริสุทธิ์ที่ปรากฏ
พวกเขานั้นตกลงมาราวกับมันไร้จุดสิ้นสุด หัวใจของเหล่าสางามเริ่มเต้นด้วยความกังวล
ในทางทฤษฎีด้วยระดับการบ่มเพะของพวกนาง พวกนางไม่ต้องกลัวว่าจะตกลงไปตายจากความสูง
ทว่าโลกต้นไม้นั้นมีความสูงที่ยากจะจินตนาการ ไม่มีใครรู้ได้อย่างแน่นอนว่าพวกนางจะรอดหรือไม่หากตกจากยอดของโลกต้นไม้
ความคิดของพวกนางนั้นกระเจิงหลังจากตกลงสู่ปลายทางไร้ที่สิ้นสุด หลังจากเสียงกรีดร้องในครั้งแรกจากนั้นก็กลายเป็นความประหลาดใจ ก่อนที่มันจะกลายเป็นความเงียบอย่างสมบูรณ์
พวกนางรู้สึกว่าราวกับกำลังตกสู่เหวที่เป็นนิรันดร์ก่อนที่เท้าของพวกนางนั้นจะสัมผัสกับบางอย่าง ตอนนี้พวกนางไม่มีเวลามารู้สึกโล่งใจ เพียงวินาทีต่อมาแรงกดดันจากพื้นดินด้านล่างก็ดันพวกนางขึ้นสู่ด้านบน
เสียงของลมนั้นปรากฏออกมาอีกครั้งขณะที่พวกนางกำลังพุ่งขึ้นด้วยความเร็ว
หลังจากไม่ทราบว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ สภาพแวดล้อมโดยรอบก็กลายเป็นสดใสและปรากฏโลกต้นไม้อยู่ด้านหน้า
" กระโดด ! " ทามกลางความวุ่นวาย หลี่ฉีเย่ส่งเสียงคำราม ในช่วงเวลานี้เขาไม่ได้กักเก็บพลังของเขาอีกต่อไป เขาคำรามลั่นพร้อมกับเรียกปักษาจากนั้นก็ยืมแรงส่งจากมันและทะยานพุ่งขึ้นไป
หญิงสามทั้งสามคนเรียกใช้พลังงานในสายเลือดเต็มความสามารถของพวกนางก็จะกระโดด
" ปัง ! ปัง ! ปัง ! " ในเวลานี้เมื่อพวกเขากระโดด เสียงระเบิดดังออกมาอย่างต่อเนื่อง ภาพแปลกประหลาดและโลกทั้งสามพันค่อยๆโผล่ออกมาจากด้านข้าง ขณะที่โลกเหล่านี้นั้นส่งแรงกดดันจำนวนมากจนเกือบทำให้พวกเขาหยุดหายใจ !
แม้ว่าพวกเขาจะกระโดดเต็มกำลังเพื่อพุ่งขึ้นไปยังจุดสูงสุดของต้นไม้โลก
ทว่าแรงกดดันจากโลกทั้งสามพันทำให้ความเร็วของพวกเขาตกลงอย่างมาก
ทั้งกลุ่มเตรียมตัวจะกระโดดครั้งที่สามอีกครั้ง แต่การกระโดดครั้งนี้อาจจะทำให้พวกเขาขึ้นสูงได้อีกไม่กี่ฟุต ก่อนจะกระโดดหลี่ฉีเย่เอ่ย " ครั้งสุดท้าย โอกาสนั้นขึ้นอยู่กับโชคชะตาของพวกเจ้าแล้ว ! "
หลังจากกล่าวเสร็จ ไข่มุกหยินหยางโลหิตของเขาก็ระเบิดพลังออกมาและกวาดผ่านทุกอย่าง
เหล่าหญิงสาวทั้งสามนั้นใช้ความสามารถของพวกนางเพื่อที่จะกระโดดให้สูงที่สุด หากพวกเขาอยู่ข้างนอกแล้วการกระโดดนี้อาจะจถึงล้านฟุต ทว่าในตอนนี้ พวกเขาสามารถกระโดดขึ้นไปได้อีกไม่กี่ฟุตเท่านั้น
" ย้ากก ! " หลี่ฉีเย่นั้นกระโดดได้สูงที่สุดและเขาก็หายไป เฉินเป่าเจียวและหลี่ซ่วงเหยียนก็หายไปเช่นกัน ซือเสี่ยวเตี๋ยนั้นอ่อนแอที่สุดและการกระโดดของนางนั้นด้อยกว่าหลี่ซ่วงเหยียน ในเวลานี้เฉินเป่าเจียวไม่สามารถจับนางได้อีกต่อไป อำนาจของแรงกดดันทำให้ซือเสี่ยวเตี่ยต้องออกห่างจากเฉินเป่าเจียว
ทันใดนั้น ซือเสี่ยวเตี๋ยก็ไม่สามารบังคับร่างของนางที่กำลังจะตกลงไปได้ นางนั้นรู้สึกเศร้าอย่างมากเพราะรู้ว่ากำลังพลาดโอกาสที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกไป
" อย่ายอมแพ้ ! " ในช่วงเวลาสิ้นหวังนั้น มีมือขนาดใหญ่คว้าร่างของนางและทะยานผ่านแรงกดดันจากโลกทั้งสามพันขึ้นไป
ช่วงเวลาที่พวกเขาสัมผัสกับพื้น ทุกคนรวมทั้งหลี่ฉีเย่คุกเข่าลงกับพื้นอย่างหมดแรง พวกเขานั้นนั่งลงกับพื้น ซือเสี่ยวเตี๋ยยังคงตกตะลึงขณะทรุดลง
หลังจากชั่วครู่ เมื่อพวกเขากลับสุ่ความสงบพวกเขาก็พบว่าตัวเองนั้นอยู่บนพื้นที่ดูใสและเปล่งประกายราวกับหยก !
ด้านหน้าพวกเขา ไม่มีโลกต้นไม่ ไม่มีมิติ ไม่มีจักรวาล มันมีเพียงวิหารที่ทำจากทองแดง
ขนาดของมันนั้นไม่ใหญ่มาก แต่กลิ่นอายอันงดงามและเก่าแก่ของมันเจาะทะลุเก้าชั้นฟ้า มันเป็นผู้ปกครองของทุกสิ่ง ทรราชของเก้าโลก มันล้วนได้รับความเคารพและหวาดกลัวจากทุกคน !
มันถูกหลอมมาจากทองแดงที่ไม่รู้ว่ามาจากยุคใดและส่องประกายสีฟ้าด้วยกลิ่นอายของสิ่งก่อสร้างโบราณ
หญิงสาวทั้งสามคนนั้นถูกแช่แข็งทันที พวกนางล้วนไม่คาดว่าจะมีวิหารอยู่บนยอดของโลกต้นไม้ ควรจะรู้ไว้ว่าไม่นานก่อนหน้า พวกเขาก็ยืนอยู่บนจุดสูงสุด !
สิ่งมีชีวิตในโลก การที่จะปีนไปยังยอดของโลกต้นไม้นั้นลำบากและยุ่งยากอย่างมาก แม้ว่าเชื้อสายของจักรพรรดิอมตะก็ยังไม่มีความสามารถพอที่จะทำมันสำเร็จ พวกนางทั้งสามคนล้วนไม่กล้าที่ฝันถึงเรื่องนี้หากปราศจากหลี่ฉีเย่และจตุอาชาราชันสงคราม
ขณะที่พวกเขายืนอยู่บนจุดสูงสุดของโลกต้นไม้ พวกเขาคิดว่ามันเป็นจุดที่สูงที่สุดแล้ว ไม่มีสถานที่ที่สุงขึ้นไปกว่านี้ ความจริงก็คือยามเมื่อพวกเขาเงยหน้ามอง พวกเขาไม่เห็นสิ่งใดนอกจากความว่างเปล่า
ดังนั้นพวกนางจึงไม่คาดว่าด้านบนของโลกต้นไม้หลังจากที่ต้องกระโดดขึ้นมาหลายครั้งจะปรากฏเป็นวิหารอยู่ต่อหน้า
" นี้คือที่ใด ? " ซือเสี่ยวเตี๋ยเอ่ยถามอย่างประหลาดใจ ถึงจุดสุงสุดของโลกต้นไม้นั้นเป็นความฝันของนาง ปราศจากหลี่ฉีเย่ เช่นนั้นก็ไม่ต้องเอ่ยถึงสถานที่แห่งนี้หรือจุดสูงสุดของโลกต้นไม้
ทว่าวันนี้ไม่เพียงแต่นางจะมาถึงจุดสูงสุด แต่นางกระทั้งมายังสถานที่ที่เหนือกว่าจุดสูงสุดและมีวิหารตั้งอยู่
" นี้คือสิ่งที่เหม่ยซูเหยานั้นกล่าวไว้ก่อนหน้านี้ สมบัติที่ยิ่งใหญ่ที่ไม่ใช่โลกต้นไม้ " หลี่ซ่วงเหยียนเอ่ยอย่างระวัง นางนั้นคิดถึงสิ่งที่เหม่ยซูเหยานั้นเคยกล่าวไว้ก่อนหน้า
ขณะที่มองไปยังวิหารทองแดง หลี่ฉีเย่อดไม่ได้ที่จะเอ่ยด้วยอารมณ์ " วิหารโลก - สถานที่ในตำนาน ไม่มีใครเคยเห็นมันมาก่อนตั้งแต่ยุคเริ่มต้นของเวลา แต่วิหารโลกนั้นมีตัวตนอยู่จริง "
" สถานที่นี่กระทั้งเป็นสถานที่ที่ยิ่งใหญ่กว่าโลกต้นไม้ ? " ซือเสี่ยวเตี๋ยนั้นมองไปยังวิหารทองแดงก่อนจะเอ่ยถาม
" นั้นไม่สำคัญ " หลี่ฉีเย่เอ่ยต่อ " นี้ขึ้นอยู่กับโชคของแต่ละคน ตามทฤษฎีหากขึ้นไปยังโลกต้นไม้แต่ละคนจะพบชะตากรรมที่ต่างกัน พวกเขาจะได้รับสมบัติที่ดีขนาดไหนขึ้นอยู่กับชะตากรรมของพวกเขา ทว่าพวกเขาบางคนนั้นกลับมามือเปล่า ยิ่งปีนได้สูงมันยิ่งมีน้อยที่จะไม่พบกับสมบัติใดๆ ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตามสิ่งที่ได้รับล้วนขึ้นอยู่กับชะตากรรมของตัวเอง ! "
" สำหรับวิหารโลก..." หลี่ฉีเย่มองไปยังวิหารเบื้องหน้าก่อนจะยิ้ม " ตราบใดที่มีคนมาถึงวิหารโลกนั้นแปลว่าพวกเขาได้รับโอกาสที่ยิ่งใหญ่ บางทีเจ้าอาจจะได้รับสมบัติที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกนี้ แต่นั้นมันก็ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล แต่มันอาจจะเทียบไม่ได้กับสมบัติบางอย่างของโลกต้นไม้ ตัวอย่างเช่นใบอ่อนทั้งสามของโลกต้นไม้นั้นคือว่าเป็นหนึ่งในสมบัติที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ! "
" ทำไมเจ้าจึงรู้มากนัก ? เหม่ยซูเหยากระทั้งยังไม่แน่ใจว่าวิหารนี้มีจริงหรือไม่ เช่นนั้นเจ้ารู้ได้อย่างไร ? นอกจากนี้เจ้ารู้วิธีการปีนที่จะพาพวกเราขึ้นมายังวิหารได้อย่างไรกัน ? " เฉินเป่าเจียวอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม
ซือเสี่ยวเตี๋ยก็ต้องการจะรู้คำตอบของคำถามนี้ เหม่ยซูเหยานั้นมาจากนิกายแม่น้ำนิรันดร์ น้อยคนนักที่จะเทียบความรู้กับนางได้
" นี้เป็นผลจากการที่เจ้านั้นยังอ่านหนังสือมาไม่พอ " หลี่ฉีเย่เคาะหัวเฉินเป่าเจียวและเอ่ย " คนขี้เกียจอ่านนั้นจะไม่รู้สิ่งใด ! ยิ่งอ่านมากก็จะยิ่งรู้มาก ! "
เฉินเป่าเขียวลูบหัวของนางอย่างขุ่นเคืองก่อนจะเอ่ย " ข้านั้นไม่เคยเห็นเจ้าอ่านอะไรแม้แต่นิดเดียว ! "
ตรงกันข้ามหลี่ซ่วงเหยียนนั้นทำเพียงแค่อมยิ้ม นางนั้นเคยได้ยินคำแก้ตัวของเขามาเป็นจำนวนมาก แน่นอนว่านางยิ่งไม่เชื่อว่าการอ่านมากจะทำให้รู้มาก แต่หากหลี่ฉีเย่ไม่ต้องการบอกแล้วเช่นนั้นนางก็จะไม่เอ่ยถามใดๆ
หลี่ฉีเย่นั้นศึกษาและค้นคว้าเกี่ยวกับโลกต้นไม้มามากกว่าหนึ่งยุค เขาเคยพลาดโอกาสก่อนหน้านี้ ดังนั้นเขาจึงใช้เวลาอย่างมากในการเข้าใจโลกต้นไม้ให้ดียิ่งขึ้น มันอาจจะกล่าวได้ว่าในโลกนี้ไม่มีใครเข้าใจในโลกต้นไม้นี้ดีกว่าเขาอีก !
ย้อนกลับไปตอนนี้ ยามเมื่อจักรพรรดิอมตะฮ่าวไห่ปีนโลกต้นไม้เมื่อปีนั้น เขากระทั้งรู้จักโลกต้นไม้น้อยกว่าหลี่ฉีเย่ ทว่ามันเป็นโชคดีอย่างมากที่เขานั้นได้รับสมบัติที่ยิ่งใหญ่ !