342
ตอนที่ 342 ตัวเลือกเหนือโลกต้นไม้
หลี่ฉีเย่หยดน้ำทิพย์หมื่นดาราลงบนปากอาชาก่อนจะเอ่ย " นี้เป็นรางวัลของพวกเจ้า " อาชาทั้งสี่ทันใดนั้นก็กลืนพวกมันลงทันที
" ฮี้ !!! " อาชาทั้งสี่กระโดดตัวขึ้นและความเหนื่อยทั้งหมดหายไปทันที กลับกันมันถูกแทนทีด้วยประกายสีน้ำตาล สัตว์ศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่ต่างคำรามและบินไปรอบๆ ในเวลานี้รถม้านั้นเต็มไปด้วยประกายสดใสหลังจากดูดซับน้ำทิพย์หมื่นดารา
คนหนึ่งที่เห็นถึงการกระทำดังกล่าวนั้นคือปิงหยู่เซี่ย นางนั้นตกตะลึงและไม่อยากเชื่อต่อฉากด้านหน้าแม้จะเห็นด้วยตาก่อนเอ่ย " นะ..นี้มัน..น้ำทิพย์หมื่นดารา ! "
ขณะเดียวกันนางนั้นสลัดทิ้งจากความสงบและหันมาตะโกนใส่หลี่ฉีเย่อย่างไม่พอใจ " เจ้า..เจ้ามันบ้า ! นะ...นี้คือน้ำทิพย์หมื่นดารา ! หนึ่งยดของมันก็เพียงพอแล้วที่จะล่อลวงจักรพรรดิอมตะ แต่เจ้ามอบมันสี่หยดให้กับอาชาเหล่านี้ ! "
" แล้วไง ? " หลี่ฉีเย่ตอบอย่างไม่แยแสขณะลูบหัวอาชา " พวกมันล้วนเป็นเหล่าเด็กน้อยของข้า "
ในเวลานี้คนอื่นล้วนตกตะลึง แม้ว่าพวกเขาอาจจะไม่รู้ว่าน้ำทิพย์หมื่นดาราคือสิ่งใด แต่พวกเขาก็รู้ว่ามันมีค่าอยากมากแม้แต่ล่อลวงจักรพรรดิอมตะได้
" มารดามันเถอะ เจ้าทำให้มันกลายเป็นของเสียเปล่า ! " ปิงหยู่เซี่ยนั้นอดไม่ได้ที่จะสาปแช่งแม้ว่านางจะเป็นสตรี
" ตุบ ! " หลี่ฉีเย่ตบก้นของนางอีกครั้งก่อนเอ่ยดุ " สาวน้อย เชื่อหรือไม่ว่าข้าจะสอนบทเรียนให้เจ้า ! "
ทว่าปิงหยู่เซี่ยนั้นลืมที่จะโกรธ นางนั้นต้องการเอาหัวชนกับผนัง นี้เป็นสิ่งที่กระทั้งทำให้ผู้คนทั่วโลกน้ำลายไหล ไม่ต้องกล่าวถึงเหล่าคนตาย ตัวตนอมตะ ผู้เชียวชาญ หรือตำนานที่เป็นนิรันดร์ แต่ทุกคนล้วนต้องการมัน
ของมีค่าเช่นนี้แต่หลี่ฉีเย่กับมอบมันให้กับม้า เขาเป็นอัจฉริยะที่ฟุ่มเฟือยเกินไป ปิงหยู่เซี่ยไม่เข้าใจความสำคัญของรถ้าที่มีแต่หลี่ฉีเย่
" น้ำทิพย์หมื่นดารา ! " ซือคงโถวเทียนทันใดนั้นก็ฟื้นคืนสติ เขาพุ่งเข้าไปกอดขาหลี่ฉีเย่และเอ่ย " นายน้อย หากท่านมอบน้ำทิพย์หมื่นดาราให้ข้าเพียงหนึ่งหยด ข้ายินดีทำงานถวายชีวิต ! "
หลี่ฉีเย่เหลือบมองเขาก่อนจะเอ่ย " หมายความว่า..หากข้าไม่ให้เจ้าก็ไม่ยินดีที่จะติดตามข้า ? "
" ไม่แน่นอน ไม่ ! " ซือคงโถวเทียนส่ายหัวอย่างรวดเร็วและเอ่ย " ข้ารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ติดตามนายน้อย ! "
" เพ้ย หลบไปข้างๆ " ฤดูน้อยนั้นไม่สนใจที่จะแสดงความไร้ยางอายของมันก่อนจะพุ่งไปพันขาของหลี่ฉีเย่และร้องไห้อย่างน่าสงสาร " นายน้อย อย่าได้ฟังเจ้าสารเลวนี้ ข้าคือคนที่จงรักภักดีกับนายน้อยมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นภูเขาดาบหรือมหาสมุทรของเปลวเพลิง ข้าล้วนไม่เคยปฏิเสธแม้ว่าะจะเกือบตายมานับหมื่นครั้ง นายน้อยผู้องอาจ ได้โปรดมอบน้ำทิพย์หมื่นดาราให้ข้าสักหนดเถอะ ! "
หลี่ฉีเย่เตะฤดูน้อยออกไปไกลก่อนจะเอ่ย " อย่าได้มาเลียข้า หากเจ้าไม่สามารถประสบความสำเร็จในการเปลี่ยนร่างกายครั้งนี้ เช่นนั้นข้าจะหักกระดูกเจ้าด้วยมือ ไม่ต้องกล่าวถึงได้รับน้ำทิพย์หมื่นดารา ! "
" นายน้อย ท่านใจร้ายเกินไป ! " ฤดูน้อยนั้นไม่ได้ใส่ใจที่ถูกแตะโดยหลี่ฉีเย่ การแสดงออกของมันค่อยข้างตลก
" เอาละ มีโอกาสที่ดีจำนวนมากอยู่เบื้องหน้าพวกเจ้า เลือกมันอย่างระมัดระวัง " หลี่ฉีเย่เดินไปหน้ารถม้าก่อนจะเอ่ย
ทุกคนมองไปยังฉากเบื้องหน้าจากนั้นพวกเขาก็เต็มไปด้วยอาการตกตะลึง ! ยืนอยู่บนยอดของโลกต้นไม้ จึงได้รู้ว่าโลกใบนี้นั้นเล็กมากขนาดไหน
เห็นท้องฟ้าไม่สิ้นสุดให้กำเนิดดวงดารา...เมื่อมองลงไปจะไม่เห็นด้านล่าง...กิ่งแต่ละกิ่งและใบแต่ละใบ มีโลกขนาดไม่เท่ากันปรากฏ หนึ่งใบนั้นเป็นดวงดาวและที่อีกใบนั้นเป็นดังดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ จักรวาลทั้งหลายหมุนรอบตันไม้ด้วยตัวมันเอง
ตอนนี้โลกต้นไม้นั้นเหมือนกำลังสร้างเก้าโลกและให้กำเนิดทุกอย่าง ! เก้าชั้นฟ้าและสิบแผ่นดินนั้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของโลกต้นไม้
กลุ่มของหลี่ฉีเย่นั้นยืนอยู่บนยอดสูงสุดของต้นไม้ ผู้เชียวชาญใดๆที่ถุกขนานนามว่าสัตว์ประหลาดล้วนไม่เคยมาเหยียบที่นี่
" ตอนนี้ข้าได้มายืนอยู่บนยอดของโลกต้นไม้ ชีวิตนี้ข้าไม่มีอะไรที่ต้องเสียใจอีกต่อไป " เย่ชุนหยุนพึมพำด้วยอารมณ์
" นั้นคืออะไร ? " หลี่ซ่วงเหยียนนั้นดึงหลี่ฉีเย่มาและชี้ให้เห็นบางอย่าง
ทิศทางที่นางชี้ไปทุกคนสามารถเห็นใบอ่อนของต้นไม้ปรากฏอยู่สามใบและพวกมันมีขนาดเท่าฝ่ามือ พวกมันเปล่งประกายสีเขียวราวกับอัญมณี แต่ละใบของพวกมันมีแสงสีทองห้อมล้อม
" นั้นคือใบอ่อนของโลกต้นไม้ มันจะปรากฏเพียงสามใบในแต่ละรุ่น " หลี่ฉีเย่เอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นไหว
" สมบัติที่ดี ! " ซือคงโถวเทียนนั้นอุทานและกำลังจะเอื่อมมืออกไปหยิบ ทว่าสายฟ้าก็ผ่าออกมาด้วยความเร็วและเปลี่ยนเขาให้กลายเป็นถ่าน
หลี่ฉีเย่มองไปที่เขาก่อนจะเอ่ย " แม้ว่าเจ้าจะใช้สมบัติทั้งหมดก็ยังไม่สามารถถอนได้แม้แต่ใบเดียว นอกจากตัวข้า คนอื่นๆอย่าได้หวังที่จะเก็บใบอ่อนของพวกมัน "
" ฮ่าฮ่า ข้าเพียงแค่ต้องการเก็บมันมาให้เป็นของขวัญแก่นายน้อย " ซือคงโถวเทียนนั้นยิ้มเขินอาย
หนานฮัวเอียนเหลือบมองเขาก่อนจะเอ่ย " เจ้านั้นกลอกกลิ้งยิ่งกว่าข้าเสียอีก น่าเสียดายที่เจ้าเล่นกับต้นไม้ผิดต้น "
ทันใดนั้นซือคงโถวเทียนก็มองมาที่เขาอย่างรุนแรง ทั้งสองนั้นจ้องตากันราวกับเป็นศัตรู
ปิงหยู่เซี่ยก็ยังถุกล่อลวงและมองใบอ่อนทั้งสามใบ " โอ้ว พวกมันเป็นของที่ดี " ทว่านางนั้นไม่ต้องพยามจะดึงพวกมัน หลี่ฉีเย่นั้นช่วยพวกนางอย่างมากที่พาขึ้นมาที่นี่
หลี่ฉีเย่กล่าวอย่างสบายๆ " เอาละเช่นนั้นโอกาสก็อยู่ต่อหน้าพวกเจ้าแล้ว ออกไปและคว้าพวกมันด้วยตัวเอง "
หัวใจของทุกคนสั่นสะท้านและพยามจะสูดลมหายใจลึกก่อนจะมองไปรอบๆ พวกเขานั้นยืนอยู่บนจุดสูงสุดของโลกต้นไม้ ดังนั้นพวกเขาต้องการหาใบและกิ่งที่เหมาะสมที่สุด
คนที่เลือกเป็นคนแรกคือหนานฮัวเอียน " ข้าจะไปก่อน " เขาสูดลมหายใจเข้าลึก จากนั้นก็เดินไปด้านหน้าและกระโดด เขานั้นตกลงไปยังใบไม้ใบหนึ่งก่อนที่มังจะส่องประกายจากนั้นเขาก็หายไป
" ข้าเลือกกิ่งนี้ " ซือคงโถวเทียนเลือกกิ่งที่ดูหนาและโหญ่ราวกับภูเขา จากนั้นเขาก็กระโดดไปยังกิ่งนั้นก่อนจะหายไปยังจุดหมายที่ไม่ใครรู้
" เช่นนั้นข้าเลือกที่ตรงนี้ " ปิงหยู่เซี่ยเลือกกลุ่มของใบไม้ที่ถูกล้อมด้วยจักรวาล นางนั้นกระโดดลงไปก่อนจะจมลงสู่จักรวาลและหายไปในหมู่ดวงดารา
เย่ชุนหนุนจากนิกายดอกบัวศักดิ์สิทธิ์นั้นกำลังจะไป แต่ก่อนหน้านั้นนางหันมาโค้งคำนับให้หลี่ฉีเย่และเอ่ยอย่างอ่อนโยน " ขอบคุณนายน้อยหลี่ที่นำทาง ตอนนี้คงต้องกล่าวว่าลาก่อน "
" พวกเราจะพบกันอีกครั้งเมื่อถึงโอกาส " หลี่ฉีเย่ค่อนข้างชอบเย่ชุนหยุนเขาพยักหน้าและยิ้ม
เย่ชุนหยุนนั้นเลือกใบไม้ที่เต็มไปด้วยสายฟ้าก่อนที่จะกระโดดเข้าไป สายฟ้าล้อมร่างของนางจากนั้นนางก็หายไป
" ข้ารู้สึกว่า แม่นางคนนั้นไม่เลว ทำไมเจ้าไม่นำนางมาด้วย " เฉินเป่าเจียวยิ้มอย่างมีสเน่ห์และเอ่ยถาม
" ทุกอย่างขึ้นอยู่กับโชคชะตา หากมันถูกลิขิตแล้วพวกเราจะได้พบกันอีกครั้ง " หลี่ฉีเย่หัวเราะและเอ่ย
" ข้าจะไปทางนี้ ไม่ ทางนี้ดีกว่า เอ๊ะ ข้าจะไปทางนี้ " ฤดูน้อยนั้นเลือกอย่างลำบากและไม่รู้ว่าจะเลือกทางใด
" ฤดูน้อย " หลี่ฉีเย่กวักมือและเรียกมันเข้ามาใกล้ ฤดุน้อยกระโดดเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้ม " นายน้อยจะเลือกให้ข้า ? "
" ถูกต้อง " กล่าวเสร็จ หลี่ฉีเย่ก็เตะฤดูน้อยออกไปยังใบไม้ที่ห่างไกล
" ม่ายยยย ! " ถูกหลี่ฉีเย่เตะส่งมายังใบไม้ที่เต็มไปด้วยห่วงมิติ เพียงไม่นานมันก็หายไป
" นายน้อย ท่านไม่สามารถทำเช่นนี้กับข้าา ! " ฤดูน้อยแผดเสียงก่อนจะหายไปในหลุมมิติ
" จะไม่เป็นไรรึ ? " เฉินเป่าเจียวเอ่ยถาม " ดูเหมือนเขาจะไม่ชอบเท่าไหร่ "
" เขากำลังกลัว " หลี่ซ่วงเหยียนนั้นเอ่ยน้ำเสียงเย็นชา " ก่อนหน้านี้เมื่อพวกเขาขึ้นมาถึง เขาจับจ้องอยู่ที่ใบนั้นตลอด เห็นได้ชัดว่าอยากจะไปแต่ไม่มีความกล้าพอ "
" สาวน้อยซ่วงของข้านี้ช่างสังเกตจริงๆ ฤดูน้อยเคยถูกหลอกมาครั้งหนึ่งและมันไม่เต็มใจจะเจอชะตากรรมเช่นนั้นอีก แต่ใบไม้แห่งมิติเวลานั้นเป็ฯสิ่งที่เหมาะสมที่สุดสำหรับมัน " หลี่ฉีเย่โอบเอวหลี่ซ่วงเหยียนและเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
" ใครคือสาวน้อยซ่วงของเจ้า ? ข้านั้นแก่กว่าเจ้า ! " ด้วยความอาย หลี่ซ่วงเหยียนตบมือที่จับเอวของนางออกไป
หลี่ฉีเย่นั้นไม่ได้ใจ เขาเพียงยักไหล่ของเขาและทำท่าที่สบายๆ
คนที่เหลือคือซือเสี่ยวเตี๋ย นางนั้นถอนหายใจด้วยความเศร้าก่อนจะเอ่ย " เช่นนั้นข้าเลือกกิ่งนี้ " นางเลือกกิ่งที่ส่องประกายสีทองจางๆ
" เจ้าอยู่ที่นี่กับซ่วงเหยียนและเปาเจียวเถอะ " หลี่ฉีเย่ส่ายหัวเอ่ย
คำกล่าวเหล่านี้ทำให้ซือเสี่ยวเตี๋ยตัวแข็ง ความคิดและความนรู้สึกจำนวนมากปะทุขึ้นมาในจิตใจของนาง มันเต็มไปด้วยความหอมหวานและความสุขทำให้นางราวกับลอยอยู่บนเมฆ ตอนนี้นางรู้แล้วว่าไม่มีสิ่งใดในโลกที่จะทำให้นางมีความสุขเท่านี้อีกแล้ว
หลังจากหายจากอาการงุนงง นางก็พบว่าหลี่ซ่วงเหยัียนและเฉินเป่าเจียวหันมายิ้มให้กับนาง ใบหน้าของนางนั้นเปล่งประกายด้วยความเขินอายก่อนจะมายืนหลังหลี่ฉีเย่อย่างมีความสุข
ด้วยความอายซือเสี่ยวเตี่ยอดไม่ได้ที่จะแอบมองหลี่ฉีเย่ที่ยืนอยู่ด้านหน้า เขายังมองไปยังที่ห่างไกลและดูเหมือนว่าเขาจะไม่รับรู้ความรู้สึกของนาง แต่นางนั้นไม่ได้เสียใจและคิดว่าสำหรับหัวใจของนางแค่นี้ก็เพียงพอแล้ว...