340

ตอนที่ 340 โลกต้นไม้

หลังจากได้ยินว่าจักรพรรดิอมตะฮ่าวไห่นั้นเคยปีนโลกต้นไม้ ร่างกายของพวกเขาก็ตอบสนองอย่างรวดเร็วเพื่อที่จะคว้าโชคชะตาครั้งนี้ ทว่าพวกเขาจะเข้าไปปีนโลกต้นไม้ง่ายๆได้อย่างไร ? พวกเขาทันใดนั้นก็โดนลูกบอลแส่งสะท้อนกลับ

" นี้เป็นเพียงการคุ้มกันทางเข้า " เหม่ยซูเหยาอธิบาย " ทางเข้าที่แท้จริงนั้นเปลี่ยนแปลงตามมิติและเวลา หนึ่งจะสามารถเห็นการร่วมตัวของของพลังงานจำนวนมากได้ในตอนนี้ ปราศจากสมบัติลับไม่มีใครที่จะเข้าไปยังมิติเวลานี้ได้ "

มีคนที่ไม่เชื่อคำพูดเหล่านั้นตะโกนออกมา " จงเปิด ! " และเขาโจมตีด้วยอาวุธบรรพชนเที่ยงธรรม

" ตูม !! "

ชายคนนั้นถูกพัดกระเด็นปลิวออกไปไกลพร้อมกับกรีดร้องอย่างอนาถ !

" จงเปิดให้กับข้า ! " ภายในเวลาไม่นาน คนใจร้อนจำนวนมากพยามจะเปิดบอลแสง แต่ไม่จำเป็นต้องกล่าวถึงผลลัพธ์พวกเขาปลิวกระเด็นออกไปทั้งหมด

ในทางตรงกันข้าม หลี่ฉีเย่ หม่ยซูเหยา และจี๋คงอู่ตี๋นั้นไม่ได้เร่งรีบ พวกเขาเพียงยืนอย่างเงียบๆและจ้องมองบอลแสง !

หลังจากที่พยามอยู่หลายครั้งและพบว่าไม่มีประโยชน์ เหล่าผู้ฝึกตนที่เหลือเต็มไปด้วยความตกตะลึง ขณะที่อัจฉริยะจากนิกายทรงอำนาจจากไปทันที

พวกเขานั้นไม่ต้องการจะยอมแพ้ มันเป็นเพราะว่าพวกเขาต้องการไปยืมอาวุธจากบรรพชน ! หลังจากความพยามเป็นจำนวนมากพวกเขาก็เข้าใจได้ว่าบอลแสงนี้ไม่สามารถเปิดได้ด้วยการใช้กำลัง มันเป็นอย่างที่เหม่ยซูเหยากล่าวมันต้องการสมบัติลับเพื่อที่จะเป็นมิติและเวลา ไม่มีใครเต็มที่จะพลาดโอกาสปีนโลกต้นไม้ ดังนั้นพวกเขาจึงได้นำสมบัติที่ดีที่สุดออกมา !

สำหรับนิกายทรงอำนาจจำนวนมาก พวกเขานั้นราวกับตกลงสู่ความทุกข์ทรมานไม่ว่าจะเป็นสมบัติที่ดีแค่ไหร ทว่าเมื่อมันอยู่ต่อหน้าโลกต้นไม้พวกมันล้วนไร้ค่า

ทุกคนรู้ดีกว่าเกิดอะไรขึ้นหลังจากที่จักรพรรดิอมตะฮ่าวไห่นั้นปีนโลกต้นไม้ ใครบ้างไม่หวังให้นิกายของพวกเขาเป็นดังจักรพรรดิพันประตู ? ผู้ที่สร้างปาฏิหาริย์กวาดผ่านยุค

แม้แต่ผู้ที่ไม่มีอาวุธบรรพชน พวกเขาก็พยามจะจับมือเป็นพันธมิตรและร่วมมือกัน...

" สาวน้อย ไม่มีอะไรในโลกนี้ที่ได้มาฟรีๆ ข้าจะพาพวกเจ้าทั้งสองปีโลกต้นไม้ แต่นี้เป็นเวลาของเจ้าที่จัดจัดการ " หลี่ฉีเย่ยืนอย่างใจเย็นก่อนจะเหลือบมองปิงหยู่เซี่ย

โลกต้นไม้นั้นเป็นโอกาสที่ดีและไม่มีใครเต็มใจจะใช้ร่วมมันกับผู้อื่น หลี่ฉีเย่ความจริงมีความสามารถในการเปิดบอลแสงนี้ แต่เขานั้นต้องการปิงหยู่เซี่ยไม่ใช่เพราะว่าปิงหยู่เซี่ยมีสมบัติของตำหนักขนนกเหมันต์ แต่เป็นเพราะว่าเขารู้สึกชอบนาง ทุกครั้งที่เขาเห็นนางมันราวกับว่าเขาได้พบกับจักรพรรดิอมตปิงหยู่ในอดีต !

สายตาของปิงหยู่เซี่ยนั้นกลายเป็นร้ายแรงก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึก นางนั้นค่อยๆหยิบสมบัติออกมาก่อนจะโยนมันตรงไปยังมิติทางเข้าและตะโกน " จงเปิด ! "

สิ่งของนี้นั้นไม่ใช่ประตู และไม่ใช่ของขนาดใหญ่ ขนาดของมันนั้นเพียงหนึ่งฝ่ามือ เมื่อของชิ้นนี้นั้นประทับเข้ากับทางเข้าบอลแสง ปิงหยู่เซี่ยปลดปล่อยพลังงานในสายเลือดและวงแหวนทั้งเก้าปรากฏ ตัวอักษรโบราณนับไม่ถ้วยปรากฏรโดยรอบสิ่งของชิ้นนี้และกลายเป็นประตูขนาดเล็ก

" ประตูตัดสวรรค์ - ยอดสมบัติสูงสุดของตำหนักขนนกเหมันต์  ! " เหม่ยซูเหยาเห็นประตูนี้และอุทานด้วยอารมณ์

ประตูตัดสวรรค์ !  " กระทั้งจี๋คงอู่ตี๋ก็ยังตกตะลึง

เหล่าบรรดาคนที่ไม่รู้ว่ามันคือสิ่งใดล้วนเต็มไปด้วยความแปลกใจ ยอดสมบัติของตำหนักขนนกเหมันต์สวรรค์ควรจะเป็นสมบัติที่แท้จริงของจักรพรรดิอมตะปิงหยู่ นี้เป็นเหตุลผลว่าทำไมพวกเขาจึงไม่รู้จักประตูตัดสวรรค์ ?

ทว่าสำหรับสมบัติชิ้นนี้ ประตูตัดสวรรค์นั้นมีต้นกำเนิดที่ลึกลับอย่างมากและกระทั้งผู้อาวุโสก็ยังไม่รู้จะอธิบายมันอย่างชัดเจนอย่างไร คนรุ่นใหม่นั้นรู้เพียงว่าจักรพรรดิอมตะปิงหยู่นั้นนำประตูตัดสวรรค์กลับมาจากสักที่หนึ่ง สำหรับนางได้มันมาอย่างไร ล้วนแต่เป็นความลับที่คนทั้งโลกไม่รู้

" โอมมมม ! " นางนั้นเปลี่ยนอักษรโบราณจำนวนมากให้กลายเป็นประตูทางเข้าอย่างช้าๆ จากนั้นทางเข้าก็ปรากฏอยู่ตรงหน้าลูกบอลแสง

ตอนนี้ปิงหยู่เซี่ยหน้าซีด การเปิดประตูนี้ใช้พลังงานในสายเลือดของนางจำนวนมาก แม้แต่เซียนบรรพกาลเก้าวงแหวนเช่นนี้นก็แทบจะล้ม

" พวกเราไป " หลี่ฉีเย่สะบัดแขนเสื้อของเขาและเดินไปพร้อมกับกลุ่มของเขา จากนั้นพวกเขาก็หายไปและคนอื่นๆไม่รอช้าที่จะตามพวกเขาเข้ามา

หลังจาก้าวเข้ามาภายใน พวกเขารู้สึกได้ถึงพลังงานชีวิตจำนวนไม่สิ้นสุด มันราวกับว่าพวกเขานั้นอาบอยู่ในทะเลแห่งชีวิตและอยู่ในช่วงเป็นเพียงไข่ในครรภ์

พวกเขาพบว่าตัวเองล้วนมายืนอยู่ด้านหน้าของหนาผา และไม่มีสิ่งใดปรากฏขึ้นในสายตา

ทว่าเมื่อพวกเขานั้นยกหัวและมองขึ้นไป พวกเขาจะพบได้ว่านี้ไม่หน้าผาแต่เป็นต้นไม้ที่มีขนาดใหญ่มาก มันเจาะทะลุชั้นฟ้าขึ้นไปลายส่วน มีใบแตกออกมานับไม่ถ้วนทั้งความของตัวต้นไม้และใบยาวนับล้านไมล์

" นี้เป็นเพียงกิ่งไม้ " หลี่ฉีเย่เอ่ยขึ้นขณะที่คนอื่นกำลังงุนงง ตอนนี้พวกเขานั้นยืนอยู่ที่ฐานของโลกต้นไม้...ราวกับความฝัน ! ในยุคก่อนนั้นมันเคยปรากฏขึ้นมาครั้ง และเพราะความเร่งรีบและไม่ได้เตรียมตัวให้ดี หลี่ฉีเย่พลาดโอกาสในการปีนมัน

ตอนนี้ กลุ่มของซือเสี่ยวถึงเข้าใจว่าทำไมมันเรียกว่าโลกต้นไม้ เพราะมันไม่มีต้นไม้ใดๆในโลกเทียบกับมันได้ราวกับว่ามันเป็นเทพเจ้าแห่งต้นไม้ !

ต้นไม้นี้แบกโลกไว้ด้วยตัวมันเอง อาจจะกล่าวได้ว่ามันกำลังประครองโลกนับสามพัน มันตั้งตระหง่าผ่านความสูงที่เกินจินตนาการ หากมีเก้าชั้นฟ้าเช่นนั้นต้นไม้นี้ก็ต้องสูงกว่าเก้าชั้นฟ้า ! ลำต้นของมันมีขนาดใหญ่อย่างไม่น่าเชื่อ แต่ละกิ่งของมันกว้างและแต่ละใบใหญ่ราวกับเป็นทวีป !

สิ่งที่น่าตกตะลึงก็คือใบของต้นไม้นี้นั้นล้อมไปด้วยดวงดาราและให้กำเนิดหลายสิ่ง ใบเหล่านี้นั้นกลายเป็นประเทศของตัวเองหรือเป็นโลกในจักรวาล

ปิงหยู่เซี่ย , หลี่ซ่วงเหยียน , เฉินเป่าเจียว , และซือเสี่ยวเตี๋ยล้วนตกตะลึง พวกนางนั้นพูดไม่ออกเป็นเวลานาน

" มันใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะบินขึ้นไปถึงยอดนั้น ? " ซือคงโถวเทียนที่เห็นสิ่งแปลกประหลาดจำนวนมากก็ยังตกตะลึง 

" เจ้าสาสามารถลองได้ " หลี่ฉีเย่ตอบพร้อมกับรอยยิ้ม

เมื่อสูดลมหายใจลึก ซือคงโถวเทียนก็ตะโกนพร้อมกับเปลี่ยนเป็นลำแสงและพุ่งขึ้นไปด้านบนด้วยความเร็ว

" น่าเหลือเชื่อ ! " ไม่ใครไม่ตกตะลึงกับทักษะความเร็วระดับนี้ หนานฮัวเอียนอุทานด้วยอารมณ์

ทว่า ขณะที่ซือคงโถวเทียนนั้นกำลังทะยานขึ้นด้านบน เสียงดังสนั่นก็ดังมาจากรอบทิศทาง ทักษะความเร็วของเขาสามารถพุ่งทะยานได้นับหมื่นไมล์ในพริบตา แต่ในเวลานี้การพุ่งขึ้นของเขานั้นถูกทำให้ช้าลงราวกับว่ากำลังมีภูเขาศํกดิ์สิทธิ์กับทับลงมา

เทียบกับความสูงของต้นไม้โลก ความเร็วของซือคงโถวเทียนนั้นราวกับเป็นหอยทาก มันจะต้องใช้เวลานับไม่ถ้วนกว่าเขาจะปีนขึ้นไปถึงยอด

เขาทันใดนั้นก็กลับลงมายังพื้นดินและเอ่ย " ข้าพึงขึ้นไปไม่ถึงไหน และอาจจะต้องใช้เวลานับพันปีหากจะบินขึ้นไปถึงยอด "

" บินขึ้นไปถึงยอด ? แม้แต่บรรพชนเที่ยงธรรมก็ยังไม่สามารถทำเช่นนั้นได้ " หลี่ฉีเย่หัวเราะและส่ายหัว " นี้ต้องใช้ความช่วยเหลือจากสมบัติบางอย่าง หากเจ้าต้องการใช้อำนาจของสมบัติตัวเองเพื่อบินไป เช่นนั้นคงต้องใช้สมบัติระดับบรรพชนเที่ยงธรรมจึงสามารถทนแรงต้านจากด้านบนได้ ทว่าจะบินไปได้ไกลแค่ไหนนี้ยากจะกล่าว "

" ที่นี่มีสมบัติอะไรอยู่รึ ? " หนานฮัวเอียนเอ่ยถามอย่างตื่นเต้น

" กิ่งแต่ละกิ่ง ใบแต่ละใบล้วนมีโชคชะตาของตัวเอง ความยิ่งใหญ่ของสมบัตินั้นขึ้นอยู่กับว่าบินไปได้สูงเท่าไหร่ ยิ่งสูงมันก็จะยิ่งดีกว่า แต่ก้ไม่เป็นเช่นนั้นเสมอไป เพื่อที่จะได้รับสมบัติที่ดี พวกเขาจะต้องมีความเข้าใจพร้อมกับโชคที่ดีพอ หากมีสองสิ่งเหล่านี้แม้ว่าเจ้าจะไม่ได้บินขึ้นไปสูงก็ยังมีโอกาสที่จะได้รับสมบัติที่ดี "

กิ่งแต่ละกิ่ง ใบแต่ละใบล้วนมีโชคชะตาของตัวเอง..." แม้แต่เย่ชุนหยุนก็ยังพึมพำตามประโยคนี้

" พวกใบแต่ละอย่างล้วนมีโลกที่ต่างกันออกไป มันมีโชครอพวกเจ้าอยู่ทุกที่ แต่มันขึ้นอยู่กับว่าพวกเจ้าจะหามันเจอหรือไม่ " หลี่ฉีเย่ยิ้มและเอ่ย

" ฮ่าฮ่าฮ่า ! ข้าแน่นอนว่าจะต้องได้พบกับโชคที่ดี ! จักรพรรดิอมตะฮ่าวไห่ล้วนไม่นับเป็นอันใด ! โชคชะตาของข้าจะต้องดีมากกว่าเขา ! "ในเวลานี้ ฤดุน้อยก็ประกาศด้วยความหยิ่งยโส

" โอมมมม ! " ในเวลานี้ เหม่ยซูเหยาก็เข้ามาภายใน ทว่าสมบัติที่นางใช้ล้วนเป็นสิ่งที่คนไม่รู้จัก

ต่อมาไม่นานจี๋คงอู่ตี๋ก็เข้ามาภายใน ในฐานะลูกหลานของหุบเขาขยี้เมฆา เขาแน่นอนว่าไม่ได้ขาดแคลนสมบัติ หนึ่งในพวกมันแน่นอนว่าสามารถใช้เปิดประตูได้

พวกเขานั้นไม่สามารถหนีไปจากอาการตกตะลึง เมื่อมองไปยังจุดสูงสุดของขอบฟ้า

" ข้าขอตัว ! " สุดท้ายจี๋คงอู่ตี๋เป็นคนแรกที่ลงมือ ภายในพริบตาเขาก็บินหายไปในท้องฟ้าผ่านทวีปขนาดใหญ่

" เจ้าเด็กนี้มีสมบัติจำนวนมากจริงๆ การเคลื่อนไหวของเขานั้นไม่ธรรมดา ! " ซือคงโถวเทียนเลียปากของเขา เขานั้นต้องการจะขโมยสมบัติจากจี๋คงอู่ตี๋สักชิ้น

" น้องหลี่ พวกเราไปด้วยกันได้หรือไม่ ? " ตอนนี้เหม่ยซูเหยานั้นยิ้มและเอ่ยถามกับหลี่ฉีเย่...