337

ตอนที่ 337 เย่ชุนหยุน

ในหมู่พวกเขามีเพียงหลี่ฉีเย่คนเดียวที่ยังสงบอยู่ แม้แต่ฤดูน้อยก็ยังอดไม่ได้ที่จะตื่นเต้น " โอ้วว มารดามันเถอะ ในที่สุดข้าก็ได้มาที่นี่ ! " มันพยามอย่างมากที่จะไม่พูดออกมาว่า ' สุดท้ายข้าก็ได้กลับมาที่นี่ ! '

มันยังไม่แน่นอนว่าตัวเองนั้นมีต้นกำเนิดมาจากภายในประตูจริงหรือไม่ เพราะว่าตอนนั้นมันยังเยาว์มากเมื่อเทพหมื่นหัตถ์ที่แท้จริงนำมันออกไป

หลังจากสูดลมหายใจเข้าลึกซือคงโถวเทียนก็หันกลับไปถามหลี่ฉีเย่ " นี้คือที่ไหนกัน ? "

" ข้าเกรงว่านั้นจะเป็นความลึกลับตลอดมา มันอาจจะเป็นสถานที่ของเทพหรือเมืองของเหล่าตัวตนอมตะ ! " หลี่ฉีเย่ส่ายหัวเอ่ย " ไม่มีใครตอบคำถามนี้ได้ ! "

" ไปกันเถอะ ! พวกเราโชคดีที่ได้เข้ามาที่นี่ ! " สุดท้ายฤดูน้อยก็ตะโกนด้วยความตื่นเต้น

แม้ว่าจะเดินเข้ามาด้านใน แต่หลี่ฉีเย่ก็ยังไม่แสดงท่าทางใดๆว่าจะขุดส่วนในของบริเวณนี้ ซือเสี่ยวเตี๋ยถามด้วยความสงสัย " พวกเราไม่ขุดหาสมบัติรึ ? ข้าได้ยินมาว่าบางคนขุดพบประตูและนำไปสู่มิติลับอื่นเมื่อวานนี้ "

" พวกเราจะรอขุดสมบัติขนาดใหญ่ "  หลี่ฉีเย่เอ่ยอย่างใจเย็น แน่นอนว่าเขาต้องการสมบัติ แต่สมบัติธรรมดานั้นไม่ได้อยู่ในความคิดของเขา เพียงสองสิ่งที่เขาสนใจก็คือประตูไร้มลทินและโลกต้นไม้กระทั้งหลี่ฉีเย่ก็ยังไม่แน่ใจว่ามันจะปรากฏหรือไม่ แต่ที่เขามันใจคือโลกต้นไม้จะปรากฏอย่างแน่นอน

ไม่มีใครเหมาะสมที่จะหาความลับของสองสิ่งนี้มากกว่าฤดูน้อย ตั้งแต่มันเข้ามาในทีแห่งนี้ความรู้สึกของมันมีการตอบสนองต่อประตูอย่างมาก แน่นอนว่ามันจะสามารถหาประตูที่ทรงอำนาจได้ในที่สุด

ฤดูน้อยนั้นเดินนำหน้ากลุ่มไปอย่างต่อเนื่อง ซือเสี่ยวเตี๋ยและซือคงโถวเทียนนั้นตกตะลึงกับซากปรักหักพังรอบด้าน หลังจากผ่านสงครามของสำนักเต๋าสวรรค์มา...พวกเขารับรู้ได้ถึงความรุนแรงของสงครามที่เกิดภายในนี้ - สงครามของเหล่าเทพ

ขณะที่พวกเขากำลังตกตะลึงอยู่นั้น ฤดูน้อยเดินมาและหยุดอยู่บนภูเขาลึกหนึ่งก่อนจะเอ่ย " ตรงนี้ ! "

มีภูเขาขนาดเล็กจำนวนมากปรากฏอยู่ในดินแดนแห่งนี้ เหล่าคนที่หาสมบัติจะไม่มองภูเขาลูกนี้อยู่ในสายตาและมาขุดมันแน่นอน

ฤดูน้อยเคลื่อนไหวเป็นวงกลมรอบๆพื้นดินและขุน หลังจากนั้นมันก็กลับขึ้นมาและเอ่ยแก่หลี่ฉีเย่ " ถูกต้อง มันเป็นตรงนี้ ! "

หลี่ฉีเย่พยักหน้าเบาๆและเอ่ย " เอาละ พวกเราจะรอ เมื่อทุกคนมาถึงที่นี่พวกเราจะลงมือทันที " กล่าวเสร็จเขาก็นั่งรออย่างเงียบๆ

โดยไม่ต้องเอ่ยถามซือคงโถวเทียนก็หาสถานที่และนั่งลง เขารู้ความจริงบางอย่างสิ่งนั้นก็คือเขาจะไม่มีทางเสียผลประโยชน์ตราบใดที่เขาติดตามหลี่ฉีเย่

ทว่าเมื่อเวลาผ่านไปนานและยังไม่มีใครมาถึง ซือเสี่ยวเตี๋ยอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม " พวกเรากำลังรอแม่นางปิงหยู่เซี่ย ? "

ปิงหยู่เซี่ยเคยกล่าวไว้ว่านางต้องการเข้าร่วมกับหลี่ฉีเย่ภายในประตู แต่นางนั้นยังไม่ปรากฏ ซือเสี่ยวเตี๋ยจึงเชื่อว่านางเป็นคนที่หลี่ฉีเย่กำลังรอ

" สตรีสวมเสื้อบุรุษคนนั้นนะรึ ? " หลี่ฉีเย่ส่ายหัวและอมยิ้มเอ่ย " โอกาสนั้นขึ้นอยู่กับความเข้าใจของนาง ไม่ว่าจะอยากไปหรือไม่มันเป็นธุระของนาง ข้าไม่จำเป็นต้องรอ ! "

ทว่าเมื่อหลี่ฉีเย่ปฏิเสธเสร็จว่าไม่ได้รอนาง จากระยะไกลปรากฏเป็นคนสองค่อยๆเดินเข้ามา

" ดูเหมือนว่าพวกเราจะไม่ได้มาสาย " เป็นปิงหยู่เซี่ย นางนั้นสวมเสื้อของบุรุษแต่ก็ยังมีกลิ่นอายที่งดงาม นางนั้นมาปรากฏตัวอย่างงดงามและสบายๆ

หลี่ฉีเย่เหลือบมองนางก่อนจะเอ่ย " หากเจ้ามาช้า เช่นนั้นคงกล่าวได้เพียงว่าเจ้ากำลังพลาดโอกาสที่ดีที่สุดในชีวิต "

ปิงหยู่เซี่ยนั้นไม่สนใจคำกล่าวของหลี่ฉีเย่และยิ้ม " เฮ้ อย่าได้พูดจารุนแรงเช่นนั้น ข้ามาช้านี้ก็เพราะเจ้า " นางชี้เป็นหญิงสาวด้านข้างของนางก่อนจะเอ่ยแนะนำ " ข้านั้นนำสาวงามมาด้วย นี้คือทายาทของนิกายดอกบัวศักดิ์สิทธิ์ เจ้าหญิงเย่ "

หญิงสาวคนนี้นั้นรุนราวคราวเดียวกับปิงหยู่เซี่ย แต่นางนั้นเต็มไปด้วยความเรียบร้อยและสงบอย่างมากหากเทียมจากปิงหยู่เซี่ย

การปรากฏตัวของนางดึงดูดสายตาของคนอื่น นางนั้นส่วนชุดสีเขียวแสดงให้เห็นว่านางนั้นมาจากประเทศทั้งตอนใต้และรอบตัวนางเต็มไปด้วยจิตวิญญาณธรรมชาติ

นางนั้นดูเรียบร้อยและสง่างามเพียงมองครั้งเดียวก็บอกได้ว่านางนั้นมีต้นกำเนิดที่สูงส่ง ทว่านางนั้นไม่ได้หญิงยโสและปล่อยกลิ่นอายที่กดขี่ผู้อื่น นางนั้นเต็มด้วยกลิ่นอายของความสุภาพและมีมารยาทเรียกได้ว่ากุลสตรีนางหนึ่ง ไม่มีจุดใดที่จะวิจารณ์ได้

ด้วยคิ้วที่อ่อนนุ่มและสายตาที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ บอกได้ว่านางนั้นเป็นคนอ่อนโยน ความอ่อนโยนของนางนุ่มนวลเหมือนน้ำ - เต็มไปด้วยความบริสุทธิ์และงดงาม

หากซือเสี่ยวเตี๋ยนั้นเป็นนกขมิ้นทองคำแล้วสาวคนนี้ก็เป็นนกขมิ้นเหลือง ความงามของสตรีนางนี้นั้นมีมากเพียงพอและไม่ได้ด้อนกว่าซือเสี่ยวเตี๋ย

ทายาทของนิกายดอกบัวศักดิ์สิทธิ์ ! "   ซือเสี่ยวเตี๋ยอุทานด้วยความประหลาดใจ นิกายดอกบัวศักดิ์สิทธิ์นั้นเป็นนิกายที่แข็งแกร่งจากดินแดนปฐพีโลหิตทางตอนใต้ และทรงอำนาจไม่น้อยกว่าประเทศเซียนพิโรธอมตะ มีข่าวลือว่านิกายนี้นั้นมีความสัมพันธ์ที่ดีกับจักรพรรดิอมตะหยุหวู่ แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้เป็นเชื้อสายของจักรพรรดิอมตะหยุนหวู่ แต่ทุกคนรู้ว่าพวกเขามีความสัมพันธ์พิเศษต่อกัน

เย่ ชุนหยุนทายาทของนิกายดอกบัวศักดิ์สิทธิ์ และนางยักเป็นอัจฉริยจากหอยอดศักดิ์สิทธิ์

ปิงหยู่เซี่ยยิ้มและแนะนำนาง " น้องสาวเย่นั้นอ่อนโยนเหมือนน้ำ - เต็มไปด้วยความใจกว้างและมีน้ำใจ ไม่เพียงแต่คนจากหอยอดศักดิ์สิทธิ์ แต่ผู้ศึกษาบุรุษจากทั้งห้าหอต่างไล่ตามนาง เจ้าไม่ควรพลาดโอกาสนี้ไป เจ้าควรจะคว้าหญิงงามด้านหน้าของเจ้า "

" นี้เจ้ากำลังพูดอันใด !? " เย่ชุนหยุนดุเพื่อนของนางด้วยความเขินอาย

หลี่ฉีเย่มองเย่ชุนหยุนจากบนลงล่างเพื่อเก็บรายละเอียด หลี่ฉีเย่นั้นอายุน้อยกว่าเย่ชุนหยุน ดังนั้นการแสดงออกของเขาอาจจะทำให้คนอื่นเขาใจผิดได้ !

" เฮ้ เจ้าโรคจิตน้อย ทำไมเจ้าถึงได้แสดงท่าทางโรคจิตเช่นนั้นในการพบกันครั้งแรก ? อย่าได้ทำให้น้องเย่ต้องกลัวสิ " ปิงหยู่เซี่ยนั้นสังเกตเห็นว่าหลี่ฉีเย่มองเย่ชุนหยุนอย่างไม่วางตา ดังนั้นนางจึงแกล้งหยอกเขา

สำหรับเย่ชุนหยุน...นางนั้นเป็นผู้ใหญ่และใจกว้าง แต่การจ้องของหลี่ฉีเย่ทำให้ใบหน้าของนางกำลังถูกเผาไหม้ นางก้าวไปด้านพร้อมกับทักทายเขาอย่างสุภาพ " น้องชายหลี่คือความภูมิใจของสำนักเต๋าสวรรค์ เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มาพับกันเช่นนี้ "

หลี่ฉีเย่อมยิ้มเอ่ย " มันเป็นโอกาสดีของเช่นกันที่ได้มีโอกาสพบกับสตรีที่งดงาม "

" เพ้ย เพ้ย นี้พวกเจ้าถึงกับเข้ากันได้เป็นปี่เป็นขลุยตั้งแต่พบกันครั้งแรกเช่นนี้ หากพวกเจ้าอยู่ด้วนกันนานขึ้น พวกเจ้าจะไม่ถูกเผาไหม้ด้วยเพลิงแห่งรักหรอกรึ ? " ปิงหยู่เซี่ยระเบิดเสียงหัวเราะและเอ่ย จากนั้นนางก็โอบไหล่เย่ชุ่นหยุนและเอ่ย " น้องสาวเย่ท่านที่ที่เจ้าพบสิ่งใหม่ เจ้าก็ทอดทิ้งข้าทันที นี้ทำให้ข้าปวดใจยิ่ง "

เย่ชุนหยุ่นนั้นเขินอายอย่างมากจากการล้อเลียนของปิงหยู่เซี่ยใบหน้าของนางกลายเป็นสีแดงก่ำ นางนั้นจ้องปิงหยู่เซี่ยด้วยความโกรธ แต่เสียงก้นด่าของนางนั้นก็ยังฟังสบายหูอย่างมาก

ปิงหยู่เซี่ยสังเกตเห็นว่าหลี่ฉีเย่ยังคงนั่งอยู่จึงเอ่ย " พวกเราจะไปได้หรือยัง ? ตอนนี้คนจำนวนมากเริ่มที่จะขุดสมบัติกันแล้ว หากพวกเรายังมั่วแต่รอต่อไป เกรงว่าจะทำได้แต่เพียงรับเศษจากคนอื่น "

" อย่าได้กังวล พวกเราจะเริ่มทันทีเมื่อคนอื่นมาถึง ใครมันกล้าที่จะปล้นของของเรา !? " หลี่ฉีเย่เอ่ยอย่างไม่แยแส

" อย่าบอกข้านะว่าเจ้ากำลังรอภรรยาลับของเจ้า ? " ปิงหยู่เซี่ยมอกไปยังหลี่ฉีเย่และเอ่ย " ปีศาจน้อยเจ้านั้นมีแม่นางซืออยู่เคียงข้างแล้ว อีกทั้งสายตาของเจ้ายังเอาแต่มองน้องสาวเย่ และตอนนี้เจ้ากำลังรอภรรยาลับ...กินอาหารจากชามแต่ก็ยังคงมองหาหม้อ ! เจ้านั้นโลภมากเกินไปแล้ว เป็นเช่นนี้ไม่ได้ ข้าขอถามโลกนี้ ใครบางที่โลกไม่ชอบ ? มันก็คือคนที่มีคนรักมากเกินไป ! "

ปิงหยู่เซี่ยและหลี่ฉีเย่นั้นค่อนข้างสนิทกัน ดังนั้นนางจึงรู้สึกแกล้งเขาได้อย่างอิสระ

ทว่าซือเสี่ยวเตี๋ยและเย่ชุนหยุนนั้นไม่ได้ไร้ยางอายเท่ากับปิงหยู่เซี่ย ดังนั้นพวกนางจึงค่อยข้างอายและอึดอัด

หลี่ฉีเย่มองปิงหยู่เซี่ยก่อนจะเอ่ยช้าๆ " สาวน้อย อย่าได้มาเล่นบทคุณชายเจ้าสำราญอยู่ตลอดเวลา เชื่อหรือไม่ว่าจะเปลืองผ้าเจ้าในสักวันหนึ่ง ! "

" เจ้ากล้า !? " ปิงหยู่เซี่ยแม้จะเป็นคนกล้าหาญแต่ใบหน้าของนางก็ยังเต็มไปด้วยความเขินอาย

หลี่ฉีเย่กล่าวอย่างสบายๆ " มีหลายสิ่งในโลกนี้ที่ข้าไม่กล้าทำ แต่การเปลืองผ้าเจ้าไม่ใช่หนึ่งในนั้น "

" ปีศาจน้อยวันหนึ่ง ข้าจะมาสอนบทเรียนให้กับเจ้า ! " ปิงหยู่เซี่ยกล่าวอย่างขุ่นเคื่องเพราะนางไม่รู้วิธีจัดการกับหลี่ฉีเย่

ขณะที่กลุ่มของหลี่ฉีเย่ยังคงนั้งรออยู่ที่ภูเขา ข่าวจำนวนมากก็กระจายไปทั่วภุเขา อย่างที่ปิงหยู่เซี่ยกล่าวมีคนพบสมบัติจำนวนมาก

" ศิษย์จากนิกายแม่น้ำหลิวค้นพบประตูหลังจากออกมาเขาก้ได้รับแร่ศักดิ์สิทธิ์ ! " นี้เป็นข่าวแรกที่กระจายไปทั่วประตูภายในเวลาสั้นๆ

" เซียนน้อยฉินจากหอยอดมณีพบผลไม้โบราณ ภายในประตูจากนั้นเขาก็พบภัยพิบัติฟ้าคำราม นี้เป็นผลไม้ของเทพฟ้าคำรามโบราณ !