332
ตอนที่ 332 ความลับของประตู
" ข้าจะไปดูด้วยตาตัวเอง ! " หลี่ฉีเย่ลูบคางของเขาก่อนจะเอ่ย " บางทีอาจจะมีวิธีแก้ "
" นั้นอาจจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด " พระชราเผิงหัวเราะ " ฮี่ฮี่ " ก่อนจะเอ่ย " ทว่าเจ้าไม่ควรมีข้อเรียกร้องที่สูงเกินไป สุดท้ายพวกเราก็เป็นเหมือนลูกค้าของเจ้า หากเจ้าเรียกค่าใช้จ่ายที่สูงทุกครั้งในการแก้ปัญหา เช่นนั้นสำนักของเราอาจจะล้มละลายได้ "
" ข้าจะทำมันให้โดยไม่คิดเงิน ดีหรือไม่ ? " หลี่ฉีเย่เหลือบมองพระชราอย่างขุ่นเคือง
พระชราเผิงนั้นกลายเป็นตื่นเต้นก่อนจะลูบมือของเขาไปและเอ่ย " ไม่มีอะไรจะดีกว่านี้อีกแล้ว ! ภายในโลกนี้ไม่มีอะไรจะดึงดูดไปมากกว่าของฟรี "
" เช่นนั้นพวกเราก็ไปดูกัน " หลี่ฉีเย่ขี้เกียจเกินไปจะทะเลาะกับพระชราเผิง เขาลุกขึ้นและเดินออกไป
ก่อนที่เขาจะออกจากประตู ฤดูน้อยก็เข้ามาและตะโกนด้วยความตื่นเต้น " มันถึงเวลาแล้ว ถึงเวลาแล้ว ! "
" เวลาอะไร ? " หลี่ฉีเย่หรี่ตาของเขาก่อนจะเอ่ย " หรือเจ้าหมายถึงประตู ? "
" ถูกต้อง ! ประตูกำลังจะเปิดด้านนอกของหอทั้งห้า ! เร็วเขาเร็วเขา พวกเขาจะต้องรีบไปและตั้งตารอมัน ! ฮ่าฮ่า บางทีพวกเราอาจจะเป็นกลุ่มแรกที่ได้สัมผัสประตูไร้มลทิน "
" สุดท้ายมันก็เปิด " หลี่ฉีเย่หรี่ดวงตาก่อนจะเอ่ยเสียงจริงจัง เมื่อมันเป็นเรื่องของประตูไร้มลทิน แม้แต่เหล่าตัวตนอมตะที่ผ่านประสบการณ์มานับไม่ถ้วนอย่างหลี่ฉีเย่ก็ไม่สามารถสงบได้
ประตูไร้มลทิน หนึ่งในสมบัติเก้าสวรรค์ มันสร้างความโลภให้กับผู้นับตั้งแต่ยุคเริ่มต้นของเวลาและแม้แต่จักรพรรดิอมตะ โลกนั้นคิดว่ามันไม่มีอยู่จริง แต่หลี่ฉีเย่ตระหนักได้ว่ามันมีอยู่จริงเพราะว่าเขานั้นรู้รายละเอียดบางอย่างมากกว่าคนอื่น
มีคนไม่มากในโลกนี้ที่รับรู้ถึงการดำรงอยู่ของประไร้มลทินและสมบัติเก้าสวรรค์ชิ้นที่เหลือ ทว่าพวกเขาแน่นอนจะต้องกลายเป็นบ้าคลั่งเมื่อได้เห็นพวกมัน !
" แต่เรื่องของพวกเรา..." พระชราเผิงนั้นยังต้องสะดุ้งเมื่อได้ยินการพูดคุยระหว่างหลี่ฉีเย่และฤดูน้อยเพราะมันเป็นเรื่องของประตูไร้มททิลที่แทบไม่มีใครรู้ แต่สำหรับสำนักปราณเทพนั้นสำคัญยิ่งกว่า
" ข้าจะไปดูปราณเทพ" สุดท้ายหลี่ฉีเย่ก็เอ่ย จากเขาหันไปออกคำสั่งกับฤดูน้อย " เจ้าบอกไปกลุ่มของซือคงโถวเทียนให้เตรียมตัวให้พร้อม พวกเราจะออกเดินทางทันทีเมื่อข้ากลับมา ข้ากำลังรอบางคนอยู่ "
" รับทราบ ! " ฤดูน้อยเอ่ยพร้อมกับจากไปด้วยความตื่นเต้น ประตูไร้มลทินนั้นเป็นสถานที่ให้กำเนิดมันมา ! เช่นมันจะไม่ตื่นเต้นได้อย่างไรหากมีโอกาสได้กลับไปยังประตูอีกครั้ง ?
สำนักนั้นกว้างใหญ่อย่างมาก และมันประกอบไปด้วยแผ่นดินขนาดใหญ่ ร่วมมีสิ่งก่อสร้างอย่างศาลาโบราณ วิหารลอยฟ้า และยังมีศาลาศักดิ์สิทธิ์ตั้งอยู่ด้านใน ไม่ต้องกล่าวถึงผู้ศึกษากระทั้งศิษย์ของสำนักก็ยังไม่มีโอกาสได้เข้ามายังที่แห่งนี้ มันเป็นพื้นที่เฉพาะผู้อาวุโสและผู้คุ้มกัน
สำนักนั้นครอบครองความลับจำนวมากหลังจากอยู่มายาวนาน โดยเฉพาะกุญแจขอเส้นเลือดสวรรค์ที่อยู่ใต้ดิน
เมื่อก้าวเข้ามายังสถานที่แห่งนี้ พวกเขาจะพบพลังงานสวรรค์ที่หนาแน่นอย่างมาก แม้แต่จะเป็นคนที่มีความสามารถที่ย่ำแย่แค่ไหนก็ยังรู้ได้ถึงความหนาแน่นของมัน การเชื่อมต่อกับเส้นเลือดสวรรค์และปฐพีรวมถึงจุดสุดยอดเต๋า - นี้เป็นความรู้สึกที่ยอดยเยี่ยม
" พวกเจ้าเก็บดินแดนบรรพชนนี้ไว้เป็นเวลานาน " หลี่ฉีเย่นั้นยืนอยู่ด้านบน แต่เขาสัมผัสได้ถึงความลึกลับและความหนาแน่นของพลังงานสวรรค์ด้านล่าง
เขาสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนจะเอ่ย " หลังจากพวกเจ้าครอบครองเส้นเลือดสวรรค์มาเป็นเวลานาน ไม่แปลกหากมีคนจะอยากแย่งมันมา "
พระชราเผิงยิ้มและเอ่ย " ไม่สามารถตำหนิพวกเราได้ที่ครอบครองมาเป็นเวลานาน นี้เป็นเพราะว่าบรรพบุรุษเลือกที่จะตั้งสำนักไว้ที่นี่ พวกเราในฐานะลูกหลานไม่สามารถปล่อยสมบัติเช่นนี้ตกไปสู่มือของผู้อื่นได้ ใช่หรือไม่ ? ไม่เช่นนั้นมันจะเป็นการสร้างความอัปยศให้กับบรรพบุรุษของเรา ! "
" นั้นก็จริง สำนักเต๋าสวรรค์และวิหารเทพสงคราม - บรรพบุรุษของพวกเจ้าล้วนทรงอำนาจและเต็มไปด้วยความฉลาด แม้จะผ่านมาหลายยุคก็มีคนไม่มากที่เทียบพวกเจ้าได้ " ความแข็งแกร่งขอสเชื้อสายอมตะนั้นไม่เพียงแต่จะขึ้นอยู่กับลูกหลาน แต่ขึ้นอยู่กับสิ่งที่บรรพบุรุษของพวกเขาสร้างไว้ด้วย
หลังจากหลายล้านปีผ่านไปเชื้อสายอมตะจำนวนมากพังทลาย เชื้อสายจักรพรรดิอมตะจำนวนมากหายไปในกระแสน้ำของกาลเวลา ทว่าทั้งสองแห่งนี้ยังคงอยู่ และนี้ก็เกี่ยวข้องกับการเลือกของบรรพบุรุษพวกเขา
ก้าวเข้าสู่พื้นที่ด้านใน สามารถได้ยินเสียงมังกรร่ายรำ วิหงส์เพลิงกรีดร้อง สมุนไพรหายาก รวมถึงสัตว์ที่แปลกประหลาดภายในสถานที่แห่งนี้
จากสิ่งนี้สามารถจินตนาการได้ถึงอำนาจของสำนักที่ซ่อนอยู่ ของเหล่านี้เป็นทรัพยากรที่พวกเขานั้นเก็บมาหลายยุคหลายสมัย
" บางทีอาจจะเป็นเพราะบรรพบุรุษของพวกเจ้านั้นทิ้งสิ่งของไว้ให้หลายอย่าง ทำให้พวกเจ้านั้นกินได้โดยไม่ต้องกังวล หลังจากหลายปีผ่านไป สำนักและบรรพบุรุษของพวกเจ้าจึงไม่สามารถไปถึงระดับจักรพรรดิอมตะได้ " หลี่ฉีเย่อดไม่ได้ที่จะเอ่ยหลังจากเห็นสมบัติเหล่านี้
คำกล่าวของเขาทำให้พระชราเผิงถอนหายใจ " นี้อาจจะเป็นเหตุผล "
ตั้งแต่ยุกรกร้างจนถึงตอนนี้ ทรัพยากรและความแข็งแกร่งของสำนักและวิหารเทพสงครามนั้นไม่ได้ด้อยไปกว่าเชื่ออื่นๆ แม้ว่าสำนักจะฝึกศิษย์และสร้างเหล่าตัวตนอมตะจำนวนมาก ที่แปลกก็คือคนของสำนักไม่เคยเป็นจักรพรรดิอมตะ จักรพรรดิอมตะฮ่าวไห่และจักรพรรดิอมตะต้ากงแน่นอนว่าจบจากสำนัก แต่กล่าวตามตรงพวกเขานั้นไม่เป็นศิษย์ที่แท้จริง
" ทำลายแล้วปฏิรูป - นี้อาจจะเป็นเส้นทางของสำนักเจ้า " หลี่ฉีเย่เอ่ย " มีสองข้อบกพร่องเกี่ยวกับสำนักและวิหารเทพสงคราม อย่างแรกความหัวโบราณของพวกตาแก่ พวกเขานั้นหวังจะทุกอย่างเริ่มจากจุดเริ่มต้น ไม่ต้องกล่าวถึงว่าโดนฆ่าหรือแม้แต่สวรรค์จะถล่ม พวกเขาก็ไม่มีความเชื่อมั่นที่จะสู้ด้วยสองมือเปล่า..."
" พวกเจ้ามากจะสร้างโลกของตัวเองขึ้นมาและขังตัวเองไว้ภายในเสมอ แม้ว่าพวกเจ้าจะยืนอย่างแข็งแกร่ง พวกเจ้าก็จะสูญเสียความองอาจและอำนาจในการปกครองชั้นฟ้า - รวมถึงความกล้าหาญทั้งหมดดั่งเช่นในยุครกร้าง "
" อย่างที่สอง แม้ว่าพวกเจ้าจะมีทรัพยากรจำนวนมาก แล้วอย่างไร ? มีคำพูดที่จริงประการหนึ่งว่า คนที่ร่ำรวยนั้นจะไม่แข่งขันแย่งชิงกันสำหรับชามข้าว เจ้าและลูกหลานของเจ้านั้นมีสิ่งสนับสนุนมากเกินไป นี้มันจะต่างออกไปหากพวกเจ้าแข่งขันเพื่อแย่งชิงสมบัติต่างๆของโลก แม้ว่านั้นจะหมายถึงการเป็นศัตรูกับคนที่เหลือของโลกก็ตาม "
" มันก็เหมือนดังประตู หากเจ้าเปิดประตูบานหนึ่งนั้นหมายถึงว่าเจ้าจะพลาดอีกบานหนึ่ง แต่สำนักนั้นไม่เต็มใจที่จะปลักดันตัวเองไปสู่จุดเสี่ยงเช่นนั้น กล่าวตามตรงพวกเจ้าไม่กล้าพลักดันตัวเองไปสู่ความตาย "
" นี้คือสองข้อบกพร่องที่พวกเจ้ามีเหมือนกัน มีหลายสิ่งมากเกินไป - นี้อาจจะทำให้เจ้ามีความสุขในวัยเยาว์ แต่เมื่อกลายเป็นบรรพชน พวกเจ้าก็กลายเป็นไม่ทำอะไรเพราะยังมีสิ่งของรอเจ้าอีกจำนวนมาก "
" ปราศจากการเสี่ยง ปราศจากการอาบเลือดในโลก ปราศจากความุ่งมั่นเพื่อที่จะยังจุดสูงสุด เช่นนั้นจะปีดขึ้นยอดได้อย่างไร รับเจตจำนงแห่งสวรรค์และกลายเป็นจักรพรรดิอมตะ ? ตั้งแต่ยุคเริ่มต้นแห่งเวลา เหล่าจักรพรรดิอมตะจำนวนมาก้าวที่ละก้าวสู่เส้นทางแห่งการต่อสู้ พวกเขาอาบเลือดและสร้างเส้นทางโครงกระดูกจำนวนมากกว่าจะกลายเป็นจักรพรรดิอมตะด้วยตัวพวกเขาเอง ! "
" มันมีการแข่งขันจำนวนมากรวมถึงการฆ่ากันอย่างไรที่สิ้นสุดในโลก อาจจะดูได้อย่างอาณาจักรปราณฟ้าโบราณ อาณาจักรประกายโบราณที่อยู่เบื้องหลังเรื่องเหล่านี้ แม้ว่าพวกเขาจะไม่มีส่วนร่วมโดยตรง แน่นอนว่าพวกเขาจะต้องยืนมือเข้ามาในเรื่องนี้ ! ทว่ากับเป็นเรื่องยากที่จะเห็นสำนักและวิหารเทพเจ้าเคลื่อนไหว " หลี่ฉีเย่นั้นเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจ แต่พระชราเผิงนั้นแทบจะจดจำทุกคนพูด
" อาจจะเป็นเพราะว่าสำนักของพวกเราและวิหารเทพสงครามนั้นอยู่อย่างสันติเป็นเวลานาน ? ตลอดเวลาพวกเราคอยปกป้องเผ่าพันธ์มนุษย์มเสมอ " พระชราเผิงอดไม่ได้ที่จะเอ่ย
" คำกล่าวของเจ้านั้นถูกต้อง ที่เผ่าพันธ์มนุษย์สงบสุขดังเช่นทุกวันนี้ก็เพราะสำนักของเจ้าและวิหารเทพสงครามทำหลายอย่าง เจ้าจะประสบความสำเร็จเพราะความเชื่อนี้ และพวกเจ้าก็จะล้มเหลวเพราะมันในสักวันหนึ่ง " หลี่ฉีเย่เอ่ยเสริม
พวกเขาทั้งสองเดินไปยังส่วนลึกของสำนัก ด้วยทัศนียภาพอันงดงาม สำนักนั้นเต็มไปด้วยความลึกตลอดเส้นทางที่พวกเขาเดินผ่าน
แม้ว่าสำนักนั้นจะแตกออกเป็นภูเขาหลายลูกและแม่น้ำหลายสายและส่วนที่ถูกทำลายนั้นเป็นเพียงด้านนอก สถานที่ที่ถูกทำลายเหล่านั้นล้วนเป็นที่ที่มีอำนาจจักรพรรดิอ่อนที่สุด ทว่าภายในนั้นเป็นที่ที่มีอำนาจจักรพรรดิสูงสุงในสำนัก อำนาจลึกลับจำนวนมากปรากฏในที่แห่งนี้
ไม่ว่าจะเป็นใครหัวใจของพวกเขาล้วนสั่นสะท้านยามเข้ามาพบกับสถานที่ที่สวยงามภายใน ด้านในของสำนักเต็มไปด้วยกลิ่นอายสวรรค์ และเพราะความสวยงามและอำนาจเหล่านี้ทำให้หลายเชื้อสายในโลกต้องการมัน
ขณะที่เขาเดินลึกเข้าไปยังดินแดนบรรพบุรุษ หลี่ฉีเย่ทันใดนั้นก็หยุดและจ้องไปด้านหน้า
นี้คือจุดที่พลังงานโลกนั้นหนาแน่นที่สุด มีน้ำตกไหลลงมาจากชั้นฟ้าและอาบทั่วหุบเขาจักรวาล มีเสามังกรโบราณหลายต้นคำจุ้นชั้นฟ้าไว้ เสาเหล่านี้นั้นปกคลุมไปด้วยเกล็ดมังกร มันเป็นสถานที่ที่เก็บสมบัติจำนวนนับไม่ถ้วนเอาไว้
ด้านหน้าของน้ำตกนั้นมีศาลาลอยอยู่ มันดูโบราณและให้ความรู้สึกที่เก่าแก่และสูงส่งมันมอบความงามอันเป็นนิรันดร์ให้กับผู้พบเห็น ราวกับว่าไม่มีอะไรในโลกนี้จะมาทำลายศาลานี้ได้...