330

ตอนที่ 330 เสาจารึกปณิธานของปราชญ์อมตะ

ในเวลานี้ คนจำนวนมากล้วนหมอบกราบลงบนพื้นรวมถึงเหล่าคนที่ชมอยู่ภายนอกเพราะว่าพวกเขาได้เห็นบรรพบุรุษของตัวเองปรากฏตัว ! เห็นร่างเงาเหล่าพวกเขารับรู้ได้ถึงความรุ่งโรจน์ของบรรบุรุษได้ทันที !

เห็นเงาร่างหนึ่งที่มีสีผมสีทองคำคล้ายราชสีห์ ราชันขุนนาง , ซือเสี่ยวเตี๋ย , ซือเสี่ยวเต๋า และเหล่าลูกศิษย์จากประตูราชสีห์คำรามล้วนหมอบกราบลงกับพื้นและส่งเสียงร้องดังกึกก้อง " เคารพท่านบรรพบุรุษ ! "

เห็นความองอาจและกลิ่นอายอมตะ ทุกคนสามารถจินตาการได้ถึงความแข็งแกร่งและอำนาจของเขายามที่เดินทางเหยียบย้ำเก้าโลก พวกเขาเต็มไปด้วยรอยยิ้มแห่งความภาคภูมิใจ ! น้ำตาไหลอาบหน้าพวงเขาด้วยความตื่นเต้นหลังจากเห็นการปรากฏตัวของบรรพบุรุษ

" เสาจารึกปณิธานของปราชญ์อมตะจะจบทุกสิ่ง ! " หลี่ฉีเย่แบกเสาจารึกขนายักษ์พร้อมกุบถูกหอมล้อมด้วยเปลวไฟศักดิ์สิทธิ์ เขาทันใดนั้นก็วางเสายักษ์ลงกับพื้นและผสานมือปลดรูปแบบผนึก ทันใดนั้สวรรค์เปลี่ยน ปฐพีเปลี่ยน...ทุกสิ่งอย่างเริ่มเปลี่ยน

" ตูม ! " ร่างเงาของเหล่าตัวตนอมตะกวาดมืดของพวกเขาและปกคลุมชั้นฟ้า ไม่ว่าหลี่ฉีเย่จะเคลื่อนไหวมืออย่างไรในตอนนี้ ร่างเงาเหล่านั้นล้วนทำตามสิ้น

" จงเปิด ! " เหล่าคนตายภายในแทนบูชาเริ่มคำราม ทว่าต่อหน้าฝ่ามือของเหล่าตัวตนอมตะ แม้ว่าพวกเขาจะใช้พลังงานในสายเลือดจนหมดตัวพวกเขาก็ไม่สามารถสร้างเส้นทางหลบหนีได้ สัตว์หลาดเหล่านั้นล้วนเป็นตัวตนอมตะที่กวาดผ่านยุค ตั้งแต่ยุคเริ่มต้นของเวลามีเหล่าตัวตนอมตะจำนวนมากเท่าไหร่กันที่จบจากสำนัก ?

" ตูม ! " แทบบูชาศักดิ์สิทธิ์เริ่มพังทลายหลังจากเสียงระเบิดที่ดังขึ้น เจ็ดสมบัติชีวิตและสองสมบัติแท้จริงปรากฏตัวพร้อมกับเหล่าชายชราคนตายสิบเอ็ดคน

พวกเขานั้นได้เชื่อมต่อกันผ่านแทนบูชาศักดิ์สิทธิ์ด้วยพลังงานในสายเลือดของพวกเขาเพื่อควบคุมเก้าอาวุธจักรพรรดิ ตอนนี้แทนบูชาถูกทำลาย ตอนนี้เหล่าคนตายไม่ที่ให้หนีอีกต่อไป

" ตูม ! " เก้าอาวุธจักรพรรดิ รวมถึงเหล่าชายชราคนตายทั้งสิบเอ็ดคน พวกเขาตกลงสู่รูปแบบสังหารเทพเจ้าและกระถางแห่งความโกลาหล

" ม่ายย !! " เสียงกรีดร้องแห่งความไม่เต็มใจดังออกมา ปราศจากแทนบูชาพวกเขาไม่สามารถร่วมพลังกันเพื่อควบคุมอาวุธทั้งเก้าได้ เหล่าชายชรานั้นถูกตกลงไปยังรุปแบบสังหารที่ปลดปล่อยอำนาจสูงสุดจากสำนัก ในชั้นฟ้ากระถางแห่งความโกลาหลกำลังกลั่นขณะที่ฝ่ามือของเหล่าตัวตนอมตะโจมตีพวกเขาอย่างต่อเนื่อง !

แม้แต่อาวุธจักรพรรดิก็ไม่สามารถคุ้มครองเหล่าชายชราได้อีกต่อไป ภายในพริบตานั้นพวกเขาก็กลายเป็นหมอกเลือดอาบชั้นฟ้า

" แกร๊ก ! " อาวุธจักรพรรดิก็ยังส่งเสียงปริแตกออกมาเมื่อรบการโจมตีที่รุนแรงเช่นนี้

ภายในรูปแบบสังหาร กระถางแห่งความโกลาหล และ เสาจารึกปณิธานของปราชญ์อมตะ พระชราเผิงนั้นปรากฏตัวออกมาจากที่ใดก็ไม่ทราบ

" สมบัติของข้ามานี่ ! " เขาทันใดนั้นก็หยิบกระเป๋ามิติออกมา และตั้งใจที่จะเก็บอาวุธจักรพรรดิทั้งเก้าชิ้นกลับไป

" เก็บพวกมัน ! " หลี่ฉีเย่คำรามลั่น คันฉ่องกลั่นหยิงหยางอมตะลอยอยู่เหนือหัวเขาพร้อมกับปลาหยินหยางที่ลอยออกมา สองอำนาจหยินและหยางสาดไปยังอาวุธจักรพรรดิระดับแท้จริงทั้งสอง หลี่ฉีเย่นั้นต้องการสมบัติทั้งสองชิ้นนี้

สมบัติระดับแท้จริงนั้นทรงอำนาจยิ่งกว่าสมบัติระดับชีวิตหลายเท่า ไม่ต้องกล่าวถึงว่าทั้งสองเป็นอาวุธจักรพรรดิระดับแท้จริง !

" ตูม ! " ทว่าทันใดนั้นอาวุธจักรพรดริทั้งสองก็ระเบิดตัวเองราวกับหลุดจากตราประทับ ทั้งสองนั้นเปิดสวรรค์และปฐพีก่อนจะกลายเป็นช่องมิติ

" วูบบ ! " สองอาวุธจักรพรรดิระดับแท้จริงและสี่อาวุธระดับชีวิตกระโดดเข้าไปในช่องมิตินั้นและหายไปในพริบตา

หลี่ฉีเย่ต้องการจะควบคุมพวกมันทั้งสอง ทว่าเขาช้าเกินไปและทำได้เพียงดูอาวุธจักรพรรดิเหล่านั้นหนีไป

" แกร๊ก ! " พระชราเผิงนั้นโชคดดีกว่าหลี่ฉีเย่มาก กระเป๋ามิติของเขาเก็บสามอาวุธจักรพรรดิระดับชีวิตได้สามชิ้น

" ชายคนนี้ฉลาดไม่เบา " หลี่ฉีเย่นั้นยิ้มข่มขื่น เขานั้นโลภมากเกินไป หากเขาใช้ปลาหยินหยางสยบอาวุธระดับชีวิจเขาจะได้มันมาสองชิ้นแน่นอน ทว่านั้นเป็นไปไม่ได้สำรับอาวุธระดับแท้จริง อาวุธระดับแท้จริงนั้นมีเจตจำนงของจักรพรรดิ ดังนั้นมันจึกปราบปรามยากกว่าร้อยเท่า

จากนั้นไม่นาน รูปแบบสังหารเทพได้หายไป พร้อมกับเจ็ดบรรพชนบรรพกาลและกระถางแห่งความโกลาหลได้หายไป หลี่ฉีเย่แบกเสาจารึกไปยังทางเข้าสำนักและวางมันไว้ที่เดิม ร่างเงาทันใดนั้นก็กลายเป็นอักษรและกลับมายังเสาจารึก

ทันใดนั้นทุกคนถึงได้ตกตะลึง ใครบางที่จะรู้ว่ามีความลับของเหล่าตัวตนอมตะอยู่ภายในเสาจารึกนี้ ? กระทั้งผู้อาวุโสและผู้คุ้มกันของสำนักก็ยังไม่มีใครรู้ แม้แต่พวกเขายังไม่รู้ความลับแต่เด็กจากหอยอดยุคคนหนึ่งกลับใช้มันเอาชนะศัตรูได้

เสาจารึกปณิธานของปราชญ์อมตะ !  "  หลี่ฉีเย่สัมผัสมันด้วยความคิดถึง ในยุคมืดนิกายและอาณาจักรจำนวนมากของเผ่าพันธ์มนุษย์ถูกทำลายสิ้น ทุกคนล้วนกลับมาพึงสำนักเต๋าสวรรค์ ในช่วงสงครามหลี่ฉีเย่ยืนอยู่ที่นี่เผชิญหน้ากับศัตรูของเขา !

นี้คือการต่อสู้ที่ข้ามผ่านการเวลา ! ในยุคนนั้นหลี่ฉีเย่ยืนอยู่ตรงนี้ใช้เสาจารึกปณิธานของปราชญ์อมตะหยุดการโจมตีจากศัตรูของเขา เสาจารึกนี้อาบไปด้วยเลือดทั่วสนามรบ บางเป็นเลือดของผู้ใต้บัญชาของหลี่ฉีเย่ แต่ส่วนใหญ่เป็นเลือดของเผ่าหมิงโบราณ !

หลายจากหลายล้านปีผ่านไป หลี่ฉีเย่อีกครั้งได้ใช้อำนาจของเสาจารึกนี้ แม้ว่าการต่อสู้นี้จะไม่รุนแรงเท่ากับสงครามในอดีต มันก็ยังทำให้เขานึกถึงยุคมืด อารมณ์ของเขาจมดิ่งด้วยความเศร้า

เห็นเสาจารึกนี้แล้วทำให้เขานึกถึงผู้คนจำนวนมากที่อยู่ภายในความทรงจำที่หายไปของเขา

" ศิษย์พี่หลี่จงเจริญ ! " หลังจากเวลาผ่านไป ทุกคนได้สติกลับมาอีกครั้ง คนจากหอยอดยุคมาล้อมหลี่ฉีเย่และกล่าวสรรเสริญเขา

ศิษย์พี่หลี่จงเจริญ ! " จากนั้นพวกเขาก็โยนหลี่ฉีเย่ขึ้นสู่อากาศ

" ข้าด้วย ข้าด้วย ข้าก็มีส่วนช่วยในสงครามนะ ! " ฤดูน้อยอดไม่ได้ที่จะเสนอตัวออกมาและวิ่งเข้าหาฝูงชน

กลุ่มของผู็ศึกษาทันใดนั้นก็ห้อมล้อมกันและโยนฤดูน้อย

ซือคงโถวเทียนตรงกันข้ามเขาหนีทันทีที่สงครามจบ ตัวตนของเขาจะต้องไม่มีใครรู้และไม่ให้ใครจับได้ !

การร่วมฉลองครั้งนี้ทำให้คนจากหอยอดยุคเต็มไปด้วยความตื่นเต้น

แน่นอนว่ามีกลุ่มคนที่ไม่มีความสุขโดยเฉพาะคนจากหอยอดมณีและหอยอดศักดิ์สิทธิ์ การแสดงออกของพวกเขาบิดเบี้ยวอย่างมาก

การต่อสู้จบหลัง เหล่าชายชราที่เป็นพันธมิตรกันตาย และเหล่าเงาในสำนักล้วนถูกฆ่า ไม่มีใครหนีรอดสักคนเดียว

สำนักนั้นแม้แต่จะได้ความสูญเสียบางอย่าง แต่พวกเขาก็ได้รับชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ พวกเขากำจัดพันธมิตรที่ทรงอำนาจและได้รับสามอาวุธจักรพรรดิระดับชีวิต !

ข่าวนี้เดินทางอย่างรวดเร็วไปทั่วและภายดินแดนร้อยเมืองตกลงสู่ความเงียบ ! เหล่าคนรุ่นเยาว์และผู้ฝึกตนพเนจรรู้บางอย่างเกี่ยวกับข่าวนี้ แต่เหล่าคนตายจากนิกายทรงอำนาจรู้รายละเอียดของมัน บางคนในพวกเขากระทั้งเข้าร่วมการต่อสู้ !

สองสมบัติระดับแท้จริง เจ็ดสมบัติระดับชีวิต เหล่าชายชราคนตายทั้งสิบเอ็ด - นี้หมายความว่ามีอย่างน้อยสองเชื้อสายอมตะที่เข้าร่วมในครั้งนี้ สำหรับนิกายทรงอำนาจจำนวนมากเท่าไหร่ที่เข้าร่วมการยึดสำนักครั้งนี้ไม่มีใครรู้รายละเอียดที่แน่นอน

เมื่อหายนะครั้งนี้มาเยือนสำนัก เหล่าคนตายที่หลบซ่อนตัวอยู่ล้วนคิดว่าพลังของของกลุ่มพันธมิตรในครั้งนี้เพียงพอแล้วที่จะยึดสำนักและเส้นเลือดสวรรค์ในดินแดน ทว่าสุดท้ายกองกำลังนี้ถูกทำลายและพวกเขาสูญเสียสามอาวุธจักรพรรดิ สำหรับเหล่านิกายที่เขาร่วมในครั้งนี้พยามอย่างมากในการร้องไห้ในความเงียบเพื่อไม่ให้ใครรู้ว่าพวกเขามีส่วนร่วมในคร้งนี้ด้วย

ตอนนี้ทุกคนในดินแดนล้วนกังวลเกี่ยวกับการล้างแค้นของสำนักเต๋าสวรรค์ !

" มันไม่ใช่ว่าไร้เหตุผลที่สำนักนั้นอยู่มานานจนถึงตอนนี้ ! " เหล่าคนตายที่ซ่อนอยู่อดไม่ได้ที่จะพึมพำ " สำนักนั้นไม่พังทลายในยุคมืด และแม้จะเผชิญหายะในครั้งนี้ พวกเขาก็ยังอยู่รอดปลอดภัย "

ระหว่างการต่อสู้ เหล่าคนตายบางกลุ่มเฝ้าดูอย่างเงียบๆ และผลของมันทำให้พวกเขาตกตะลึง แม้ว่าพวกเขาจะตั้งใจไม่เข้าร่วม แต่พวกเขาก็คิดว่าสำนักจะต้องล่มสลายอย่างแน่นอน

ตอนนี้ปรากฏว่ากลุ่มพันธมิตรนั้นถูกทำลายสิ้น นี้ทำให้เหล่าผู้ชมล้วนแต่อาบเหงื่อเย็น พวกเขาดีใจที่ไม่ได้เข้าร่วม ไม่เช่นนั้นพวกเขาจะต้องมีชะตากรรมเช่นเดียวกับสิบเอ็ดคนในแทนบูชา

" แผนการ นี้เป็นแผนการที่ถูกวางมาแล้ว ไม่เพียงแต่พันธมิตรที่วางแผนการ แต่สำนักก็มีแผนของตัวเอง พวกเขาล่อให้ศัตรูติดกับแผนของเขาและปิดประตูตีสุนัข ! " สุดท้ายเหล่าคนตายก็กล่าวด้วยใบหน้าที่ซีดขาว

แม้ว่าหลายคนจะคิดว่าสำนักนั้นจงใจให้สงครามครั้งนี้เกิดขึ้น แต่ก็ไม่มีใครกล้าวิจารณ์ !

หากฝ่ายพันธมิตรไม่สามารถทำลายสำนักได้ เช่นนั้นพวกเขาจะตกลงสู่แผนนี้ได้อย่างไร ? บางคนกระทั้งสงสัยว่าหายนะของสำนักนั้นเป็นเรื่องจริงหรือไม่ สำนักอาจจะปล่อยข่าวลือนี้เพื่อล่อศัตรูจากนั้นก็รอทำลายพวกมันในครั้งเดียว !

จากเรื่องทั้งหมด ทำให้ทุกคนได้ทราบถึงตัวตนที่มีบทบาทเป็นพิเศษในสงคราม หลี่ฉีเย่ ! ในเวลานี้ทุกคนตระหนักได้ว่าหลี่ฉีเย่และสำนักนั้นอยู่ฝังเดียวกัน หลี่ฉีเย่นั้นทำตัวเป็นแสงสว่างขณะที่สำนักนั้นคอยอยู่ในเงามืด หลี่ฉีเย่ฆ่าบาเสี่ยและหู่เยี่ย จากนั้นก็สังหารจือหวังอู่และเจ้าชายฉิงเสวี่ย นี้เป็นเพียงหยื่อล่อเพื่อที่จะจุดชนวนความขัดแย้ง !