329

ตอนที่ 329 แผนการฝังศัตรูทั้งหมด

สองสมบัติระดับแท้จริงและเจ็ดสมบัติระดับชีวิต...ในช่วงเวลานี้ที่ทุกคนรู้ว่าศัตรูมีสมบัติจักรพรรดิจำนวนมากเท่าไหร่อยู่ในแทนบูชา

เมื่อสมบัติเหล่านี้รวมพลังกันเป็นหนึ่ง เกิดเป็นภาพทรงอำนาจบนชั้นฟ้า มีมันภาพจักรพรรดิอมตะที่กำลังเหยียบย่ำชั้นฟ้า และเทพที่แท้จริงบดขยี้สวรรค์ ทำให้สวรรค์ถึงกับพังทลาย...

ภาภที่ปรากฏนี้ทำให้ทั่วโลกจักรพรรดิมนุษย์สั่นสะเทือน เหล่าคนตายเปิดดวงตาคนพวกเขาในหลุมศพ กระทั้งเหล่าคนที่ถูกผนึกก็เปิดมันขึ้น

" หรือนี้จะเป็นจุดจบของสำนักเต๋าสวรรค์ ? " หลักจากเห็นพลังเหนืออมตะดังกล่าว กระทั้งเหล่าคนตายที่อาศัยอยู่มานานก็ยังพึมพำ

สำนักจะป้องกันการโจมตีที่ทรงอำนาจเช่นนี้ได้รึ ? ไม่มีใครรู้แน่ว่าอำนาจทรงพลังขนาดใด ที่แน่ชัดก็คือสิ่งที่มันกวาดผ่านล้วนต้องเป็นขี้เถ้า !

พวกเขามีคนตายมากกว่าสิบคนที่คุมสองสมบัติแท้จริงและเจ็ดสมบัติระดับชีวิต - นี้กล่าวได้ว่าเป็นการโจมตีที่รุนแรงที่สุด ดังนั้นพวกเขาจะสามารถหยุดมันได้อย่างไร ?

"  แกร๊ก  แกร๊ก แกร๊ก " เสียงบทสวดดังกึกก้องไปทั่วชั้นฟ้ารูปแบบสังหารเทพเจ้าดึงอำนาจสูงสุดของมันออกมา หนึ่งดาบที่กวาดผ่านเส้นทางมานับไม่ถ้วนละบดขยี้ทุกอย่างเป็นธุลี การเปิดใช้รูปแบบนี้กระทั้งกลั่นได้ทั้งเก้าโลกและสิบแผ่นดิน แต่หน้ารูปแบบนี้ ไม่ว่าจะเป็นผู้เชียวชาญระดับใดพวกเขาเป็นเพียงเศษฝุ่น

" ตูม ! " ทั้งสองฝ่ายปะทะซึ่งกันและกัน อำนาจอมตะพยามที่จะกดข่มรูปแบบดังกล่าว ดาบที่สูงตระหง่านทันใดนั้นก็ค่อยๆเล็กลง แม้ว่ารูปแบบนี้จะทรงอำนาจขนาดใดมันก็ยังไม่สามารถเอาชนะอำนาจจากอาวุธจักรพรรดิจำนวนมากได้

" สำนักเต๋าสวรรค์ไม่ใช่ที่ที่พวกเจ้าจะมาทำอะไรตามอำเภอใจ ! " ขณะที่อำนาจอมตะของแทนบูชากำลังจะชนะการต่อสู้นี้ เสียงที่เย็นชาดังไปทั่วชั้นฟ้า

" โอมมม ! " ภายในเก้าชั้นฟ้านั้นถูกอย่างถูกย้อมเป็นสีแดง ทันใดนั้นสำนักก็ราวมีสวรรค์เป็นของตัวเอง ภายในส่วนลึกของสำนักที่ดินแดนบรรพบุรุษ ปรากฏเป็นแอ่งน้ำวนขนาดใหญ่จากนั้นมันก็กลั่นชั้นฟ้า

ในเวลานี้ทุกคนเห็นได้อย่างชัดเจนว่ามีชายชราเจ็ดคนปรากฏบนเส้นขอบฟ้า ชายชราเหล่านั้นเต็มไปด้วยความเก่าแก่และลึกลับ เพียงแค่มองผ่านก็รับรู้ได้ว่าพวกเขาเป็นบรรพชนที่อยู่มานานหลายปี วงแหวนชีวิตของพวกเขาเหือดแห้งและอยู่บนขอบเหวแห่งความตาย แต่ด้วยพลังงานในสายเลือดที่เหลือของพวกเขาก็เพียงพอแล้วที่จะบดขยี้โลกนี้ พวกเขามีความที่จะขยี้นรกและพลิกคว่ำสวรรค์ หรือกระทั้งคว้าดวงดารา กลั่นเต๋าทั้งหกและปกครองแปดดินแดนรกร้าง

ชายชราทั้งเจ็ดค้นห้อมลอมอยู่ที่กระถางขนาดใหญ่ที่สามารถกลั่นสวรรค์และปฐพี ช่วงเวลาที่กระถางนี้เปิดปาก ไม่ต้องกล่าวถึงเหล่าตัวตนอมตะ กระทั้งเวลาและมิติก็ยังถูกกลั่น ภายใต้การควบคุมของบรรพชนทั้งเจ็ด กระถางนั้นปลดปล่อยอำนาจสวรรค์ออกมาไม่สิ้นสุด แม้แต่เทพที่แท้จริงก็ยังต้องหนรเมื่อเผชิญหน้า

" เจ็ดบรรพชนบรรพกาล ไม่ใช่ว่าพวกเขาควรจะอยู่ปกป้องปราณเทพ !? " เห็นชายชราทั้งสอง เสียงตกตะลึงดังออกมาจากแทนบูชา

" สกัดกลั่น ! " ทว่าบรรพชนทั้งเจ็ดไม่สนใจสิ่งใด กระถางทันใดนั้นก็ปลดเปลวไฟศักดิ์สิทธิ์และเริ่มจะกลั่นแทนบูชา เปลวไฟนี้กำราบได้แม้แต่อาวุธจักรพรรดิ

" แกร๊ก ! " เมื่อแทนบูชาถูกกำราบได้ รูปแบบสังหารเทพก็กลายเป็นส่องประกายและทรงอำนาจมากยิ่งขึ้น และมันตอบโต้ลำแสงของแทนบูชา

" กระถางแห่งความโกลาหล ! " ไม่เพียงแต่เหล่าคนที่อยู่ในแทนบูชา กระทั้งเหล่าชายชราคนตายที่ซ่อนตัวอยู่ในความมืดและดูเหตุการณ์ก็ยังตกตะลึง ที่เห็นกระถางใบนี้

กระถางแห่งความโกลาหล ! " เหล่าคนตายในดินแดนร้อยเมืองก็ปลดผนึกตัวเองและบังคับให้ตื่นขึ้นมาเมื่อรู้สึกได้ถึงเปลวไฟศักดิ์สิทธิ์ หนึ่งในนั้นเอ่ยด้วยน้ำเสียงหวาดกลัว " ข่าวลือว่าสำนักนั้นสูญเสียกระถางใบนี้ไปหลายยุคก่อน "

กระถางแห่งความโกลาหลนั้นเป็นสมบัติคุ้มกันนิกายของสำนักเต๋าสวรรค์ และต้นกำเนิดของมันลึกลับอย่างมาก บางคนเดาว่ามันมาจากยุคตำนานและเต็มไปด้วยอำนาจที่ยากจะหยังถึง ในโลกของจักรพรรดิมนุษย์ในช่วงของยุคมืดที่วุ่นวายมากที่สุด  กระถางแห่งความโกลาหลเป็นเหตุผลที่ทำให้สำนักยังอยุ่รอด

ต่อมามีข่าวลือว่าสำนักนั้นสูญเสียกระถางใบนี้ไป ตั้งแต่นั้นมาก็ไม่มีใครเคยเห็นกระถางใบนี้ปรากฏบนโลกอีกเลย

วันนี้ กระถางแห่งความโกลาหลทันใดนั้นก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง เหล่าตัวตนอมตะคนตายไม่ว่าจะเข้าร่วมการต่อสู้เหลือไม่ล้วนหวาดกลัวอย่างมาก

" เจ็ดบรรพชนบรรพกาล นี้เป็นกับดัก ! " เหล่าคนตายที่ชมอยู่แค่นเสียงเย็นชา

สำนักเต๋าสวรรค์นั้นมีบรรพชนหลายรุ่น ตัวอย่างเช่นบรรพชนเหล่ย บางคนเป็นเหล่าคนตายจากยุคของจักรพรรดิอมตะต้ากง ทว่าเหล่าตัวตนเช่นเขาไม่ตัวตนอมตะที่น่ากลัวที่สุดในสำนัก

ตำนานนั้นกล่าวว่าสำนักได้ผนึกเจ็ดบรรพชนอมตะที่ท้าทายสวรรค์เอาไว้อยู่ ด้วยพลังชีวิตที่เหลือของพวกเขาอาจจะทำให้พวกเขาตายเวลาใดก็ได้ พวกเขารู้จักกันในชื่อเจ็ดบรรพชนบรรพกาล

ก่อนหน้าหากสำนักไม่ถึงคราวที่ต้องถูกทำลายแน่นอน พวกเขาจะไม่มีวันปรากฏเนื่องจากชีวติของพวกเขาที่ยังเหลือน้อย มันอาจจะเป็นไปได้ว่าพวกเขาอาจจะตายทันทีที่จบภารกิจ

เมื่อไม่นาน เหล่าคนตายที่ต่อต้านสำนักรวมกันเป็นพันธมิตรและต้องการยึดสำนัก พวกเขาพบว่าสำนักกำลังอยู่ในหายนะเพราะปราณเทพคลุ้มคลั่ง เพื่อที่จะให้ปราณเทพสงบเจ็ดบรรพชนบรรพกาลจึงไม่สามารถปรากฏตัวได้ ทว่าไม่เพียงพวกเขาจะผิดพลาด พวกเขายังยังตกลงสู่มิติบิดเบือนของปราณเทพ !

ด้วยเหตุนี้เหล่าคนตายพันธมิตรจึงหวังที่จะทำลายและยึดสำนัก รวมถึงขโมยสบัติของพวกเขาออกมา

ทว่าหลังจากที่เห็นเจ็ดบรรพชนบรรพกาลปรากฏตัวขึ้นวันนี้ อีกทั้งพวกเขายังไม่ได้เสียกระถางแห่งความโกลาหลไป หากพวกเขาไม่โง่พอก็จะเข้าใจได้ว่านี้เป็นกับดักของสำนักที่วางล่อผุ้มาเยือน !

" ตาแก่ซงลี่ เจ้าหลอกลวงพวกเรา ! " เสียงโบราณนั้นดังออกมาจากแทนบูชาอีกครั้ง และเสียงเหล่านั้นเต็มไปด้วยความโกรธแต่ซงหลี่ หนึ่งในเจ็ดบรรพชนบรรพกาล

" ไป !! " อีกเสียงดังออกมา อำนาจอมตะของแทนบูชานั้นไม่สามารถต้านทานต่อรูปแบบสังหารเทพและกระถางแห่งความโกลาหลได้ เพราะว่าเส้นเลือดสวรรค์ของสำนักได้เสริมอำนาจให้กับรูปแบบสังหารและกระถางแห่งความโกลาหล  หากพวกเขาเผชิญหน้าจะเสียเปรียบอย่างมาก

" ปัง ! " เจ็ดสมบัติชีวิตและสองสมบัติแท้จริง - เมื่อรวมพลังกันเป็นหนึ่งอีกครั้ง มันไม่ได้โจมตีเข้าไปยังสำนักกลับกันพวกมันพยามที่จะหนี ตอนนี้พวกเขาไม่สนใจเหล่าเงา คนที่ติดอยู่ในรูปแบบสังหาร

" ตูม ! " เมื่อเหล่าอำนาจของเก้าอาวุธจักรพรรดิที่ควบคุมเหล่าคนตายพยามจะหนี แม้แต่รูปแบบสังหารเทพเจ้าก็ไม่สามารถหยุดมันได้ - มันขึ้นอยู่กับเวลาเท่านั้น

" นับตั้งแต่พวกเจ้ากล้าเข้ามา อย่าได้หวังว่าจะได้ออกไป ! " เห็นแสงอมตะทำลายรูปแบบสังหารเทพเจ้าเพื่อจะหนี เสียงเย็นชาของหลี่ฉีเย่ปรากฏขึ้น

" ตูม ! ตูม ! ตูม !  " ทันใดนั้นแสงศักดิ์สิทธิ์ไร้ที่สิ้นสุดก็ปกคลุมไปทั่วสำนัก ราวกับกำลังปกคลุมโลก

ในเวลานี้สิ่งที่ไม่น่าเชื่อก็เกิดขึ้น หลี่ฉีเย่แบกแผ่นจารึกขนาดใหญ่ไว้ด้านหลังของเขา

ที่ทางเขาของสำนักมีแผ่นจารึกขนาดใหญ่ที่สลักชื่อของเหล่าตำตนอมตะไว้มากมาย เพื่อเป็นเกียรติให้แก่สำนักและสร้างชื่อเสียงให้กับสำนักไปทั่วโลก ดังนั้นพวกเขาจึงกลับมาทิ้งชื่อเอาไว้ เสาจารึกนั้นเป็นดังความรุ่งโรจน์ของสำนัก !

จักรพรรดิอมตะจ้า จักรพรรดิอมตะฮ่าวไห่ บรรพชนราชสีห์บาเซียน เทพยุทธ...ชื่อเหล่านั้นล้วนสั่นสะท้านไปทั่วโลก บางชื่อกระทั้งโบราณและยากที่จะตรวจสอบ

ในแต่ละรุ่น ผู้คนจำนวนมากล้วนรู้ว่าเสาจารึกนี้เป็นความรุ่งโรจน์ของสำนัก  แต่วันนี้พวกเขากำลังเห็นเรื่องที่แปลกประหลาดอย่างมาก

เสาจารึกที่หลี่ฉีเย่แบกอยู่ด้านหลังนั้นส่องประกายอำนาจศักดิ์สิทธิ์ไร้ที่สิ้นสุด จากนั้นสร้างเป็นกรงขังภายในสำนัก

ทว่านี้ยังไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัวและท้าทายสวรรค์มากที่สุด ชื่อแต่ละชื่อทันใดนั้นก็ส่องแสง..จากนั้นปรากฏเป็นร่างเงาของชื่อแต่ละชื่อ

แต่ละร่างเงาเหล่านี้ปรากฏตัวออกมาพร้อมด้วยกลิ่นอายอมตะอันเป็นนิรันดร์ ทุกคนเห็นภาพลวงตาของราชันมังกรสวรรค์ เทพสมุทร จักรพรรดิอมตะต้ากง และอีกมากมาย พวกเขายืนอยู่เหนือท้องฟ้าของสำนัก ในเวลานี้เหล่าตัวตนอมตะที่ท้าทายเทพเจ้าได้ปรากฏตัวเพื่อคุ้มครองสำนัก

ขณะที่ร่างเงาเหล่าปรากฏอยู่เหนือชั้นฟ้า มันกลายเป็นแนวป้องกันอันแข็งแกร่งของสำนัก แนวป้องกันนี้สามารถปัดเปาการโจมตีของเทพและปีศาจได้ทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นการโจมตีที่รุนแรงเหลือสั่นสะเทือดโลกขนาดใดล้วนไร้ค่าต่อแนวป้องกันเหล่านี้ นี้คือการป้องกันของเหล่าตัวตนอมตะ นี้คือแนวป้องกันที่สยบทุกการโจมตีได้ทั้งภายนอกและภายใน

" เป็นไปไม่ได้ ! " ไม่จำเป็นต้องเอ่ยถึงคนภายนอก กระทั้งผู้อาวุโสและผู้คุ้มกันของสำนักยังตกตะลึง พวกเขานั้นไม่เคยรู้มาก่อนว่าจารึกมีอำนาจมากมายเช่นนี้ กระทั้งปัจจุบันพวกเขาก็คิดว่ามันเป็นเพียงเสาจารึกชื่อเท่านั้น

ทว่าวันนี้ ทุกคนตระหนักได้ว่าเสาจารึกนี้ไม่ธรรมดาอีกต่อไป เหล่าตัวตนอมตะไม่ได้เพียงทิ้งชื่อของพวกเขาไว้ในเสาจารึกนี้ แต่พวกเขาก็ยังทิ้งเจตจำนงและอำนาจของพวกเขาไว้เพื่อปกป้องสำนัก !