314

" แม่นางคนนั้นกำลังขโมยความเปล่งประกายของนายน้อยไป ! " เสียงๆหนึ่งทันใดนั้นก็ปรากฏตัวข้างหลี่ฉีเย่ ก่อนที่ทุกคนจะรู้สึกตัว มีชายหนุ่มผิวดำนั่งอยู่ข้างๆหลี่ฉีเย่ เพียงเหลือบมอบหลี่ฉีเย่ก็รู้ได้ทันทีว่าเป็นซือคงโถวเทียน

" ของเช่นนั้นนับว่าไร้ค่า " หลี่ฉีเย่อมยิ้มเอ่ย " หากคนอื่นก็ข้าอยากได้ยกให้ ข้าชื่นชอบการฆ่ามากกว่าสนใจของพวกนี้ " กล่าวเสร็จหลี่ฉีเย่ก็เลียริมฝีปากของเขา

ซือคงโถวเทียนแผ่นหลังกลายเป็นเย็นเฉียบหลังจากเห็นการกระทำของหลี่ฉีเย่ แม้ว่าเขานั้นจะแอบเขานิกายใหญ่และเห็นบรรพชนของพวกนั้นมามาก ทว่าเมื่อเขาเห็นหลี่ฉีเย่เลียริมฝีปาก สายตาของเขาราวกับกำลังเห็นสัตว์บรรพกาลกระหายเลือดจ้องเหยื่อ ซือคงโถวเทียนสั่นด้วยความกลัว

กลุ่มของจือหวังอู่และเจ้าชายฉิงเสวี่ยกลายเป็นไร้คำพูด แม้ว่าพวกเขาจะวางแผนมาอย่างไร แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีคนที่ดูออก

สุดท้ายการประชุมครั้งนี้ก็กลายเป็นไร้ประโยชน์ แผนของจือหวังอู่และนิกายทรงอำนาจพังทลาย ดังนั้นพวกเขาจึงล้มเลิกการประชุมชั่วคราว

ในช่วงเดินทางกลับหลี่ฉีเย่อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจและเอ่ย " ช่างน่าเสียดาย " หลี่ฉีเย่ไม่สามารถบรรลุเป้าหมายของเขาได้เพราะเหม่ยซูเหยาและจี๋คงอู่ตี๋ แน่นอนที่หลี่ฉีเย่เข้าร่วมการประชุมไม่ใช่เพื่อฟังเรื่องไร้สาระอย่างการให้ใครเข้าไปบ้าง

เขากังวลว่าจะไม่มีเสือซ่อนหรือมังกรมอบที่เขาจะใช้เป็นเหยื่อล่อเหล่าคนตายขึ้นมา

" เสียดายอะไร ? " ปิงหยู่เซี่ยคนที่เดินตามหลังเขามาอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม

หลี่ฉีเย่นั้นยิ้มก่อนจะเอ่ย " ไม่มีอะไร ข้าแค่เสียดายที่ไม่ใช้มือคู่นี้สร้างถนนโลหิต ข้าตั้งใจที่จะก่อให้เกิดพายุเลือดอาบไปทั่วปฐพี ทว่าน่าเสียดายที่ทุกอย่างล้มเหลว " คำพูดของหลี่ฉีเย่เต็มไปด้วยเจตนาฆ่า นี้ทำให้ปิงหยู่เซี่ยจ้องเขามากขึ้น

หลังจากกลับมาถึงที่ของพวกเขา ปิงหยู่เซี่ยที่จ้องหลี่ฉีเย่อยู่เอ่ย " เจ้าต้องการจะทำอะไรกัน ? "

หลี่ฉีเย่เหลือบมองก่อนจะเอ่ย " ไม่มีอะไร ข้าเพียงอยากฆ่า สร้างปัญหา จากนั้นก็เลือกสมบัติ มันเป็นเรื่องปกติ ทุกคนล้วนต้องการทำแบบนี้ ผู้ฝึกตนทุกคนที่มาที่นี่ก็มีเหตุผลเช่นเดียวกัน "

" หญิงสาวเช่นข้านั้นไม่สนใจการฆ่า " ปิงหยู่เซี่ยสะบัดผัดของนางก่อนจะเอ่ยอย่างสบายๆ " ตามหาข้าหลังจากประตูเปิดแล้ว เกี่ยวกับการสังหารเหล่านั้น เจ้าทำได้ตามใจชอบ ข้านั้นยุ่งเกี่ยวกับเหล่าแม่นางน้อยอย่างมาก "

หลี่ฉีเย่มองไปที่นางก่อนจะเอ่ย " อย่าได้ทำตัวเยี่งบุรุษนานไปนัก กระทำดั่งเช่นสตรีที่ดีควรทำซะ ! "

" เจ้ามาเกี่ยวอะไรด้วยเล่า ? " ปิงหยู่เซี่ยเอ่ย " ข้าจะทำสิ่งที่ข้าอยากทำ ไม่มันใช่ธุระของเจ้า " 

" ตุบ ! " หลี่ฉีเย่ตบไปยังก้นของนาง นี้ทำให้ใบหน้าของนางแดงก่ำพร้อมกระโดดออกไป

นางจ้องหลี่ฉีเย่อย่างโกรธเคือง " ปีศาจน้อย หากเจ้ายังกล้าทำกับข้าเช่นอีกในวันหน้า...ข้าจะตัดมือเจ้า ! "

หลี่ฉีเย่โบกมืออย่างไม่ใส่ใจ " สายน้อย หากเจ้าเป็นบุรุษ เช่นนั้นเจ้าคงไม่แสดงออกเช่นนั้นหรอกใช่หรือไม่ ? ทำตัวเป็นสตรีที่ดีซะ "

นางกัดฟ้นและกระทืบเท้าด้วยความโกรธ ก่อนจะหันหลังและเดินจากไป

แม้ว่าการประชุมครั้งนี้จะไม่ได้อะไร แต่เหล่าคนที่ต้องการเข้าไปในประตูล้วนมีการเปลี่ยนแม้ว่าจะเป็นนิกายเล็กหรือใหญ่ สำนักนั้นตัดสินใจที่จะมอบประโยชน์ให้กับทุกคน ดังนั้นนิกายใหญ่จึงพยามสร้างกองทัพของเขาให้มากขึ้น

แน่นอนว่าเรื่องดังกล่าวเป็นการกดดันนิกายที่อ่อนแอ กองทัพที่ยิ่งใหญ่จะเป็นภัยคุกคามสำหรับพวกเขา

ขณะเดียวกันสำนักเต๋าสวรรค์ก็ยังปิดประตูเงียบ มันราวกับว่าพวกเขานั้นไม่รับรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้น

การแสดงออกเช่นนี้ทำให้หลายคนตระหนักได้ว่าสำนักกำลังเจอกับหายนะครั้งใหญ่ภายใน มันราวกับว่าพวกเขากำลังหาทางแก้หายนะของตัวเอง เช่นนั้นแล้วพวกเขาจะเอาเวลามาสนใจเรื่องของคนอื่น ?

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อปฐพีมีการสั่นไหวอย่างรุนแรงมากขึ้น เหล่าพันธมิตรล้วนรับรู้ได้ว่ากำลังมีหายนะใหญ่ใกล้เข้ามา

คิดมาถึงจุดนี้ สายตาของพวกเขาก็เต็มไปด้วยความโลภ และน้ำหลายใหล คิดเกี่ยวกับมันสำนักนั้นอยู่มาหลายล้านปี พวกเขาจะมีสมบัติศักดิ์สิทธิ์และสิ่งของอมตะจำนวนมากขนาดใดไว้ในครอบครอง ? ยิ่งคิดพวกเขาก็ยิ่งกลายเป็นตื่นเต้นมากขึ้น บางคนกระทั้งพยามจะแอบเข้าไปยังสำนัก

ประตูราชสีห์คำรามนั้นยังไม่ได้จากไป พวกเขานั้นรอดูเหตุการณ์ในสำนักอย่างเงียบๆเพื่อรอให้การช่วยเหลือ

วันรุ่งขึ้นซือเสี่ยวเต๋าทันใดนั้นพุ่งเขามาหาหลี่ฉีเย่อย่างตื่นตระหนก

ซือเสี่ยวเต๋ากล่าวอย่างร้อนรน " พี่หลี่ นี้มันไม่ดีแล้ว ท่านควรรีบไปและได้โปรดช่วยพี่สาวข้า ! "

หลี่ฉีเย่ขมวดคิ้วและเอ่ยถาม " เกิดอะไรขึ้น ? " หลี่ฉีเย่รู้ดีว่าซือเสี่ยวเตี๋ยไม่ใช่คนที่ชอบก่อปัญหา

ซือเสี่ยวเต๋าอุทานด้วยความโกรธ " ประเทศเซียนนั้นมาหาพวกเรา และพวกเขาใช้กำลังบังคับการแต่งงาน ! " ใบหน้าของเขาแดงก่ำด้วยความโกรธ เขาเกลียดความจริงที่ว่าประตูของพวกเขาไม่สามารถเทียบกับประเทศเซียนพิโรธอมตะได้

" บังคับแต่งงาน ? " หลี่ฉีเย่เอ่ยถาม " ประเทศเซียนหน้าด้านจนถึงจุดนี้แล้ว ? พี่สาวของเจ้ากล่าวอย่างชัดเจนว่าไม่ต้องการแต่งกับซือหม่าหลงหยุน แต่พวกเขายังกล้ามาบังคับนางแต่งงาน ? "

ซือเสี่ยวเต๋าตอบด้วยความโกรธ " มันเป็นเช่นนั้น ! เจ้าชายลำดับหนึ่งบาเสี่ยนั้นมาด้วยตัวเอง และเขาบังคับพี่สาวข้าให้แต่งงานกับซือหม่าหลงหยุน ! "

หลี่ฉีเย่ลูบคางของเขาก่อนจะเอ่ย " นี้ดูไม่เหมือนว่าประเทศเซียนจะหน้าด้านถึงขนาดนี้ นี้ต้องใช้ความหน้าด้านขนาดใดกัน "

" เฮ้ นี้ไม่เห็นมีอะไรน่าแปลกใจ " ในเวลานี้ซือคงโถวเทียนปรากฏตัวหน้าประตูก่อนจะเอ่ย " ข้าได้ยินข่าวมาโดยบังเอิญ ซือหม่าหลงหยุนต้องการแต่งกับแม่นางซือ แต่นี้เป็นเพียงเป้าหมายที่สองของประเทศเซียน ที่จริงพวกเขาหวังจะได้คัมภีร์กายาและทักษะที่แม่นางซือบ่มเพาะเนตรหมื่นสงครามศักดิ์สิทธิ์..."

" ทั้งสองอย่างนี้ล้วนไม่ได้ด้อยค่ากว่าคัมภีร์จักพรรดิ แต่งงานกับนางจะทำให้พวกเขาได้รับจุดยอดคัมภีร์ทั้งสอง ไม่ต้องสงสัยประเทศเซียนจะได้รับประโยชน์อย่างมากจากการแต่งงานครั้งนี้  "

การแสดงออกของซือเสี่ยวเต๋ากลายเป็นมืดมนหลังจากได้ยินคำอธิบายของซือคงโถวเทียน

" ตระกูลซือของข้าแน่นอนว่าจะไม่ให้พวกมันทำสำเร็จ ! " ซือเสี่ยวเต๋ากัดฟันเอ่ย

" ข้ายังมีข้อมูลเพิ่มอีกว่า " ซือคงโถวเทียนยิ้มและเอ่ย " บาเสี่ยนั้นบ่มเพาะคัมภีร์กายาที่ไม่สมบูรร์ ได้เขาจะต้องเผชิญกับหายนะของกายาที่รุนแรงอย่างมาก และกายามารของเขาก็ดุร้ายอย่างยิ่ง แม้ว่าเขาจะปราบปรามมันได้แต่เขาก็จะไม่ได้รับกายาที่สมบูรณ์ ข้อผิดพลาดนี้อาจจะทำให้การบ่มเพาะกายาในอนาคตของเขาลำบากอย่างมาก "

" บาเสี่ยนั้นกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้และต้องการได้คัมภีร์กายาขั้นสมบูรณ์จากประตูราชสีห์คำราม  เขาได้ยินมาว่าตระกูลของเจ้ามีคัมภีร์ที่ส่งต่อกันมาตั้งแต่ยุคโบราณและถูกสร้างโดยบรรพบุรุษของเจ้า อีกทั้งยังเป็นคัมภีร์กายาอมตะขั้นสมบัติ ดังนั้นบาเสี่ยจึงมาที่นี่เพื่อไม่แก้ไขข้อบกพร่องกายาของเขา "

ตอนนี้ซือคงโถวเทียนอมยิ้มก่อนจะมองซือเสี่ยวเต๋า " ความจริงไม่ใช่มีเพียงพวกเขาในดินแดนตอนกลางที่ต้องการคัมภีร์กายาอมตะของตระกูลซือ นี้เป็นเหตุผลที่ยังไม่มีใครลงมือ หากประเทศเซียนพิโรธอมตะทำลายประตูราชสีห์คำรามของเจ้าได้และคัมภีร์กายาอมตะออกไปได้ เช่นคนอื่นคงจะใช้เรื่องนี้เป็นข้ออ้างในการเริ่มสงคราม ตอนนี้พวกเขาอาจจะได้รับฉบับคัดลอกของคัมภีร์ "

ซือเสี่ยวเต๋าอดไม่ได้ที่จะกำหมัดของเขาแน่น ความจริงก็คือเขานั้นไม่เคยเห็นคัมถีร์กายาของตระกูลซือ มีเพียงท่านปูของเขาที่รู้จักมัน

มันไม่แปลกที่คนอื่นจะโลภอย่างได้คัมภีร์กายานี้ สุดท้ายสิ่งนี้ก็มีค่าเทียบเท่ากับคัมภีร์จักรพรรดิอมตะหรือว่าเจตจำนงแห่งสวรรค์ ! ไม่ใช่เพราะท่านปู่ของเขา ราชันเทพสวรรค์ราชสีห์คำรามยังมีชีวิตอยุ่และมีความสัมพันธ์ที่ดีกับเหล่าปรมจารย์ เช่นนั้นบางคนอาจจะลงมือชิงมันไปนานแล้ว

ทว่าสำหรับนิกายใหญ่ การลงมือครั้งนี้ก็ยังไม่นับว่าช้าเกินไป ตอนนี้สำนักนั้นกำลังวุ่นกับหายนะของตัวเอง ไม่มีเวลาที่เขาจะมาดูประตูราชสีห์คำรามแน่นอน เช่นนั้นเมื่อประเทศเซียนลงมือใครบ้างที่จะหยุดเขาได้ ?