313

ตอนที่ 313 ความแข็งแกร่งของปิงหยู่เซี่ย

ขณะที่กลุ่มของจือหวังอู่ , บาเสี่ย , และเจ้าชายฉิงเสวี่วยต้องการจะล้อมกรอบและฆ่าหลี่ฉีเย่ เสียงที่เพราะราวกับสวรรค์ทันใดนั้นก็ดังขึ้น " สหายเต๋าทั้งหลายกล่าวมีเหตุผลอย่างมาก "

สตรีนางหนึ่งลอยลงมา การปรากฏตัวของนางราวกับการมาถึงของเทพธิดาสวรรค์ลงมาเยือนโลกมนุษย์ ดอกบัวร่วงลงมาจากฟ้า ขณะที่แผ่นดินส่องแสงสีทอง

เทพธิดาเหม่ยซูเหยา ! ตัวแทนจากนิกายแม่น้ำนิรันดร์ ! ด้วยภูมิหลังและความสามารถของนางเพียงพอแล้วที่จะทำให้ทุกคนในที่นี่เคารพ !

นางนั้นกล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน " ประตูที่กำลังจะเปิดนนั้นเป็นของสำนัก ในฐานะเจ้าของพวกเขาต้องการแบ่งปันสิ่งของให้กับทุกคนบนโลก ใครกันที่มีคุณสมบัติพอที่จะขโมยมันไป ? ไม่ว่าจะเป็นปราชญ์อมตะหรือตัวตนอมตะจากยุคไหนก็ไม่มีสิทขโมยมันไปจากคนอื่น สำนักนั้นเต็มใจที่จะมอบผลประโยชน์เหล่านี้ให้ไม่ว่าจะเป็นกับนิกายขนาดเล็กหรือนิกายทรงอำนาจ "

เหล่าคนที่มีภูมิหลังอ่อนแอรีบกล่าวเสริม " เทพธิดาเหม่ยกล่าวได้ถูกต้อง ! " แม้ว่าพวกเขาจะเห็นด้วยกับคำพูดของหลี่ฉีเย่ สุดท้ายเขาก็ยังขาดพื้นหลังที่ดี ดังนั้นแม้ว่าทุกคนจะเห็นด้วยกับเขาแต่ก็ไม่มีใครกล้าแสดงตัว

ทว่าเทพธิดาเหม่ยซูเหยานั้นต่างออกไป ด้วยความสามารถที่น่ากลัวไม่ต้องการถึงภูมิหลังที่น่าเกรงขามอย่างนิกายแม่น้ำนิรันดร์ แค่นี้ก็เพียงพอแล้วท่จะกดข่มทุกคน ทั้งอาณาจักรประกายโบราณและแม้แต่อาณาจักรปราณฟ้าโบราณก็ยังห่างชั้นเมื่อเทียบกับนิายแม่น้ำนิรันดร์ !

จือหวังอู่กล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง " เทพธิดาเหม่ยกล่าวมีเหตุผล แต่มีคนใจบาปบางคนสมควรควรถูกเนรเทศออกไป ไม่ควรปล่อยให้เขาอยู่ในดินแดนร้อยเมืองเพื่อสร้างความขัดแย้งในหมู่พวกเรา ! " เขาจ้องมองหลี่ฉีเย่ขณะเอ่ยคำเหล่านี้

เสียงหัวเราะที่สดใสดังมาในอากาศ " ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่อาณาจักรประกายโบราณมีอำนาจในการไล่คนอื่นออกไป ? " ปิงหยู่เซี่ยปรากฏตัวพร้อมกับชุดบุรุษของนาง การปรากฏตัวของนางราวนายน้อยเจ้าสำราญคนหนึ่ง

กระทั้งต่อหน้าคนจำนวนมาก ปิงหยู่เซี่ยก็ยังแต่งกายเป็นบุรุษอย่างไม่ใส่ใจ นางนั้นก้าวมาพร้อมรอยยิ้ม " ดินแดนร้อยเมืองนั้นเป็นของเผ่าพันธ์มนุษย์ทุกคนบนโลก ปราชญ์อมตะสร้างที่นี่ขึ้นมาเพื่อให้มนุษย์ได้อยู่อย่างอิสระ ใครอนุญาติให้อาณาจักรประกายโบราณมีสิทธิ์ในการไล่คนอื่น ? อาณาจักรประกายโบราณและประเทศเซียนพิโรธอมตะ ทำไมต้องฟังคำพูดจากสองอำนาจนี้กัน ? "

" หากเจ้าต้องการผูกขาดดินแดนเช่นนั้นก็กล่าวมาตามตรง อย่าได้หาข้อแก้ตัวไร้สาระ นี้จะทำให้บรรพบุรุษของพวกเจ้าเสียชื่อเสียงเปล่าๆ "

" หากเจ้านั้นมีข้อข้องใจกับหลี่ฉีเย่ เช่นนั้นก็ไปสู้กับเขาและฆ่าเขาด้วยตัวเอง เกี่ยวอะไรกับการกล่าวอ้างคุณธรรมของคนที่เหลือบนโลก ? หรือต้องการแสดงให้คนอื่นเห็นว่าพวกเจ้านั้นเป็นพวกรักคุณธรรม ? ในฐานะบุรุษนี้ไม่ต่างจากพวกขี้ขลาด อาศัยคำพูดกดข่มคนอื่นเพื่อให้ตันเองสูงส่ง เช่นนี้แล้วพวกเจ้ายังกล้าจะคิดแบกเจตจำนงแห่งสวรรค์ในอนาคต ? เหอะ อย่าทำให้ผู้อื่นหัวจนตายจะดีกว่า ! "

เทียบกับการพูดอย่างนุ่มนวลของเหม่ยซูเหยา ปิงหยู่เซี่ยเห็นได้ชัดว่าหยิ่งยโสและหยาบคายยิ่งกว่า มันเต็มไปด้วยอารมณ์ที่รุนแรง ทว่าการแสดงออกของนางทำให้คนอื่นหดหู่ เพียงนางมาถึงก็ถึงกับกล้าต่อกรกับสองอำนาจในดินแดนร้อย เมืองพวกเขาทำได้เพียงให้กำลังใจนางอย่างเงียบๆ

" สาวน้อย คำกล่าวของเจ้านี้มันยิ่งคล้ายกับจักรพรรดิอมตะปิงหยู่เข้าไปทุกทีแล้ว " หลี่ฉีเย่ปรมมือและเอ่ย " ข้าเริ่มชอบเจ้ามากขึ้นเสียแล้ว "

ปิงหยู่เซี่ยเหลือบมองหลี่ฉีเย่และเอ่ย " ลืมมันไปซะ ข้าไม่ชอบบุรุษ "

คำกล่าวของนางทำให้บุรุษหลายหมดคำพูด นางเห็นได้ชัดว่าเป็นสตรีที่งดงามกระทั้งหญิงงามคนอื่นในดินแดนร้อยเมืองก็ยังไม่สามารถเทียบได้

กลุ่มของจือหวังอู่ , เจ้าชายฉิงเสวี่ย และบาเสี่ยกลายเป็นเงียบ คำกล่าวของเทพธิดาเหม่ยซูเหยานั้นพวกเขาอาจจะรับได้ แต่คำกล่าวของปิงหยู่เซี่ยนั้นทำให้พวกเขาปราศจากข้อโต้แย้ง

จือหวังอู่ค่อยๆเอ่ย " หรือเจ้าจะกล่าวว่าตำหนักขนนกเหมันต์นั้นเป็นตัวแทนของดินแดนร้อยเมือง ? " ทันใดนั้นกลิ่นอายศักดิ์สิทธิ์ของจือหวังอู่ก็ระเบิดออกมา พลังงานในสายเลือดของเขาเริ่มทำให้ผู้คนหวาดกลัว

ปิงหยู่เซี่ยเหลือบมองอย่างไม่แยแสและปลดปล่อยพลังงานในสายเลือดของนางก่อนจะเอ่ย " จือหวังอู่ หรือเจ้าพยามที่จะขู่ข้า ? คิดว่าตัวเองเป็นใคร ? คนที่มีสองทักษะจักรพรรดิอมตะ ใช่หรือไม่ ? ดี ดี แสดงให้ข้าดูเสียหน่อยว่าของพวกนั้นมีดีอะไร เจ้าคืออัจฉริยะที่เขาลือกัน ? ยอดเยี่ยมมาให้ท่านลุงของนี้ดูหน่อยว่าอัจฉริยะที่เขากล่าวกันมีค่าอะไรบ้าง ! " กล่าวเสร็จ วงแหวนทั้งเก้าทันใดนั้นก็ปรากฏบนหัวของนาง

เห็นเก้าวงแหวนที่ปรากฏบนหัวนาง ผู้คนต่างอุทาน " เซียนบรรพกาลเก้าวงแหวน ! สุดยอดเซียน !  "

มันมีอัจฉริยะจำนวนมากในที่แห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็นจือหวังอู่ , บาเสี่ย , เจ้าชายฉิงเสวี่ย หรืออัจฉริยะคนอื่นจากหอยอดศักดิ์สิทธิ์

ทว่าหลังจากเห็นวงแหวนทั้งเก้าเหนือหัวปิงหยู่เซี่ย เหล่าอัจฉริยะล้วนหน้าซีด ตอนนี้ปิงหยู่เซียนไม่เป็นเพียงเซียนบรรพกาล แต่นางยังมีถึงเก้าวงแหวน !

นี้มันน่ากลัวอย่างยิ่ง ในระดับเซียนบรรพกาล เก้าวงแหวนนั้นคือจุดสูงสุด สุดยอดเซียนนั้นสามารถกดขี่เซียนบรรพกาลคนอื่นๆได้เพียงแค่มอง กระทั้งองค์รักษ์เทพสวรรค์ก็ยังหน้าซีดเมื่อต้องเจอยอดอัจฉริยะเช่นนี้

" นี้..นี้เป็นไปได้อย่างไร ? " ตอนนี้เหล่าอัจฉริยะ รวมถึงเซียนบรรพกาลรุ่นเก่าตกตะลึง ทุกคนล้วนเปลี่ยนการแสดงออกหลังจากเห็นวงแหวนทั้งเกา้ของปิงหยู่เซี่ย

" ยังมีใครเป็นอัจฉริยะอยู่หรือไม่ ? " ปิงหยู่เซี่ยนั้นเป็นสตรี แต่นางนั้นหยิ่งยโสอย่างมาก นางแค้นเสียงเย็นชา " ข้าเกลียดพวกอัจฉริยะอย่างยิ่ง ! "

ไม่มีใครกล้าเอ่ยว่านาง วงแหวนทั้งเก้าบนหัวนั้นเพียงพอที่จะให้นางหยิ่งยโสไม่ว่าจะอยู่ที่ใด

" สาวน้อยคนนี้ยิ่งคล้ายจักรพรรดิอมตะปิงหยู่เข้าไปทุกทีจริงๆ " มองไปยังปิงหยุ่เซี่ยที่แสดงออกอย่างจองหอง หลี่ฉีเย่ปรบมือ ตอนนี้ราวกับเขาได้พบกับจักรพรรดิอมตะปิงหยู่ในวัยเยาว์อีกครั้ง

จือหวังอู่และอัจฉริยะคนอื่นหน้าซีดลง เซียรบรรพกาลเก้าวงแหวนนี้ยิ่งกว่าอัจฉริยะ สำหรับผู้ฝึกตนทุกคนเก้าวงแหวนนั้นคือสุดสูงสุด สำหรับสิงวงแหวนในตำนาน พวกเขาอาจจะมีจำนวนนับได้ด้วยนิ้วมือ ตอนนี้ปิงหยู่เซี่ยนั้นยังเยาว์นัก อนาคตนางอาจจะกระทั้งเปิดได้ถึงสิบวงแหวน

ในเวลานี้ ปิงหยุ่เซี่ยนั้นท้าทายจือหวังอู่ และทั้งสองต่างเป็นเชื้อสายจักรพรรดิอมตะ !

" เวลานี้ พวกเราควรจะร่วมมือเพื่อเข้าไปในประตูไม่ใช่ฆ่ากัน ! สำนักเต๋าสวรรค์นั้นยินดีจะแบ่งประตูให้กับคนทั้งโลก ไม่ว่านิกายใดก็ล้วนได้สิทธินี้ ! " ในเวลานั้นเทพธิเหม่ยซูเหยาเปิดปากพร้อมด้วยกลิ่นอายที่อ่อนนุมและบรรเทาจิตใจของผู้คน

" ข้าเห็นด้วยกับคำกล่าวของเทพธิดาเหม่ย " เสียงนั้นดังกึกก้องไปทั่วชั้นฟ้า พร้อมกับการปราตัวของชายคนหนึ่ง กลิ่นอายทั้งหมดทำให้เขาราวกับราชันของโลก ยามเขาปรากฏกระทั้งดวงจันทร์ยังหม่นแสง และภูเขายังหลีกทาง เขาทำให้แผ่นดินสั่นสะเทือนไม่ว่าจะเหยียบไปที่ใด

บางคนที่ได้เห็นชายคนนั้นต่างอุทาน " ยอดอัจฉริยะ จี๋คงอู่ตี๋ ! "

ยอดอัจฉริยะ จี๋คงอู่ตี๋ - ลูกหลานของหุบเขาขยี้เมฆและเชื้อสายของจักรพรรดิอมตะต้ากง หลังจากผ่านมาหกรุ่นในเวลานี้ไม่มีอัจฉริยะคนใดเทียบกับจี้คงอู่ตี๋ได้ เหล่าอัจฉริยะล้วนถูกบดบังโดยเขา

จี๋คงอู่ตี๋นั้นเป็นผู้ศึกษาเพียงคนเดียวในหอยอดจักรพรรดิ มีข่าวลือว่าเขาได้รับการเก็บเกี่ยวอย่างมากภายในหอ หอยอดจักรพรรดินั้นเต็มไปด้วยข้อเรียกร้องระดับสูง และนับตั้งแต่เริ่มคนที่เขาไปได้นับได้ด้วยนิ้วมือ กระทั้งบรรพบุรุษของจี๋คงอู่ตี๋ จักรพรรดิอมตะต้ากงก็ยังไม่ได้เข้าร่วมหอนี้ตอนที่เขายังเยาว์

ในยุคนี้ จี๋คงอู่ตี๋สามารถเขาหอยอดจักรพรรดิได้ล้วนเป็นสิ่งที่เหนือความคาดหมาย แม้ว่าเขาจะยังไม่สามารถเทียบกับจักรพรรดิอมตะฮ่าวไห่ได้ แต่เขาก็ยังทำได้ดีกว่าจักรพรรดิอมตะต้ากงในวัยเยาว์

ผู้คนกล่าวว่าเทพธิดาเหม่ยนั้นมีคุณสมบัติพอที่จะเข้าร่วมกับหอยอดจักรพรรดิ แต่นางปฏิเสธ เหม่ยซูเหยานั้นเป็นคนพิเศษ นางไม่ใช่ผู้ศึกษาหรืออาจารย์ในสำนัก ความจริงความรู้ของนางในเต๋านั้นเทียบได้กันปรมจารย์หอ

จี๋คงอู่ตี๋เมื่อมาถึงเขาเอ่ย " ความมั่นคังในประตูนั้นขึ้นอยู่กับชะตากรรมของผู้คน หากทุกคนที่มาที่นี่คิดว่าตัวเองมีความสามารถเช่นนั้นก็จงเข้าไป ทำไมจึงต้องมาแบ่งแยกกัน ? สิ่งของที่จะได้รับภายในประตูนั้นขึ้นอยู่กับชะตากรรมของแต่ละคน ไม่มีความจำเป็นจะต้องแข่งขันกัน " เสียงของจี๋คงอู่ตี๋เต็มไปด้วยความหนักแน่นและเขาไม่เกรงกลัวแต่การแย่งชิงใดๆ

" เทพธิดาเหม่ยและยอดอัจฉรยิะจี๋คงกล่าวได้ถูกต้อง ทุกคนล้วนเท่าเทียมกัน ไม่ว่าพวกเขาจะได้รับอะไรก็ขึ้นอยู่กับชะตากรรมของพวกเขา ทุกคนจะมีส่วนร่วมในการเข้าไปครั้งนี้ ! " ทันใดนั้นผู้ฝึกตนทุกคนก็กลายเป็นเห็นด้วยกับข้อตกลงนี้...