311
ตอนที่ 311 หยิ่งยโสต่อหน้าที่ประชุม
ในระหว่างที่หลี่ฉีเย่อยู่ที่นี่ ราชันเทพสวรรค์ประตูราชสีห์คำรามไม่ได้ออกมา แต่เป็นเล่ออี้ที่มาเยี่ยมเขาแทน เขานั้นแอบเข้ามายังค่ายของประตูราชสีห์คำราม มีข่าวลือว่าเขาและศิษย์คนอื่นๆได้หลบออกจากสำนักไปแล้ว
เขามาส่งข้อความให้กับหลี่ฉีเย่ " นายน้อยหลี่ ท่านบรรชนบอกข้าว่าทุกอย่างได้เตรียมพร้อมหมดแล้ว "
" ในเวลาเดียวกัน ท่านบรรพชนก็ยังได้รับข่าวบางอย่าง ศัตรูนั้นมีสมบัติจักรพรรดิอมตะระดับชีวิตเจ็ดชิ้นและแท้จริงสองชิ้น ทว่าพวกเขาเป็นบรรพชนจากนิกายใดนั้นยังไม่ทราบ "
หลี่ฉีเย่หรี่ดวงตาของเขาก่อนจะเอ่ย " สมบัติจักรพรรดิอมตะระดับชีวิตเจ็ดชิ้นและแท้จริงสองชิ้น...เตรียมพร้อมมาดี "
พวกมันจะต้องมีอย่างน้อยสองเชื้อสายจักรพรรดิอมตะรวมอยู่ด้วย มีเชื้อสายจักรพรรดิอมตะจำนวนไม่มากที่มีสมบัติอาวุธจักรพรรดิที่ครอบครอง
เวลานี้ศัตรูคงเต็มไปด้วยความมั่นใจ พวกเขานั้นพร้อมจะยึกสำนักเป็นของตัวเอง ไม่เช่นนั้นพวกเขาคงไม่นำอาวุธจักรพรรดิจำนวนมากมาเช่นนี้
ทุกคนล้วนรู้ความลับของสำนักเป็นอย่างดี สมบัติจักรพรรดิอมตะระดับชีวิตเจ็ดชิ้นและแท้จริงสองชิ้นเพียงพอที่จะสั่นสะเทือนดินแดนร้อยเมือง นี้อาจจะการเป็นสงครามที่น่ากลัวพอๆกับการต่อสู้ของจักรพรรดิอมตะต้ากงและราชามังกรทมิฬเมื่อปีนั้น
เล่ออี้จากไปอย่างเงียบๆ หลี่ฉีเย่เรียกฤดูน้อยมา เขาทันใดนั้นก็มองไปยังท้องฟ้าและเอ่ย " การสังหารหมู่ครั้งยิ่งใหญ่กำลังจะเริ่ม ! "
ฤดูน้อยสั่นด้วยความตื่นเต้น " ฮ่าฮ่า " จากนั้นเขาเอ่ยอย่างกระหาย " นานแล้วตั้งแต่การสังหารหมู่ครั้งสุดท้าย ฮ่าฮ่า ! ข้าแทบรอเวลาที่จะฆ่าพวกมันไม่ไว้แล้ว ! "
" รอฟังคำสั่งของข้า " หลี่ฉีเย่เอ่ย " ลงมือเมื่อจำเป็นเท่านั้น "
" รับทราบ ! " ฤดูน้อยนั้นรับคำสั่ง ขณะเดียวกันมันก็ตื่นเต้นเป็นอย่างมาก มันนั้นหายจากการต่อสู้เป็นเวลาหลายปีและการต่อสู้นี้เหมาะแก่การอุ่นเครื่อง
ด้านนอกของสำนักเต็มไปด้วยนิกายและผู้เชียวชาญจำนวนนับไม่ถ้วน ไม่ว่าจะเป็นระดับหลอมวิญญาณ ชะตาลี้ลับ ตัดสวรรค์หรือเซียนบรรพกาล กระทั้งองค์รักษ์เทพสวรรค์และราชันเทพสวรรค์ก็ยังมาแต่ไม่แสดงตัว
ในเวลานี้ กระทั้งเหล่าบรรพชนและคนตายจากนิกายที่ยิ่งใหญ่ก็ยังเข้ามาอยู่ในค่ายของพวกเขา รวมถึงทางฝั่งของประตูพยัคฆ์คำรามและประเทศเซียนพิโรธอมตะ
ภายในสองวัน รอบสำนักนั้นเต็มไปด้วยความีชีวืตชีวาอย่างมาก ในเวลาเดียวกันแผ่นดินไหวก็ยังคงสั่นสะเทือนออกมาอย่างต่อเนื่อง
ฐานพลังของจักรพรรดิภายในสำนักนั้นทรงพลังอย่างมาก แต่เส้นเลือดดำของสวรรค์และปฐพีภายในดินแดนก็ยังสั่นไหว เหล่าภูเขาและแม่น้ำล้วนค่อยๆจมหายไป ทุกคนรู้ได้ว่าอีกไม่นานสำนักจะพังทลาย
ภายในเงามืด มีสายตานับไม่ถ้วนกำลังจ้องมองสำนักเต๋าสวรรค์ที่กำลังพังทลายลง
" สำนักเต๋าสวรรค์จะถูกลบออกจากหน้าของประวัติศาสตร์อีกไม่นาน ! " เสียงในเงามืดเอ่ย
ขณะที่ผู้คนนับไม่ถ้วนรวมกันด้านนอก เวลาสามวันได้ผ่านไป สำนักทันใดนั้นก็ได้เปิดประตู ปรมจารย์จากหอยอดยุคเป็นคนออกมาประกาศให้นิกายและผู้สนใจเข้าไปยังด้านใน
สำนักเต๋าสวรรค์ - ในฐานะเจ้าภาพ พวกเขาไม่ได้เตรียมอะไรไว้ให้มากนัก ก่อนที่ประตูจะเปิดออกนิกายใหญ่จะต้องสั่งซื้อสิ่งของจากด้านนอกเพื่อเตรียมพร้อม
แต่ละนิกายและผู้เชี่ยวชาญอนุญาติให้เข้าไปด้านใน ภายในวันเดียวกันเหล่านิกายใหญ่นั้นยังรออยู่ด้านนอกเพื่อรอสิ่งของที่พวกเขาสั่งซื้อมาส่ง หลังจากพวกเขาเตรียมพร้อมเสร็จสิ้นพวกเขาก็เข้ามายังสำนัก
การตัดสินใจเปิดประตูของสำนักนั้นเป็นประโยชน์อย่างมากกับผู้ฝึกตนพเนจรและนิกายขนาดเล็ก
วันนี้ผู้คนนับไม่ถ้วนจากนิกายขนาดใหญ่อัดแน่นอยู่ภายในสำนัก หลายค่ายถูกตั้งขึ้นจากพื้นที่ของพวกเขา เหล่านิกายระดับต่ำเริ่มจะจับกลุ่มกัน บางกลุ่มนั้นพวกเขาก็เข้าร่วมกับนิกายขนาดใหญ่
ประตูพยัคฆ์คำราม , ประเทศเซียนพิโรธอมตะ , อาณาจักรประกายโบราณ , นิกายพันหุบเขาศักดิ์สิทธิ์ และนิกายที่ทรงพลังอื่นๆ ล้วนได้รับประโยชน์อย่างมากเมื่อพวกเขาเข้ามาภายใน พวกเขาไม่นานก็กลายเป็นกองทัพขนาดใหญ่
ขณะที่เหล่านิกายใหญ่กำลังวางแผน สำนักเองก็มีการประชุมลับเพื่อที่จะหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดก่อนเริ่มการสังหารหมู่
ในทฤษฎีกลุ่มพันธมิตรที่รวมกันนั้นอาจจะดูเหมือนเหนียวแน่น แต่ความจริงอำนาจส่วนใหญ่ตกไปอยู่ในมือของสัตว์ประหลาดอย่างอาณาจักรประกายโบราณและประเทศเซียนพิโรธอมตะ
ประตูราชีสห์คำรามก็มาด้วย แต่มาพร้อมกับคนจำนวนน้อย พวกเขานั้นติดตามหลี่ฉีเย่มา
การประชุมนั้นพึงจะเริ่มต้น แต่บางคนก็เริ่มเอ่ยโจมตีประตูราชสีห์คำราม " ตามจริงทุกคนสามารถแบ่งการเข้าประตูกันได้ แต่บางคนไม่สมควรได้รับประโยชน์เช่นนั้นอย่างเช่นประตูราชสีห์คำราม " คนที่กล่าวคือลูกหลานของประตูพยัคฆ์คำรามหู่เยี่ย
มีผู้เชียวชาญจำนวนมากอยู่ที่นี่ แต่พวกเขาก็ยังซ่อนตัวและปล่อยให้ผู้เยาว์ทำหน้าที่แทน
การยั่วยุของหู่เยี่ยทำให้ราชันขุนนางนั้นเปลี่ยนการแสดงออกของพวกเขา การโจมตีดังกล่าวนั้นมาทันทีที่กล้าประชุมเริ่ม นี้เป็นการดูถูกอย่างแท้จริง
คนจำนวนมากมองไปยังประตูราชสีห์คำราม อำนาจภายในนี้ไม่มีใครสนับสนุนประตูราชสีห์คำราม และทุกคนแน่นอนว่าไม่ยินดีจะแบ่งของในประตูให้กับคนอื่น
ตรงกันข้าม เหล่านิกายที่อ่อนแอพยามสนับสนุนประตุราชสีห์คำราม แต่พวกเขาไม่ต้องการจะเสียอำนาจในการเข้าประตูเช่นกัน
" ประตูพยัคฆ์คำรามพยามจะกล่าวสิ่งใด ? "
สายตาของหู่เยี่ยกลายเป็นดุร้าย กลิ่นอายราวกับสัตว์ป่าของเขานั้นปกคลุมไปทั่วอากาศ แม้ว่าหู่เยี่ยจะยังเด็กแต่กลิ่นอายของเขาน่ากลัวอย่างมาก กระทั้งคนรุ่นเก่าก็ยังสั่น ความแข็งแกร่งของเขานั้นสิทธิที่จะยืนอยู่ในวันนี้
หู่เยี่ยกล่าวอย่างเย็นชา " ไม่มีอะไรมาก เพียงแค่ไม่นานมานี้ศิษย์บางคนของประตูราชสีห์คำรามทำตัวน่ารังเกียจ นิกายของท่านสร้างข่าวลือเสียหาย และทำให้นิกายอื่นฆ่ากันเอง นี้แน่นอนว่าต้องเต็มไปด้วยเจตนาแฝง ! "
คำกล่าวของหู่เยี่ยทำให้ศิษย์จากประตูราชสีห์คำรามเต็มไปด้วยความโกรธ หู่เยี่ยมพยามกล่าวหาให้ประตูราชสีห์คำรามเป็นศัตรูกับทุกคน
ราชันขุนนางประตูราชสีห์คำรามตะโกนด้วยความโกรธ " หลานชายหู่เยี่ย บางคนอาจจะโกหกหน้าด้านได้แต่พวกเราไม่เคยทำ ! ประตูราชสีห์คำรามของข้าไม่เคยต้องการแย่งชิงกับนิกายที่เหลือในโลกและพวกเราต้องการอยู่อย่างสงบสุข เช่นนั้นพวกเราจะสร้างข่าวลือเสียๆหายๆได้อย่างไร ? "
หู่เยี่ยเอ่ย " ไม่ว่าจะจริงหรือไม่พวกท่านล้วนรู้ดีที่สุด ! "
ผู้เชียวชาญใยที่นี้พบว่าสถานการณ์นั้นแปลกอยู่บ้าง ที่ประตูพยัคฆ์คำรามพยามจะโจมตีประตูราชสีห์คำราม พวกเขาทั้งสองนั้นไม่ได้อยู่ระดับเดียวกัน และอาจจะกล่าวได้ว่าประตูราชสีห์คำรามไม่แม้แต่จะเป็นภัยคุกคามต่อประตูพยัคฆ์คำรามแม้แต่น้อย !
ทว่าผู้เชียวชาญบางคนคาดเดา หู่เยี่ยนั้นอยากจะแต่งงานกับเจ้าหญิงจากตระกูลเป๋าหยุน และตระกูลนั้นล้วนเต็มใจที่เป็นพันธมิตรกับประตูพยัคฆ์คำราม คนที่ไม่สนใจการแต่งงานนี้คือเจ้าหญิงเป๋าหยุนดังนั้นจึงทำให้การแต่งงานล้าช่ามาจนถึงตอนนี้ ไม่นานมานี้มีข่าวลือว่าซือเสี่ยวเต๋ากับเจ้าหญิงเป๋าหยุนนั้นสนิทสนมและรักใคร่กันอย่างมาก นี้ทำให้หู่เยี่ยต้องการโจมตีประตูราชสีห์คำรามเพื่อสั่งสอนซือเสี่ยวเต๋า
" ข่าวลือเกี่ยวกับอะไร ? เกี่ยวกับอะไรกับการฆ่ากันของนิกายอื่น ? นี้เป็นเพียงข้อกล่าวหาที่ไร้สาระ " หลี่ฉีเย่ที่นั่งอยู่กับราชันขุนนางกล่าวช้าๆ เขานั้นไม่ต้องการจะสร้างปัญหา แต่ตอนนี้ดูเหมืนอว่ามีคนอยากจะตาย ดังนั้นเขาก็ยินดีที่จะสนอง
" หรือว่าการที่นายน้อยของประตูราชสีห์คำรามต้องการจะแต่งงานกับเจ้าหญิงเป๋าหยุนนี้เรียกว่าปัญหา อย่าบอกข้านะว่าประตูพยัตฆ์คำรามเป็นเพียงคนเดียวที่ขอเจ้าหญิงแต่งงานได้แต่ประตูราชสีห์คำรามทำไม่ได้ ? หรือเพราะว่าประตุพยัคฆ์คำรามผิดหวังกับการแต่งงาน จึงได้นำเรื่องนี้มาโจมตีประตูราชสีห์คำรามกัน ? "
หลี่ฉีเย่กล่าวอย่างสบายๆ และใช้โอกาสนี้ในการช่วยซือเสี่ยวเต๋าในการเผยแพร่ให้คนอื่นรู้เรื่องของเขาและเจ้าหญิงเป๋าหยุน
" เหลวไหล ! สารเลวน้อยที่ยังไม่หย่ายมมารดาเช่นเจ้ากล้าจะกล่าววาจาพล่อยๆ !? " สายตาของหู่เยี่ยทันใดนั้นก็เต็มไปด้วยเจตนาฆ่า !