307

ตอนที่ 307 การจ้องของเสือที่มองเหยื่อ

ไม่มีผนังที่บังลมหรือว่ากระดาษที่ทนไฟไปได้ตลอด ขณะที่คนจากหอยอดยุคและหอยอดทองกำลังจะจากไป พวกเขาได้ยินข่าวลือบางอย่าง

อัจฉริยะบางคนจากหอยอดมณีไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นก่อนหน้านี้ แต่หลังจากพบสาเหตุพวกเขาก็ตัดสินใจที่จะอยู่ต่อ

คนจากหอยอดยุคและหอยอดทองบางส่วนตัดสินใจที่จะอยู่ต่อหลังจากได้รับข่าว

ประตูในตำตามที่เคยเปิดมาตั้งแต่ยุคเริ่มต้นของเวลากำลังจะเปิด สิ่งนี้ทำให้จักรพรรดิอมตะฮ่าวไห่ของจักรพรรดิพันประตูกลายเป็นมีชื่อเสียง ตำนานกล่าวว่าเขาเป็นเพียงผู้ศึกษาธรรมดาก่อนจะเข้าไปในประตู ข่าวลือว่าหลังจากออกมาเขาได้รับหนึ่งในเก้าสมบัติสวรรค์ลับ

หลังจากนั้นก็เป็นเรื่องที่ทุกคนรู้ จักรพรรดิอมตะฮ่าวไห่กลายเป็นจักรพรรดิอมตะและแบกเจตจำนงแห่งสวรรค์และปกครองจักรวาล ! สิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าก็คือเขาก่อตั้งจักรพรรดิพันประตู นิกายที่มีสี่จักรพรรดิอมตะ !

มีข่าวลือว่าความสำเร็จเหล่านี้ล้วนมาจากการที่เขาได้เข้าไปยังประตูและกลับออกมา

ในเมื่อประตูกำลังจะเปิด มีผู้ศึกษาคนใดบางที่ไม่ตื่นเต้นและหัวใจพวกเขาไม่สั่นสะท้าน ? ใครบางในโลกที่จะไม่อยากกลายเป็นจักรพรรดิอมตะฮ่าวไห่คนที่สอง ?

บางคนจากหอยอดยุคและหอยอดทองตัดสินใจอยู่เพื่อเขาไปในประตู ส่วนใหญ่นั้นเป็นคนจากหอยอดมณีที่คิดเช่นเดียวกัน

มันเป็นเรื่องยากที่จะอธิบายว่าทำไมอัจฉริยะจากหอยอดมณีจึงตัดสินใจอยู่ พวกเขานั้นมาจากนิกายใหญ่และเชื้อสายที่ทรงพลังพวกเขาจะต้องรู้ข้อมูลบางอย่าง

" ตูม ! ตูม ! ตูม ! " หลายวันผ่านไป ภายในสำนักกลายเป็นวุ่นวายมากยิ่งขึ้น แผ่นดินไหวนั้นเริ่มจะรุนแรงมากยิ่งขึ้นหากมันไม่ได้เป็นสำนักเต๋าสวรรค์อาจจะพังทลายลงมาแล้ว ทว่าหากเป็นเช่นนี้ต่อสถานการณ์ที่จะนำไปสู่หายนะอาจจะหลีกเลี่ยงไม่ได้

" หรือนี้จะเป็นสัญญาณก่อนที่ประตูจะเปิดกัน ? " เหล่าบรรดาคนที่รู้ข้อมูลบางอย่างกลายเป็นตื่นเต้น อำนาจที่เกิดขึ้นตอนนี้กระทั้งทำลายได้ทุกพื้นที่..หากนี้เป็นอำนาของประตู สัตว์ประหลาดแบบใดกันที่อาศัยอยู่ภายใน ? หรือบางทีอาจจะเป็นความตายที่รอพวกเขาอยู่

ทว่าสำหรับเหล่าคนที่รู้ข้อมูลเชิงลึก พวกยิ่งกลายเป็นตื่นเต้นและอดไม่ได้ที่จะแสดงออกทางสีหน้า

" สำนักจะต้องหายไปในยุคนนี้ จากนั้นเส้นเลือดดำของสวรรค์และปฐพีในดินแดนแห่งนี้จะต้องเปลี่ยนเจ้าของ ! " คนจากหอยอดศักดิ์สิทธิ์อดไม่ได้ที่จะตื่นเต้นในความืดมิด

ผู้ศึกษาส่วนใหญ่โหยหโชคลาภและการผจญภัย หากพวกเขาสามารถได้รับสิ่งเดียวกับที่จักรพรรดิอมตะฮ่าวไห่ได้รับ เช่นนั้นพวกเขาก็ขึ้นไปสู่จุดสูงสุดได้โดยง่าย

ทว่าสำหรับเหล่าคนที่มาจากเชื้อสายที่ดี พวกเขาคิดต่างออกไป สถานที่แห่งนี้เป็นแหล่งรวมสมบัติจักรพรรดิและคัมภีร์จักพรรดิ สำนักเก็บไว้แม้กระทั้งสมบัติแท้จริงและสิ่งของศักดิ์สิทธิ์ สำหรับพวกเขาการเข้าไปยังเป็นประตูเป็นผลพลอยได้ สำหรับเหล่าเชื้อสายของนิกายใหญ่ เส้นเลือดของสวรรค์และปฐพีต่างที่หัวให้หัวใจพวกเขาเต้นระรั่ว !

อัจฉริยะบางคนมาสำนักเพราะเหตุผลนี้ ประตูนั้นเป็นเพียงเรื่องลองแต่เส้นเลือดสวรรค์และปฐพีของดินแดนแห่งนี้เป็นผลประโยชน์หลัก ไม่ต้องกล่าวถึงว่าหลังจากผ่านมาหลายล้านปีสำนักนั้นจะมีสมบัติศักดิ์สิทธิ์เก็บไว้มากขนาดไหน นี้ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้นิกายใหญ่ต่างๆล้วนน้ำลายไหล

" การเตือนครั้งสุดท้าย ! สำนักอาจจะพบกับหายนะ ขอให้ผู้ศึกษาทุกคนรีบออกไป ! " เมื่อแผ่นดินไหวนั้นรุนแรงมากขึ้น สำนักได้ออกประกาศครั้งสุดท้าย

ทันใดนั้นก็มีชายหนุ่มก้าวออกมาจากท้องฟ้าภายในยอดสำนัก " สำนักเต๋าสวรรค์กำลังเผชิญหายนะ ในฐานะผู้ศึกษาพวกเราจะร่วมมือกันและเอาชนะหายนะครั้งนี้ แม้ว่าระดับของพวกเราจะต่ำต้อย ขอให้ผู้อาวุโสโปรดวางใจและให้พวกเราช่วยเหลือในครั้งนี้ ! " ชายหนุ่มคนนี้นั้นเดินลงมาจากชั้นฟ้าพร้อมด้วยกลิ่นอายศักดิ์สิทธิ์ที่กดขี่ผู้คน

เห็นชายหนุ่มคนนี้เดินออกมา ศิษย์จากหอยอดศักดิ์สิทธิ์อุทาน " ยอดอัจฉริยะ จี๋คงอู้ตี้ ! เขาในที่สุดก็ออกมาจกาหอยอดจักรพรรดิ ! "

ยอดอัจฉริยะ จี๋คงอู้ตี้ ด้วยองค์ประกอบทั้งสามเซียน เขานั้นอาจะกล่าวได้ว่าเป็นลำดับหนึ่งในศิษย์รุ่นเยาว์ ทว่าหากจะมีใครซักคนเทียบเขาได้ ก็เห็นจะมีแต่เทพธิดาเหม่ยซูเหยาที่มีกระดูกอมตะ 

หลังจากการประกาศของเขา อัจฉริยะจำนวนมาเอ่ย " ถูกต้อง ศิษย์พี่จี๋คงเอ่ยได้ถูกแล้ว พวกเรานั้นเป็นคนของสำนัก ในฐานะผู้ศึกษาควรจะร่วมมือกันเพื่อเอาชนะหายนะ ! "

ผู้ศึกษาอีกคนเริ่มเอ่ย " พวกเราจะสู้และตายที่สำนักเต๋าสวรรค์ ! " ภายในเวลาไม่นาน ศิษย์บางคนไม่รู้เบื้องหลังเริ่มจะเข้าร่วม แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีผู้ใช้ประโยชน์จากเหตุการณ์ครั้งนี้

" ผู้อาวุโสควรจะเปิดดินแดนของสำนัก นั้นจะทำให้พวกเราทุกคนเข้าร่วมและสู้เคียงข้างกันได้ ! " คนจากหอยอดศักด์สิทธิ์ใช้โอกาสนี้ในการเรียกร้อง

สำนักนั้นไม่ได้ตอบสนองและยังปิดดินแดนอยู่ แม้ว่าพวกเขาจะมีผู้เชียวชาญจำนวนมากจากทั้งห้าหอ แต่พวกเขาก็ยังไม่ปรากฏตัวราวกับกำลังวุ่นวายกับการจัดกายหายนะครั้งนี้

แม้ว่าจะไร้การตอบสนองแต่  จี๋คงอู้ตี้ก็ไม่ได้กลับไปและยังคงยืนกราน " ไม่ว่าจะอย่างไร พวกเราทุกคนก็จะอยู่ที่และเผชิญหายนะพร้อมกับสำนัก ! "

การแสดงออกของเขาเรียกขวัญและกำลังจากผู้ศึกษคนอื่นได้เป็นอย่างมาก

" เจ้าพวกนี้แสดงละครได้เก่งจริงๆ  " ปิงหยู่เซี่ยเอ่ยยิ้มก่อนจะสะบัดพัดในมือ " มีเพียงพระเจ้าที่รู้ว่าพวกมันคิดจะทำอะไร "

ซือคงโถวเทียนหัวเราะและเอ่ย " ศิษย์จากหอยอดยุคนั้นเป็นพวกมือใหม่ ทว่าพวกเขาก็ยังเป็นพวกเลือดร้อน สำหรับคนจากหอยอดทอง...ยากที่จะเอ่ยจริงๆ แต่เหล่าอัจฉริยะจากหอยอดศักดิ์สิทธิ์ด้วยต้นกำเนิดของพวกเขา พวกเขาล้วนรู้ดีถึงสิ่งที่เกิดขึ้น "

หลี่ฉีเย่ยิ้มและเอ่ย " บรรดาคนที่ยากจะช่วยให้สำนักนั้นผ่านพ้นหายนะครั้งนี้ไปจริงๆจะปรากฏในไม่ช้า สำหรับเหล่าคนทรยศ...ไม่นานร่างของพวกมันจะอาบไปด้วยเลือด "

ซือคงโถวเทียนหัวเราะและเอ่ย " เจ้าพวกนี้ทำเป็นแต่เรื่องไร้สาระ หลังจากประตูเปิด พวกเราควรจะเข้าไปด้านในตามคำสั่งของท่าน "

" ไม่จำเป็นต้องรีบ " หลี่ฉีเย่กล่าวอย่างสบายๆ " พวกเราจะรอดูละครลิง "

" ไม่ว่าจะเข้าไปหรือไม่ ข้าจะฟังคำสั่งของนายน้อยทุกอย่าง แม้ว่าท่านจะสั่งให้ข้าข้ามทะเลเพลิงก็ตาม " ซือคงโถวเทียนตบอกของเขาเพื่อแสดงความจริงใจ

ฤดูน้อยเหลือบมองเจ้าเด็กนี้ก่อนจะเอ่ย " หืม ไม่สายเกินไปหรอกรึที่จะมาแสดงความจริงใจตอนนี้ ? นายน้อยของข้าไม่เคยขาดข้ารับใช้ ! "

ซือคงโถวเทียนไม่เอ่ยเสียงใดเพียงแต่ยกยิ้ม

" พวกเราเจ้าอยากจะแสดงสิ่งใดก็ตามใจเถอะ " ปิงหยู่เซี่ยปิดพัดของนางก่อนจะเอ่ย " ข้านั้นมีนัดกับเจ้าหญิงภายใต้แสงจันทร์ ข้าต้องไปก่อน แจ้งข้าด้วยหากพวกเจ้าต้องการจะเข้าไปภายในประตู  " ปิงหยู่เซี่ยแน่นอนว่านางนั้นเป็นสาวงาม แต่นางก็ยังแสดงอาการเจ้าชู้แต่หญิงสาวคนอื่น ฤดูน้อยและซือคงโถวเทียนล้วนไม่กล้าจะเอ่ยสิ่งใด

" สาวน้อย เจ้ายังคงแสดงออกเช่นนี้ ? " หลี่ฉีเย่เหลือบมองนางก่อนจะเอ่ย " สตรีส่วมชุดบุรุษทุกวัน เจ้าไม่เบื่อบางรึ ? แต่งชุดสตรีสักวันและหาบุรุษแต่งงานซะ "

ปิงหยู่เซี่ยกล่าวอย่างไม่ใส่ใจ " โอ้ เจ้ากำลอิจฉา ? อิจฉาที่ข้ามีหญิงงามเคียงข้างรึ ? หรืออิจฉาที่มีหญิงงามรับพันรอข้าอยู่ ? "

หลี่ฉีเย่เอ่ยอย่างไม่แยแส " หญิงสาวรอบตัวเจ้าล้วนไม่เลว พวกนางอาจจะเป็นเจ้าหญิงที่ดงงาม ทว่าข้าไม่เคยข้าสตรี เช่นนั้นทำให้ข้าต้องอิจฉาเจ้าด้วย ? "

" คำพูดที่ใหญ่โต ! " ปิงหยู่เซี่ยจ้องมองเขาก่อนจะเอ่ย " ให้ข้าแนะนำผู้หญิงให้หรือไม่ ? บางทีพวกนางอาจจะถูกใจเจ้า เช่นนั้นเอาเป็นเจ้าหญิงจากนิกายดอกบัวบริสุทธิ์เป็นอย่างไร ? นางนั้นฉลาดและงดงาม อ่อนโยนดั่งสายน่ำ เจ้าอาจจะหลังความอ่อนโยนของนางจนหนีไม่พ้น "

ปิงหยู่เซี่ยตัดสินใจที่จะเล่นบทบาทแม่สื่อในวันนี้

หลี่ฉีเย่หลับตาเอ่ย " กระทั้งเทพธิดาจากเก้าชั้นฟ้าก็ยังหลงใหลข้า ไม่ต้องเสียว่าจับคู่ให้ข้า ในความคิดข้านั้น หากเจ้ามาอยู่ข้างข้าในฐานะสาวใช้ บางทีข้าอาจะจบอกความลับของจารึกเหมันต์สวรรค์ "

ตั้งแต่ยุคเริ่มต้นของเวลา หลี่ฉีเย่นั้นมีหญิงงามติดตามมากมายนับไม่ถ้วน เขายังจำเป็นต้องให้คนอื่นห่าคู่ให้อีกรึ ?

" เหอะ ลืมมันไปซะ ข้าจะใช้เวลาศึกษาพวกมันด้วยตัวเอง " กล่าวเสร็จนางก็เดินจากไป

" ฮึ่มม ! เด็กสาวคนนี้กำลังพลาดโอกาสที่ดี ข้านั้นกระทั้งปราถนาจะเป็นข้ารับใช้ของนายน้อยตั้งแต่ยุคบรรพกาลจนถึงตอนนี้..." ฤดุน้อยอดไม่ได้ที่จะเอ่ย

หลี่ฉีเย่จ้องไปที่มันก่อนที่ฤดูน้อยจะหุบปากเงียบ มันเกือบลืมไปแล้วว่าซือเสี่ยวเตี๋ยและซือคงโถวเทียนอยู่ที่นี่ด้วย...