305

ตอนที่ 305 ร่วมมือ

พระชราเผิงนั้นเอ่ยอธิบายเพิ่ม " ปราณเทพนั้นจะเข้าสู่การบ้าคลั่ง ก่อนหน้านี้มันเคยบ้าคลั่งและศิษย์พี่ของข้าเข้าร่วมกองกำลังเพื่อที่จะกำราบมัน ! "

ก่อนหน้านี้สำนักเต๋าสวรรค์เคยเป็นเช่นนี้เพราะปราณเทพมาก่อน หากมันคลั่งขึ้นมาจริงๆมันจะไม่ทำลายสำนักและดินแดนร้อยเมืองหรอกรึ ?

หลี่ฉีเยเ่อ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง " ประตูใกล้จะเปิดแล้วดังนั้นปราณเทพจึงมีสัมผัสถึงประตูไร้มลทิน "

ฤดูน้อยนั้นมาจากประตูไร้มลทิน และแน่นอนว่าปราณเทพเองก็มาจากประตูไร้มลทินเช่นกัน ทว่าน่าเสียดายที่มันออกมาเมื่อตอนยังเด็ก นอกจากบรรพบุรุษของสำนักที่รู้ก็ไม่มีใครรู้เรื่องนี้อีก

พระชราเผิงเอ่ย " ถูกต้อง ปราณเทพต้องสัมผัสได้ถึงประตูแน่นอน แต่ก่อนหน้านี้ที่ประตูเปิดข้าเองก็ยังไม่เคยเห็นปราณเทพคลั่งเช่นนี้ มันไม่สามารถควบคุมตัวเองได้และทางเดียวที่พวกเราทำได้คือผนึกมันเพื่อไม่มันทำลายสำนัก "

" สำนักของเจ้า...จะประสบความสำเร็จก็ขึ้นอยู่กับปราณเทพ หรือจะล้มเหลวก็ยังขึ้นอยู่กับปราณเทพ " หลี่ฉีเย่ส่ายหน้าของเขาก่อนจะเอ่ย " มันดูเหมือนว่าเวลานี้เหตุการณ์จะต่างจากปกติ บางทีนี้อาจจะเป็นเวลาทำความเข้าใจกับประตูของสำนัก "

พระชราเผิงถอนหายใจเอ่ย " พี่น้องของข้าล้วนกำลังพูดคุยถึงเรื่องนี้ พวกเราจะอนุญาตให้ทุกคนเข้ามาและเมื่อมันเปิดจะอนุญาติให้ทุกคนเข้าไป "

หลี่ฉีเย่หัวเราะก่อนจะเอ่ย " โอ้ ? ดูเหมือนพวกท่านจะมีความคิดดีๆ ? " ที่สำนักนั้นอยู่มานานเช่นนี้แน่นอนว่าไม่ใช่เพราะโชคช่วย !

พระชราเผิงยิ้มเขินอายก่อนจะเอ่ย " ในโลกนี้ไม่มีผนังใดกั้นสายลมได้ คนจำนวนมากล้วนต้องการรู้ความลับของสำนัก หากพวกเขาเข้ามาพวกเราก็ยินดีตอนรับ "

หลี่ฉีเย่ลูบคางของเขาก่อนจะเอ่ย " สำนักของเจ้าคนไม่จะฆ่าผู้เยาว์ของพวกเขาทิ้งหรอกใช่หรือไม่ ? "

" นั้นก็ยากจะเอ่ย " พระชราเผิงหรี่ดวงตาก่อนเอ่ย " ประตูนั้นจะเปิดสำหรับทุกคนที่ต้องการเข้าไป หากพวกเขานั้นไม่พอใจเช่นนั้นก็ไม่สามารถตำหนิดพวกเราที่จะลงดาบได้ ! "

สำนักนั้นก่อตั้งมาเป็นเวลานาน แน่นอนว่าในอดีตมันได้ผ่านเหตุการณ์นองเลือดมานับไม่ถ้วน ยามปกติพวกเขาอาจจะพิจรณษคนที่มาว่าเป็นผู้ศึกษา ทว่ายามเหตุการณ์ไม่ปกติสำนักก็จำเป็นจะต้องล้างพวกเขาด้วยเลือด !

" ยางคนนั้นกระทั้งมาพร้อมกับอาวุธจักรพรรดิและอาวุรธจักรพรรดิระดับแท้จริง " พระชราเผิงยังคงหัวเราะและเอ่ย " หืม สุดท้ายแล้วพวกเขาก็เข้ามาเพื่อที่จะแย้งชิ้นสุดของเนื้อปลามัน ! ทว่าเมื่อเวลามาถึงการเข้ามานั้นง่ายแต่จะกลับออกไปนั้น..อย่าได้หวัง "

" แผนของเจ้าคือ ? " หลี่ฉีเย่เอ่ยถาม เขานั้นสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายแปลกๆของเหล่าผู้อาวุโสและกลิ่นอายความตายที่กำลังจะเกิดขึ้นในสำนัก

" ในความคิดของข้า ข้าไม่ต้องการให้เจ้าเข้าไปยังประตู สำหรับคนที่เข้ามายังสำนักและหวังสมบัติใดๆจากประตู เมื่อประตูเปิดนั้นจะเป็นนรกสำหรับพวกเขา ! " พระชราเผิงเอ่ยเตือนหลี่ฉีเย่ด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก

อย่าได้หลังกลต่อรูปลักษณ์ของเขา พระชราเผิงนั้นผ่านพายุโลหิตและทะเลเลือดมานับไม่ถ้วน เมื่อถึงเวลาที่เขาลงมือ เขาจะเด็ดขาดและไร้ความปราณีอย่างเลือดเย็น !

" พวกเจ้าทั้งหมดต้องการจะฆ่าคนที่เข้าไปในประตู ? " หลี่ฉีเย่เข้าใจความตั้งใจของสำนัก - นี้เรียกปิดประตูตีสุนัข

หลี่ฉีเย่ครุนคิดก่อนจะส่ายศรีษะของเขาและเอ่ย " หากจะแก้ปัญหาต้องแก้ที่ปม ปราณเทพที่คุ้มคลั่งจะต้องแก้ไขภายในประตู "

" ปิดประตูตีสุนัขนั้นเป็นสถานการณ์ที่พวกเราต้องทำ " พระชราเผิงส่ายหัวเอ่ย " สิ่งที่เจ้ากล่าวใช้ว่าไร้เหุตผล แต่ปราณเทพใกล้สิ้นอายุขัย การใช้หินหยดเลือดนั้นไม่เพียงพอ ยิ่งภายในประตูมันอาจจะบ้าคลั่งอย่างสมบูรณ์ เช่นนั้นจะไม่มีมีใครช่วยได้ ทว่าภายในหลุมฝังศพบรรพบชนพวกเขาทิ้งสิ่งของไว้ให้ปราบปรามปราณเทพ "

หลี่ฉีเย่ส่ายหัวเอ่ย " นี้คือเหตุผลว่าทำไมพวกเจ้าควรจะปล่อยปราณเทพกลับไปยังโลกของมันก่อนหน้า อย่างน้อยการยืดอายุขัยของมันจะนถึงตอนนี้ก็ไม่ใช่เรื่องที่ดี "

สุดท้ายพระชราเผิงยิ้มและเตือนหลี๋ฉีเย่ " เตรียมตัวให้พร้อม สงครามเลือดนั้นกำลังจะเกิดและเลี่ยงไม่ได้...ไม่ว่าพวกมันจะเป็นใครพวกมันจะไม่มีชีวิตกลับไป  "

หลี่ฉีเย่ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาก่อนจะเอ่ย " คนที่เจ้าเอ่ยถึงแน่นอนว่าไม่รวมถึงข้า ทว่าเจ้ากล่าวถูก สงครามเลือดครั้งนี้ยากจะเลี่ยง สำนักของเจ้าต้องการจับทุกอย่างภายในตาข่ายฟ้า ฆ่าศัตรูทั้งหมดและสยบประเทศนับหมื่น ! "

คำกล่าวเหล่านี้ทำให้พระชราเผิงหรี่ตา " ฆ่าศัตรูทั้งหมดและสยบประเทศนับหมื่น !  " จากนั้นเขาก็จ้องหลี๋ฉีเย่และเอ่ย " เจ้าล้อข้าเล่นแล้ว สำนักของข้านั้นรักสันติ ข้าจะทำเช่นนั้นได้อย่างไร ? "

" ตาแก่อย่ามาทำตัวใส่ซื่อต่อหน้าข้า ข้าเข้าใจความแข็งแกร่งของสำนักเจ้าดีกว่าตัวเจ้าเองเสียอีก หากมันเป็นสำนักที่รักสันติมันคนไม่อยู่มาถึงตอนนี้ " หลี่ฉีเย่มองพระชราก่อนเอ่ย " ข้าจะไม่กล่าวไร้สาระสำนักของเจ้าจะทำเงื่อนไขที่ยากเหล่านี้หรือรอให้ปราณเทพคุ้มคลั่งและทำลายสำนัก หลังจากนั้นสำนักจะต้องเผชิญกับหายนะ..."

" ข้ารู้ว่าสำนักนั้นมีคนตายเช่นเจ้าอยู่มาก แต่พวกเจ้าคิดว่าแค่นั้นเพียงพอจะต่อกรกับศัตรู ? โดยเฉพาะช่วงที่ปราณเทพกำลังคลั่งเช่นนี้ ? ในเวลานี้กระทั้งมังกู่ก้ยังไม่สามารถทำให้ปราณเทพสงบลงได้ คิดมันให้ดี ! "

พระชรานั้นสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนจะมองหลี่ฉีเย่ " นี้ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น หากพวกเราสังหารศัตรูนับหหมื่นพวกเราจะเป็นศัตรูกับคนทั้งโลก "

หลี่ฉีเย่แค่นเสียงเย็นชา " ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่สำนักกลัวการเป็นศัตรูกับคนทั้งโลก ? ในเป็นสถานการณ์ปัจจุบัน แม้ว่าพวกเจ้าจะไม่อยาก แต่โลกก็จะบังคับพวกเจ้า ! ทุกคนนั้นล้วนอยากจะครอบครองดินแดนแห่งนี้ และทุกคนล้วนต้องการกินชิ้นส่วนเค้กชิ้นนี้ ใครบางไม่ต้องการได้รับประโยชน์ ? แทนที่จะรอให้หายนะเกิดพวกเขาจะร่วมมือและฆ่าศัตรูของเขาจะง่ายกว่า "

พระชราเผิงเอ่ยเสียงเครียด " เชื้อสายจักรพรรดิอมตะและอาณาจักรโบราณไม่ง่ายที่จะต่อกร โดยเฉพาะสัตว์เทพผู้พิทักษ์ของพวกเขา " ไม่ต้องสงสัยว่าเขาถูกล่อลวงโดยคำกล่าวของหลี่ฉีเย่

หลี่ฉีเย่ยิ้มและเอ่ยอย่างสบายๆ " เจ้าเคยเห็นสัตว์เทพผู้พิทักษ์ที่ดินทางไปได้รอบโลกหรือไม่ ? หรือหากเป็นเช่นนี้น เป็นสัตว์เทพผู้พิทักษ์แล้วอย่างไร ? ข้ารู้ว่าตอนนี้ปราณเทพเข้าร่วมสงครามไม่ได้ แต่หลังจากฆ่าศัตรูทั่งหมดและแก้ปัญหาของปราณเทพได้ ข้าคงไม่ต้องบอกถึงผลที่จะตามหรอกใช่หรือไม่ ? "

พระชราเผิงครุนคิด หลี่ฉีเย่เอ่ยยิ้มๆ " ข้าสามารถช่วยสำนักได้แต่มีเงื่อนไข อย่างแรกข้าต้องการใช้ของบางอย่างในสำนัก อย่างที่สองข้าต้องการชดใช้ ทว่าปัญหาก็คือเจ้ามีอำนาจพอจะตัดสินเรื่องนี้หรือไม่ ? แล้วเจ้าเชื่อในความสามารถของข้าหรือไม่ ? หากตัวเจ้าไม่สามารถตัดสินใจได้ เช่นนั้นก็ลืมมันไปซะ "

" เจ้าจะทำอะไร ? " พระชราเผิงเอ่ย " ตราบใดที่ข้อเรียกร้องของเจ้ายอมรับได้ พวกเราก็จะเจรจรา ! "

พระชราเผิงนั้นเห็นด้วยกับความคิดนี้ของหลี่ฉีเย่ก่อนที่จะเริ่มการเคลื่อนไหว

" ต้องอย่างนี้สิ เช่นนั้นพวกเข้าก็รอดูเรื่องสนุกจากข้า " หลี่ฉีเย่หรี่ตาของเขาและฉีกยิ้มสดใสพร้อมกับโชวฟันขาว

พระชราเผิงนั้นมองไปยังหลี่ฉีเย่ที่ฉีกยิ้ม เขาในฐานะที่อยู่มานานไม่แน่ใจว่าทำไมยามที่เห็นรอยยิ้มนี้ก็ยังต้องขนลุกราวกับว่านี้เป็นปากของอสูรบรรพกาลที่พร้อมจะกินมนุษย์

หลังจากกลับไปยังหอยอดยุค ซือเสี่ยวเตี๋ยนั่งอยู่พร้อมกับเหล่าพี่น้องของนาง บรรยากาศนั้นเต็มไปด้วยความรื่นรมร์พร้อมกับคำพูดที่ไพเราะและเสียงหัวเราะของสตรี นี้ล้วนเป็นฉากที่น่ามองอย่างยิ่ง

เหล่าสตรีที่กำลังหัวเราะอยู่ทันใดนั้นก็กลายเป็นเงียบเมื่อหลี่ฉีเย่มาถึง ขณะมองไปที่เขาทุกคนล้วนถูกแช่แข็งและไม่มีใครกล้าเอ่ยอะไร

ก่อนหน้านี้พวกนางนั้นหยอกล้อหลี่ฉีเย่และคิดว่าเป็นเพียงปีศาจน้อยที่น่าหยอกและช่างพูด พวกนางต่างคิดว่าเขาเป็นญาติของซือเสี่ยวเตี๋ย พวกนางจึงอดไม่ได้ที่จะกลั่นแกล้ง

ในเวลานี้เมื่อพวกนางมองไปยังเขาทุกอย่างล้วนเปลี่ยนแปลง ชายคนนี้นั้นดูเด็กกว่าพวกนางมากแต่ก็น่ากลัวเกินจินตนาการของพวกนางไปไกล ฆ่ากุ้ยฟู่ซือและยั่วยุจือหวังอู่ - ใครบ้างที่จะกล้าทำเรื่องเช่นนี้ ? พวกนางล้วนไม่สามารถรู้ได้ว่าหลี่ฉีเย่นั้นภุมิหลังที่น่ากลัวขนาดไหน

พวกนางรู้สึกกลัวและไม่กล้าหยอกล้าหลี่ฉีเย่เช่นก่อนหน้า บางคนถามซือเสี่ยวเตี๋ยเกี่ยวกับภูมิหลังของเขา แต่นางก็ยังเก็บรักษาความลับเกี่ยวกับเรื่องนี้

สุดท้ายพวกนางก็เอ่ยลาซือเสี่ยวเตี่ย " เสี่ยวเตี๋ยเช่นนั้นพวกเราขอลา "

หลี่ฉีเย่นั้นไม่ได้เอ่ยขัดก่อนจะเอ่ยด้วยรอยยิ้ม " พี่สาวหากมีเวลาเช่นนั้นก็มาเล่นกันอีก "

ในเวลานี้เหล่าสตรีล้วนไม่กล้าตอบหลี่ฉีเย่ พวกนางนั้นกล่าวคำอำลาก่อนจะจากไปอย่างรวดเร็ว

หลังจากพวกนางจากไป ก่อนจะแยกกันเจ้าหญิงจากประเทศเพื่อนบ้านเอ่ยถามซือเสี่ยวเตี๋ย " เสี่ยวเตี๋ยบอกความจริงข้ามา นั้นใช่คู่หมั้นเจ้าหรือไม่ ? "