301

ตอนที่ 301 กุ้ยฟู่ซื่อ

หลี่ฉีเย่ท้าทายกุ้ยฟู่ซื่อให้เขาขึ้นมายังสนามประลอง เขาประกาศให้กุ้ยฟู่ซื่อขึ้นมารับความตาย นี้ล้วนทำให้ผู้คนสูดลมหายใจเข้าลึก พวกเขาล้วนคิดเช่นเดียวกัน เจ้าเด็กนี้ช่างหยิ่งผยองเกินไป !

การแสดงออกของกุ้ยฟู่ซื่อกลายเป็นน่าเกลียดอย่างมาก หลังจากเข้าร่วมกับอาณาจักรโบราณในฐานะอัจฉริยะยังจะมีใครกล้าท้าทายเขาเช่นนี้อีก ?
หลังจากได้ยินคำดังกล่าว คนจากหอยอดมณีส่ายหัวและเอ่ย " เจ้าสารเลวนี้ช่างหยิ่งยโสและบ้าเกินไป "

แม้แต่คนจากหอยอดศักดิ์สิทธิ์ก็ยังหรี่ตาและเอ่ย " เจ้าเด็กนี้ไร้เดียงสาเกินไป กุ้ยฟู่ซื่อกระทั้งเข้าร่วมได้แม้แต่หอยอดศักดิ์สิทธิ์ เขาเข้ารวมหอยอดมณีเพื่อเหตุผลบางอย่างเท่านั้น "

กุ้ยฟู่ซื่อก้าวขึ้นไปยังสนามประลองด้วยใบหน้าเย็นชาและกลิ่นอายของภูติผี ก่อนจะมองไปยังหลี่ฉีเย่ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยเจตนาฆ่า

" เจ้าต้องการจะตายอย่างไร ? เจ้าอยากให้ข้าฉีกแขนขาเจ้าออกหรือว่าสับเจ้าเป็นชิ้นๆ ? "

หลี่ฉีเย่เอ่ยอย่างไม่แยแส " พูดมากซะจริง เจ้าควรจะลงมือมากกว่าขยับปากของเจ้า "

กลิ่นอายดำมืนของกุ้ยฟู่ซื่อพุ่งทะยานขึ้นฟ้าก่อนจะตามมาด้วยเสียงคำราม " เจ้าโง่ ! " กลิ่นอายที่น่ากลัวกระจายไปทั่วอากาศพร้อมกับประกายแสงและเคลื่อนไหว

ทันใดนั้นด้วยความเร็วที่ไม่น่าเชื่อกุ้ยฟู่ซื่อขยับ ด้วยเสียง ' วูบ ' มันกระแทกเขาเข้ากับหลี่ฉีเย่และทำให้เขากระเด็นออกไปไกล

" ตูม ! " เสียงระเบิดดังขึ้นหลังจากหลี่ฉีเย่บินเข้าไปจนกับสุดขอบสนามประลอง นี้ทำให้อำนาจของอักษรป้องกันทำงาน สนามประลองนี้เต็มไปด้วยอำนาจอมตะที่คุ้มกัน ไม่เช่นนั้นมันคงแหลกละเอียดด้วยการโจมตีเมื่อครู่

หลังจากโจมตีประสบความสำเร็จ กุ้ยฟู่ซื่อลอยขึ้นและเอ่ย " เพียงแค่หนอนแมลงยังกล้าที่จะท้าทายดวงจันทร์เช่นข้า ! " ลมหายใจของเขานั้นเปลี่ยนเป็นกลิ่นอายจักรพรรดิพร้อมกับประกายแสงแปลกประหลาดที่ทำให้ทุกคนหวาดกลัว

" ประกายล่าอมตะ , คัมภีร์ของจักรพรรดิอมตะเหย่ากวง !  " กระทั้งคนจากหอยอดศักดิ์สิทธิ์ก็ยังเปลี่ยนการแสดงออกของพวกเขาหลังจากเห็นถึงกลิ่นอายจักรพรรดิอมตะ สำหรับผู้ศึกษาจากหอยอดยุคและหอยอดมณี คัมภีร์จักรพรรดิอมตะนั้นเป็นสิ่งที่เหนือจินตนาการของพวกเขา

" สมควรแล้วที่เจ้าเด็กหยิ่งยโสนั้นจะโดน มันจะไม่แปลกเลยหากเขาตายหลังจากได้รับการจู่โจมด้วยคัมภีร์จักรรพดิอมตะ " คนจากหอยอดมณีเอ่ย " ศิษย์พี่กุ้ยฟู่ซื่อนั้นเป็นอัจฉริยะที่มีคัมภีร์จักรพรรดิ เขาแน่นอนว่าย่อมฆ่าเจ้าเด็กนั้นได้เพียงกระดิกนิ้ว "

แม้ว่าจะเป็นคำพูดที่ดูหยิ่งยโส แต่ใบหน้าของทุกคนล้วนมืดลง ระดับตัดสวรรค์ห้าวงแหวนรวมอีกทั้งยังมีคัมภีร์จักรพรรดิ เขาแน่นอนว่าแข็งแกร่งกว่าระดับตัดสวรรค์ธรรมดาอย่างมาก

ในเวลานั้นเสียงที่ดูเกียจคร้านก็ดังขึ้น หลี่ฉีเย่ยืนขึ้นมาปัดฝุ่นตามร่างกายก่อนจะเอ่ย " ขยะ ? เจ้ากำลังหมายถึงตัวเอง ? "

" ข้าเพียงแค่กำลังอุ่นเครื่อง แต่เจ้ากลับโอ้อวดอย่างหน้าไม่อาย "

" ตาย ! " เห็นหลี่ฉีเย่เป็นปกติ กุ้ยฟู่ซื่อคำราม เขาทันใดนั้นก็พุ่งไปด้านหน้าด้วยความเร็วของประกายแสงราวกับสายฟ้าและปะทะเข้ากับร่างกายของหลี่ฉีเย่

ความเร็วที่เพิ่มขึ้นดังกล่าวทำให้ใบหน้าของหลายคนตื่นตระหนก นี้เป็นความเร็วที่ปราศจากทักษะหรือคัมภีร์ บางครั้งระดับความเร็วนี้ยังมากกว่าผู้ฝึกคัมภีร์

กุ้ยฟู่ซื่อนั้นบ่มเพาะ " ประกายล่าอมตะ " ผลลัพธ์ของมันคือความเร็วที่น่าเหลือเชื่อ

หลี่ฉีเย่ยืนเผชิญหน้ากับกุ้ยฟู่ซื่อที่พุ่งมาอย่างมั่นคง ร่างกายของเขาทันใดนั้นก็ระเบิดกลิ่นอายศักดิ์สิทธิ์ กายาอเวจีอมตะทันใดนั้นก็ระเบิดออกมาและบดขยี้อำนาจของสวรรค์และปฐพี

" ตูม ! " เสียงระเบิดดังขึ้นจากการปะทะกันของทั้งสอง เลือดสดนั้นสาดกระจายไปทุกที่ ทว่าเรื่องนั้นไม่ได้มาจากหลี่ฉีเย่ แต่เป็นกุ้ยฟู่ซื่อที่กำลังถูกส่งปลิวออกไป !

ช่วงเวลาที่กลิ่นอายของเขาถูกระเบิดออกมา หลี่ฉีเย่กลายเป็นดังภูเขาศักดิ์สิทธิ์ไม่ว่าจะเป็นสวรรค์และปฐพีหรือเก้าชั้นฟ้าก็ต้องยอมสยบ แม้ว่ากุ้ยฟู่ซื่อจะเร็ว แต่การที่เขาปะทะกับหลี่ฉีเย่ก็ราวกับเขาปะทะกับภูเขาศักดิ์สิทธิ์ 

กุ้ยฟู่ซื่อนั้นปลิวไปในอากาศ ด้วยอากาศตื่นตระหนกจากนั้นเขาก็หอบหายใจก่อนจะกลายเป็นประกายแสงศักดิ์สิทธิ์และพุ่งหนี้ไป

หลี่ฉีเย่ยิ้มและเอ่ย " ต้องการจะหนี ? "

ก่อนที่กุ้ยฟู่ซื่อจะได้พุ่งออกไป หลี่ฉีเย่ทะยานไปด้านหน้าพร้อมด้วยหกปักษาสยายปีกกวาดผ่านชั้นฟ้าพร้อมด้วยกลิ่นอายจักรพรรดิ จากนั้นเขาก็ปรากฏด้านบนก่อนจะกระทืบลงมายังร่างกายของกุ้ยฟู่ซื่อ

กุ้ยฟู่ซื่อตกตะลึง เขาทันใดนั้นก็สร้างปีกด้านหลังพร้อมทั้งใช้ความเร็วสูงสุดเพื่อหลบฝ่าเท้าของหลี่ฉีเย่ ก่อนจะสร้างระทางระหว่างทั้งสอง

" ยังคิดจะหนี ? " หลี่ฉีเย่ยิ้ม ทันใดนั้นกลิ่นอายของหกปักษาสยายปีกก็ปกคลุมทั่วชั้นฟ้าและปิดกันช่องทางหนี แม้ว่าความเร็วของกุ้ยฟู่ซื่ออาจจะเป็นอัจฉริยะแม้กระทั้งในหอยอดศักดิ์สิทธิ์ แต่ก่อนที่เขาจะได้หนี หลี่ฉีเย่ปิดกั้นทุกเส้นทางก่อนจะปรากฏตรงหน้าและและหวดเท้าราวกับแส้ฟาดเข้ามา

ในช่วงเวลานั้น เขาไม่สามารถหนีได้แม้ว่าอยากจะทำก็ตาม เขาทันใดนั้นก็ตัดสินใจเรียกสมบัติป้องกันออกมา แม้ว่าเขาจะเร็วมากแต่หลี่ฉีเย่นั้นเร็วกว่า

" ปัง ! " ลูกแตะของหลี่ฉีเย่ด้วยอำนาจของน้ำหนักนับล้านล้านปอนด์ สมบัติที่ถูกเรียกออกมาแตกกระจายและเสียงกระดูกหักดังไปทั่ว ร่างกายของกุ้ยฟู่ซื่อพุ่งเขาปะทะกับพื้นเวทีก่อนจะกลายเป็นบ่อเลือดขนาดใหญ่

หลังจากนั้นเสียงกระดูกที่ถูกบดขยี้ก็ดังออกมา ทุกลมเต็มไปด้วยความหนาวเย็นและหวาดกลัว พวกเขารู้สึกราวกับว่ากระดูกตัวเองถูกทำลาย

" หกปักษาสยายปีก..." ในช่วงเวลานั้นเหล่าอัจฉริยะจากหอยอดศักดิ์ศิทธิ์ต่างมองหลี่ฉีเย่ด้วยความตกตะลึง

" แกร๊ก แกร๊ก  " หลังจากนั้นเสียงกระดูกก็ดังขึ้น กุ้ยฟู่ซื่อค่อยยืนขึ้นพร้อมกับเลือดที่อาบร่างกายและเสียงกระดูกที่กำลังเชื่อมต่อกัน การบาดเจ็บของเขาค่อยๆสมานตัวขึ้น

" สมแล้วที่เป็นคัมภีร์จักรพรรดิ " หอจากหอยอดมณีและหอยอดศักดิ์สิทธิ์ต่างสูดลมหายใจเข้าลึก ความเร็วของการฟื้นฟูดังกล่าว ทำให้เป็นไปไม่ได้ที่จะมีคนฆ่าเขา

กุ้ยฟู่ซื่อคำราม " สารเลวน้อยเจ้าทำให้ข้าโกรธ ! " ทันใดนั้นร่างกายของเขาก็แบ่งออกเป็นสี่ ไม่มีใครบอกได้ว่าพวกเขาคนไหนคือตัวจริง

" นั้นคือภาพลวงตารึ ? " เห็นการกระทำของกุ้ยฟู่ซื่อศิษย์บางคนเอ่ยถาม

บางคนเริ่มทำการจ้องมองแต่ไม่มีใครสามารถบอกความแตกต่างได้

" ทั้งหมดคือตัวจริง " คนจากหอยอดศักดิ์สิทธิ์ส่ายหัวก่อนจะเอ่ย " พวกมันไม่ใช่ภาพลวงตา "

นี้เป็นอัจฉริยะที่มีดวงตาที่ท้าทายสวรรค์ แต่เขาก็ยังไม่สามารถบอกได้ว่าใครคือตัวจริง

บางคนที่รู้เกี่ยวกับตระกูลของกุ้ยฟู่ซื่ออุทาน " จตุร่างแปลงวิญญาณ ! ข่าวลือกล่าวนี้เป็นทักษะขั้นสูงของเผ่าพันธ์ผี พวกเขาสามารถกระจายร่างได้ถึงสี่ร่าง ทั้งเหมือนล้วนเหมือนกัน "

หัวใจของผู้คนกลายเป็นตื่นตระหนกหลังจากได้ยิน จะเกิดอะไรขึ้นห่างมีกุ้ยฟู่ซื่อถึงสี่คน ?

" เจ้าเด็กสารเลวมารับความตายซะ ! " กุ้ยฟู่ซื่อทั้งสี่ล้อมรอบหลี่ฉีเย่พร้อมด้วยวงแหวนทั้งห้าที่ปรากฏขึ้นบนหัว พวกมันทันใดนั้นก็รวมตัวและกลายเป็นอำนาจของอาณาจักร !

" ผนึก ! " เสียงคำรามของทั้งสี่ดังออกมา อาณาจักรทั้งสี่ทันใดนั้นก็ขังหลี่ฉีเย่ไว้ภายใน ภายในอาณาจักรปรากฏเป็นผีที่ดุร้ายขนาดยักษ์สี่ตัว !

" นี้เป็นไปได้อย่างไร ? ห้าวงแหวนเปลี่ยนเป็นอาณาจักร ! " หลังจากเห็นฉากนี้ทุกคนกลายเป้นตกตะลึง

ศิษย์ที่มีความสามารถบางคนเอ่ย " นี้เรียกว่าห้าเขตแดน ไม่ใช่อาณาจักร จตุร่างแปลงวิญญาณทั้งสี่ร่วมกันกลายเป็นเขตแดนที่คล้ายอาณาจักร แต่พลังของมันยังห่างจากของจริงมาก "

" ปัง ! ปัง ! ปัง ! ปัง ! " ผีทั้งสีนั้นคำรามทั้วชั้นฟ้าภายใน จากนั้นไม่นานมันก็เริ่มดึงพลังจากห้าวงแหวนและเปลี่ยนตัวเองเป็นผีที่ดุร้ายพร้อมด้วยกลิ่นอายอมตะ

พลังงานผีร้ายที่น่ากลัวนี้ล้อมรอบตัวหลี่ฉีเย่ ภายในช่วงเวลาสั้นๆมันราวกับมีโซ่นับร้อยมัดตัวเขาไม่เขานั้นขยับและเคลื่อนไหวได้

ภายในห้าเขตแดน ไม่ว่าหลี่ฉีเย่จะทำอะไร เขาต้องจมอยู่ภายใต้การรัดของโซ่พลังงานผีและมันรัดแน่นจนได้ยินเสียงกระดูก และผู้คนล้วนมั่นใจว่าหลี่ฉีเย่ไม่มีทางหนีได้อย่างเด็ดขาด !