298

ตอนที่ 298 คนที่น่าสงสาร

แน่นอนว่าซือเสี่ยวเตี๋ยนางเพียงล้อเล่นที่บอกว่าจะแนะนำเขาให้กับคนอื่น หลี่ฉีเย่เพียงนั่งอย่างเงียบๆ เขาทำตัวเป็นเพียงแค่ผู้เยาว์ที่มาสูดอากาศบริสุทธิ์

ไม่นานนักเหล่าสตรีก็นำเรื่องของเขามเอ่ยถามกับซื่อเสี่ยวเตี๋ย

" เจ้าหญิงซือ ชายคนนั้นเป็นน้องชายที่เป็นศิษย์จากประตูราชสีห์คำรามรึ ? " หนึ่งในสตรีอมยิ้มเอ่ยถามขณะมองหลี่ฉีเย่

สตรีอีกคนที่มีอายุพอกับหลี่ฉีเย่ก็เอ่ย " ข้าจำได้ว่าเจ้าหญิงซือมีน้องชายเพียงคนเดียว แต่สารเลวน้อยนี้กลับตามท่านไม่ห่าง หรือเขาจะเป็นญาติห่างๆของท่าน ? "

หญิงสาวอีกคนที่มีรูปลักษ์และกลิ่นอายอันสูงส่ง จ้องหลี่ฉีเย่และยิ้มอย่างเป็นมิตร " พี่สาวซือนี้เป็นญาติของท่านจริงๆรึ ? ต้องการให้ข้าหาคู่ให้หรือไม่ ? มีเหล่าน้องสาวมากมายที่นี่ บางทีอาจจะมีคนที่เหมาะสมกับเขา "

ซือเสี่ยวเตี๋ยสูญเสียคำพูด จับคู่ให้หลี่ฉีเย่ ? กระทั้งปิงหยู่เซี่ยยังเป็นได้แค่เพียงสาวใช้ ! นางมองไปยังหลี่ฉีเย่ราวกับต้องการขอความช่วยเหลือ

หลี่ฉีเย่ที่นั่งเงียบๆมองไปยังเหล่าสตรีที่อยู่เบื้องหน้าก่อนจะเอ่ย " น้องชายคนนี้ไม่ทราบจริงๆว่าจะทำอย่างไรหากพี่สาวเอ่ยเช่นนี้ นี้เป็นครั้งแรกที่ข้าได้ยินเรื่องการแต่งงานและจับคู่...พี่สาวได้โปรดอย่าหัวเราะข้า ข้ายังเป็นเพียงเด็กหนุ่มผู้บอบบางและขี้เขินอาย..."

" บอบบางและขี้เขินอาย ? " เหล่าสาวน้อยเหลือบมองมายังหลี่ฉีเย่ก่อนที่จะมีบางคนเอ่ย " ในสายตาข้า เจ้านั้นเป็นตัวลามกอย่างแท้จริง ตั้งแต่มาถึงที่นี่เจ้าเอาแต่จ้องมองพวกเราตาไม่กระพริบ เจ้าราวกับเป็นโจรราคะและเห็นได้ชัดว่าไม่มีเจตนาที่ดี "

หญิงสาวอีกคนเอ่ย " ถูกต้อง ข้าเห็นว่าเจ้ายังเป็นเด็กหนุ่ม ตาความลามกของเจ้านั้นกระทั้งปกคลุมชั้นฟ้า "

หลี่ฉีเย่นั้นเป็นบุรุษเพียงผู้เดียวในงานและเขายังอายุน้อยกว่าวพวกนาง ดังนั้นพวกนางจึงแซวเขาได้อย่างไม่เขินอาย

เผชิญหน้ากับเหล่าสาวงาม หลี่ฉีเย่นั้นกล่าวอย่างใจเย็น " คำกล่าวเหล่านี้ดูเหมือนจะไม่ยุติธรรมกับข้าสักเล็กน้อย " หลี่ฉีเย่ยิ้มและเอ่ย " หากข้าเป็นตัวลามก เช่นนั้นหากข้าชอบใครสักคน ข้าจะไม่แบกนางกลับบ้านรึ ? "

หญิงสาวอีกคนยิ้มขบขัน " โอ้ ปีศาจเจ้าอายุแค่นี้แต่กล้าจะขโมยหญิงสาวกลับบ้านเชียวรึ ? ระวังพวกนางจะทุบตีหน้าเจ้าจนบวมเล่า "

สาวน้อยคนนี้มองไปยังซือเสี่ยวเตี๋ยก่อนจะยิ้มและเอ่ย " เสี่ยวเตี่ยและข้าเป็นดังพี่สาวน้องสาว น้องชายของนางก็คือน้องชายของข้า บอกพี่สาวคนนี้มาว่าเจ้าชอบสตรีนางใด ข้าจะช่วยเจ้าให้ได้นางกลับบ้านและจัดงานแต่งงาน "

หญิงสาวคนหนึ่งที่มีอายุน้อยที่สุดและใกล้เคียงกับหลี่ฉีเย่ยิ้มและเอ่ย " ข้าคิดว่าน้องหนางนั้นเหมาะสมกับเขา "

หญิงสาวเจ้าของชื่ออุทานด้วยความเขินอายและโกรธก่อนจะเอ่ย " หากพี่หลินแกล้งข้าเช่นนี้ ข้าจะไม่สนใจท่าน ! "

กลุ่มของเหล่าสตรีทันใดนั้นก็เริ่มแกล้งกันไปมา ซือเสี่ยวเตี๋ยไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ สตรีเหล่านี้ไม่รู้ว่าพวกนางกับกำลังเล่นกับใคร อย่าได้คิดว่าเขานั้นไปเพียงเด็กน้อยไม่มีอันตราย ยามเขาโกรธพวกนางอาจจะหวาดกลัวจนเกินจินตนาการ

แม้ว่าหญิงสาวหลายคนจะหยอกล้อเขา แต่หลี่ฉีเย่ก็ยังยิ้มและเอ่ย " อ่า ข้านั้นเป็นคนที่น่าสงสารจริงๆ แต่ในเมื่อเหล่าพี่สาวแกล้งข้าเช่นนี้ ข้าคงไม่สามารถทนมันได้อีก "

" หือ คนที่น่าสงสารเจ้านะรึ ? เช่นนั้นเจ้าคงเป็นมนุษย์ไร้ยางอายแล้ว ! " หญิงสาวหัวเราะและเอ่ย

หลี่ฉีเย่นั้นตอบอย่างใสซื่อ " คำกล่าวนั้นไม่ถูกต้องนัก ข้าจะเป็นอะไรได้หากไม่ใช่คนน่าสงสาร คนที่ต่ำต้อยรึ ? อนิจจา รูปลักษณ์ที่ดีของข้าคงไม่เหลือแล้ว "

หญิงสาวคนอื่นกล่าวหยอกล้อ " เจ้านั้นกล่าวไม่ถูกต้องอยู่หนึ่งหรือสองประโยชน์ เจ้ายังไม่อายกับมันหรอกรึ ? "

หลี่ฉีเย่เพียงคนเดียวในสถานที่แห่งนี้ที่หยอกล้อกับเหล่าสาวงามโดยปราศจากความกดดัน เหล่าสตรีรู้สึกว่าการแกล้งหลี่ฉีเย่เป็นเรื่องสนุก

ซือเสี่ยวเตี๋ยอีกมุมหนึ่งนางนั่งดู นางนั้นดูอย่างผ่อนคลายว่านายน้อยของนางจะทำอย่างไร

หญิงสาวที่ดูสูงส่งเอ่ย " น้องชาย บอกข้ามาว่าเจ้าชอบผู้ใด ? ข้าจะช่วยเจ้าเอง " ผู้หญิงคนนี้นั้นมาจากประเทศใกล้เคียงกับประตูราชสีห์คำราม

" หืมม " หลี่ฉีเย่นั้นจ้องไปยังสาวๆอย่างช้าๆ ที่ละคนละคนราวกับเขากำลังเลือกคู่ชีวิต

หญิงสาวคนหนึ่งอดไม่ได้ที่จะอุทาน " เจ้าเด็กน้อยลามก ! "

ทว่าก่อนที่หลี่ฉีเย่จะได้ทำการตอบโต้กลับไป มีคนจำนวนหนึ่งเข้ามาพวกเขา

ภายในพริบตาคนหกคนมาถึง มีทั้งบุรุษและสตรี ชายคนหนึ่งสวมผ้าคลุมขุนนาง สตรีอีกคนสวมผ้าคลุมหงส์เพลิง คนเหล่านี้ล้วนเต็มไปด้วยความหล่อเหล่าและงดงาม

บรรยายกาศที่ดูมีชีวิตชีวากลายเป็นถูกแช่แข็ง การแสดงออกของสาวๆนั้นเปลี่ยนไปอย่างมากเมื่อเห็นคนกลุ่มนี้

ผู้นำของคนกลุ่มนี้เป็นสตรีนางหนึ่ง นางนั้นส่วมเสื้อคลุมหงส์เพลิงและมงกุฏบนศีรษะ นางนั้นมีกลิ่นอายที่สูงส่งและมองไปยังซือเสี่ยวเตี๋ย

ใบหน้าของซือเสี่ยวเตี๋ยนั้นจมลงมือเห็นสตรีคนนี้ สำหรับหญิงสาวคนอื่นพวกนางนั้นสั่นเล็กน้อย..เพราะว่าคนเหล่านี้มีพื้นหลังที่ยิ่งใหญ่

" ซือเสี่ยวเตี๋ย ดียิ่งที่เจ้าอยู่ที่นี่ มันช่วยให้เจ้าหญิงคนนี้ไม่ต้องไปหอยอดยุคเพื่อหาเจ้า "

นางนั้นแสดงออกอย่างหยิ่งยโสและเอ่ยอย่างไม่แยแส " เดินไปยังหอยอดยุคจะทำให้เท้าข้าสกปรก ! พวกเจ้าเป็นเพียงเจ้าหญิงและแลงระดับต่ำ ! "

เหล่าหญิงสาวนั้นอดไม่ได้ที่จะกลายเป็นโกรธจากคำเหล่านี้ ! เจ้าหญิงอีกคนเอ่ย " เจ้าหญิงหวังฟู คำกล่าเหล่านั้นล้วนล้ำเส้นเกินไป ! ประตูพยัคฆ์คำรามนั้นไม่ใช่เชื้อสายจักรพรรดิอมตะด้วยซ้ำ ! " แม้ว่าเจ้าหญิงคนนี้นั้นจะเข้าร่วมกับหอยอดมณีนางนั้นก็ยังมีความสัมพันธ์ที่ดีกับเหล่าน้องสาวที่หอยอดยุค

" แล้วยังไง ? ไม่มั่นใจรึ ? " เจ้าหญิงหวังฟุอย่างเย็นชา " เจ้าเป็นคนของหอยอดมณี ไม่สมควรมากลิ่งอยู่กับหนอนแมลงพวกนี้ มันจะทำให้หอยอดมณีอับอาย "

เจ้าหญิงหวังฟูเฟิงนางนั้นมาจากประตูพยัคฆ์คำราม ! และนางยังเป็นเจ้าหญิงของประเทศพยัคฆ์คำราม ! นางนั้นเกิดมาพร้อมกับพรสวรรค์ราชันและความสามารถของนางนั้นไม่เลว บรรพบุรุษของนางนั้นเป็นนกทองคำ นางไม่ได้เป็นอัจฉริยะของรุ่นแต่ก็ถือว่ายอดเยี่ยมอย่างมาก

" เจ้า ! " เจ้าหญิงอีกคนทันใดนั้นก็กลายเป็นโกรธและจ้องหน้าหวังฟุ

ผู้คนที่ติดตามหวังฟูเฟิงมาทันใดนั้นก็ปล่อยกลิ่นอายทรงพลังและเอ่ยเตือน " แม่นางซิ่ว อย่าได้ทำผิดพลาด เจ้าต้องการเป็นศัตรูกับประตูพยัคฆ์คำรามรึ ? "

หวังฟุูเฟิงนั้นจ้องไปยังซือเสี่ยวเตี๋ยและเอ่ย " ซือเสี่ยวเตี๋ย เจ้าควรจะควบคุมน้องชายของเจ้าให้ดี เข้าจะตายโดยไม่รู้ตัว ! หืมม ควรจะเจียมตัวบ้าง ไม่เช่นนั้นข้าเกรงว่าประเทศของเจ้าจะเจอกับหายนะ ! "

หวังฟูเฟิงนั้นเป็นเจ้าหญิงของประเทศพยัคฆ์คำรามและยังเป็นน้องสาวของหู่เยี่ย ตั้งแต่ซือเสี่ยวเต๋านั้นพยามเกี้ยวเจ้าหญิงเป๋าหยุน - คนที่เป็นคู่หมั้นของหู่เยี่ย นางก็ไม่สามารถปล่อยเรื่องนี้ไปได้

การขู่ครั้งที่ทำให้ซือเสี่ยวเตี๋ยตื่นตระหนก ประตูประพยัคฆ์คำรามนั้นทรงอำนาจแน่นอน แต่การแสดงออกของนางนั้นหยิ่งยโสเกินไป

หญิงสาวทุกคนมองไปยังหวังฟูเฟิงและรู้สึกสงสารซือเสี่ยวเตี๋ย

ในเวลานั้นเสียงที่ดูขี้เกียจกก็ดังขึ้น " ซือเสี่ยวเต๋านั้นอยู่ภายใต้การคุ้มครองของข้า เขานั้นเกี้ยวเจ้าหญิงเป๋าหยุนไม่เห็นจะมีอะไรไม่ดี ชายโสดและหญิงโสดหากพวกเขาชอบพอกันเช่นนั้นก็เป็นธรรมชาติของพวกเขา เจ้าหญิงเป๋าหยุนนั้นยังไม่ได้เป็นคู่หมั้นของประเทศเจ้า เช่นั้นมันจะไม่ดีได้อย่างไร ? "

หลี่ฉีเย่เอ่ยต่อและเขานั้นไม่แม้แต่จะเหลือบมองหวังฟูเฟิง " ในเมื่อเจ้ามาที่นี่ เช่นนั้นก็กลับไปพร้อมกับข้อความของข้า หากประตูพยัคฆ์คำรามนั้นฉลาดพออย่าได้หยิ่งยโสและโง่เง่า หากเจ้าหญิงเป๋าหยุนชอบซือเสี่ยวเต๋า เช่นนั้นประเทศของเจ้าจะทำอะไรได้ ? หากหู่เยี่ยกล้าที่จะเข้ามายุ่งกับความรักของพวกเขา ข้าจะเป็นคนหักกระดูกมันเอง ! "

คำกล่าวของหลี่ฉีเย่ทำให้หวังฟูเฟิงและผู้ติดตามตื่นตระหนก นางมองไปที่เขาอย่างเย็นชาก่อนจะเอ่ย " ทุบตีเขาซะ เอาชีวิตเขามาให้ข้า ! ข้าจะดูแลซือเสี่ยวเตี๋ยเป็นการส่วนตัวเอง "

" นี้เรียกไม่รู้จักความตา-" คนที่อยู่ข้างๆ หวังฟูเฟิงลงมือ เขาเอิ้อมมือจะไปคว้าคอของหลี่ฉีเย่ด้วยความรวดเร็ว

" ไสหัวไป ! " หลี่ฉีเย่ทันใดนั้นก็ยืนขึ้นพร้อมกับสะบัดแขนของเขา " ตูม ! " ก่อนที่ชายคนนั้นจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเขาก็บินออกไปไกลด้วยแขนของหลี่ฉีเย่

หลี่ฉีเย่ทันใดนั้นก็เคลื่อนไหวด้วยความเร็วและพุ่งเข้าหาหวังฟูเฟิง นางทันใดนั้นก็คำราม " รนหาที่ตาย ! " ภายในพริบตานางทันใดนั้นก็ฟัลงมาด้วยขนนกที่แหลมคม มันกระทั้งตัดได้แม้แต่กายาราชัน

" ปัง ! " หลี่ฉีเย่นั้นไม่เหลือบมอง เขาสะบัดแขนออกไปด้วยความรวดเร็ว เมื่อมันปะทะกันดาบขนนกของนางนั้นแตกหักก่อนจะส่งร่างของปลิวกระเด็นไปพร้อมกับกองเลือดสด นางนั้นประเมินฝ่ายตรงข้ามต่ำไปและคิดว่าจะฆ่าหลี่ฉีเย่ได้ง่ายๆ แต่นางไม่คาดว่าหลี่ฉีเย่จะส่งนางปลิวไปได้ภายในหนึ่งการเหวี่ยง

ทว่าก่อนที่หวังฟูเฟิงที่กระอักเลือดจะลมถึงพื้น หลี่ฉีเย่เคลื่อนไหวด้วยความเร็วที่มองไม่เห็นและเข้าคว้าคอของหวังฟูเฟิงจนร่างนางลอยอยู่เหนือพื้น

ในเวลานี้ หวังฟูเฟิงที่ถูกจับโดยหลี่ฉีเย่นั้นใบหน้าซีดขาว ภายใต้แรงบีบของหลี่ฉีเย่ทำให้นางนั้นหายใจไม่ออกและหวาดกลัว...