297

ตอนที่ 297 ข่าวสะเทือนสวรรค์

" ข้ารู้ว่าท่านกำลังคิดอะไร " ซือคงโถวเทียนมองหลี่ฉีเย่และเอ่ย " หากมันเป็นช่วงเวลาอื่นแต่ให้คนพวกนี้มีความกล้าอีกสักร้อยเท่าพวกเขาก็คงไม่กล้าโจมตีสำนัก แต่สถานการณ์ตอนนี้นั้นต่างออกไป " 

หลี่ฉีเย่ยิ้มและเอ่ย " เช่นนั้นรึ ? แล้วมันต่างอย่างไร ? "

ซือคงโถวเทียนเอ่ยอย่างระมัดระวัง " ข้าได้ยินว่าปราณเทพของสำนักนั้นใกล้จะดับสิ้นแล้ว มันอาจจะได้รับผลกระทบจากการเปิดประตูจำนวนมาก ไม่เพียงแต่มันจะดับสิ้น แต่มันอาจจะระเบิด มีข่าวลือว่ามีบางอย่างนั้นผิดปกติเกินขึ้นกับปราณเทพ และมันอาจจะบ้าคลั่งจนทำลายเส้นเลือดสวรรค์และปฐพี "

หลี่ฉีเย่ยิ้มอย่างสบายๆและเอ่ยเสริม " เช่นนั้นเป็นเหตุผลว่าทำไมผู้คนจึงกล้าจับปลาน้ำขุ่น ? "

ซือคงโถวเทียนเอ่ยตอบ " ถูกต้อง ! เวลานี้สำนักนั้นกำลังตกอยู่ในความวุ่นวาย และมันเป็นโอกาสที่ดีที่จะถูกปล้น "

หลี่ฉีเย่เหลือบมองเขาและเอ่ย " นี้เจ้ากำลังกล่าวถึงตัวเองหรือว่าคนอื่น ? "

ซือคงโถวเทียนยิ้มอย่างเขินอาย " ข้าจะกล้าทำเช่นนั้นได้อย่างไร ? นอกจานี้เกี่ยวกับสถานการณ์นี้ ข้าได้ยินข่าวมาว่ามีบางคนจะใช้ประโยชน์จากมันและยึดสำนัก ! "

" ยึดสำนัก ? นี้ไม่ใช่เรื่องง่าย " หลี่ฉีย่รู้ความแข็งแกร่งของสำนักเต๋าสวรรค์ดี แม้แต่อาณาจักรโบราณก็ยังไม่มีความสามารถพอที่จะทำเช่นนั้น

ซือคงโถวเทียนกระซิบ " ถูกต้อง ! ดังนั้นพวกเขาจึงกลายเป็นพันธมิตรกันจำนวนมากอย่างลับๆ เพื่อที่จะได้รับสมบัติจักรพรรดิอมตะสักชิ้นสองชิ้นกลับไป "

หลี่ฉีเย่หรี่สายตาของเขาและเอ่ย " กองกำลังของพวกเขาจะต้องดีมาก มีเชื้อสายของจักรพรรดิอมตะไม่มากนักที่จะทำเช่นนี้ได้ "

" พวกเขาจะเรียกตัวตนอมตะออกมา ข้าได้ยินข่าวมาว่าพวกเขาจะปลุกเหล่าของตายจากเชื้อสายของพวกเขา นี้ไม่ได้เป็นเพียงตัวตนอมตะของดินแดนร้อยเมือง แต่รวมถึงดินแดนตอนกลาง เมืองรกล้างทางตะวันตก ทะเลทางตอนเหนือ และหุบเขาโลหิตทางตอนใต้ " ซือคงโถวเทียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ต่ำ

หลี่ฉีเย่ลูบคางของเขาและขบคิด เหล่าตัวตนอมตะไม่มีทางยึดสำนักได้ กระทั้งจักรพรรดิอมตะมาด้วยตัวเองก็ยังไม่สามารถทำได้ เช่นนั้นพวกเขาจำเป็นต้องเข้าร่วมกองกำลังและจุดมุ่งหมายก็คือสำนักเต๋าสวรรค์

หลี่ฉีเย่ยิ้มและเอ่ย " ตัวตนอมตะในตำนาน..." ในยุคเต๋าที่วุ่นวายไม่ต้องกล่าวถึงตัวตนอมตะในตำนาน กระทั้งสัตว์ประหลาดในรุ่นปัจจุบันก็ยังฝังตัวเองอยู่ !

หลี่ฉีเย่เหลือบมองเขาและเอ่ย " เจ้าไม่ควรเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ไม่เช่นนั้นเมื่อถึงเวลาเจ้าจะไม่ได้้สามารถกินเนื้อแกะอ้วนและได้รับเพียงแค่กระดูก เจ้าควรมาติดตามข้าเมื่อประตูเปิด เจ้าอาจจะได้ประโยชน์บางอย่าง "

ซือคงโถวเทียนลูบจมูกและเอ่ยอย่างลังเล " นี้มัน..."

หลี่ฉีเย่ยิ้มและไม่เอ่ยสิ่งใดก่อนจะจากไป ด้านหลังของเขาซือคงโถวเทียนกัดฟันและกระทืบพื้นก่อนจะเอ่ย " หากนายน้อยต้องการข้า เพียงแค่เอ่ยออกมา ข้าจะไม่ปฏิเสธ ! "

หลี่ฉีเย่หันกลับไปมองซือคงโถวเทียนเล็กน้อยและเอ่ย " เจ้าคืนสมุนไพรให้กับสารเลวน้อยซือแล้ว ? "

คำถามของหลี่ฉีเย่ ทำให้ซือคงโถวเทียนหน้าซีดก่อนจะเอ่ย " ฮี่ฮี่นายน้อย สารเลวนั้นไม่มีเวลากังวลเกี่ยวกับข้า ล่าสุดเขานั้นกำลังยุ่งอยู่กับสตรีจากตระกูลเป๋าหยุน พวกเขานั้นราวกับไม่ยากจะแยกจากกันข้าจึงไม่อยากจะรบกวนพวกเขา "

" กลับไปซะ " หลี่ฉีเย่เอ่ย " ทำเรื่องนี้ก่อน แล้วข้าจะไม่เอ่ยมันซ้ำสอง "

ซือคงโถวเทียนสูดลมหายใจเข้าลึกและพยักหน้า " ในเมื่อนายน้อยกล่าวเช่นนั้น เขาจะส่องคืนให้พวกเขาทั้งหมด "

ซือคงโถวเทียนเอ่ยก่อนจะจาก " ได้โปรดเรียกข้าได้ทุกเมื่อหากนายน้อยต้องการ ข้าอยู่หอยอดทอง "

หลี่ฉีเย่นั้นไม่ประหลาดใจที่ซือคงโถวเทียนอยู่หอยอดทอง มันเป็นสถานที่ที่มีความซับซ้อนและเต็มไปด้วยตัวตนลึกลับ สารเลวนี้ราวกับปลาที่ได้ลงสู่ทะเล

เมื่อหลี่ฉีเย่กลับไปยังหอยอดยุค สวนด้านหน้านั้นเต็มไปด้วยความว่างเปล่า เหล่าสาวงามเช่นตอนเช้านั้นได้หายไปหมดสิ้น

ซือเสียวเตี๋ยนั้นช่วยหลี่ฉีเย่เตรียมการอาบน้ำ ตอกนนี้นางคิดว่าตัวเองเป็นสาวใช้ของหลี่ฉีเย่ แต่เขาก็ไม่เคยกล่าวมันอย่างชัดเจน

หลังอาบน้ำเสร็จซือเสี่ยวเตี๋ยเอ่ยถาม " เป็นไปได้หรือไม่ทีข้าจะไปหาสหายในวันนี้พรุ่งนี้ "

" ไปหาสหาย ? " หลี่ฉีเย่เอ่ย

ซือเสี่ยวเตี๋ยรีบเอ่ย " มีผู้ศึกษาบางคนจากหอยอดยุคและหอยอดศักดิ์สิทธิ์ที่ข้ารู้จัก พวกเขาล้วนมาจากประตูราชสีห์คำราม หรือไม่ก็ประเทศใกล้เคียง บางคนมาจากตระกูลราชวงศ์เช่นเดียวกับข้า "

หลี่ฉีเย่พยักหน้าอย่างเข้าใจและเอ่ย " เช่นนั้นเจ้าต้องการเชื่อมสัมพันธ์ "

นี้คือความแตกต่างของซือเสี่ยวเตี๋ยและหลี่ซ่วงเหยียน หากเป็นหลี่ซ่วงเหยียนนางคงจะเต็มไปด้วยความเย็นชาและไม่สนผู้ใด แต่ซือเสี่ยวเตี๋ยนั้นอบอุ่นกว่ามาก

ต้นกำเนิดของซือเสี่ยวเตี๋ยไม่ทรงพลังเท่าหลี่ซ่วงเหยียน กล่าวอีกนัยคือนางนั้นมาจากนิกายขนาดเล็กขณะที่หลี่ซ่วงเหยียนนั้นเป็นตัวตนที่สูงส่งและไม่แยแสต่อนิกายขนาดเล็กกว่า

ซือเสี่ยวเตี๋ยนั้นต้องมีการติดต่อกับประเทศใกล้เคียงเพื่อรักษาความสัมพันธ์และประเทศของนางจะมีพันธมิตรมากขึ้น

หลี่ฉีเย่ยิ้มและเอ่ย " ข้าจะไปกับเจ้า "

" นี้มัน..." ซือเสี่ยวเตี๋ยเต็มไปด้วยความประหลาดใจ นางไม่คาดว่าหลี่ฉีเย่จะไปกับนางด้วย

เขานั้นมองนางก่อนจะเอ่ย " ที่นั้นเต็มไปด้วยเหล่าสาวงามที่ราวกับดอกไม้...อย่างที่ฤดูน้อยเอ่ย มันคงน่าเสียดายหากไม่ได้เห็นขาที่ขาวเนียนของพวกนาง รายล้อมด้วยสาวงามเช่นนั้น ข้าจะพลาดโอกาสนี้ได้อย่างไร ? " คำกล่าวเหล่านี้นั้นเต็มไปด้วยความลามกอย่างมาก ถ้าเป็นคนอื่นพูดมันคงเต็มไปด้วยความต่ำทราม ทว่าเมื่อเป็นหลี่ฉีเย่ มันราวกับเต็มไปด้วยความง่างามและเป็นเรื่องปกติที่ดอกไม้จะล้อมรอบดวงจันทร์

ซือเสี่ยวเตี๋ยนั้นตกตะลึงเล็กน้อย นางนั้นไม่คาดว่าหลี่ฉีเย่จะแสดงออกเช่นนี้ ตั้งแต่นางติดตามเขามา เขานั้นสร้างความประทับใจที่ลึกซึ้ง ด้วยกลิ่นอายศักดิ์สิทธิ์และสูงส่ง แม้แต่ซือคงโถวเทียนและพระชราเผิงยังหวาดกลัวต่อหลี่ฉีเย่

แม้ว่าเขานั้นจะดูเด็กกว่านาง แต่นางไม่เคยมองเขาว่าเป็นเด็กผู้ชาย หลี่ฉีเย่นั้นราวกับชายชราที่อยู่มานาน

การแสดงออกของทันทีของเขาทำให้นางประหลาดใจ นี้แตกต่างจากเขาในจินตนาการของนางอย่างมาก

" เอาละ ไม่ต้องประหลาดใจนัก การพักผ่อนเป็นสิ่งที่ดี " หลี่ฉีเย่ยิมและเอ่ย " เมื่อไม่นานมานี้ข้าเข้มงวดกับเจ้ามาก เช่นนั้นพวกเราควรจะผ่อนคลายบ้าง ข้ายังคงเป็นบุรุษผู้เยาว์ถูกหรือไม่ ? เช่นนั้นข้าจะไม่สนุกกับชีวิตวัยหนุ่มได้อย่างไร "

ซือเสี่ยวเตี๋ยยิ้มและเอ่ย " เอาละ เช่นนั้นพวกเราจะไปพร้อมกันในวันพรุ่งนี้และแนะนำเจ้าในฐานะนายน้อยของข้า " ทันใดนั้นนางก็อายอย่างมากเมื่อคำว่า ' นายน้อย ' ออกมา ก่อนหน้านี้นางนั้นคิดว่าเขาเป็นอาจารย์ แต่นางลืมไปว่าเขายังเป็นเพียงเด็กหนุ่ม หลี่ฉีเย่ในปัจจุบันทำให้นางรู้สึกว่าเขาเป็นเพียงเด็กหนุ่มผู้หนึ่ง

" เป็นตัวของตัวเองเถอะ " หลี่ฉีเย่ยิ้มและเอ่ย " ข้าจะไม่กล่าวอะไรมากนักในพรุ่งนี้ เพียงแค่ไปพักผ่อนจิตใจ ระดับการบ่มเพาะของเจ้าอนาคตจะต้องพึงพาตัวเอง ถึงอย่างไรข้าก็ไม่ใช่อาจารย์ของเจ้า "

ซือเสี่ยวเตี๋ยสูดลมหายใจลึกและมองไปยังหลี่ฉีเย่ก่อนจะเอ่ยยิ้มอย่างผ่อนคลายและเอ่ย " ข้าเข้าใจแล้ว "

หลี่ฉีเย่นั้นยิ้มและพยักหน้าโดยไม่เอ่ยสิ่งใด

ในวันต่อมา ซือเสี่ยวเตี๋ยและพี่สาวน้องสาวของนางก็ไปพบกันยังห้องอาหารไม่ไกลจากหอยอดยุค แม้ว่าสำนักเต๋าสวรรค์นั้นจะถูกเรียกว่าสำนัก แต่มันก็ราวกับเป็นประเทศที่มีอนาเขตกว้างขว้างและดินแดนนับไม่ถ้วน ! โดยเฉพาะภายในเมืองยิ่งเต็มไปด้วยความคึกคัก

มีสาวงามจำนวนหนึ่งมาพร้อมกับซือเสี่ยวเตี๋ยในครั้งนี้ ส่วนใหญ่นั้นพวกนางมาจากประตูราชสีห์คำรามหรือประเทศใกล้เคียง ภูมิหลังของพวกนางค่อยข้างน่ากลัว พวกนางล้วนเป็นเจ้าหญิงของอาณาจักรหรือนิกาย สถานะและการบ่มเพาะของพวกนางคล้ายกับซือเสี่ยวเตี๋ย นอกจากหอยอดยุคแล้วยังมีคนจากหอยอดทองและหอยอดมณีมาด้วย

ภายในระยะเวลาสั้นๆ สถานที่นี่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะที่หวานใสของเหล่าสตรี มันเป็นการสนทนาที่นุ่มละมุนและสง่างาม เกิดเป็นฉากที่งดงามสำหรับผู้คนที่เห็น

ด้วยกลุ่มของสาวน้อยที่กำลังพุดคุยและหัวเราะกันอยู่ หลี่ฉีเย่กำลังนั่งอยู่เงียบๆที่มุมหนึ่ง มุมปากของเขาอดไม่ได้ที่จะกยกยิ้ม