295
วันพฤหัสบดีที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2560
ตอนที่ 295 การตอนรับจากเหล่าสาวงาม
หอยอดจักรพรรดิ หอที่ลึกลับที่สุดในบรรดาหอของสำนักเต๋าสวรรค์ คนที่สามารถเข้าไปในหอนี้ได้มีน้อยยิ่งกว่า บางทางหอก็ไม่ได้รับคนเข้าเพราะไม่มีผู้ใดผ่านคุณสมบัติ
หากผู้ศึกษาจากหอยอดศักดิ์สิทธิ์เป็นอัจฉริยะในหมู่อัจฉริยะ เช่นนั้นผู้ศึกษาในหอยอดจักรพรรดิก็คือราชันในหมู่อัจฉริยะ
มีเพียงหนึ่งหรือสองคนที่ได้รับการยอมรับให้เขาหอจักรพรรดิในตลอดเวลาที่ผ่านมา และหลายยุคที่หอจักรพรรดินั้นเป็นหอที่ว่างเปล่าไร้ผู้ศึกษา
แม้จะขาดผู้ศึกษา แต่ทางหอก็ไม่ได้ลดกฏเกณลงแต่อย่างไร นี้หมายความว่าทางหอไม่สนใจว่าจะมีผู้ใดผ่านเข้ามาหรือไม่
ทว่าเหล่าบรรพดาคนที่เขามายังหอยอดจักรพรรดิได้ล้วนเป็นตัวตนที่ยิ่งใหญ่ แม้ว่าจะไม่ใช่จักรพรรดิอมตะ พวกเขาก็เป็นตัวตนที่กวาดทั้งเก้าชั้นฟ้าและมีชื่อเสียงกึกก้องไปตลอดช่วงยุคของพวกเขา
ตัวตนที่น่าตื่นตะลึงที่ที่มาจากหอยอดจักรพรรดิคือจักรพรรดิอมตะฮ่าวไห่ผู้ก่อตั้งนิกายพันประตู หนึ่งในเชื้อสายที่ทรงพลังมากที่สุดในตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นของเวลา หนึ่งประตูสี่จักรพรรดิอมตะ นี้ล้วนเป็นปาฏิหาริย์ที่เกิดขึ้นในช่วงมหายุคทั้งหลาย ช่วงเวลานั้นจักรพรรดิพันประตูเป็นนิกายลำดับหนึ่งในเก้าโลก !
เพราะมีความต่างชั้นของผู้ศึกษาในแต่ละหอ หลายคนจึงมีการแบ่งแยกว่าเป็นสามยอดหอและสองหอต่ำ สามยอดหอนั้นหมายถึง หอยอดจักรพรรดิ หอยอดมณี หอยอดศักดิ์สิทธิ์ ขณะที่สองหอต่ำคือ หอยอดยยุค และหอยอดทอง
ซือเสี่ยวเตี๋ยเข้าร่วมหอยอดยุคนั้นไม่ใช่ความลับ และนี้สร้างคลื่นสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งหอหลังจากมีคนรับรุ้
หลี่ฉีเย่นั้นเป็นตัวตนที่ลึกลับและไม่ได้ดึงดูดความสนใจใดๆ แต่ซือเสี่ยวเตี๋ยนั้นตรงข้าม นางสร้างความตื่นตระหนกให้กับผู้ศึกษาจำนวนมาก
แม้ว่าประตูราชสีห์คำรามจะบอกตัวเองเป็นเพียงประเทศขนาดเล็ก มันอาจจะเป็นเช่นนั้นหากไม่ได้เทียบกับอาณาจักรประกายโบราณและประเทศเซียนพิโรธอมตะ ประตูราชสีห์คำรามล้วนไม่ได้น่ากลัว
ความจริงความแข็งแกร่งของประตูราชสีห์คำรามนั้นเทียบกับนิกายลำดับหนึ่ง และแข็งแกร่งกว่านิกายลำดับสอง พวกเขานั้นมีระดับตัดสวรรค์และเซียนบรรพกาล กองกำลังของพวกเขานั้นเพียงพอจะกำจัดนิกายขนาดเล็ก รวมถึงนิกายกำยานโบราณ
ในสายตาของนิกายขนาดเล็ก ประตูราชสีห์คำรามนั้นเป็นสัตว์ประหลาด สำหรับศิษย์จากนิกายขนาดเล็กและผู้ฝึกต้นไร้ชื่อเสียง ซือเสี่ยวเตี๋ยเจ้าหญิงแห่งประตูราชสีห์คำรามตัวตนของนางนั้นยิ่งใหญ่มาก ไม่ต้องกล่าวถึงว่าซือเสี้ยวเตี๋ยนั้นเป็นระดับชะตาลี้ลับที่มีความสามารถ นางกระทั้งแข็งแกร่งกว่าศิษย์จากประเทศเซียนพิโรธอมตะและอาณาจักรประกายโบราณ อัจฉริยะอาจจะไม่คุ้มค่าพอที่จะเรียกขานนาง
การที่ซือเสี่ยวเตี๋ยเข้าร่วมกับหอยอดยุคนั้นทำให้เกิดเสียงซุบซิบไปทั่ว
" เจ้าหญิงซือนั้นเข้าร่วมกับหอยอดยุค ! " ผู้ศึกษาคนหนึ่งเอ่ยอย่งาตกตะลึง
ปฏิกิริยาที่ผู้คนได้ยินเรื่องนี้ล้วนส่ายหัว และเอ่ย " เป็นไปไม่ได้ ประตูราชสีห์คำรามนั้นทรงพลังยิ่งและเจ้าหญิงซือนั้นเป็นอัจฉริยะ นางจะเข้าร่วมหอยอดยุคได้อย่างไร ? ไม่ต้องกล่าวถึงว่าประตูนั้นร่ำรวยพอที่จะให้นางเข้าหอยอดมณี "
" นี้เป็นความจริง ! " ผู้ศึกษาเอ่ย " ข้าเห็นนางด้วยตาตัวเองเชียว ผู้อาวุโสเล่ออี้ไปคนพานางไปยังหอยอดยุคพร้อมกับบุรุษอีกคนหนึ่ง "
" จะเป็นเช่นนั้นได้อย่างไรกัน ? " ผู้ฝึกตนจำนวนมากร่วมทั้งคนที่ใกล้ชิดกับประตูราชสีห์คำรามแปลกใจ
ซือเสี่ยวเตี๋ยนั้นมีชือเสีงอย่างมากในดินแดนร้อยเมือง นางนั้นมาจากประตูราชสีห์คำรามแม้ว่าจะไม่ใช่อาณาจักรโบราณ แต่นางก็ยังมาถึงระดับชะตาลี้ลับได้ ไม่ต้องกล่าวถึงว่านางนั้นงดงามและเต็มไปด้วยความทรงเสน่ห์
ความจริงชื่อเสียงของนางนั้นไม่ได้ด้อยกว่าซือหม่าหลงหยุน แต่พื้นหลังของนางนั้นไม่สามารถเทียบกับประเทศเซียนพิโรธอมตะได้
" นั้นคือเจ้าหญิงซือ ! นางนั้นอยู่ระดับชะตาลี้ลับ ขุนนางที่แท้จริง ! ด้วยความแข็งแกร่งของนางมีรึที่นางจะเข้าร่วมหอยอดยุค นางกระทั้งเข้าได้แม้แต่หอยอดศักดิ์สิทธิ์ ! " ผู้ศึกษาจากประตูราชสีห์คำรามเอ่ย
" ถูกต้อง ! เจ้าหญิงซือนั้นอาจจะกล่าวได้ว่าเป็นอัจฉริยะในรุ่นของพวกเรา ขุนนางที่แท้จริง เช่นนั้นนางจะเข้าร่วมกับหอยอดยุคได้อย่างไร ? " ผู้ศึกษาจากประตูราชสีห์คำรามไม่ว่าจะบุรุษหรือสตรีล้วนภูมิใจในเจ้าหญิงซือ
ผู้ศึกษาคนหนึ่งเอ่ยถาม " พี่หญิงหลิน ท่านรู้จักกับเจ้าหญิงซือไม่ใช่รึ ? ทำไมไม่ลองไปถามนางเล่า "
การมาถึงของซือเสี่ยวเตี๋ยกลายเป็นหัวข้อที่พูดถึงมากที่สุดในหอยอดยุค ด้วยเฉพาะเหล่าบุรุษที่มาจากประตูราชสีห์คำรามและประเทศใกล้เคียง บุรุษรุ่นเยาว์ที่หวังจะพบนางล้วนเต็มไปด้วยความตื่นเต้น
บุรุษคนหนึ่งอุทานอย่างตื่นเต้นและต้องการไปหานางในทันทีเอ่ย " เจ้าหญิงแห่งประตูราชสีห์คำราม สาวงามอันดับหนึ่ง ! "
วันต่อมา หลี่ฉีเย่ตื่นขึ้นมาในตอนเช้าและกำลังนำฤดูน้อยไปตรวจยังเส้นเลือดสวรรค์ปฐพีเพื่อที่จะหาทางเข้าประตูไร้มลทิน
" ก๊อก ก๊อก ! " หลี่ฉีเย่ทันใดนั้นก็เปิดประตูออกเพื่อจะสูดอากาศบริสุทธิ์
ทว่าก่อนที่เขาจะเอ่ยอะไร เสียงแสดงความยินดีก็ดังมาอย่างพร้อมเพียง " ขอตอนรับ เจ้าหญิงซือ ! " เสียงนั้นเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและทรงเสน่ห์ แต่ไม่นานเสียงนั้นก็หยุดลง
สายตาของสาวงามจำนวนมากมองมายังหลี่ฉีเย่ ด้านหน้าของเขาเป็นเหล่าดอกไม้งามจำนวนมาก พวกนางมีอายุยี่สิบปีหรือแก่กว่า ทางงดงามและทรงเสน่ห์ พวกนางแต่คนมีรูปร่างและสายตาที่แตกต่างกันไป นี้เป็นภาพที่น่ามองอย่างมาก
พิธีตอนรับเจ้าหญิงทันใดนั้นก็หยุดลงและมองมายังหลี่ฉีเย่ นี้สร้างเป็นบรรยากาศที่น่าอึดอัด
ผู้ที่มาจากประตูราชสีห์คำรามและประเทศใกล้เคียงล้วนมาที่นี่เพื่อกล่าวตอนรับเจ้าหญิงซือเสี่ยวเตี๋ยและสร้างความประทับใจใหักับนาง ใครจะขาดว่าคนที่ออกมาจะไม่ใช่ซือเสี่ยวเตี๋ยแต่ แต่เป็นบุรุษไร้ชื่อหลี๋ฉีเย่ ?
ตอนนี้สายตาของทั้งหมดมองมายังปีศาจน้อยด้านหน้า
หลี่ฉีเย่นั้นมองไปยังสาวน้อยตรงหน้าและกล่าวอย่างไม่แยแส " นี้นับได้ว่าเป็นเช้าที่มีอากาศสดชื่นและบริสุทธิ์อย่างมาก และกระทั้งร้อนรุ่มดังเปลวไฟ ข้าไม่คาดว่าจะได้รับการตอนรับที่อบอุ่นเช่นนี้ "
เหล่าผู้ศึกษาสตรีที่งดงามทันใดนั้นก็เต็มไปด้วยความโกรธและเอ่ย " ปีศาจน้อย เจ้ากำลังเอ่ยสิ่งใด ? " สายตาของนางทันใดนั้นก็เบิกกว้าง
ฤดูน้อยทันใดนั้นก็จ้องไปยังสาวงามตรงหน้าทุกคนและอุทาน " โอ้วว นี้คือเหล่าสาวน้อยที่งดงาม ขาที่ขาวและเรียวงามของพวกนางล้วนทำให้ข้าอยากจะสัมผัส ! "
เหล่าสตรีทันใดนั้นก็เกิดควาโกลาหล " อ่า ไส้เดือน ! น่าขยะแขยงอย่างยิ่ง ! " เหล่าสตรีทันใดนั้นก็กระโดดตัวขึ้นและรักษาระยะห่างจากฤดูน้อย พวกนางนั้นกลัวไส้เดือนตัวนี้จะเข้ามาใกล้
ฤดูทันใดนั้นก็ระเบิดความโกรธ " อ่า เด็กน้อยพวกนี้ช่างไม่รู้ความ " มันโยกตัวไปมาและประกาศอย่างภมูใจ " ข้านั้นคือเทพแห่งไส้เดือน การสัมผัสกับข้าล้วนเป็นสิ่งที่พวกเจ้าต้องภาคภูมืใจ ! "
หลังจากกล่าวเสร็จมันก็ถูกหลี่ฉีเย่เคาะหัว
จากนั้นก็มีเสียงอุทานด้วยความโกรธตามมา " เจ้าไส้เดือนบดซบ นี้เจ้าต้องการถูกทุบตี ? " ในเวลาไม่นานเสียงเหล่านั้นก็สงบลงพร้อมกับการปรากฏตัว
" เจ้าหญิงซือ.." ในเวลานี้ ซือเสี่ยวเตี๋ยนั้นเดินออกมา นางนั้นกำลังฝึกฝนอยู่ภายในและถูกรบกวนโดยเสียงวุ่นวาย นางประหลาดใจอย่างมากที่เห็นสตรีจำนวนมากด้านหน้า บางคนนั้นนางคุ้นเคยประมาจากประตูราชสีห์คำราม
นางนั้นอดไม่ได้ที่จะมองหลี่ฉีเย่เพราะกลัวว่าเขานั้นจะไม่พอใจ สุดท้ายหลี่ฉีเย่ก็ไม่ได้เอ่ยสิ่งใด
หลี่ฉีเย่มองมายังซือเสี่ยวเตี๋ยก่อนจะเอ่ย " หากเจ้าพบสหายเก่า เช่นนั้นก็พูดคุยกับพวกนางเถอะ หากเจ้ามีเวลาเช่นนั้นค่อยเข้าไปฟังบรรยายก็ไม่เลวนัก " กล่าวเสร็จเขาก็จากไปพร้อมกับฤดูน้อย
หลังจากเขาจากไปไกลเหล่าศิษย์เอ่ยถามกับซือเสี่ยวเตี๋ย " เจ้าหญิงซือ ปีศาจน้อยนั้นเป็นใครกัน ? ศิษย์จากประตูราชสีห์คำรามรึ ? "
ซือเสี่ยวเตี๋ยนั้นมองไปยังกลุ่มสตรีและนางทำได้เพียงยิ้ม มองไปยังพวกนางนางรู้ได้ราวกับครั้งแรกที่นางพบกับหลี่ฉีเย่ นางนั้นเป็นเพียงคนหยิ่งยโสและไม่รู้จากความใหญ่โตของสวรรค์และปฐพี
หลี๋ฉีเย่และฤดูน้อยเดินทางไปทั่วดินแดนเพื่อหาการเปลี่ยนแปลงในเส้นเลือดของสำนัก
ผู้ก่อตั้งของสำนักนั้นสร้างสำนักนี้ขึ้นมาบนเส้นเลือดของสวรรค์ปฐพี หลังจากผ่านมาหลายยุคสำนักก็ยังคงความยิ่งใหญ่ไว้ได้ นี้เป็นประโยชน์จากการที่พวกเขาสร้างมันบนดินแดนแห่งนี้
ทว่าหลี่ฉีเย่นั้นเข้าใจพื้นที่ของสำนักนี้ดีกว่าใครทั้งหมดในโลก รวมถึงเหล่าบรรพชนของสำนัก ตั้งแต่ยุคโบราณเขานั้นเข้ามายังดินแดนของสำนักนับครั้งไม่ถ้วน เขานั้นทุกพื้นที่ของสำนักราวกับอ่านฝ่ามือตัวเอง
ที่ตั้งของสำนักนั้นอยู่บนเส้นเลือดสวรรค์และปฐพี และหลี่ฉีเย่รู้ทักษะที่จะเปลี่ยนแปลงพวกมัน ในความจริงจำที่ห่างไกลลึกลงไปในจิตใจของหลี่ฉีเย่ ในยุคหมิงโบราณ - เขาในฐานะอีกาทมิฬ เขาได้ยืมกำลังของปราชญ์อมตะและพลังจากเลือดในที่แห่งนี้เพื่อขับไล่ความน่ารังเกียจออกไป !