293

ตอนที่ 293 มังกู่

อัจฉริยะทั้งหมดล้วนไร้ค่าสำหรับสำนักเต๋าสวรรค์ ในยุคที่ผ่านมา กระทั้งตัวตนอมตะและเหล่าจักรพรรดิอมตะพวกเขาก็เคยสอนมาแล้ว ยังไม่มีใครเทียบพวกเขาได้อีก !?

ที่น่าตกตะลึงก็คือกระทั้งจี้คงอู่ตี๋ก็ยังคงไม่สามารถกระทำได้ดังเช่นหลี่ฉีเย่ กระทั้งเหล่าผู้อาวุโสและผู้อาวุโสสูงสุดก็ยังไม่มีสิทเช่นนี้ สำนักเต๋าสวรรค์นั้นปฏิบัติตามกฏอย่างเคร่งขัดและไม่ให้มีการใช้อำนาจส่วนตัว นี้เป็นเหตุผลที่สำนักยังคงแข็งแกร่งถึงปัจจุบัน

เพื่อที่จะทำให้หลี่ฉีเย่นั้นเข้าร่วมกับสำนัก กระทั้งบรรพชนของสำนักก็ยังต้องฝืนกฏและให้เขาเข้ามา นี้เป็นเรื่องที่เหนือสามัญสำนึกมากเกินไป

นี้หมายความว่าท่านบรรพชนให้ความสำคัญกับหลี่ฉีเย่อย่างมาก ที่เล่ออี้สับสับก็คือทำไมหลี่ฉีเย่ไม่เลือกหอยอดศักดิ์สิทธิ์ แทนหอยอดยุค

หลังจากเล่ออี้จากไป ซือเสี่ยวเตี๋ยก็ได้ทำความสะอาดห้องของหลี่ฉีเย่ราวกับเป็นสาวใช้นางหนึ่ง กระทั้งตัวนา
ในอดีตก็ไม่เคยคิดฝันเช่นนี้

หลี่ฉีเย่และซือเสี่ยวเตี๋ยอาศัยอยู่กันสองคนภายในห้องที่กว้างใหญ่ หลังจากอาบน้ำเสร็จ หลี่ฉีเย่ก็เอ่ย " เจ้าควรจะถามหากเจ้ามีคำถาม เจ้านั้นเปลี่ยนแปลงตัวเองอย่างมากเมื่อไม่นามานี้ ข้าจะตอบหากข้าตอบได้ "

ซือเสี่ยวเตี๋ยอดไม่ได้ที่จะเอ่ย " ใครคือมังกู่ ? " คำถามนี้นั้นอยู่ในใจนางมานานและไม่กล้าเอ่ยถาม

พระชราเผิงนั้นเปลี่ยนการแสดงออกของเขาทุกครั้งเมื่อเอ่ยถึงชื่อ มังกู่ นี้ก็เพียงพอแล้วที่จะบอกว่ามังกู่นั้นเป็นตัวตนที่ท้าทายสวรรค์ระดับใด

หลี่ฉีเย่จ้องไปยังนางและเอ่ย " เจ้าเคยได้ยินเรื่องตัวตนอมตะซุยฉงหรือไม่ ? " ซือเสี่ยวเตี๋ยนั้นเปลี่ยนไปตัวเองอย่างมาก นางทำงานหนักและแสดงความซื่อสัตย์ ดังนั้นเขาจึงพานางมากยังสำนักเต๋าสวรรค์ หากนางไม่เปลี่ยนไปแปลงเขาคงพานางไปส่งยังประตูราชสีห์คำราม

ซือเสี่ยวเตี๋ยนั้นเอียงศีรษะของนางและคิดอย่างรอบคอบก่อนจะเอ่ย " ข้านั้นไม่เคยได้ยินชื่อนี้ นางเป็นตัวตนอมตะรึ ? "

" นั้นหมายความว่าเจ้ายังไม่ถึงระดับที่จะได้ยินชื่อนี้ - ไม่มีอะไรแปลก มีเพียงเหล่าคนตายในหลุมศพเท่านั้นที่จะรู้จักชื่อตัวตนอมตะซุยฉง ในปัจจุบัน " หลี่ฉีเย่ไม่ตำหนิดนางก่อนจะเอ่ยต่อ " ทว่าเจ้าก็เคยได้ยินชื่อหวังหยุนใช่หรือไม่ ? "

" ปราชญ์ลำดับสองหวังหยุน ! บรรพบุรุษของสำนักเต๋าสวรรค์ ! " ซือเสี่ยวเตี๋ยเอ่ยตอบอย่างรวดเร็ว " แม้ว่ายุคของหวังหยุนจะผ่านมานานแล้ว แต่เขาก็ยังเป็นตัวตนศักดิ์สิทธิ์ในดินแดนร้อยเมือง "

หลี่ฉีเย่เอ่ยช้าๆ " หวังหยุนนั้นมีชื่อเสียง ทว่าสำนักเต๋าสวรรค์นั้นยังมีสัตว์ประหลาดอีกคนนั้นคือตัวตนอมตะซุยฉง "

" กระทั้งเทียบได้กับปราชญ์ลำดับสอง ? " ซือเสี่ยวเตี๊ยตกตะลึงกับเรื่องนี้ หวังหยุนนั้นมีชื่อเสียงอย่างมากและเขากระทั้งมีสถานะเทียบได้กับจักรพรรดิอมตะ

หลี่ฉีเย่มองออกไปไกลและเอ่ย " เมื่อนานมาแล้ว นางนั้นไม่สามารถเทียบเรื่องการบ่มเพาะกับหวังหยุนได้ หวังยุนนั้นสามารถบินได้ด้วยปีกอันยิ่งใหญ่ของตัวเอง ทว่าทักษะของนางตอนนี้นั้นยากที่จะเอ่ย "

" นางกระทั้งยังมีชีวิตอยู่ในตอนนี้ ? นี้เป็นไปไม่ได้ ! " ซือเสี่ยวเตี๋ยตะโกนด้วยความไม่ยากจะเชื่อ แต่หลังจากสงบลงนางก็รู้สึกว่าอาจจะเป็นไปได้ เกี่ยวกับเหล่าคนตายพวกเขาสามารถหยุดพลังงานในสายเลือดและใช้หินโลหิต พวกเขาอาจจะยังมีชีวิตอยู่จนถึงตอนนี้

หลี่ฉีเย่เอ่ยต่อ " เจ้าเข้าใจผิดแล้ว ตัวตนอมตะซุยฉงนั้นไม่จำเป็นต้องใช้หินโลหิต ที่นางยังมีชีวิตจนถึงตอนนี้ก็เพราะนางนั้นบ่มเพาะกายานิรันดร์ เจ้ารู้หรือไม่ว่าทำไมลานนั้นถึงเรียกว่านิรันดร์ ? นั้นกระเพราะมันส่งผ่านกายานิรันดร์ให้กับผู้ครอบคอรงเพียงหนึ่งคนในหนึ่งยุค ตัวตนอมตะซุยฉงเป็นผู้นำคนแรกของลานนิรันดร์ "

" เจ้าเห็นพระชราเผิงหรือไม่ ? เขานอนหลับทั้งวันไม่ใช่เพราะเกียจคร้าน แต่มาจากกายานิรันดร์ กายานี้ไม่จำเป็นต้องใช้หินโลหิตเพื่อหยุดอายุ เขาสามารถหยุดมันเมื่อไหร่ก็ได้ตามที่เขาต้องการและดีกว่าหินโลหิตมาก "

กายานิรันดร์นั้นอาจจะกล่าวได้ว่าไม่มีผลในสนามต่อสู้ ทว่ากายานิรันดร์ทำให้คนผู้หนึ่งมีชีวิตอยู่อย่างยาวนาน

ผู้ฝึกกายายนิรันดร์สามารถหลับได้ และตื่นเมื่อได้ก็ตามที่พวกเขาพอใจ การนอนหลับของพวกเขาคือการบ่มเพาะ เมื่อพวกเขาตื่นการบ่มเพาะจะหยุดลง

สิบสองกายาอมตะนั้นมีลักษณะเฉพาะตัวและไม่ซ้ำกัน มีเพียงกายานิรันดร์ที่ไม่ได้ช่วยในด้านความแข็งแกร่ง มันไม่ได้มีความพิเศษมากมายและต้องใช้เวลานานในการบ่มเพาะ

หากพวกเขาไม่สามารถบ่มเพาะกายาอมตะอื่นๆได้ เช่นนั้นพวกเขาก้ไม่สามารถประสบความสำเร็จในเส้นทางแห่งเต๋า

ทว่ากายานิรันดร์นั้นต่างออกไป หนึ่งยุคอาจจะเรียได้ว่าสั้น และสองยุคอาจจะเป็นจุดเริ่มต้น สามยุคจึงเป็นการฝึกฝนที่แท้จริง

การกระบวนการเหล่านี้ช้าดังหอยทาก ทว่าตราบใดที่พวกเขามีความเพียรมากพอ พวกเขาจะไม่ถูกล่อล่วงโดยแม่น้ำแห่งการเวลาและคงอยู่ต่อไปได้

การบ่มเพาะกายานิรันดร์นั้นโดดเดียวและน่าเศร้า มีเพียงไม่กี่คนที่ผ่านช่วงเหล่านี้ไปได้

ในความจริง หลี่ฉีเย่ไม่ได้สอนอัจฉริยะเพียงหนึ่งหรือสองคนในกายาฝึกายานิรันดร์ ทว่าสุดท้ายพวกเขาเหล่าก็ล้วนยอมแพ้ไป

ใครก็ตามที่ฝึกฝนกายานิรันดร์ พวกเขาล้วนจำเป็นต้องนอนหลับ ใครก็กันที่ต้องการจะนอนตลอดเวลา ? กระทั้งคนโง่ที่สุดก้ไม่สามารถทดได้

สำหรับหลี่ฉีเย่ คนที่อยู่ผ่านยุคมานับไม่ถ้วนและมีคัมภีร์กายาอมตะลับไว้ในครอบครอง กายานิรันดร์เป็นความล้มเหลวที่ยิ่งใหญ่ที่สุด  เขาสอนกายานิรันดร์ให้คนจำนวนมากสุดท้ายพวกเขาล้วนล้มเหลว

ทว่าหนึ่งในสิบสองกายาอมตะ กายานิรันดร์ไม่ของไร้ประโยชน์ ตำนานกล่าวว่าเมื่อฝึกฝนมันมีความเป็นไปได้ที่พวกเขาจะเป็นอมตะ มันยากที่จะบอกได้ว่าเรื่องนี้จริงหรือไม่ แต่เมื่อฝึกายานิรันดร์จนถึงขั้นสมบูณร์พวกเขาจะมีชีวิตอยู่นานมาก และพวกเขาไม่จำเป็นต้องฝังตัวเองเช่นเหล่าคนตาย สายเลือดของผู้ฝึกายานิรันดร์สามารถดับหรือตื่นขึ้นได้ตลอดเวลา

หลี่ฉีเย่คิดว่ากายานิรันดร์นั้นไม่ใช่กายาที่ฝึกฝนยากที่สุดในโลกและไม่ใช่ทักษะที่ยากมาก แต่มันเป็นทักษะที่ไม่สามารถฝึกสำเร็จได้ !

" กายานิรันดร์ ! " ซือเสี่ยวเตี๋ยนั้นอดไม่ได้ที่จะตกตะลึงหลังจากได้ยินเรื่องนี้จากหลี่ฉีเย่ เพราะว่านางจำได้ถึงบรรพบุรุษของนาง บรรพบุรุษตระกูลซือนั้นบ่มเพาะกายากายาคลั่งทรราชอมตะและสร้างคัมภีร์ของเขาขึ้นมาเอง

ทว่าน่าเสียดายสุดยอดคัมภีร์กายาของเขาได้หายไป ไม่เช่นประตูราชสีห์คำรามคงไม่ตกต่ำดังเช่นทุกวันนี้

เห็นสายตาที่เต็มไปด้วยอารมณ์ของหลี่ฉีเย่ ซือเสี่ยวเตี๋ยเอ่ยถาม " เจ้ารุ้จักตัวตนอมตะซุยฉง ? "

" นี้..." หลี่ฉีเย่มองไปที่นางก่อนจะยิ้มและเอ่ย " ข้าไม่สามารถบอกเจ้าได้และเจ้าก็ไม่ควรรู้เรื่องนี้ บางอย่างเจ้าก็ไม่สมควรรู้ไม่เช่นนั้นอาจจะเจอกับหายนะ "

หลี่ฉีเย่ถอนหายใจเบาๆเมื่อคิดถึงตัวตนอมตะซุยหลงหรือมังกู่ นางนั้นเป็นเพียงเด็กน้อยที่ขาดพรสวรรค์ กระทั้งผู้อาวุโสของนางก็ยังไม่สามารถช่วยนางได้และมองข้ามนางไป

คนอื่นนั้นจำทักษะได้เพียงครั้งเดียวที่ท่อง แต่มั่งกู่ต้องใช้ถึงสิบครั้ง หากไม่กล่าวถึงเรื่องนี้ ยังมีความเร็วในการรู้หนังสือของมังกู่นั้นช้ามาก บุคคลธรรมดาอาจจะได้เวลาเพียงไม่กี่สิบวัน แต่มังกู่อาจจะต้องใช้เวลาสิบปีหรือมากกว่านั้นในการเข้าใจ

นางนั้นมาจากตระกูลผู้ฝึกฝน แต่ความสามารถของนางนั้นอนาถยิ่ง ผู้อาวุโสของตระกูลกระทั้งคิดว่านางเป็นคนไร้ประโยชน์และไม่ได้ใส่ใจนางอีก

ทว่าหัวใจของนางนั้นปราถนาที่จะไปให้ถึงยอดเต๋า และเรียนรู้ความลึกลับในเส้นทางเต๋า

อาจจะกล่าวได้ว่าเด็กน้อยที่น่าเกลียดนี้ในปีนั้นล้วนแต่ไม่มีใครต้องการนาง ที่ทั้งสกปรกและไร้ความสามารถ ไม่มีใครในตระกูลที่สนใจนาง

ปีนั้นอีกาทมิฬหลี่ฉีเย่พบกับนางครั้งแรกเมื่อเขาเริ่มสอนหวังหยุน เด็กสาวคนนี้นั่งอยู่ด้านข้างและสังเกตอย่างระมัดระวังเพื่อจดบันทึกทุกอย่าง...