291

ตอนที่ 291 สำนักเต๋าสวรรค์

" หรือนั้นคือปราณเทพในตำนาน ? " ซือเสี่ยวเตี๋ยคนที่ยืนอยู่ข้างๆและฟังบทสนทนาอดไม่ได้ที่จะอุทาน นางนั้นเคยได้ยินเกี่ยวกับตำนานสัตว์ผู้พิทักษ์มาบ้าง

มันเป็นเรื่องลึลกับเสมอ มีข่าวลือว่ามันอาศัยอยู่มานานมาก แต่โลกก็ยังไม่เคยเห็นมันปรากฏตัวออกมาตลอดสิบล้านปีที่ผ่านมา

บางคนคิดว่าไม่มีตัวตนเช่นนั้นดำรงอยู่และมันเป็นเพียงข่าวลือที่ทางสำนักกระจายออกมาเท่านั้น

" ถูกต้อง ปราณเทพ " เมื่อกล่าวถึงสัตว์ผู้พิทักษ์ของสำนัก กระทั้งพระชราเผิงก็ยังกลายเป็นจริงจัง " น้องชายของข้านั้นกล่าวว่าปราณเทพนั้นอยู่ในสภาพไม่มั่นคง "

หลี่ฉีเย่ส่ายหัวและเอ่ย " สำนักเต๋าสวรรค์ของเจ้านั้นเปิดประตูมาแล้วหลายครั้งและปราณเทพก็ควรจะกลับไปได้แล้ว มันนั้นอยู่ในโลกนี้มานานเกินไปและควรจะกลายเป็นขี้เถ้า ทว่าน่าเสียดายสำนักของเจ้าไม่เต็มใจจะปล่อยมันไปและเก็บรักษามันไว้ "

ฤดูน้อยนั้นอดไม่ได้ที่จะเอ่ยโอ้อวด " ปราณเทพ อ่า ข้าเคยได้ยินตำนานนี้มาก่อน มารดามันเถอะ ฮี่ฮี่ ในอนาคต ข้าต้องการเป็นตัวตนเช่นนั้น เพียงผู้เดียวที่จะกลายเป็นรากฐานของทุกสิ่ง เพียงผู้เดียวที่จะกลายเป็นโลกสวรรค์ ! ไม่ ข้าต้องเหนือกว่ามัน ฮี่ฮี่ ข้าจะกลายเป็นพระเจ้าแห่งดินแดน เพียงแค่รอในอนาคต ข้าจะกลายเป็นจักรพรรดิอมตะแห่งมิติ "

หลี่ฉีเย่นั้นเอ่ยอย่างดูถูก " คนเช่นเจ้าที่เอาแต่กินและนอนนะรึจะกลายเป็นจักรพรรดิอมตะแห่งมิติ ? นี้เจ้ากำลังฝันกลางวัน ? หากเจ้าต้องการจะกลายเป็นจักรพรรดิอมตะ เช่นนั้นอย่างแรกก็กลั่นและปรับแต่งปราณของเจ้าก่อน ! กระทั้งปราณของเจ้ายังไม่สามารถเปลี่ยนโลกได้ เช่นนั้นก็อย่าได้หวังจะเป็นจักรพรรดิอมตะ ! "

" เฮ้ นายน้อย หากทำเช่นนั้นจะไม่เป็นการแข่งขันกับท่านในการเป็นจักรพรรดิอมตะรึ ? เพียงกลายเป็นเทพที่แท้จริงก็เพียงพอแล้วสำหรับข้า ไม่จำเป็นต้องเป็นจักรพรรดิอมตะ นายน้อยเป็นผู้ถูกเลือกเพียงหนึ่งเดียว หากท่านไม่ได้กลายเป็นจักรพรรดิอมตะแล้วละก็ ในโลกนี้ไม่มีใครสักคนที่มีคุณสมบัติที่จะเป็นมัน ! " ฤดูน้อยทันใดนั้นก็หวาดกลัวเล็กน้อยเมื่อเห็นสายตาของหลี่ฉีเย่ที่มองมา

" เจ้านายทั้งสองของข้า อ่า หากน้องชายคนนี้ไม่สามารถรักษาเสถียรของปราณตัวเองได้ เช่นนั้นข้าเกรงว่าจะต้องหายไปเช่นเดียวกันเทพแห่งหายนะของนิกายกำยานโบราณ " พระชราเผิงอดไม่ได้ที่จะพึมพำ

" นิกายกำยานโบราณนั้นมีเทพแห่งหายนะและสำนักเต๋าสวรรค์นั้นมีปราณเทพ ด้วยอำนาจของทั้งสองนั้น ใครกันที่แข็งแกร่งกว่า ? " ซือเสี่ยวเตี๋ยที่ยืนอยู่ด้านข้างอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม นี้เป็นส่วนหนึ่งของตำนานโบราณ นางนั้นเคยได้ยินตำนานเหล่านี้ตั้งแต่นางยังเด็ก นางไม่คาดว่าจะมีคนพูดถึงพวกมันยามเมื่อนางโตขึ้นมาแล้วเช่นนี้

" นี้...ช่างยากที่จะกล่าว ข้าไม่สามารถตอบเจ้าได้ " พระชราเผิงส่ายหน้าและหัวเราะ " ฮ่า ฮ่า "

หลี่ฉีเย่เอ่ยตอบ " มันขึ้นอยู่กับสถานที่ หากมันเป็นภายในสำนักเต๋าสวรรค์เช่นนั้นปราณเทพก็คือพระเจ้าในที่แห่งนี้ มันเกิดมาจากสถานที่แห่งนี้ และเป็นสถานที่ที่มันกลายเป็นเทพ จิตวิญญาณของมันฝังแน่นอยู่ในปฐพีและสามารถดึงพลังสวรรค์และปฐพีของดินแดนนี้มาใช้ได้ เมื่อต้องปกป้องสำนักเต๋าสวรรค์มันสามารถขับไล่ศัตรูได้ทั้งหมด ตราบใดที่ไม่ออกจากสำนักเต๋าสวรรค์และตำแหน่งของมัน เช่นนั้นกระทั้งจักรพรรดิอมตะก็ไม่สามารถทำลายที่นี่ได้ แต่หากมันออกจากสำนักไปแล้วนี้ก็ยากที่จะเอ่ย สุดท้ายแล้วพลังของมันก็จะอ่อนลงและเป็นเรื่องยากที่จะสู้กับเทพแห่งหายนะ "

" มันกระทั้งแข็งแกร่งในระดับนี้เชียว ? " ซือเสี่ยวเตี๋ยนั้นอดไม่ได้ที่จะประหลาดใจ กระทั้งจักรพรรดิอมตะก็ยังไม่สามารถจัดการมันได้ - นี้เป็นตัวตนที่น่ากลัวขนาดไหนกัน ?

หลี่ฉีเย่เหลือบมองนางและเอ่ย " การที่สำนักนั้นอยู่มาตั้งแต่ยุคโบราณจนถึงตอนนี้นั้นไม่ได้ปราศจากเหตุผล ไม่ต้องกล่าวว่าปราณเทพนั้นมีตนกำเนิดที่ท้าทายสวรรค์ มันไม่ใช่ของที่เจ้าจะจินตนาการได้ ! ทว่าน่าเสียดายที่มันได้รับผลกระทบจากสำนัก มันจะสำเร็จหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับสำนัก หรือจะล้มเหลวมันก็ยังขึ้นอยู่กับสำนัก หากมันจากสำนักไปในช่วงเริ่มต้น มันแน่นอนว่าจะได้แบกเจตจำนงแห่งสวรรค์และกลายเป็นจักรพรรดิอมตะ ! "

" ปราณเทพนั้นอยู่ในสำนักมาตั้งแต่ช่วงเริ่มต้น และพวกเหล่าผู้อาวุโสต่างๆล้วนช่วยกันดูแลมันและทำให้มันคิดว่าสำนักนั้นกลายเป็นบ้าน เป็นที่เข้าใจได้ว่าทำไมมันจึงไม่ไปจากสำนัก " พระชราเผิงเอ่ยด้วยรอยยิ้ม

หลี่ฉีเย่จ้องมองเขาและเอ่ย " มันเป็นสำนักของเจ้าที่ไม่ต้องการให้มันไป ! หลายล้านปีก่อนมันป้องกันหายนะมากมายให้กับสำนักเต๋าสวรรค์ แม้ว่าสำนักเต๋าสวรรค์จะช่วยเหลือเผ่าพันธ์มนุษย์มาจำนวนมาก แต่ก็ไม่สามารถปฏิเสธอำนาจของปราณเทพได้ "

" นั้น นั้นคือความจริงอย่างแน่นอน " พระชราเผิงยิ้มและเอ่ย

" สุดท้าย อะไรที่อยู่กับปฐพีก็ต้องคืนสู่ปฐพี ปราณเทพนั้นอยู่มานานเพียงพอและวันหนึ่งมันก็ต้องจากไป ไม่มีใครเป็นอมตะในโลกนี้ เช่นเดียวกับจักรพรรดิอมตะและเหล่าตัวตนอมตะ " หลี่ฉีเย่เอยช้าๆ

ได้ยินเรื่องนี้ พระชราเผิงก็เต็มไปด้วยความเศร้าและถอนหายใจเบาๆ เขาเข้าใจเหตุผลนี้ดี และผู้อาวุโสในสำนักเองก็เข้าใจ พวกเขาต้องการรักษาปราณเทพและพวกเขาต้องใช้จ่ายเป็นจำนวนนับไม่ถ้วนเพื่อหยุดหยดเลือดการใช้งานของมัน ! แต่มันก็ต้องจากไปสักวันหนึ่ง

" ข้าต้องการไปยังสำนักเต๋าสวรรค์ของเจ้า " สุดท้ายหลี่ฉีเย่เอ่ย " หลอดเลือดดำในสำนักของเจ้านั้นผันผวนเกินไป มันแปลกมากและยากที่จะเอ่ยว่าประตูนั้นจะเปิดเวลาใดดังนั้นข้าจึงต้องไปดูด้วยตัวเอง  ข้าต้องการจะเห็นพื้นดินของบรรพบุรุษที่สามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงได้อย่างชัดเจนในเส้นเลือดเหล่านี้ "

" ยอดเยี่ยม- " พระชราเผิงนั้นเอ่ยอย่างทันที " ข้าจะบอกน้องชายของข้าจัดเตรียมสิ่งของไว้ให้ท่าน " เขานั้นยินดีที่จะเห็นหลี่ฉีเย่เขาสำนักเต๋าสวรรค์ บางทีเขาอาจจะให้สำนักเต๋าสวรรค์นั้นได้พบกับโอกาสใหม่ๆได้บ้าง

" ไม่ " หลี่ฉีเย่ครุนคิดชั่วครู่ก่อนจะเอ่ย " พวกเราจะเอาแบบนี้ ข้าจะเข้าไปยังหอยอดยุค "

" เจ้าต้องการให้ข้าบอกท่านผู้ก่อตั้งให้รุ้หรือไม่ ? " พระชราเผิงนั้นอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม ในความจริงเขาต้องการจะรู้ตัวตนของหลี่ฉีเย่และหลี่ฉีเย่รู้จักผู้ก่อตั้งของพวกเขาได้อย่างไร ! เว้นแต่ว่าหลี่ฉีเย่จะเป็นลูกหลานของผู้ก่อตั้งคนเก่า นี้เป็นเรื่องที่อาจจะเป็นไปได้มากที่สุด

" ไม่ " หลี่ฉีเย่ส่ายหัวและเอ่ย " ไม่จำเป็นต้องทำให้คนอื่นตื่นตระหนก ข้าเพียงแค่ต้องการเห็นสถานการณ์ของเส้นเลือดสวรรค์ปฐพี " กล่าวเสร็จเขาก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ

พบกับผู้ก่อตั้ง ? พวกเขานั้นไม่จำเป็นต้องพบกัน ในเวลานี้เขาไม่ต้องการจะเห็นมังกู่ มันผ่านมานานแล้ว เรื่องในอดีตของพวกเขานั้นเต็มไปด้วยฝุ่นเกาะ ทำไมพวกเขาจึงต้องพบกันอีก ?

พระชรานั้นไม่ได้บังคับและพยักหน้าเอ่ย " เช่นนั้นข้าจะปล่อยให้เด็กน้อยเล่อจัดการเรื่องของเจ้า สารเลวนี้เป็นผู้เยาว์ที่ยอดเยี่ยมที่สุดในสำนักเต๋าสวรรค์ของพวกเรา และเขาได้รับการสั่งสอนมาเป็นอย่างดี " ถึงตอนนี้เขาก็มองไปยังซือเสี่ยวเตี๋ยที่อยู่ด้านข้างโดยไม่ตั้งใจ 

หลี่ฉีเย่ยิ้มและไม่ได้เอ่ยอะไรเกี่ยวกับการแสดงออกนี้ เขาเอ่ยกับซือเสี่ยวเตี๋ย " ไปเก็บของซะ พรุ่งนี้เราจะไปยังสำนักเต๋าสวรรค์ "

ในวันต่อมา หลี่ฉีเย่ออกมาจากวัดพร้อมกับฤดูน้อยและซือเสี่ยวเตี๋ย แม้ว่าพระชราเผิงจะไม่ได้ออกมาจากลานนิรันดร์ แต่เขาก็ได้เตรียมการทุกอย่างให้กับหลี่ฉีเย่แล้ว

แต่ก่อนที่พวกเขาจะจากไป ซือเสี่ยวเตี๋ยนั้นไม่ต้องการที่จะออกไปจากวัดของบรรพบุรุษ นางจ้องรูปปั้นบรรพบุรุษของนาง มันมีความลับมากมายที่นางนั้นยังไม่รู้ในวัดแห่งนี้ และนางยังพบพวกมันไม่ได้ทั้งหมด

สำหรับนาง เวลาที่ใช้ไปในวัดแห่งนี้นั้นเปลี่ยนทั้งความคิดและความรู้สึกของนางไปอย่างมาก หนึ่งอาจจะกล่าวได้ว่าวัดแห่งนี้นั้นเปิดประตูสู่เส้นทางของเต๋าให้นางอย่างแท้จริง !

ก่อนจะมาที่นี่ นางนั้นเป็นคนหยิ่งยโส เจ้าหญิงแห่งประเทศราชสีห์คำราม ไม่ว่านางจะเจียมตัวขนาดไหนลึกๆแล้วภายในใจนางก็ยังเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่ง ในการเป็นลูกสาวของสวรรค์ แต่ในขณะทีออกเดินออกจากที่แห่งนี้ นางนั้นลดความภาคภูมิใจของนางและยินดีจะยืนเคียงข้างหลี่ฉีเย่อย่างเต็มใจ

" มา เจ้าสามารถกลับมาที่นี่เมื่อไหร่ก็ได้ในภายหลัง " หลี่ฉีเย่เหลือบมองไปยังซือเสี่ยวเตี๋ยที่ไม่ต้องการจะจากไป

นางนั้นสูดลมหายใจเข้าลึกและกราบลงตรงหน้าบรรพบุรุษของนางก่อนจะจากไปพร้อมกับหลี่ฉีเย่

สำนักเต๋าสวรรค์ - มรดกที่เก่าแก่โบราณและมีชื่อเสียง มรดกทากดินแดนที่เก่าแก่ที่สุดของเผ่าพันธ์มนุษย์ ผู้คนกล่าวว่าเต๋าของมนุษย์นั้นมีต้นกำเนิดมาจากสองสถานที่ หนึ่งคือวิหารเทพสงครามและอีกหนึ่งคือสำนักเต๋าสวรรค์ ต้นกำเนิดของทั้งสองนั้นมีมาตั้งแต่ยุคโบราณ

ผู้คนสามารถเข้าใจถึงความสง่างามของสำนักเต๋าสวรรค์ได้เพียงแค่ยืนอยู่หน้าประตู มันกระทั้งใหญ่และศักดิ์สิทธิ์กว่าราชวังมากมายนับไม่ถ้วน พวกมันทั้งหมดตั้งตระหง่าทะลุชั้นฟ้า จุดสูงสุดของสถานที่แห่งนี้ถูกล้อมรอบไปด้วยดวงดาว ทามกลางเทือกเขายักษ์นั้นมีที่ทอดยาวจากท้องฟ้ามุมหนึ่งสู่อีกมุมหนึ่ง...

ภายในสำนักนั้นประเต็มด้วยแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์ เทือกเขา และสัตว์สสวรรค์...ยืนอยู่ด้านนอกของสำนักทำให้ผู้คนต้องตั้งคำถาม นี้จะเรียกว่าสำนักได้อย่างไร ? มันกระทั้งสามารถแยกได้เป็นอีกโลกหนึ่ง โลกเต๋าสวรรค์อาจจะเป็นชื่อที่เหมาะสมกกว่า

ซือเสี่ยวเตี๋ยนั้นอดไม่ได้อดไม่ได้ที่จะตกตะลึงหลังจากเห็นสำนัก ดินแดนตะวันตกนี้อาจจะเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของสำนัก - เป็นพื้นที่รกล้างและไม่อาจจะสังเกตเห็นมันได้ !

ขณะที่พวกเขายืนอยู่หน้าประตู พวกเขาจะมองเห็นเสาหินขนาดยักษ์ มันอาจจะถูกมากกว่าหากเรียกว่ากำแพงหินขนาดยักษ์ ราวกับมันเป็นอนุสรโบราณ มีหลายชื่อถูกแกะสลักบนเสานี้ มีรวดลายราวกับมังกรพาดไปตามตัวเสา ทว่ามันก็ยังดูเรียบง่าย...

จักรพรรดิอมตะเฟยหยาง , จักรพรรดิอมตฮ่าวไห่ , จักรพรรดิอมตะต้ากง , บรรพชนราชสีห์บาเซียน , เทพยุทธ ทั้งหมดนี้คือเหล่าตัวตนอมตะที่มีชื่อเสียงของโลกและถูกสลักชื่อไว้

พวกเขาทั้งหมดเป็นผู้ศึกษที่ยอดเยี่ยมของสำนักเต๋าสวรรค์ เว้นแต่ว่าจะกลายเป็นตัวตนอมตะ พวกเขาไม่สามารถกลับมาที่นี่และสลักชื่อบนเสาหินนี้ได้ !